- หน้าแรก
- อำพรางสวรรค์
- 1243 - สิ้นซาก
1243 - สิ้นซาก
1243 - สิ้นซาก
1243 - สิ้นซาก
เทือกเขาเทียนต้องเกิดการนองเลือดครั้งใหญ่ เสียงคร่ำครวญดังก้องไปทั่วเทือกเขา ฝนโลหิตสาดกระจายขึ้นสู่ท้องฟ้า แม้แต่พื้นดินบนยอดเขายังเจิ่งนองไปด้วยเลือดสีแดงฉาน
เสียงปีศาจร้องและเสียงผิวปากดังก้องไปทั่วภูเขาสีดำ และไม่รู้ว่ามีผู้เสียชีวิตไปกี่ราย ไปเถอะ ชีวิตมนุษย์มีค่าน้อยกว่าหญ้า พืชผลแล้วพืชผลก็ร่วงหล่น
ค่ายกลจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ไม่ใช่สิ่งที่อาวุธครึ่งก้าวเต๋าสุดขั้วสองสามชิ้นจะต้านทานได้ การกวาดล้างดำเนินไปอย่างไม่สิ้นสุดและมีซากศพร่วงหล่นลงพื้นในทุกๆ ลมหายใจ
“อา…”
ในขณะนี้ยอดฝีมือผู้แข็งแกร่ง 3 คนสุดท้ายของวังพิภพพยายามประคองวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของบุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งพิภพหลบหนีออกจากที่นี่ให้ได้
พวกเขาไม่มีความลังเลที่จะเสียสละตัวเองเพื่อต้านทานลูกศรของเย่ฟ่านแต่สุดท้ายมันยังคงเป็นสิ่งที่ไร้ประโยชน์ ลูกศรสี่สิบเก้าดอกของเขาทะลวงผ่านการป้องกันทุกชนิดและบดขยี้วิญญาณของบุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งพิภพจนสิ้นซาก!
“อ๊ากกก”
วานรศักดิ์สิทธิ์ใช้กระบองขนาดใหญ่ของมันทุกทีเหล่านักฆ่าจนแหลกละเอียด เขาคือคนที่ลงมือด้วยความดุร้ายมากที่สุด ผู้คนที่ตายอยู่ในมือของเขาวันนี้มีมากกว่าพันคนแล้ว
ต้วนเต๋อยังไม่ได้ทำอะไร เขาเพียงใช้หม้ออสูรกลืนสวรรค์ปลดปล่อยพลังศักดิ์สิทธิ์ออกมาเล็กน้อยเท่านั้น สาเหตุที่ทำเช่นนี้เพราะสิ่งมีชีวิตร่างกายสีดำสนิทนั้นยังไม่ได้ลงมือแม้แต่ครั้งเดียว
“ฆ่า!”
ผู้คนจากวังอเวจีกรีดร้อง ตอนนี้นักฆ่าของวังพิภพถูกสังหารสิ้น เหลือเพียงยอดฝีมือของวังอเวจีสี่คนเท่านั้น
“ในอดีตพวกเราอยู่ร่วมศาลสวรรค์อย่างกลมเกลียว แต่พวกเจ้ากลับทรยศหักหลังวังสวรรค์อย่างชั่วช้า พฤติกรรมของพวกเจ้าจะไม่มีวันได้รับการอภัยและต้องถูกกวาดล้างออกจากโลกใบนี้”
เย่ฟ่านเก็บคันศรของเขาไว้ ก่อนจะหยิบคทาแห่งสวรรค์ออกมาหวดศีรษะยอดฝีมือระดับราชาผู้ยิ่งใหญ่ของวังอเวจีทั้งสี่คนจนแหลกละเอียดอย่างง่ายดาย
ยอดฝีมือทั้งสี่คนนี้ต่อสู้กับวานรศักดิ์สิทธิ์มาหลายพันกระบวนท่า เมื่อเผชิญกับอาวุธระดับครึ่งก้าวเต๋าสุดขั้วที่เป็นดาวข่มของพวกเขาอย่างรุนแรง ทั้งสี่คนย่อมไม่มีปัญญาที่จะหลีกเลี่ยงความตายได้
“ตอนนี้วังสวรรค์เกิดใหม่จากเถ้าถ่านแล้ว มันเป็นวังสวรรค์ที่แตกต่างจากอดีตโดยสิ้นเชิง และพวกเจ้าซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ไม่เข้ากับยุคสมัยจะต้องถูกกวาดล้างออกจากโลกใบนี้!” เย่ฟ่านถือคฑาแห่งสวรรค์ที่มีเลือดในอาบจนแดงฉานอยู่ในมือ
คทาสวรรค์ถูกเปลี่ยนเป็นสีแดงสดสภาพของมันเต็มไปด้วยความชั่วร้ายมากกว่าเดิมหลายเท่า!
นี่คือการสังหารหมู่อย่างแท้จริง ในกลุ่มของเย่ฟ่านยังไม่มีใครได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย แต่คู่ต่อสู้ของพวกเขากลับแทบจะถูกกวาดล้างออกจากที่นี่จนหมดสิ้น
ความสูญเสียของวังพิภพและวังอเวจีทั้งสองแห่งมากมายอย่างไม่อาจประเมินค่าได้ เพียงศิษย์ระดับราชาผู้ยิ่งใหญ่ยังถูกฆ่าตายไปกว่าสิบคน
ยังไม่รวมยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์อีกหลายพันคนที่ถูกกวาดล้างออกไปในครั้งเดียว ความสูญเสียนี้แทบจะทำให้พวกเขาอ่อนแอลงกว่าครึ่งเลยก็ว่าได้
ฉากบนภูเขาทำให้ผู้คนหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด ร่างกายของเย่ฟ่านอาบไปด้วยเลือดของมนุษย์ เขาจ้องมองไปที่สิ่งมีชีวิตร่างสีดำซึ่งยืนอยู่เหนือท้องฟ้า
“ถึงตาเจ้าแล้ว!” เสียงคำรามของเย่ฟ่านสั่นสะเทือนทั้งสวรรค์พิภพ
“นี่คือดาวโบราณที่ปราชญ์โบราณเหล่านั้นกำลังไล่ล่า? ไม่คิดเลยว่าโลกใบนี้จะมีสมบัติระดับจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่มากมายนับไม่ถ้วน”
เสียงของปีศาจร่างสีดำสนิททำให้ภูเขาเทียนต้วนสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ในเวลาเดียวกันเมื่อได้ยินคำพูดของปีศาจตนนี้จระเข้ศักดิ์สิทธิ์สีทองก็ส่งเสียงคำรามดังก้องและพุ่งเข้าหาเย่ฟ่านอีกครั้ง
เย่ฟ่านไม่กล้าที่จะดูถูกสิ่งมีชีวิตที่มีร่างกายใหญ่โตถึงขนาดนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ 20 ปีก่อนยังคงตราตรึงอยู่ในใจของเขาอย่างไม่อาจลบเลือนได้
ไม่ไกลนักหลังจากที่จักรพรรดิ์ดำปราบปรามอสูรวัวได้สำเร็จแล้วมันก็กล่าวว่า “โชคดีที่มันเป็นเพียงวิญญาณเท่านั้น หากร่างกายที่แท้จริงของมันปรากฏตัวขึ้นมันจะกลายเป็นหายนะครั้งใหญ่อย่างแน่นอน!”
“ไอ้สารเลวนั้นแข็งแกร่งแค่ไหน?” ผังป๋อถามจากด้านข้าง
“ข้าไม่รู้ แต่อย่างน้อยที่สุดด้วยพลังแห่งการเป็นเทพของมันความแข็งแกร่งของปีศาจตนนี้จะต้องไม่ด้อยกว่าเสมือนจักรพรรดิอย่างแน่นอน” จักรพรรดิดำกล่าวอย่างเคร่งขรึม
“ไม่ว่ามันจะแข็งแกร่งแค่ไหนยังคงไม่อาจต้านทานพลังของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ได้!” ผังป๋อตะโกนอย่างดุเดือด
“ฆ่า!”
เย่ฟ่าน ผังป๋อ จักรพรรดิดำ และคนอื่นๆ ระดมอาวุธศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขาเพื่อปลดปล่อยพลังให้แก่ค่ายกลจักรพรรดิอู่ซือ ทันใดนั้นแสงหลากสีสันหลายเส้นก็ยิงขึ้นสู่ท้องฟ้าโดยมีเป้าหมายอยู่ที่ปีศาจร่างสีดำสนิท
รัศมีแห่งการฆ่ากวาดไปทั่วทั้งโลกและทำให้เกิดความโกลาหลอย่างไม่สิ้นสุด
อย่างไรก็ตามนี่เป็นร่างกายที่ถูกสร้างขึ้นจากวิญญาณ ทันทีที่แสงเหล่านั้นถูกยิงขึ้นไปมันก็ทะลุผ่านร่างกายของปีศาจตนนั้นและไม่อาจสร้างอันตรายได้แม้แต่น้อย
“มันไม่มีประโยชน์ แม้แต่ค่ายกลจักรพรรดิก็ยังทำอะไรไม่ได้” จักรพรรดิดำดูตกใจเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามมันไม่มีเวลาให้สูญเสียแม้แต่น้อย เพราะตอนนี้อสูรวัวที่ถูกโซ่ของมันล่ามไว้กำลังคุ้มคลั่งอย่างถึงที่สุด
“สัตว์เลี้ยงตัวน้อยของข้ายอมจำนนเสียดีๆ ในอนาคตเจ้าจะรู้สึกภาคภูมิใจที่มีข้าเป็นเจ้านาย!”
อสูรวัวคำรามด้วยความโกรธ มันเป็นถึงราชาผู้ยิ่งใหญ่มีหรือจะยอมสยบต่อสุนัขตัวหนึ่ง
ในเวลาเดียวกันจระเข้ยักษ์ได้เปลี่ยนร่างกลายเป็นมนุษย์แล้ว ลักษณะของมันคล้ายกับนักบวชแห่งนิกายพุทธที่มีร่างกายเปล่งประกายด้วยแสงสีทองสดใส
อย่างไรก็ตามดวงตาทั้งคู่ของมันกลับยังมีลักษณะกับดวงตาของสัตว์เลื้อยคลาน จึงทำให้ลักษณะภายนอกของมันดูน่าขยะแขยงและชั่วร้ายอย่างถึงที่สุด
จากนั้นจระเข้ศักดิ์สิทธิ์ก็มองพวกเขาด้วยรอยยิ้มโหดร้าย มันล้วงเข้าไปในหน้าอกของตัวเองและดึงวัตถุสีทองขนาดใหญ่ออกมาข้างนอก
“นี่เป็นอาวุธต้องห้ามของนิกายพุทธ!”
จักรพรรดิดำกรีดร้องด้วยความตกใจ อาวุธชิ้นนี้เป็นหนึ่งในอาวุธในตำนานที่แข็งแกร่งที่สุดของศากยมุนี ไม่คิดว่าจระเข้ศักดิ์สิทธิ์จะครอบครองมันได้
อาวุธต้องห้ามนี้มีความพิเศษมาก มันมีลักษณะคล้ายวิหารสีทองขนาดใหญ่ ผนังของมันมีลวดลายเต๋าทุกชนิดถูกแกะสลักไว้อย่างปราณีตพร้อมกับปลดปล่อยคลื่นแห่งความศักดิ์สิทธิ์ออกมาอย่างไม่รู้จบ
จระเข้ศักดิ์สิทธิ์คือสิ่งมีชีวิตชั่วร้ายที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย อย่างไรก็ตามเบื้องหลังของมันกลับมีภาพธรรมของพระพุทธรูปสีขาวเปล่งประกายสดใสอยู่กลางท้องฟ้า สิ่งนี้ขัดกันกับตัวตนของมันโดยสิ้นเชิง
ในเวลาต่อมาได้มีภาพนิมิตรแปลกๆ ปรากฏขึ้นกลางท้องฟ้า มันเป็นภาพของสิ่งมีชีวิตร่างสีดำสนิทตนนั้นกำลังลงมือสังหารนักบวชนิกายพุทธนับร้อยคนอย่างโหดร้าย
สิ่งมีชีวิตร่างสีดำชนิดนี้เมื่ออยู่ในม่านแสงแห่งนิมิตที่ปรากฏขึ้นใบหน้าของมันก็มีความชัดเจนมากกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้
เย่ฟ่านตระหนักได้ทันทีว่ามันคือสิ่งมีชีวิตที่ช่วยเหลือหลี่เสี่ยวม่านกับฮั่วอวิ๋นเฟยให้หลบหนีจากการไล่ล่าของเขา
“มันน่าทึ่งมาก แม้แต่จระเข้ศักดิ์สิทธิ์ที่เคยถูกศากยมุนีปราบปรามก็ยังสยบต่อปีศาจตนนี้อย่างนอบน้อม เมื่อรวมกับการที่มันสามารถใช้อาวุธแห่งนิกายพุทธได้เรื่องนี้จะต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังอันซับซ้อนอย่างแน่นอน” เย่ฟ่านกระซิบ
“ถึงอย่างนั้นนี่ก็ไม่ใช่ร่างกายที่แท้จริงของมัน ทำลายจระเข้ศักดิ์สิทธิ์และเจ้าสาระเลที่อยู่บนท้องฟ้านั้นซะ” เย่ฟ่านคำรามและควบคุมสายฟ้าให้ยิงออกมาจากค่ายก้นจักรพรรดิ์อย่างต่อเนื่อง
“บูม”
วิหารสีทองปลดปล่อยแสงแจกจ้าและเข้าปะทะกับการโจมตีของค่ายกลจักรพรรดิอู่ซือโดยไม่มีความหวั่นเกรงแม้แต่น้อย
“ผังป๋อและพี่วานรพวกเจ้าออกจากยอดเขานี้และตามหาหลี่เสี่ยวมานกับฮั่วอวิ๋นเฟย เมื่อปีศาจตนนั้นอยู่ที่นี่พวกนางก็จะต้องอยู่ที่นี่เช่นกัน!
เย่ฟ่านส่งข้อความและมอบดาบสีแดงฉานให้กับผางป๋อ จากนั้นขอให้ฉีลั่วปกป้องความปลอดภัยของทั้งสองคนอีกครั้ง
ในที่สุดปีศาจร่างกายสีดำสนิทบนท้องฟ้าก็ลงมือเป็นครั้งแรก มันประสานอินด้วยมือทั้งสองข้างก่อนจะกดฝ่ามือขนาดใหญ่ลงมาจากท้องฟ้าโดยมีเป้าหมายอยู่ที่ศีรษะเย่ฟ่าน
………..