เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

1230 - หย่าศึก

1230 - หย่าศึก

1230 - หย่าศึก


1230 - หย่าศึก

ความกดดันที่เกิดจากการโจมตีของพระพุทธเจ้าโต้วจ้านทรงพลังอย่างน่าเหลือเชื่อ แสงศักดิ์สิทธิ์เก้าสีเบ่งบานไปทั่วความว่างเปล่า

หากเผชิญหน้ากับการโจมตีครั้งนี้ไม่ต้องสงสัยเลยว่าร่างของสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์ตัวนั้นจะต้องแหลกละเอียดอย่างแน่นอน

พระพุทธเจ้าโต้วจ้านซึ่งเข้าครอบครองเขาพระสุเมรุได้ชื่อว่าเป็นยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุดของโลกใบนี้ เมื่อเขาแสดงพลังของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ออกมาความสง่างามนั้นจะตราตรึงอยู่ในใจของทุกคนไปตลอดกาล

วานรศักดิ์สิทธิ์กำหมัดแน่นและร่างกายของเขาก็สั่นสะท้าน ท่านอามีความคล้ายคลึงกับบิดาของเขามาก ไม่เพียงแต่รูปลักษณ์ของทั้งสองคนจะเหมือนกันเท่านั้น แม้แต่กลิ่นอายก็แทบจะเป็นคนคนเดียวกันเลยก็ว่าได้

ทุกคนกลั้นหายใจรอการโจมตีที่ทรงพลังที่สุดของพระพุทธเจ้าโต้วจ้าน แม้แต่จักรพรรดิดำยังเริ่มกระตุ้นค่ายกลให้ทำงานแล้ว ขอเพียงมีความผิดปกติเล็กน้อยพวกเขาจะข้ามความว่างเปล่าออกจากที่นี่ทันที

อย่างไรก็ตาม ตรงกันข้ามกับความคาดหวังของทุกคน

แท่งเหล็กสีดำสนิทที่เป็นเหมือนเสาขนาดยักษ์ฟาดลงมาจากท้องฟ้าไม่เพียงไม่สัมผัสกับศีรษะของสิ่งมีชีวิตร่างยักษ์เท่านั้น แต่มันยังกลายเป็นกระแสแสงและหายสาบสูญไปจากสนามรบอย่างไร้ร่องรอย

ในขณะนี้ร่างกายอันใหญ่โตของพระพุทธเจ้าโต้วจ้านย่อส่วนลงและกลับกลายเป็นวานรเฒ่าที่มีขนาดร่างกายไม่แตกต่างจากมนุษย์ทั่วไป

ร่างที่พร่ามัวบนภูเขาศักดิ์สิทธิ์ทั้งเก้าไม่ได้ถอยกลับเข้าไปในหุบเหวลึกแล้ว ในทางตรงกันข้ามเขาหันกลับมามองพระพุทธเจ้าโต้วจ้านและกระแทกฝ่ามือเข้าหาองค์หญิงเสิ่นฉานอย่างโหดร้าย

“โฮก!!!”

พระพุทธเจ้าโต้วจ้านส่งเสียงคำรามดังก้อง ร่างแยกนับพันนับหมื่นของเขาปรากฏตัวขึ้นทั่วภูเขาโบราณและพุ่งเข้าหาสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในหมอกพร่ามัวพร้อมกัน

ในเวลาเดียวกันนั้นร่างที่แท้จริงของพระพุทธเจ้าโต้วจ้านกลายเป็นแสงสีทองที่พุ่งเข้าหาองค์หญิงเสิ่นฉานด้วยความกังวล

เพราะในขณะนี้ร่างขนาดยักษ์ที่ยืนอยู่บนยอดเขาศักดิ์สิทธิ์ทั้งเก้าไม่สนใจการโจมตีจากร่างแยกนับพันนับหมื่นของพระพุทธเจ้าโต้วจ้าน

เขาเพียงคว้ามือเข้าหาองค์หญิงเสิ่นฉานโดยต้องการจะบดขยี้หญิงสาวที่ครอบครองอาวุธเต๋าสุดขั้วชิ้นนี้ให้ตายไปก่อน

ในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดนั้นชุดเกราะที่ห่อหุ้มร่างกายขององค์หญิงเสิ่นฉานเปล่งประกายด้วยแสงห้าสีและแยกออกจากร่างของนาง

จากนั้นมันได้บินข้ามขอบฟ้าพุ่งเข้าหาพระพุทธเจ้าโต้วจ้านและสวมลงบนร่างกายของเขาอย่างรวดเร็ว

พระพุทธเจ้าโต้วจ้านฉีกความว่างเปล่าเบื้องหน้าของเขาออกจากกันด้วยพลังที่ไม่มีสิ่งใดต้านทานได้ วานรศักดิ์สิทธิ์เฒ่าคว้าร่างของหญิงสาวคนรักและโยนเข้าไปในประตูมิติโดยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย

ปัง!

มือขนาดใหญ่ทุบลงบนพื้นในบริเวณที่องค์หญิงเสิ่นฉานเคยยืนอยู่

หากพระพุทธเจ้าโต้วจ้านไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ฉับไวและถอนการโจมตีที่ทรงพลังที่สุดกลับมาทันเวลา ตอนนี้องค์หญิงเสิ่นฉานจะต้องมีจุดจบที่น่าเศร้าไปแล้ว

พระพุทธเจ้าโต้วจ้านสวมชุดเกราะสีทองที่เปล่งประกายด้วยแสงห้าสี สายตาของเขาทอดมองขึ้นไปบนท้องฟ้าและโบกสะบัดไม้เท้าเหล็กสีดำด้วยความโกรธ

“หากพระพุทธเจ้าโต้วจ้านพ่ายแพ้สิ่งมีชีวิตตนนั้นจะหลบหนีออกจากดินแดนต้องห้ามแห่งชีวิตเพื่อสร้างหายนะครั้งใหญ่ในโลกหรือไม่!” หลี่เทียนและคนอื่นๆ ต่างหวาดกลัว

ในขณะนี้ดวงตาของวานรศักดิ์สิทธิ์มีความลังเลเล็กน้อย แต่สุดท้ายเขาก็คำรามเสียงดังและจี้นิ้วทั้งสองไปที่หว่างคิ้วของตัวเอง

ในเวลาต่อมาม้วนกระดาษสีทองแผ่นนึงซึ่งเต็มไปด้วยกลิ่นอายของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ได้ครอบคลุมไปทั่วทั้งท้องฟ้า มันพุ่งเข้าหาภูเขาศักดิ์สิทธิ์ทั้งเก้าและสร้างม่านพลังขนาดใหญ่เพื่อกีดกันคู่ต่อสู้ทั้งสองอยู่คนละฟาก

นี่คือราชโองการของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์โต้วจ้าน มันเป็นพลังแห่งเต๋าอันยิ่งใหญ่ที่มอบไว้ให้กับผู้ชายของตัวเองเพื่อช่วยชีวิตเขาในยามฉุกเฉิน!

ในระหว่างนี้แสงที่เต็มไปด้วยความมงคลนั้นได้ปิดกั้นพระพุทธโต้วจ้านและสิ่งมีชีวิตร่างยักษ์ไม่ให้สามารถทำการต่อสู้กันได้อีก

“ต้องเสริมด้วยพลังของสิ่งนี้!”

สุนัขสีดำตัวใหญ่คายราชโองการของจักรพรรดิอู่ซือซึ่งเป็นสิ่งที่มันนำไปแสดงในทะเลสาบยกออกมาอีกครั้ง มันกลายเป็นแสงศักดิ์สิทธิ์อันงดงามและพุ่งเข้าขวางกั้นพระพุทธเจ้าโต้วจ้านกับสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์ในหุบเหวลึกเช่นกัน!

ในขณะนี้อักขระเต๋าโบราณสีทองเก้าตัวลอยอยู่ในความว่างเปล่า สิ่งมีชีวิตจากหุบเหวลึกจ้องมองอักขระโบราณเหล่านั้นและหันไปมองพระพุทธเจ้าโต้วจ้านเล็กน้อยก่อนที่เขาจะกระโดดลงไปในหุบเหวลึกโดยไม่มีความลังเลทันที

“การต่อสู้จบลงเพียงเท่านี้หรือ?” ทุกคนรู้สึกราวกับว่าพวกเขาได้ประสบกับความฝันอันยิ่งใหญ่

“ตัวอักษรโบราณเหล่านั้นหมายถึงอะไร?”

“ข้าไม่รู้จักพวกมันแม้แต่ตัวเดียว นี่เป็นภาษาศักดิ์สิทธิ์ที่เผ่าพันธุ์โบราณทั้งหมดใช้ร่วมกัน ข้าไม่ใช่คนในยุคนั้นจึงไม่มีทางอ่านเนื้อหาของตัวอักษรเหล่านี้ได้” จักรพรรดิดำกล่าว

ผลลัพธ์ดังกล่าวเกินความคาดหมายของทุกคน การสังหารทั้งหมดบนท้องฟ้าหายไป ไม่นานหลังจากนั้นคลื่นพลังของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ก็หายสาบสูญไปเช่นกัน

ในเวลาต่อมาภูเขาศักดิ์สิทธิ์ทั้งทั้งลูกก็กลับคืนสู่ความสงบ ความงามและความอุดมสมบูรณ์กลับคืนมาอีกครั้ง ราวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้เป็นเพียงความฝันตื่นหนึ่ง

“แท่นบูชาห้าสีปรากฏขึ้น!”

แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่ากลับเป็นแท่นบูชาห้าสีที่ลอยอยู่เหนือหุบเหวลึก แสงห้าสีเปล่งประกายออกมาอย่างไม่สิ้นสุด เห็นได้ชัดว่ามันกำลังปลดปล่อยพลังเพื่อปิดผนึกไม่ให้สิ่งมีชีวิตโบราณตนนั้นสามารถปีนขึ้นมาได้อีกครั้ง

รูปร่างของแท่นบูชาขนาดใหญ่นั้นเรียบง่ายและเต็มไปด้วยความเก่าแก่ มีชิ้นส่วนของท่านบูชาแตกหักอยู่เล็กน้อย อย่างไรก็ตามเมื่อมันลอยอยู่เหนือหุบเหวโบราณกลับไม่มีใครกล้าประมาทพลังของมันอย่างแน่นอน

การต่อสู้ครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะอะไร เย่ฟ่าน และคนอื่นๆ ต่างตกตะลึง ด้วยพลังของพระพุทธเจ้าโต้วจ้านและองค์หญิงเสิ่นฉาน หากพวกเขาต้องการเพียงผลไม้ศักดิ์สิทธิ์จากภูเขาทั้งเก้าก็ไม่ควรจะลงทุนลงแรงถึงขนาดนั้น

หลังการสู้พระพุทธเจ้าโต้วจ้านยังคงสง่างามเช่นเดิม ร่างกายของเขาสวมชุดเกราะสีทองที่เปล่งประกายด้วยแสงห้าสี ในมือของเขามีกระบองสีดำสนิทที่ดูน่าเกรงขามอย่างยิ่ง

“ท่านอา”

ตอนนั้นวานรศักดิ์สิทธิ์ร้องไห้เหมือนเด็กๆ ก่อนจะรีบวิ่งไปที่ด้านหน้าของพระพุทธเจ้าโต้วจ้านพร้อมกับคุกเข่าลงเพื่อแสดงความเคารพ

“ให้ตายเถอะ ทำไมข้าจะต้องช่วยเขาด้วย ข้าเกลียดวานรตัวนี้ที่สุด!”

ในเวลานี้ จักรพรรดิดำดูเหมือนจะกลับมามีสติสัมปชัญญะอีกครั้ง และอดไม่ได้ที่จะสาปแช่งพระพุทธเจ้าโต้วจ้านด้วยความโกรธ

เย่ฟ่าน จี้จื่อเยว่ เอี๋ยนอี้ซี และคนอื่นๆ ต่างก็รีบวิ่งไปข้างหน้าด้วยความกระตือรือร้น โดยเฉพาะผังป๋อที่ตื่นเต้นสุดๆ เพราะตอนนี้เขามีโอกาสได้พบหน้ากับวีรบุรุษในดวงใจแล้ว

“ราชาวานร! ในอดีตท่านเคยไปสถานที่ที่เรียกว่าราชวงศ์ถังในจงหยวน(ภาคกลางของประเทศจีน)แล้วออกจากด่านหานกู่ทางทิศตะวันตกเพื่อข้ามมายังโลกใบนี้หรือไม่ เมื่อสองพันห้าร้อยปีก่อนท่านมีโอกาสได้พบกับศากยมุนี(พระพุทธเจ้าแห่งศากยวงศ์)จริงๆ หรือเปล่า?”

ผังป๋อมีนิสัยตรงไปตรงมาที่สุด ดังนั้นเขาจึงถามคำถามที่อยู่ในใจของตัวเองออกมาโดยไม่มีความลังเล

ชุดเกราะที่เป็นอาวุธเต๋าสุดขั้วแห่งราชวงศ์โบราณของสันเขาเสิ่นคานเปล่งประกายขึ้นอีกครั้ง จากนั้นมันก็เปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นกระแสแสงและหลุดออกจากร่างพระพุทธเจ้าโต้วจ้าน

นี่คือวานรเฒ่าร่างผอมบาง และขนสีทองทุกเส้นบนร่างกายของเขาเริ่มหงอกขาวแตกต่างจากวานรศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นหลานชายโดยสิ้นเชิง เห็นได้ชัดว่าเขาคือเซียนอสูรที่แก่ชราอย่างยิ่ง

เซียนอสูรคืออะไร? วานรเฒ่าคนนี้คือคำอธิบายที่ดีที่สุด เมื่อยืนอยู่ตรงหน้าทุกคนเขาไม่แปดเปื้อนกลิ่นอายของสังสารวัฏในโลก ร่างกายของเขาเปล่งประกายด้วยความศักดิ์สิทธิ์คล้ายกับพระอรหันต์ที่ตัดขาดจากอคติทั้งสี่โดยสิ้นเชิงแล้ว

เมื่อได้ยินคำพูดของผังป๋อเขาเพียงส่ายหน้าและไม่ได้พูดอะไร เห็นได้ชัดว่ามีความงุนงงต่อคำพูดนี้อย่างยิ่ง

ผังป๋อยังคงไม่ยอมแพ้ เขาทำตัวเหมือนถูกวิญญาณของตู้เฟยเข้าครอบงำ และเริ่มเล่าตำนานทุกอย่างที่เกี่ยวกับการเดินทางสู่ตะวันตกของพระถังซัมจั๋งออกไปในคราวเดียว

พระพุทธเจ้าโต้วจ้านส่ายหน้า เขาบอกว่าไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย เขาไม่เคยออกจากดวงดาวโบราณแห่งนี้แม้แต่ครั้งเดียว และไม่เคยถูกปราบปรามโดยพระพุทธเจ้าถึงห้าร้อยปี

เมื่อได้ยินคำพูดของผังป๋อ วานรศักดิ์สิทธิ์ก็แค่นเสียงด้วยความไม่พอใจและกล่าวว่า “ท่านอาของข้าคือวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ ใครจะปราบปรามเขาได้”

หลี่เหอสุ่ยยิ้มเยาะ ท้ายที่สุด สิ่งที่ผังป๋อได้ยินมาก็เป็นเพียงตำนานเท่านั้น บางทีเรื่องนี้อาจเป็นเพียงนิทานที่ถูกแต่งเติมอย่างมีสีสันและไม่ได้มีความจริงแม้แต่น้อย แม้แต่ตัวเขาก็ยังคิดว่ามันไร้สาระอย่างยิ่ง

“มันไม่ใช่ข่าวลือทั้งหมด ข้าเคยเจอศากยมุนีจริงๆ” พระพุทธเจ้าโต้วจ้านกล่าว

“อะไรนะ?” เย่ฟ่านและผังป๋อต่างอุทาน พวกเขามีคำถามมากมายในใจและรีบสอบถามออกไปทันที

………….

จบบทที่ 1230 - หย่าศึก

คัดลอกลิงก์แล้ว