- หน้าแรก
- อำพรางสวรรค์
- 1229 - การประสานเสริมพลังของอาวุธเต๋าสุดขั้ว
1229 - การประสานเสริมพลังของอาวุธเต๋าสุดขั้ว
1229 - การประสานเสริมพลังของอาวุธเต๋าสุดขั้ว
1229 - การประสานเสริมพลังของอาวุธเต๋าสุดขั้ว
ในดินแดนต้องห้ามของชีวิตทุกสิ่งทุกอย่างที่พังทลายเริ่มฟื้นคืนชีพกลับมา อย่างไรก็ตามหลังจากที่ความศักดิ์สิทธิ์เบ่งบานไปทั่วดินแดนอันกว้างใหญ่ไพศาลการต่อสู้ของสองผู้ยิ่งใหญ่ยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง
ในเหวนั้น ร่างที่พร่ามัวไม่ได้เคลื่อนไหวใดๆ มากนัก อักขระเต๋าโบราณกระจายในทั่วท้องฟ้า และทำให้แสงที่สว่างไสวสาดส่องไปทั่วโลก
“พระพุทธเจ้าโต้วจ้านแข็งแกร่งจริงๆ เขาสามารถต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตใต้หุบเหวได้โดยไม่เป็นรอง…” หลี่เหอสุ่ยหายใจไม่ออก
“ผิดแล้ว ในโลกปัจจุบันไม่มีใครเป็นคู่ต่อสู้ของอสูรตัวนั้นได้ เพื่อที่จะแสดงพลังระดับจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ออกมาพระพุทธเจ้าโต้วจ้านจะต้องรับภาระอย่างหนักยากที่จะต่อสู้ได้เป็นเวลานาน” จักรพรรดิดำกล่าว
วานรศักดิ์สิทธิ์แสดงความโศกเศร้าอย่างสุดซึ้ง เขามีความกังวลอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยของพระพุทธเจ้าโต้วจ้าน แน่นอนว่าการที่อาวุธเต๋าสุดขั้วฟื้นคืนชีพขึ้นมาย่อมไม่แตกต่างอะไรจากเศษเสี้ยววิญญาณของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ตื่นขึ้น
อัตราการบริโภคพลังศักดิ์สิทธิ์ของมันจะมากมายมหาศาลเพียงใดไม่จำเป็นต้องพูดถึง
“โฮก!!...”
เสียงคำรามของสิ่งมีชีวิตใต้หุบเหวลึกนั้นสั่นสะเทือนโลกทั้งใบ มันกระจายไปทั่วภาคใต้และทำให้สีหน้าของผู้คนมากมายเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก!
อย่างไรก็ตามพระพุทธเจ้าโต้วจ้านได้ไม่ได้มีความหวั่นเกรงแม้แต่น้อย เขาเปลี่ยนตัวเองจากหลวงจีนวัยสามสิบปีที่เต็มไปด้วยความหล่อเหลาสง่างามกลายเป็นวานรเฒ่าตัวหนึ่ง
ร่างกายของเขาขยายใหญ่ขึ้นนับหมื่นวากลายเป็นลิงยักษ์ที่มีศีรษะสูงเทียมฟ้า!
นี่คือร่างกายที่แท้จริงของเผ่าพันธุ์วานรศักดิ์สิทธิ์ โต้วจ้านไม่ใช่นามที่แท้จริงของเขา แต่เป็นสมญานามที่จะถูกมอบให้เทพสงครามวานรศักดิ์สิทธิ์ผู้ปกครองยุคสมัยหนึ่งเท่านั้น
ดวงตาของวานรศักดิ์สิทธิ์แดงก่ำ นี่คือน้องชายของบิดาเขา เมื่อได้ครอบครองร่างศักดิ์สิทธิ์โต้วจ้าน ลักษณะของพวกเขาแทบเหมือนกันโดยไม่ผิดเพี้ยน
เส้นขนสีทองของวานรเฒ่าเงางามราวกับผ้าไหม ใบหน้านั้นสง่างามอย่างที่ไม่มีมนุษย์ผู้ใดเทียบได้ หากไม่ใช่ว่าเส้นขนที่ปกคลุมอยู่บนใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีขาวหมดแล้ว นี่จะต้องเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความสง่างามที่สุดในโลกอย่างไม่ต้องสงสัย
พลังที่แผ่ออกมาจากร่างของวานรศักดิ์สิทธิ์โต้วจ้านเพียงพอที่จะสั่นสะเทือนทั้งสวรรค์พิภพ นี่คือเสมือนจักรพรรดิที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่สิ้นสุดยุคของจักรพรรดิชิง!
หากไม่ใช่ว่าในยุคโบราณพี่ชายของเขาเถลิงบัลลังก์จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ไปแล้ว ความแข็งแกร่งของเขาจะไม่หยุดอยู่ที่ขอบเขตเสมือนจักรพรรดิอย่างแน่นอน!
ในดินแดนต้องห้ามแห่งชีวิตดวงตาขององค์หญิงเสิ่นฉานเปล่งประกายด้วยความลุ่มหลง แม้ว่านางจะยังกระอักเลือดออกมาแต่สายตาของนางยังคงจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าอันสง่างามนั้น
“ในที่สุดเจ้าก็ปลดปล่อยตัวเองแล้วสินะ ไม่ว่าเจ้าจะเปลี่ยนไปมากเพียงใดแต่สัญชาตญาณแห่งความดุร้ายของเจ้ามันฝังลึกลงไปในไขกระดูกแล้ว!”
องค์หญิงเสิ่นฉานกระอักเลือดอีกครั้ง ใบหน้าของนางซีดเซียว อย่างไรก็ตามภายใต้การคุ้มครองของเสื้อเกราะอันแข็งแกร่งที่แกะสลักรูปเฟิ่งหวงอมตะ และกิเลนสีม่วง มันทำให้นางสามารถต่อต้านพลังทำลายล้างในบริเวณใกล้เคียงได้!
ในเวลาเดียวกันภาคใต้ของตงหวงได้เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรง ตระกูลจี้ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แสงโชติช่วง สำนักไท่ซวน และยักษ์ใหญ่อื่นๆ ในภาคใต้ต่างก็เกิดความหวาดกลัวอย่างยิ่ง!
ภายนอกดินแดนต้องห้ามโบราณ จักรพรรดิดำเริ่มสร้างค่ายกลเคลื่อนย้ายทางไกลเตรียมที่จะมุ่งหน้าสู่ภาคเหนือ การต่อสู้ของผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสองเพียงพอที่จะทำลายภาคใต้ให้ราบเป็นหน้ากลอง ดังนั้นพวกเขาจึงจำเป็นต้องมีการเตรียมตัวล่วงหน้า
“เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวล ตามที่ข้าสังเกตดูแล้วค่ายกลที่แกะสลักไว้ภายในภูเขาศักดิ์สิทธิ์ทั้งเก้ามีพลังเพียงพอที่จะป้องกันไม่ให้โลกใบนี้ได้รับผลกระทบ” วานรกล่าว
แม้ว่านี่จะเป็นการต่อสู้ระหว่างพลังของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ถึงสองคนแต่ก็ใช่ว่าจะเขย่าค่ายกลอันน่าสะพรึงกลัวที่ฝังอยู่ในดินแดนต้องห้ามแห่งชีวิตนี้ได้
สิ่งที่เขากังวลคือความปลอดภัยของพระพุทธเจ้าโต้วจ้านมากกว่า เพราะสิ่งมีชีวิตจากหูเหวลึกนั้นมีพลังเทียบเท่ากับจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน แต่อาของเขากลับต้องหยิบยืมพลังของอาวุธเต๋าสุดขั้วมาใช้
ไม่ว่าอาวุธเต๋าสุดขั้วนั้นจะทรงพลังมากเพียงใดสุดท้ายผู้ใช้งานจำเป็นต้องมีความแข็งแกร่งที่สอดคล้องกันด้วย
ในเวลานี้วิญญาณอมตะเก้าชนิดปรากฏขึ้นจากยอดเขาทุกแห่ง ค่ายกลโบราณทั้งเก้านั้นปลดปล่อยวิญญาณของมังกรที่แท้จริง เฟิ่งหวงอมตะ และกิเลนศักดิ์สิทธิ์ รวมทั้งสัตว์อสูรที่ทรงพลังอื่นๆ ออกมาพร้อมกัน
พวกมันคือวิญญาณของสัตว์อสูรที่ถูกปิดผนึกอยู่ในภูเขาเหล่านี้ แน่นอนว่าความแข็งแกร่งของพวกมันตัวใดตัวหนึ่งล้วนอยู่ในระดับเดียวกันกับจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสิ้น
ในตอนนี้พวกมันตื่นขึ้นมาแล้ว ต่อให้การต่อสู้ครั้งนี้จะรุนแรงมากเพียงใดก็ไม่สามารถเขย่าภูเขาทั้งเก้าให้ได้รับผลกระทบอีกต่อไป
ร่างที่พร่ามัวในหมอกสีดำส่งเสียงคำรามดังกึกก้อง เขาพุ่งเข้าหาวานรเฒ่าที่ถือกระบองขนาดใหญ่ไว้ในมือและเริ่มต่อสู้กันราวกับสัตว์อสูรโบราณสองตัว
“บูม!”
เหวโบราณสั่นสะเทือน ท้องฟ้าเต็มไปด้วยหมอกสีดำ สถานที่แห่งนี้ท่วมท้นไปด้วยพลัง แม้แต่ผู้ที่มีดวงตาสวรรค์ก็ยังไม่สามารถมองเห็นความเคลื่อนไหวของพวกเขาได้อย่างชัดเจน
วานรเฒ่ามีความสูงเทียบเท่าสวรรค์ เพียงเสียงคำรามของเขาก็สามารถเขย่าภาคใต้ให้สั่นสะเทือนจนแทบจะแตกออกได้ อย่างไรก็ตามยิ่งการต่อสู้ดำเนินไปมากเท่าใดเขาก็ยิ่งเสียเปรียบมากขึ้นเท่านั้น
สิ่งมีชีวิตจากหุบเหวโบราณมีความสุขไม่ถึงครึ่งของวานรยักษ์ แต่ความเคลื่อนไหวของเขากลับรวดเร็วและเต็มเป็นด้วยพลังทำลายล้างอันน่าสะพรึงกลัว ทุกการโจมตีนั้นไม่แตกต่างอะไรจากดาวหางพุ่งชนโลก
ในขั้นตอนนี้พวกเขาทั้งสองคนแทบจะไม่แสดงญาณวิเศษใดๆ ออกมา สิ่งที่ทั้งสองฝ่ายใช้ห้ำหั่นกันมีเพียงพลังความแข็งแกร่งทางร่างกายล้วนๆ
นี่เป็นการโจมตีที่น่าสะพรึงกลัวอย่างแท้จริง ทุกการเคลื่อนไหวของพวกเขาทำให้แผ่นดินและท้องฟ้าแตกออกจากกัน แม้ว่าดินแดนแห่งนี้จะสามารถฟื้นฟูตัวเองได้ตลอดเวลา แต่มันก็ยังเป็นเหตุการณ์ที่สั่นสะเทือนจิตใจผู้ที่มองเห็นอย่างยิ่ง!
อย่างไรก็ตามเมื่อการต่อสู้ดำเนินไปถึงจุดหนึ่ง วิญญาณของอสูรศักดิ์สิทธิ์ทั้งเก้าได้รวมตัวกันกลายเป็นกงล้อขนาดใหญ่ที่หมุนวนเข้าหาผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสองคนที่กำลังต่อสู้กันกลางท้องฟ้า
“ปัง!”
แสงศักดิ์สิทธิ์ที่สดใสสาดกระจายไปทั่วท้องฟ้า สิ่งมีชีวิตจากหุบเหวโบราณกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดและพยายามหลบหนีกลับลงไปในหุบเหวโบราณอีกครั้ง
“อาวุธเต๋าสุดขั้วทำลายคนผู้นี้ให้ข้า!”
ลิงยักษ์ตะโกนเสียงดังก้อง เส้นผมสีทองของเขาโบกสะบัดอย่างรุนแรง จากนั้นกระบองสีดำขนาดใหญ่ได้ฟาดลงมาจากท้องฟ้าราวกับเสาค้ำยันสวรรค์ตกกระแทกพื้น
เหล็กศักดิ์สิทธิ์สีดำในมือของเขาเปล่งประกายเจิดจ้าด้วยกลิ่นอายของความเป็นอมตะ การเคลื่อนไหวของมันทำให้เกิดเสียงคำรามแห่งเต๋าดังก้องอยู่ในความว่างเปล่า
ผู้คนจำนวนมากไม่เข้าใจว่าเขาทำสิ่งนี้ไปเพื่ออะไร ศัตรูที่แข็งแกร่งคนนั้นกำลังจะหลบหนีไปแล้ว เห็นได้ชัดว่าอำนาจของภูเขาศักดิ์สิทธิ์ทั้งเก้ากำลังปราบปรามสิ่งมีชีวิตจากหุบเหวตัวนั้น
แต่ดูเหมือนพระพุทธเจ้าโต้วจ้านจะยังคงไม่พอใจ เขาแสดงท่าทีราวกับว่าหากสิ่งมีชีวิตตนนั้นไม่ถูกฆ่าตายเขาจะไม่มีวันยอมเลิกลาอย่างเด็ดขาด!
“ไม่!”
วานรศักดิ์สิทธิ์อุทาน เขารู้ดีว่าต่อให้อาของเขาแสดงพลังของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ออกมาได้ก็จริง แต่อย่างไรอาของเขาก็ไม่ใช่จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ เมื่อการต่อสู้สิ้นสุดลงเขาจะได้รับผลกระทบที่เกิดจากการใช้งานอาวุธเต๋าสุดขั้วอย่างแน่นอน!
ในเวลาเดียวกันองค์หญิงเสิ่นฉานที่นอนอยู่บนพื้นก็กระโดดขึ้นมาอีกครั้ง ชุดเกราะของนางเปล่งประกายด้วยแสงห้าสี เห็นได้ชัดว่าอาวุธจักรพรรดิโบราณชิ้นนี้ก็ตื่นขึ้นมาแล้วเช่นกัน
ร่างกายของนางสว่างไสวและแสดงพลังของอาวุธเต๋าสุดขั้วออกมาอย่างเต็มที่ นางต้องการประสานการโจมตีร่วมกันกับพระพุทธเจ้าโต้วจ้านโดยไม่คิดจะปล่อยให้อสูรร้ายตัวนั้นหลบหนีไปได้
กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวปะทุขึ้น และอาวุธเต๋าสุดขั้วโบราณทั้งสองส่งเสียงก้องกังวาลตอบโต้กัน ความรู้สึกอันน่ามหัศจรรย์ของภาษาโบราณนั้นดูเหมือนจะส่งเสริมให้พวกเขามีความแข็งแกร่งมากกว่าเดิมหลายเท่า!
เย่ฟ่าน หลี่เทียน จักรพรรดิดำ และคนอื่นๆ ต่างรีบกระตุ้นค่ายกลเคลื่อนย้ายทางไกลเตรียมจะออกเดินทางจากที่นี่ทันทีที่สถานการณ์เกิดความพลิกผัน
“บูม”
อาวุธจักรพรรดิโบราณทั้งสองสะท้อนกันพร้อมกับปลดปล่อยพลังที่ไม่มีสิ่งใดเทียบได้ให้ระเบิดเข้าไปทางหุบเหวโบราณที่สิ่งมีชีวิตร่างยักษ์ใช้ซ่อนตัว
วานรศักดิ์สิทธิ์รู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก ในอดีตเขาเคยเห็นจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์โต้วจ้านใช้กระบวนท่านี้สังหารเสมือนจักรพรรดิสามคนที่ต้องการแย่งชิงตำแหน่งจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว
ร่างที่พร่ามัวเหนือเหวส่งเสียงคำรามด้วยความโกรธและกระแทกกำปั้นเข้าหาแสงที่ถูกยิงออกมาจากอาวุธเต๋าสุดขั้วทั้งสองโดยไม่มีการหลบเลี่ยงแม้แต่น้อย!
“บูม”
พระพุทธเจ้าโต้วจ้านฉวยโอกาสที่ภูเขาทั้งก้าวกำลังฟื้นฟูตัวเองไม่สามารถปลดปล่อยพลังแห่งค่ายกลออกมารบกวนการต่อสู้ได้ เขาฟาดกระบองขนาดใหญ่ลงมาจากท้องฟ้าโดยมีเป้าหมายอยู่ที่ศีรษะของสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์ตัวนั้น
นี่คือการโจมตีที่ทรงพลังที่สุดของเขา!
…….