- หน้าแรก
- อำพรางสวรรค์
- 1225 - ตัวอ่อนอสูร
1225 - ตัวอ่อนอสูร
1225 - ตัวอ่อนอสูร
1225 - ตัวอ่อนอสูร
จระเข้ศักดิ์สิทธิ์ไล่ตามเขาจากดาวอังคารมายังโลกนี้ และทุกอย่างก็สับสนมากขึ้นเรื่อยๆ
เย่ฟ่านสงสัยว่าบางทีนรกสิบแปดระดับที่ถูกปราบปรามโดยวิหารต้าเล่ยหยินนั้นอาจถูกเปิดออกอย่างสมบูรณ์แล้ว ดังนั้นสิ่งมีชีวิตทั้งหมดที่อยู่ภายในเลยถูกปลดผนึกออกมาทั้งหมด
เป็นเรื่องยากมากที่จะบอกได้ว่ามีอะไรติดตามพวกเขาข้ามความว่างเปล่ามายังดินทุ่งดวงดาวหมีใหญ่
แม้ว่าพวกเขาต้องการออกจากหุบเขาอมตะทันที แต่พวกเขาก็ไม่ต้องการที่จะพลาดช่วงเวลาที่บุปผาเทพอสูรบานสะพรั่ง เพราะเพียงช่วงเวลานั้นเท่านั้นที่พลังของมันจะแสดงออกมาอย่างเต็มที่
การรอคอยนี้กินเวลานานถึงครึ่งเดือน และจักรพรรดิดำก็มีงานยุ่งมากที่สุดในช่วงนี้ มันใช้ไฟใต้พิภพพยายามเผาผลาญไข่ใบนี้ให้กลายเป็นไข่ลวก
อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะทำอย่างไรพลังชีวิตที่อยู่ในไข่ยังคงเต็มเปี่ยมไม่หมดลง ด้วยความโกรธมันจึงสร้างหม้อใบใหญ่ขึ้นมาเพื่อต้มไข่จระเข้โดยเฉพาะ
ต้องบอกว่านี่คือไข่ศักดิ์สิทธิ์จริงๆ มันมีความพิเศษไม่แตกต่างจากไข่เฟิ่งหวง หลายคนคาดเดาว่าจระเข้น้อยที่อยู่ภายในอาจจะเจริญเติบโตอย่างเต็มที่แล้ว นั่นทำให้ไข่ใบนี้มีความแข็งแกร่งมากที่สุด
การต้มไข่นี้กินเวลากว่าสิบวันแต่พลังชีวิตของจระเข้น้อยดูเหมือนจะไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลย มันยังคงเต็มไปด้วยความแข็งแกร่งและพร้อมที่จะถูกฟักออกมาได้ตลอดเวลา
“ข้าก็บอกแล้วว่าให้ทำลายมันทิ้ง” หลีเทียนกล่าวเย้ยหยัน
แต่ก่อนที่จักรพรรดิดำจะตอบโต้กลับไปบุปผาเทพอสูรก็เบ่งบานและพ่นสีอันเป็นมงคลออกมา แสงแห่งความสดใสกระจายไปทั่วและตกลงไปบนไข่ศักดิ์สิทธิ์ของเฟิ่งหวงเป็นส่วนมาก
กลิ่นหอมอันเข้มข้นอบอวลไปในอากาศและทุกคนก็มองดูจี้จื่อเยว่ที่กำลังปกป้องไข่ของเฟิ่งหวงสายฟ้าด้วยความกระตือรือร้น
แสงที่กระจ่างใสเหล่านั้นถูกดึงดูดเข้าสู่เปลือกไข่อย่างต่อเนื่อง ความยิ่งใหญ่ที่ไม่มีใครเทียบได้ทำให้ไข่เฟิ่งหวงสุกใสยิ่งขึ้น ระลอกคลื่นต่างๆ แผ่กระจายออกมาพร้อมกับมีเสียงเพลงดังขึ้นอย่างแผ่วเบา
ไม่ไกลนัก ไข่จระเข้ศักดิ์สิทธิ์ที่จักรพรรดิดำปรับแต่งอยู่ก็เริ่มสั่นอย่างรุนแรง มันเต็มไปด้วยความไม่เต็มใจ และปลดปล่อยคลื่นแห่งความขุ่นเคืองล้นออกมาอย่างไม่สิ้นสุด
“รัศมีพลังแบบนี้เจ้าอยากออกมาหรือ มันเป็นไปไม่ได้!”
ผังป๋อสัมผัสได้ถึงรัศมีแห่งความคุ้นเคยและกระทืบไข่จระเข้ศักดิ์สิทธิ์ด้วยความโกรธ
“ไข่กวนจักรพรรดิของข้า อย่าทำให้สกปรกเด็ดขาด” สุนัขสีดำตัวใหญ่กัดขาผังป๋อและลากเขาออกไป
“พวกเจ้าจับตาดูข้าไว้ อย่าให้เกิดอะไรผิดพลาดไข่เฟิ่งหวงสายฟ้าอยู่ในช่วงเวลาที่สำคัญ หากจระเข้ศักดิ์สิทธิ์สอดแทรกเข้ามาอาจมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น” เย่ฟ่านเตือน
“อย่ากังวล นี่คืออาหารของข้า มันจะหนีไปได้อย่างไร” เฮยฮวงกล่าวและยืมเตาหลอมเซียนปิดผนึกไข่จระเข้ไว้
“บู่!”
กลีบบุปผาเทพอสูรอีกกลีบบานสะพรั่งกลายเป็นพลังอันเป็นมงคลและจมลงในไข่ศักดิ์สิทธิ์สีทอง มีเสียงร้องดังมาจากข้างในราวกับเด็กน้อยกำลังกระซิบกระซาบ
ระลอกคลื่นแผ่กระจายไปทั่วและไข่เฟิ่งหวงก็เปล่งประกายด้วยความงามอย่างถึงที่สุด
ทุกคนตกตะลึง บุปผาเทพอสูรนี้มีผลปาฏิหาริย์จริงๆ ในเวลานี้ พลังปราณที่อธิบายไม่ได้ถูกประทับลงในไข่เฟิ่งหวง เพื่อกลั่นเลือด กระดูก และวิญญาณของมันให้มีความบริสุทธิ์มากขึ้น
จักรพรรดิดำรู้สึกอิจฉาเป็นอย่างมาก น่าเสียดายที่มันเป็นสัตว์อสูรที่แก่ชรามากเกินไป ต่อให้ได้รับบุปผาต้นนี้ก็ไม่มีประโยชน์อะไรทั้งสิ้น
“แคร็ก!”
ทันใดนั้นไข่จระเข้ศักดิ์สิทธิ์ก็แตกออกและมีแสงสีทองพุ่งเข้าหาบุปผาเทพอสูร การเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันนี้แม้แต่จักรพรรดิดำก็ไม่อาจควบคุมได้
"ปัง"
จี้จื่อเยว่ลงมือขัดขวาง นิ้วเรียวเล็กของนางชี้ไปที่แสงสีทองและสกัดกั้นความเคลื่อนไหวของมัน
สิ่งที่ทำให้ทุกคนประหลาดใจมากที่สุดก็คือไข่เฟิ่งหวงก็ต่อสู้กลับเช่นกัน แม้ว่ามันจะยังไม่หลุดออกจากเปลือก แต่มันก็ฉลาดมากพอที่จะพาตัวเองพุ่งเข้าไปในบุปผาเทพอสูร
"จี้"
แสงสีทองเปลี่ยนทิศทางและพยายามหลบหนี แต่มันเป็นไปไม่ได้แล้ว เย่ฟ่านก้าวไปข้างหน้ากระทืบมันลงกับพื้นทำให้เกิดเสียงโหยหวนเต็มไปด้วยความเจ็บปวดดังก้องสวรรค์พิภพ
เสียงคร่ำครวญนี้เห็นได้ชัดว่านี่ไม่ใช่วิญญาณของจระเข้ทารก แต่เป็นจระเข้ดึกดำบรรพ์ที่ผ่านการเกิดใหม่เป็นครั้งที่สอง ความสยดสยองของมันแผ่ออกไปรอบทิศทางและเต็มไปด้วยความเคียดแค้นอย่างถึงที่สุด
ในเวลานี้ทุกคนต่างต้องมองมันด้วยความเย็นชา นี่คือจระเข้ศักดิ์สิทธิ์สีทองที่มีความยาวประมาณครึ่งฉื่อ มันไม่มีแขนขา ดวงตาของมันเต็มไปด้วยความโหดร้าย และเห็นได้ชัดว่ามันไม่มีโอกาสรอดชีวิตภายใต้การโจมตีของเย่ฟ่าน
“แค่เห็นหน้ามันข้าก็โมโหแล้ว”
ผังป๋อกระทืบเท้าลงกับพื้นเพื่อบดขยี้ศีรษะของจระเข้น้อยให้แหลกละเอียด
“ให้ตายเถอะ ในตอนแรกข้าคิดว่ามันเป็นเพียงไข่เท่านั้น ช่างเถอะวันนี้ข้าจะกินจระเข้ย่าง” จักรพรรดิดำกล่าว
“ก่อนหน้านี้เจ้าบอกว่าจะไม่ปล่อยให้มันหลุดรอดออกมา แล้วนี่คืออะไร?” นี่เป็นครั้งแรกที่เย่ฟ่านตำหนิจักรพรรดิดำด้วยความไม่พอใจ
ไข่เฟิ่งหวงทรงตัวและตกลงไปที่รากของบุปผาเทพอสูร มันดูดซับพลังของเต๋าอย่างต่อเนื่อง อักขระโบราณนับไม่ถ้วนถูกประทับลงในเปลือกไข่ ซึ่งเริ่มชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ
ผังป๋อกระทืบเท้าเหยียบย่ำจระเข้ตัวน้อยโดยไม่หยุดพัก ต่อให้ร่างของมันแข็งแกร่งเหมือนกับเหล็กกล้าก็ยังมีท่าทีว่าจะไม่สามารถทนการทุบตีได้แล้ว
"นี่คือตัวอ่อนของเซียนอสูร เราไม่อาจทำลายมันเช่นนี้ได้" จักรพรรดิดำอุทานด้วยความตกใจ
"เจ้าอยากทำอะไร ทิ้งปัญหาใหญ่ไว้หรือ?" เย่ฟ่านเตือนอย่างเข้มงวด เขาไม่มีทางละเว้นชีวิตของจระเข้ตัวนี้อย่างแน่นอน
“ผิดแล้ว ข้าจะไม่ทิ้งอันตรายไว้ข้างหลัง สิ่งที่ข้าต้องการจะกล่าวคือตัวอ่อนเซียนอสูรสามารถใช้เป็นร่างอวตารได้ เจ้าเพียงทำลายวิญญาณของมันทิ้งจากนั้นเจ้าก็ยึดครองร่างของมันให้กลายเป็นอวตารของตัวเอง ด้วยวิธีนี้มันจะยังเติบใหญ่ขึ้นและกลายเป็นเซียนอสูรในอนาคต” จักรพรรดิดำมีความกระตือรือร้นอย่างมาก
หลายคนมองหน้ากัน พวกเขาไม่อาจจินตนาการได้เลยว่าหากจักรพรรดิดำกลายเป็นจระเข้อุบาทว์ตัวนี้ มันจะน่ารังเกียจมากเพียงใด
“อย่าทำลายมัน นี่เป็นอวตารที่หายากในโลก มันสามารถกลายเป็นเซียนอสูรได้ในอนาคต ถ้าจักรพรรดิคนนี้ยึดครองร่างกายที่แข็งแกร่งเหมือนเพชรของมัน ข้าจะกลายเป็นผู้ไร้เทียมทานของสวรรค์พิภพนี้” สุนัขสีดำตัวใหญ่รู้สึกตื่นเต้นอย่างยิ่ง
แน่นอนว่าวิญญาณของจระเข้ศักดิ์สิทธิ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นมาใหม่นั้นจะต้านทานวิญญาณเซียนที่แข็งแกร่งของจักรพรรดิดำได้อย่างไร ในเวลาไม่นานวิญญาณของมันก็ถูกทำลายจนสิ้นซาก
จากนั้นวิญญาณของจักรพรรดิดำซึ่งก็คือสุนัขตัวเล็กสีดำได้มุดเข้าไปในกะโหลกศีรษะของจระเข้ตัวน้อยและควบคุมร่างที่แข็งแกร่งนี้อย่างชำนาญ
“ฮ่าๆๆ... ร่างกายนี้เยี่ยมยอดเหลือเกิน ในอนาคตมันจะต้องกลายเป็นเซียนอสูรอย่างแน่นอน เมื่อรวมกับวิญญาณเซียนที่เต็มไปด้วยความรู้ของข้า จระเข้ตัวนี้จะกลายเป็นเซียนอสูรที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก”
น้ำเสียงที่ยิงผยองของสุนัขสีดำตัวใหญ่ดังออกมาจากร่างของจระเข้ศักดิ์สิทธิ์น้อย
“ทุกครั้งที่ข้ามองเห็นสัตว์อสูรประเภทนี้ข้าอยากเหยียบย่ำให้มันบี้แบนอยู่ตลอดเวลา” ผังป๋อกล่าวด้วยความไม่พอใจ
“เฟิ่งหวงน้อยเจ้าอย่าดูดซับพลังของบุปผาเทพอสูรจนหมด เหลือไว้ให้ข้าบ้าง” จักรพรรดิดำเริ่มวิตกกังวล
ในเวลานี้ บุปผาเทพอสูรบานสะพรั่งเต็มที่ และมีแสงหลายพันดวงร่วงหล่นลงมา ซึ่งทั้งหมดถูกดูดกลืนเข้าไปในไข่สีทอง กลายเป็นสายโซ่แห่งกฎที่สอดประสานกันในรูปแบบอันแข็งแกร่ง
อวตารของสุนัขสีดำตัวใหญ่รีบวิ่งเข้าไปข้างหน้าเพื่อให้ได้รับรัศมีอันเข้มข้นของบุปผาเทพอสูรด้วย แต่มันยังคงช้าเกินไปเพราะในขณะนี้บุปผาเทพอสูรแตกเป็นชิ้นๆและกระจายเป็นฝุ่นผงไปทั่วท้องฟ้า
ในเวลาเดียวกัน ไข่ศักดิ์สิทธิ์สีทองก็แตกออก และลูกไก่ตัวเล็กๆ ขนปุกปุยได้ปรากฏออกมาจากไข่
เจ้าตัวเล็กนี้มีขนาดเท่ากำปั้น มีขนยาวสีทอง ร่างกายของมันมีลักษณะกลม มันกระโดดขึ้นไปบนแขนของจี้จื่อเยว่และส่งเสียงร้องเหมือนเด็กทารก
“นกโง่ตัวนี้ขโมยผลไม้เต๋าของจักรพรรดิ” จระเข้สีทองตัวน้อยลุกขึ้นยืนอย่างไม่พอใจ
“แคร็ก!”
สายฟ้าสีทองพุ่งผ่านความว่างเปล่าและกระแทกร่างของจระเข้ศักดิ์สิทธิ์กลิ้งไปบนพื้น เฟิ่งหวงตัวน้อยส่งเสียงกรีดร้องด้วยความโกรธก่อนจะอ้าปากพ่นสายฟ้าออกมาหลายสิบเส้น
“โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง...”
จระเข้น้อยกรีดร้อง ร่างกายนี้เพิ่งเกิดขึ้นมาและยังไม่มีโอกาสฝึกฝนแม้แต่ครั้งเดียว นั่นทำให้มันไม่มีภูมิต้านทานต่อสายฟ้าและวิญญาณของจักรพรรดิดำที่อยู่ภายในก็ได้รับความเจ็บปวดอย่างถึงที่สุด
………..