เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

1224 - จระเข้แห่งความมืดปรากฏตัวอีกครั้ง

1224 - จระเข้แห่งความมืดปรากฏตัวอีกครั้ง

1224 - จระเข้แห่งความมืดปรากฏตัวอีกครั้ง 


1224 - จระเข้แห่งความมืดปรากฏตัวอีกครั้ง

“มีไข่เฟิ่งหวงอยู่ที่นี่จริงๆ” หลี่เทียนกล่าว

“ทำไมข้าถึงรู้สึกว่ามีความแตกต่างบางอย่าง?” วานรศักดิ์สิทธิ์กล่าว

ไข่ศักดิ์สิทธิ์สีทองในมือของจีจื่อเยว่เคลื่อนไหวอย่างแผ่วเบา เปล่งแสงมงคลที่นุ่มนวลขึ้น ในเวลานี้ทุกคนเห็นว่าไข่ทั้งสองนั้นไม่เหมือนกันโดยสิ้นเชิง

“ไข่ใบนี้กำลังโกรธเกรี้ยว เจ้าตัวเล็กที่น่าสงสารดูเหมือนจะต้องการทำลายไข่ที่อยู่ตรงหน้า” จี้จื่อเยว่กระซิบและลูบไล้ไข่เฟิ่งหวงในมือของนางอย่างจดจ่อ

“ไข่สีทองบนยอดเขาไม่ใช่เรื่องเล็ก ดูเหมือนว่าจะไม่อ่อนแอไปกว่าไข่เฟิ่งหวง” จักรพรรดิดำกล่าวว่า มันเป็นสมาชิกของเผ่าอสูร ดังนั้นจึงเห็นสิ่งต่างๆ ได้ดีกว่ามนุษย์ทั่วไป

บนยอดเขาไข่ก็เคลื่อนไหวเช่นกัน และระลอกคลื่นสีทองก็ไหลออกมาใต้บุปผาเทพอสูร มันพยายามดูดซับแก่นแท้จากทุกทิศทุกทางเพื่อบำรุงตัวเอง

“ไข่ศักดิ์สิทธิ์อีกสี่ใบที่สามารถเป็นเซียนอสูรได้ มันน่าตื่นเต้นจริงๆ คราวนี้เราโชคดีมาก เราได้รับไข่ห้าฟองติดต่อกัน หากเราบ่มเพาะพวกมันจนกลายเป็นเซียนอสูร ในอนาคตเพียงสัตว์อสูรทั้งห้าตัวนี้ก็สามารถทำให้เราครองโลกได้แล้ว” หลี่เทียนค่อนข้างพอใจ

“ปัง!”

เย่ฟ่านเหยียบย่ำไข่ใบหนึ่งจนแหลกละเอียดด้วยท่าทางโกรธแค้นอย่างถึงที่สุด

“ข้าจะไม่มีวันปล่อยให้พวกมันปรากฏตัวขึ้นในโลกอีกแล้ว”

สีหน้าของเย่ฟ่านเต็มไปด้วยความเคร่งขรึม ความทรงจำของเขาถูกรื้อฟื้นขึ้นอีกครั้ง เพียงกลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากไข่ทั้งสี่ใบที่อยู่ตรงหน้าก็ทำให้เขาโกรธแค้นอย่างถึงที่สุด

“เจ้าพบอะไร เจ้ารู้ที่มาของมันหรือ?” ผังป๋อมองเย่ฟ่านด้วยความประหลาดใจ

“เจ้าไม่คิดว่ากลิ่นของไข่นี้คุ้นเคยหรือ? แม้ว่ามันจะยังไม่เป็นตัวแต่ข้าก็ไม่มีทางลืมเลือนกลิ่นอายของมันได้!” ข้อนิ้วของเย่ฟ่านถูกบีบเข้าหากันจนเป็นสีขาว

“คุ้นเคย...” ผังป๋อสะดุ้งและครุ่นคิดอย่างหนัก

“ข้าสงสัยมานานแล้วว่าอาจมีอย่างอื่นในโลงศพโบราณที่มายังโลกนี้พร้อมกับเรา และตอนนี้ดูเหมือนว่าการคาดเดาของข้าจะเป็นความจริง” เย่ฟ่านกล่าวกับตัวเอง

“พวกมันนั่นเอง!” ผังป๋อลืมตาขึ้นแล้วกล่าวอย่างเคร่งขรึม “พวกมันก็มาด้วยหรือ?” สิ้นเสียงเขาก็เตะไข่อีกสองใบจนแหลกละเอียดคาเท้า

คนอื่นๆ สับสนและดูประหลาดใจ พวกเขาไม่คาดคิดว่าทั้งสองคนจะมีความโกรธแค้นถึงขนาดนี้

“ทำไม?”

“มันเป็นสัตว์อสูรที่สังหารสหายของข้านับสิบคน” เย่ฟ่านกล่าวพร้อมกับจ้องมองไปยังไข่ศักดิ์สิทธิ์ใบสุดท้าย “ถ้าข้าเดาไม่ผิดมันจะต้องเป็นไข่ของจระเข้ศักดิ์สิทธิ์อย่างแน่นอน!”

เสียงกรีดร้องของเพื่อนเก่ายังคงดังก้องอยู่ในหูเย่ฟ่าน ความตายของทุกคนเต็มไปด้วยความสยดสยอง จระเข้ศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ทะลวงผ่านกะโหลกศีรษะของพวกเขาและกัดกินสมองของทุกคนอย่างรวดเร็ว

เย่ฟ่านและเพื่อนร่วมชั้นรวมสามสิบคนเดินทางข้ามจักรวาลอันกว้างใหญ่ จุดหมายแรกที่พวกเขาไปถึงคือดาวอังคารอันรกร้าง สุดท้ายมีผู้คนเสียชีวิตอยู่ในดาวอังคารถึงสิบสี่คน นั่นเป็นจำนวนเกือบครึ่งหนึ่งของคนทั้งหมด

เย่ฟ่านยังคงจำใบหน้าที่ซีดเซียวของเพื่อนร่วมชั้นหญิงคนหนึ่งได้ นางทำอะไรไม่ถูกและไม่อยากตายอย่างน่าสังเวช นางพยายามอย่างเต็มที่ที่จะเอื้อมมือมาหาเขา ความเศร้าสะเทือนใจที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์นั้นไม่มีสิ่งใดลบล้างออกไปได้

เขาอยากช่วยนาง แต่มันก็สายเกินไป เขาทำได้เพียงมองดูจระเข้ตัวเล็กๆ โผล่ออกมาจากกะโหลกศีรษะของนางเท่านั้น

เพื่อนร่วมชั้นทั้งสิบสี่คนแต่เดิมมีเส้นทางชีวิตและอนาคตที่สดใสเป็นของตัวเอง พวกเขาเพียงต้องการใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดาแต่กลับต้องมาตายอย่างน่าเศร้า

ดวงตาของผังป๋อเป็นสีแดงก่ำในขณะที่กล่าวว่า “ข้าจะไม่มีวันลืมเสียงกรีดร้องของเสี่ยวหลิน สายตาสิ้นหวังที่นางมองเข้ามาข้ายังคงรู้สึกเจ็บปวดใจอยู่เสมอ!”

คนอื่นๆ ต่างประหลาดใจ ไม่เคยมีสัตว์ประหลาดชนิดนี้อาศัยอยู่ในโลก เคยมีคัมภีร์โบราณกล่าวถึงมันอยู่บ้าง แต่นั่นก็เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอาณาจักรเซียนและไม่เกี่ยวข้องกับโลกใบนี้

จระเข้ศักดิ์สิทธิ์มีลักษณะเหมือนงูแต่ไม่ใช่งู มีลักษณะคล้ายจระเข้แต่ไม่มีขา ท้องเปลือย มีเกล็ดสีดำปกคลุมทั้งตัว มีสีดำเข้มข้นราวกับสิ่งมีชีวิตชั่วร้ายจากยมโลก

ในตอนนั้นตัวเย่ฟ่านมองเห็นมันมีความยาวประมาณสิบเซนติเมตรและหนาเท่ากับนิ้วเดียว ร่างกายของพวกมันแข็งแกร่งราวกับเพชร

จระเข้เหล่านี้แม้ว่าจะไม่มีปีกแต่สามารถบินอยู่บนท้องฟ้าและกัดกินสมองของมนุษย์เป็นอาหาร พฤติกรรมของพวกมันเต็มไปด้วยความชั่วร้าย ซึ่งเย่ฟ่านกับผังป๋อจะไม่มีทางละเว้นชีวิตของพวกมันอย่างแน่นอน

“มีอะไรอีกที่ข้ามความว่างเปล่ามากับเราบ้าง”

ผังป๋อรำพึงกับตัวเอง มันมีผีดิบผู้ลึกลับ และตอนนี้ยังมีจระเข้ศักดิ์สิทธิ์อีกด้วย หากจะบอกว่ามีสิ่งมีชีวิตชั่วร้ายชนิดอื่นๆ ตามมาอีกมันก็ไม่น่าจะใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด?

บุปผาเทพอสูรนั้นพร่างพรายโดยมีลำแสงร่วงหล่นลงมา ไข่ทองคำฟองสุดท้ายกำลังดูดซับแสงหลากสีนี้อย่างต่อเนื่อง ราวกับทารกในครรภ์

สิ่งนี้แตกต่างจากจระเข้ศักดิ์สิทธิ์รุ่นก่อนๆ อย่างเห็นได้ชัด และเย่ฟ่านเชื่อว่าหากปล่อยให้มันมีชีวิตรอดต่อไปมันจะแข็งแกร่งเทียบได้กับเฟิ่งหวงสายฟ้าในมือของจี้จื่อเยว่อย่างแน่นอน

“บรรพชนจระเข้ผู้ไม่มีใครเทียบได้ซึ่งถูกพระพุทธเจ้าปราบปรามภายในวัดต้าเล่ยหยิน แม้จะไม่สามารถติดตามเรามาได้ แต่ข้าคิดว่าไข่ใบนี้จะต้องเป็นหนึ่งในร่างอวตารของมันอย่างแน่นอน”

เย่ฟ่านและผังป๋อไม่สามารถปล่อยให้ไข่ของจระเข้ฟักออกมาได้ บรรพชนของไข่ใบนี้สร้างความเศร้าโศกให้กับพวกเขาอย่างมากมาย ซึ่งไม่มีทางที่ทั้งสองคนจะอภัยให้เผ่าพันธุ์นี้

วานรศักดิ์สิทธิ์ห้ามปรามพวกเขาไม่ให้ทำลายไข่ใบสุดท้ายและกล่าวว่า “ระวังหน่อย มันไม่มีทางที่ไข่ใบนี้จะลอยขึ้นมาอยู่ใต้ต้นบุปผาเทพอสูรได้เอง จะต้องมีแม่ของมันอยู่ในบริเวณนี้”

“ฮึ่ม ข้าอยากเจอมันอยู่พอดี เดียรัจฉานชั่วร้ายเจ้าอยู่ที่ไหน!” ผังป๋อก้าวไปข้างหน้าก้าวและส่งเสียงคำรามสั่นสะเทือนภูเขาหินขนาดใหญ่อย่างรุนแรง

ทันใดนั้นจิตสังหารที่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่งก็ปะทุออกมาจากถ้ำโบราณที่อยู่ไม่ไกลจากผังป๋อ ก่อนหน้านี้มันมีหมอกปกคลุมจางๆ และทำให้พวกเขาละเลยถ้ำที่ดูรกร้างแห่งนี้ไปโดยสิ้นเชิง

ยิ่งไปกว่านั้นจิตสังหารอันรุนแรงนี้ได้กวาดเข้าหาผังป๋อ และเห็นได้ชัดว่ามันจะต้องเป็นสิ่งมีชีวิตระดับราชาผู้ยิ่งใหญ่เป็นอย่างน้อย

“จักรพรรดิอสูรเก้าบาดแผล!”

ผังป๋อตะโกนเสียงดังและปลดปล่อยพลังศักดิ์สิทธิ์ให้กลายเป็นปราณกระบี่อันแข็งแกร่งพุ่งเข้าไปในถ้ำโบราณโดยไม่มีความหวั่นเกรงเช่นกัน

หลี่เหอสุ่ย หลี่เทียนและคนอื่นๆ ต่างตกใจและกังวลเป็นอย่างมาก แต่สุดท้ายพวกเขาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกเพราะสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในถ้ำโบราณนั้นไม่ได้ปรากฏตัวขึ้น

“มันเป็นซากศพของสิ่งมีชีวิตระดับราชาผู้ยิ่งใหญ่ที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลไข่จระเข้นี้” จักรพรรดิดำกล่าว

“บูม”

ทันใดนั้นหนวดสองเส้นที่หนาราวกับถังน้ำโผล่ออกมาจากถ้ำซึ่งปกคลุมไปด้วยหมอกสีเทา ขนาดของมันใหญ่โตอย่างน่าเหลือเชื่อและการที่มันสามารถอาศัยอยู่ในภูเขาหินขนาดเล็กนี้ได้ก็ดูไม่สมเหตุสมผลอย่างยิ่ง

จิตสังหารที่ไม่มีที่สิ้นสุดและหมอกพิษอันน่าสะพรึงกลัวท่วมท้นออกมาจากปากถ้ำ ไม่ว่าหมอพิษนั้นจะเคลื่อนตัวไปในทิศทางใดพืชพันธุ์ที่อยู่รอบๆจะเหี่ยวเฉากลายเป็นขี้เถ้าไปในทันที

“นี่คืออะไร!” เย่ฟ่านและคนอื่นๆ ถอยห่างออกไปเพื่อหลีกเลี่ยงพิษร้าย

“ครืน…”

ภูเขาหินสั่นสะเทือนราวกับจะพังทลาย อย่างไรก็ตามบุปผาเทพอสูรยังคงเปล่งประกายสดใสและไม่ได้รับความเสียหายแม้แต่น้อย

ในเวลาเดียวกันสิ่งมีชีวิตร้อยขาที่มีร่างกายใหญ่โตราวกับภูเขาได้ปรากฏตัวออกมาจากถ้ำ

“โอ้สวรรค์ นี่มันราชาตะขาบอสูร ร่างกายของมันจะไม่ใหญ่โตเกินไปหรือ?” หลายคนหนังศีรษะชาด้าน

ตะขาบยักษ์ซึ่งยาวหลายร้อยวาขยับขาหน้าทั้งสองข้างทำให้เกิดเสียงดังกรอบแกรบ จากนั้นมันได้ปลดปล่อยหมอกพิษให้ครอบคลุมไปทางไข่ทองคำ เห็นได้ชัดว่าไม่อนุญาตให้ใครแตะต้องไข่ใบนี้อย่างเด็ดขาด

“เราเดาผิดไปหรือเปล่า บางทีเจ้านี่อาจไม่ใช่ไข่ของจระเข้แต่เป็นไข่ของตะขาบตัวนี้!” หลี่เทียนกลืนน้ำลายอย่างอยากลำบาก

ตะขาบยักษ์ตัวมีเกล็ดสีแดงเข้มปกคลุมทั่วทั้งตัว เกล็ดของมันเปล่งประกายแวววาวราวกับถูกสร้างขึ้นมาจากทองแดง พิษที่ถูกพ่นออกมาจากปากของมันทำให้บริเวณโดยรอบของภูเขาหินถูกปกคลุมไปด้วยหมอกสีเทาอย่างแน่นหนา

วานรศักดิ์สิทธิ์คือราชาผู้ยิ่งใหญ่ เขาควงกระบองเตรียมจะหวดตะขาบตัวนี้ให้ตาย แต่สุดท้ายมือไม้ของเขากลับอ่อนแรงลงอย่างน่าประหลาดใจ

“ระวังด้วย ตะขาบเฒ่าตัวนี้เป็นราชาผู้ยิ่งใหญ่มานานหลายพันปีแล้ว! ขอเพียงทะลุทะลวงอีกก้าวมันก็จะกลายเป็นเซียนอสูรผู้แข็งแกร่ง!”

“ไม่ว่าอย่างไรมันก็เป็นเพียงราชาผู้ยิ่งใหญ่เท่านั้น ระดมโจมตีจากทุกทิศทาง!” ผังป๋อกล่าว

จากนั้นทุกคนต่างกระตุ้นอาวุธศักดิ์สิทธิ์ของตัวเองและเริ่มโจมตีตะขาบยักษ์จากระยะไกล

เปลวเพลิงจากหม้อปราณปฐพีต้นกำเนิดของเย่ฟ่านและเตาหลอมเซียนของหลี่เทียนทรงอำนาจมากที่สุด พลังของมันเพียงพอที่จะบดขยี้ตะขาบยักษ์ได้อย่างง่ายดาย

ในขณะที่ตะขาบยักษ์กำลังหลบหนีด้วยความหวาดกลัว กระบองของวานรศักดิ์สิทธิ์ก็ขยายใหญ่ขึ้นหลายพันเท่า จากนั้นเขาได้หวดกระบองลงไปที่ศีรษะของตะขาบยักษ์และทำให้มันไม่มีโอกาสดิ้นรนได้อีกต่อไป

อย่างไรก็ตามก่อนที่ตะขาบจะสิ้นใจ ได้มีแสงสีทองพุ่งออกมาจากสมองของมันโดยมีเป้าหมายอยู่ที่ศีรษะของเย่ฟ่าน

นี่คือจระเข้ศักดิ์สิทธิ์ ลักษณะของมันแตกต่างจากจระเข้สีดำที่เคยสังหารสหายของเย่ฟ่านบนดาวอังคาร เพราะวัตถุสีทองตัวนี้มีความยาวถึงแปดวาดูน่าสยดสยองอย่างยิ่ง

“วันนี้ไม่เหมือนอดีตอีกต่อไป ข้าจะทำลายเผ่าพันธุ์ของเจ้าให้หมดสิ้น โดยเริ่มจากเจ้าก่อน!”

หมัดหกสังสารวัฏของกระแทกไปข้างหน้าราวกับค้อนยักษ์ กำปั้นสีทองที่แข็งแกร่งของเขาทุบศีรษะจระเข้ศักดิ์สิทธิ์หลายสิบครั้งและทำให้ศีรษะของมันแหลกละเอียดกลายเป็นเพียงเนื้อบดกองใหญ่

“ร่างกายของมันแข็งแกร่งเกินไป เป็นไปได้ไหมว่านี่คืออวตารของบรรพชนจระเข้ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งร่างกายที่แท้จริงถูกปิดผนึกอยู่ในวัดต้าเล่ยหยิน?” สีหน้าของผังป๋อเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

“ไม่ว่ามันจะเป็นใครข้าจะฆ่าพวกมันให้หมด!” เย่ฟ่านกล่าวอย่างเย็นชา

เมื่อเห็นว่าผังป๋อกำลังจะเหยียบไข่จระเข้ศักดิ์สิทธิ์ใบสุดท้ายทิ้งจักรพรรดิดำก็รีบวิ่งเข้ามาและหยิบไข่ของจระเข้ออกไปพร้อมกับกล่าวว่า

“ไม่ อย่าเปลืองทรัพยากรอย่างไร้สาระ เรายังสามารถใช้ประโยชน์จากมันได้”

“ไม่ว่าปีศาจร้ายที่อยู่ในโลงศพทองแดงจะเป็นใคร ในเมื่อมันมีความแค้นกับข้าแล้ว ข้าก็จะพลิกแผ่นดินตามหามันให้เจอ!” เย่ฟ่านกล่าว

…………

จบบทที่ 1224 - จระเข้แห่งความมืดปรากฏตัวอีกครั้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว