- หน้าแรก
- อำพรางสวรรค์
- 1157 - บุตรบุญธรรม
1157 - บุตรบุญธรรม
1157 - บุตรบุญธรรม
1157 - บุตรบุญธรรม
“ก่อนเริ่มการต่อสู้จำนวนของพวกเรามีมากกว่ายี่สิบคน แต่สู้ไปสู้มาพวกเรากลับเหลือกันเพียงเท่านี้ ข้าคิดว่าต่อให้พวกเราทุกคนเสียสละชีวิตของตัวเองก็ยังไม่แน่ว่าจะสังหารเขาสำเร็จ!”
ราชาบรรพชนคนหนึ่งกวาดสายตาไปรอบๆ และกล่าวด้วยความหวาดกลัว
เซียนมนุษย์เพียงคนเดียวสามารถสังหารราชาบรรพชนอย่างพวกเขาได้เกือบยี่สิบคน มิหนำซ้ำสามคนในนั้นยังเป็นถึงราชาปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ที่เลือดแค่หยดเดียวก็สามารถสังหารเซียนเทียมขั้นสองได้อย่างง่ายดายแล้ว!
สถานที่แห่งนี้ได้กลายเป็นทุ่งสังหารโดยสมบูรณ์ และบรรดาผู้ที่ถูกฆ่าตายล้วนเป็น “เทพ” ที่ทุกคนในโลกทำได้เพียงแค่แหงนหน้าขึ้นมองเท่านั้น
ในเวลานี้แม้แต่ราชาบรรพชนสือเตี้ยนก็ยังหยุดความเคลื่อนไหว แม้ว่านางจะค่อนข้างมั่นใจว่าราชาเซียนของเผ่าพันธุ์มนุษย์คนนี้จะต้องถูกฆ่าตายในการโจมตีครั้งต่อไปอย่างแน่นอน
ถึงอย่างนั้นนางก็ยังไม่อาจรับประกันได้ว่าตัวนางเองจะเอาตัวรอดได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ เมื่อเกี่ยวข้องกับความเป็นความตายของตัวเองความกล้าหาญในจิตใจของทุกคนก็เริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรง
นี่เป็นฉากที่ยากจะลืมเลือน ชายที่สวมชุดเปื้อนเลือดกำลังนั่งเล่นกู่ฉินอย่างสงบ มือทั้งสองข้างของเขาเคลื่อนไหวด้วยความปราณีตและทำการสะกดไม่ให้ราชาบรรพชนหลายคนสามารถเคลื่อนไหวได้
โลกทั้งใบดูเหมือนจะเงียบงันไปชั่วขณะ ไม่มีใครกล่าววาจา มีเพียงเสียงกู่ฉินเท่านั้นที่ยังคงดังก้องอยู่ในสวรรค์พิภพ
นี่เป็นผลลัพธ์ที่ไม่มีใครคาดคำนวณได้ มีเซียนเพียงคนเดียวในเผ่าพันธุ์มนุษย์ แต่เขาสามารถเผชิญหน้ากับราชาบรรพชนมากมายขนาดนี้และเกือบจะได้รับชัยชนะด้วยซ้ำ!
“เกิดเรื่องแบบนี้ได้อย่างไร?” เผ่าพันธุ์โบราณบางคนไม่เต็มใจ แต่พวกเขาก็ไม่กล้าก้าวไปข้างหน้า
ผู้บ่มเพาะในเผ่าพันธุ์มนุษย์หลายคนต่างตื่นเต้นและหวาดกลัวกลัวว่าความฝันนี้จะสูญสลายลงไปอย่างรวดเร็ว กลัวว่าราชาสวรรค์ผู้ยิ่งใหญ่ของพวกเขาจะล้มลงในอีกไม่กี่ลมหายใจข้างหน้า
“มนุษย์เพียงคนเดียวกลับสามารถสังหารราชาบรรพชนได้เกือบยี่สิบคน?” มีเสียงเย็นชาดังมาจากท้องฟ้า
จากนั้นแสงที่เจิดจรัสห้าดวงก็ปรากฏขึ้นบนระเบียงตงเทียน ผู้นำคือชายหนุ่มที่มีเส้นผมสีม่วงรูปร่างของเขาเต็มไปด้วยความสง่างามคล้ายคลึงกับเผ่าพันธุ์มนุษย์ทุกประการ
ร่างทั้งสี่ที่อยู่ข้างหลังเขาล้วนแต่เป็นราชาแห่งราชาที่มีพลังในระดับเดียวกันกับราชาบรรพชนสือเตี้ยน
“นั่นคือราชาปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์จื่อหลิน(ป่าม่วง)แห่งรังหมื่นมังกร!”
เผ่าพันธุ์โบราณทั้งหมดเต็มไปด้วยความหวาดกลัว หากไม่นับเหมืองโบราณต้นกำเนิดรังหมื่นมังกรก็คือมหาอำนาจอันดับหนึ่งของเผ่าพันธุ์โบราณอย่างแท้จริง
ว่ากันว่าในรังหมื่นมังกรมีราชาบรรพชนผู้ยิ่งใหญ่อยู่ถึงสิบตน ไม่มีผู้ใดรู้ว่าระดับการบ่มเพาะที่แท้จริงของพวกเขาคืออะไรกันแน่ แต่ทุกคนรู้เพียงว่าเมื่อพวกเขาร่วมมือกันพลังของพวกเขาจะสามารถสร้างเส้นทางที่ทอดยาวเข้าสู่ทะเลดวงดาวอันไม่สิ้นสุดได้!
ในขณะนี้กลุ่มราชาบรรพชนแห่งรังหมื่นมังกรกำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างช้าๆ ผู้นำของพวกเขาคือราชาปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์จื่อหลิน ชื่อเสียงของเขาก้องกังวาลอยู่ในโลกอำพรางสวรรค์มานานนับล้านปี ท่าทีของเขาเห็นได้ชัดว่าต้องการที่จะสังหารราชาสวรรค์ของเผ่าพันธุ์มนุษย์ด้วยตัวเอง
“บูม!”
ในขณะนี้เจดีย์น้ำตาเซียนได้พุ่งออกมาจากทะเลสาบหยก คลื่นพลังอันน่าสะพรึงกลัวของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่กวาดไปทั่วระเบียงตงเทียน ไม่ต้องบอกก็ทราบได้ว่ามันปรากฏตัวขึ้นเพื่อต่อต้านกลุ่มราชาบรรพชนแห่งรังหมื่นมังกร
อย่างไรก็ตามจื่อหลินไม่เพียงไม่หวาดกลัวเท่านั้นแต่ใบหน้าของเขายังมีรอยยิ้มปรากฏขึ้นเล็กน้อย เขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าและกล่าวอย่างเย็นชา
“ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทะเลสาบหยกกล้าลงมือจริงหรือ? พวกเรามีอาวุธเต๋าสุดขั้วสองชิ้นเตรียมที่จะลงมือต่อพวกเจ้าเช่นกัน!”
คำพูดนี้ทำให้ใบหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง การปะทะกันของอาวุธเต๋าสุดขั้วอย่างเต็มกำลังนั้นเป็นสิ่งสุดท้ายที่ทุกคนปรารถนาจะมองเห็น พลังของพวกมันเพียงพอที่จะทำลายโลกทั้งใบอย่างแน่นอน
ในสมัยโบราณทุกครั้งที่จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ใช้อาวุธเต๋าสุดขั้ว นั่นจะหมายถึงการล่มสลายของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ปกครองโลกมาอย่างยาวนาน ดินแดนอันกว้างใหญ่ไพศาลจะถูกกวาดล้างออกไปจากโลกราวกับว่าพวกมันไม่เคยดำรงอยู่ตั้งแต่แรก
“ความรู้ของเผ่าพันธุ์มนุษย์ยังอ่อนด้อยมากเกินไป พวกเจ้าเข้าใจว่ามีเพียงตัวเองเท่านั้นที่มีอาวุธเต๋าสุดขั้ว ในความเป็นจริงอาวุธเต๋าสุดขั้วของเรายังน่าสะพรึงกลัวมากกว่าของพวกเจ้าด้วยซ้ำ นั่นก็เพราะจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นเจ้าของอาวุธเต๋าสุดขั้วของเราล้วนเป็นผู้อมตะที่แท้จริง!”
เมื่อจื่อหลินพูดจบ เบื้องหลังของเขาก็มีแสงศักดิ์สิทธิ์อีกสี่ดวงส่องสว่างไปทั่วระเบียงตงเทียน จากนั้นราชาบรรพชนอีกสี่คนได้ปรากฏตัวขึ้น
จิตใจของผู้บ่มเพาะเผ่าพันธุ์มนุษย์จำนวนมากเกิดความสับสนเป็นอย่างมาก ผู้อมตะที่แท้จริงคืออะไร?
ในบรรดาผู้คนทั้งหมดดูเหมือนจะมีเพียงศิษย์ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ครอบครองอาวุธเต๋าสุดขั้วเท่านั้นพอจะเข้าใจคำพูดเหล่านี้ และใบหน้าของพวกเขาก็บิดเบี้ยวโดยสิ้นเชิง
“สมกับเป็นวีรบุรุษแห่งยุค แม้จะเผชิญหน้ากับราชาบรรพชนหลายคนเพียงลำพังแต่เจ้ายังคงไม่หวาดหวั่นและสามารถต่อสู้กับพวกเขาได้โดยไม่เป็นรอง”
ภายใต้เสียงที่ดังก้องไปทั้งสวรรค์พิภพแสงหลากสีสันอีกสามดวงได้ปรากฏขึ้นบนระเบียงตงเทียน และราชาบรรพชนอีกสามคนได้ก้าวออกมาจากความว่างเปล่า
ผู้บ่มเพาะจากเผ่าพันธุ์มนุษย์เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง แม้กระทั่งราชาปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์จื่อหลินเพียงคนเดียวก็เป็นไปไม่ได้แล้วที่ราชาสวรรค์ของพวกเขาจะเอาตัวรอดได้สำเร็จ
ราชาสวรรค์เจียงได้รับบาดเจ็บสาหัสจนยากที่จะขยับตัวได้ แต่ตอนนี้ได้มีราชาบรรพชนถึงสิบสองคนปรากฏตัวขึ้น มิหนำซ้ำพลังของพวกเขาแต่ละคนยังแข็งแกร่งอย่างถึงที่สุด
“สวรรค์ต้องการทำลายเผ่าพันธุ์มนุษย์เราหรือ?” ผู้นำเผ่าพันธุ์มนุษย์คร่ำครวญ นี่เป็นสถานการณ์ที่ยากลำบากและทำให้พวกเขาหมดหวังโดยสมบูรณ์
“มีเซียนมนุษย์เพียงคนเดียวแต่พวกเจ้ากลับไม่มีปัญญาเอาชนะเขาได้!”
จากนั้นชายหนุ่มสองคนได้ปรากฏตัวขึ้นในความว่างเปล่าเหนือระเบียงตงเทียน ใบหน้าและท่าทางของพวกเขาเหมือนกันทุกประการ
“พวกเขาเอง ราชาแฝดศักดิ์สิทธิ์!”
เผ่าพันธุ์โบราณจำนวนมากอุทานด้วยความตกใจ ทั้งสองคนนี้เป็นฝาแฝดที่ทรงพลังอย่างน่าเหลือเชื่อ และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือพวกเขาล้วนเป็นราชาปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ที่แข็งแกร่ง
มีราชาบรรพชนสิบสี่คนปรากฏตัวขึ้นมา โดยสามคนเป็นราชาปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ผู้ปกครองเผ่าพันธุ์โบราณทั้งปวง การปรากฏตัวของพวกเขาแทบจะทำให้การต่อสู้ครั้งนี้จบลงโดยปริยาย
“คนที่เจ้าพูดถึงมาหรือไม่? บิดาของเขาคือสิ่งมีชีวิตอมตะที่แท้จริงหรือ?” หยวนกู่ถามด้วยเสียงต่ำ
เทียนหวงจื่อพยักหน้าและกล่าวว่า “ใช่ ในโลกนี้นอกจากบิดาของข้าจักรพรรดิอมตะที่เป็นสิ่งมีชีวิตอมตะที่แท้จริงแล้ว บิดาของเขาก็ถูกเล่าขานว่าเป็นสิ่งมีชีวิตอมตะที่แท้จริงเช่นกัน!”
“ในยุคโบราณมีผู้ยิ่งใหญ่มากมายนับไม่ถ้วน มันยากที่จะพิสูจน์ความจริงได้ว่าใครเป็นสิ่งมีชีวิตอมตะที่แท้จริงบ้าง อย่างไรก็ตามคนผู้นั้นคือหนึ่งในคนที่ประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน” หยวนกู่ถอนหายใจ
“ครืน ครืน…”
ภายใต้เสียงคำรามของท้องฟ้า มีสัตว์ร้ายโบราณที่น่าสะพรึงกลัวเก้าตัวกำลังวิ่งเข้าหาพวกเขา แต่ละตัวล้วนมีความแข็งแกร่งในระดับราชาผู้ยิ่งใหญ่(เซียนเทียมขั้นสาม) พลังของพวกมันเพียงพอที่จะทำเผ่าพันธุ์มนุษย์จมอยู่ในความสิ้นหวังอีกครั้ง
สัตว์อสูรระดับราชาผู้ยิ่งใหญ่เหล่านี้กลับเป็นเพียงสัตว์พาหนะที่ใช้ลากรถศึกโบราณคันหนึ่งเท่านั้น
“บูม!”
อสูรโบราณทั้งเก้าหยุดความเคลื่อนไหว รถศึกโบราณคันนั้นเปล่งประกายด้วยแสงสีทองเจิดจ้า พลังที่แผ่ออกมาจากตัวรถไม่ต้องบอกก็ทราบได้ว่าจะต้องเป็นอาวุธครึ่งก้าวเต๋าสุดขั้วอย่างแน่นอน
ภายใต้แสงสีทองที่ปกคลุมอย่างแน่นหนา ร่างกายสูงใหญ่ที่นั่งอยู่ในรถนั้นค่อนข้างคลุมเครือมองเห็นได้ไม่ชัดเจน มีเพียงดวงตาแดงก่ำคู่หนึ่งเท่านั้นที่กวาดออกมาข้างนอก!
“คำนับราชาล่มสวรรค์!”
ราชาบรรพชนหลายคนแสดงความเคารพต่อรถศึกคันนั้นอย่างนอบน้อม ซึ่งเพียงพอที่จะแสดงให้เห็นแล้วว่าราชาล่มสวรรค์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังเพียงใด
“มนุษย์คนเดียวแต่กลับสามารถเอาชนะกลุ่มราชาบรรพชนได้อย่างเด็ดขาด มิหนำซ้ำสามในนั้นยังเป็นถึงราชาปราชญ์อีกด้วย ความสำเร็จของเจ้าแม้แต่ในยุคโบราณก็ยังถือว่ามีความโดดเด่นอย่างมาก”
ราชาบรรพชนล่มสวรรค์ก้าวออกมาจากรถศึกโบราณ ร่างกายของเขาสูงใหญ่กว่าสองวา สายตาสีแดงก่ำคู่นั้นจ้องมองราชาสวรรค์ของเผ่าพันธุ์มนุษย์ด้วยความยกย่องโดยไม่ปิดบัง
“พรสวรรค์ของเจ้าสูงส่งอย่างยิ่ง เจ้ายินดีที่จะกราบข้าเป็นบิดาบุญธรรมหรือไม่? หากได้รับการสนับสนุนจากข้าในอนาคตเจ้าจะกลายเป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ได้อย่างแน่นอน!” ราชาล่มสวรรค์กล่าวคำพูดที่ทำให้ผู้คนทั้งโลกแตกตื่นตกใจ
ทุกคนเกิดความตกตะลึงเป็นอย่างมาก ไม่เว้นแม้แต่ราชาจื่อหลินและราชาแฝด พวกเขาหันไปมองราชาล่มสวรรค์ด้วยความสงสัย
“ฮึ่ม”
ราชาสวรรค์ในชุดขาวยืดกายให้ตั้งตรงอย่างสง่างามอีกครั้ง เขามองราชาสวรรค์ล่มสลายและกล่าวอย่างเย็นชาว่า
“ราชาปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ของพวกเจ้าออกมาครบแล้วหรือไม่?”
“อย่ากังวลไปเลย หากเจ้ามีปัญญาเอาชนะข้าจริงๆ จะไม่มีผู้ใดกล้ายุ่งเกี่ยวกับเผ่าพันธุ์มนุษย์อีก”
ราชาล่มสวรรค์กล่าวอย่างสงบ แต่พลังอำนาจของเขาครอบงำอย่างถึงที่สุด เพียงคำพูดนี้ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาคือผู้ปกครองสูงสุดของเผ่าพันธุ์โบราณทั้งมวลนั่นเอง!
ในเวลาเดียวกันบนหน้าผาศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่มีผู้ใดอาศัยอยู่ เฟิงเสินปั่งของจักรพรรดิอู่ซือได้เปล่งประกายเจิดจ้าและพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยความเร็วที่ยากจะมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า และเป้าหมายของมันก็คือทะเลสาบหยก!
……….