- หน้าแรก
- อำพรางสวรรค์
- 1128 - พระพุทธเจ้าโต้วจ้าน(วานรศักดิ์สิทธิ์)
1128 - พระพุทธเจ้าโต้วจ้าน(วานรศักดิ์สิทธิ์)
1128 - พระพุทธเจ้าโต้วจ้าน(วานรศักดิ์สิทธิ์)
1128 - พระพุทธเจ้าโต้วจ้าน(วานรศักดิ์สิทธิ์)
“ปรมาจารย์ต้นกำเนิดสวรรค์ผู้อาวุโส การต่อสู้ของท่านทำให้เผ่าพันธุ์โบราณหวาดกลัวได้สำเร็จแล้ว ข้าหวังว่าเหตุการณ์นี้จะดำรงต่อไปจนกว่าข้าจะกลายเป็นสิ่งมีชีวิตอมตะ”
เย่ฟ่านถอนหายใจและราดสุราลงพื้นเพื่อเป็นการสักการะต่อวิญญาณของปรมาจารย์ต้นกำเนิดสวรรค์
ในเวลาเดียวกันเขาก็รู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก ชื่อเสียงของจักรพรรดิอู่ซือนั้นยิ่งใหญ่เหนือจินตนาการอย่างแท้จริง แม้ว่าเขาจะตายไปหลายแสนปีแล้วแต่ก็ยังมีอำนาจคุกคามเผ่าพันธุ์โบราณให้เกิดความหวาดกลัวได้
“อีกไม่นาน” เย่ฟ่านกล่าวกับตัวเอง
สถานการณ์ในปัจจุบันสร้างความกดดันให้เขาเป็นอย่างมาก แต่อย่างน้อยที่สุดตอนนี้เขาก็สามารถเพลิดเพลินไปกับช่วงเวลาแห่งความสงบสุขได้ชั่วคราว
และต่อให้เขากลายเป็นสิ่งมีชีวิตอมตะไม่ได้ทันที แต่อย่างน้อยมันก็ควรทำให้เขาบรรลุความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ในฐานะร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณได้
ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเผ่าพันธุ์โบราณมีความเชื่อมโยงอย่างแยกไม่ออกกับดินแดนต้องห้ามแห่งชีวิตทั้งเจ็ด นี่คือสถานที่ที่แม้แต่จักรพรรดิโบราณก็ไม่สามารถกำจัดให้หมดสิ้น ซึ่งแน่นอนว่ามันจะต้องมีบางอย่างที่ลึกซึ้งซุกซ่อนอยู่
ช่วงเวลาแห่งความสงบสุขมาถึงแล้วหรือยัง? ทุกคนต่างชื่นชมยินดี แต่ไม่รู้ว่ามันจะอยู่ได้นานแค่ไหน
“ต้วนเต๋อ เจ้าสารเลวนี่ไปไหนแล้ว?” เย่ฟ่านสาปแช่ง
“อมิตาภะ...”
ในวันนี้เสียงสรรเสริญพุทธคุณดังมาจากเขาพระสุเมรุในทะเลทรายตะวันตก เสียงนี้ดังก้องไปทั่วโลกและทำให้ผู้คนทั้งหมดเกิดความตื่นตะลึงอีกครั้ง
หลังจากนั้นไม่นานศิษย์ชาวพุทธมากมายนับไม่ถ้วนได้เดินทางออกจากทะเลทรายตะวันตกเข้าสู่จงโจว ตงหวงและภูมิภาคอื่นๆ เพื่อถ่ายทอดโองการแห่งสวรรค์ให้ทุกคนได้รู้
“โลกจงสงบสุข”
นี่คือคำพูดของพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันที่ยังสถิตอยู่ในเขาพระสุเมรุ!
เมื่อข่าวนี้หลุดออกมาทั่วโลกก็ตกตะลึงอย่างถึงที่สุด แม้แต่เผ่าพันธุ์โบราณก็ยังเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ไม่ว่าจะเป็นเผ่าพันธุ์มนุษย์หรือเผ่าโบราณไม่มีใครรู้สึกยินดีแม้แต่น้อย นั่นก็เพราะพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันนั้นคือสิ่งมีชีวิตอมตะผู้ยิ่งใหญ่แห่งเผ่าพันธุ์โบราณซึ่งได้เข้ายึดครองเขาพระสุเมรุและสถาปนาตัวเองเป็นพระพุทธเจ้า
เมื่อไม่กี่ปีก่อนมีผู้คนกล่าวว่าพระพุทธเจ้าองค์นี้ได้ล้มเหลวในการบรรลุเต๋าเพื่อขึ้นเป็นจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์และกลับคืนสู่เต๋าผู้ยิ่งใหญ่ไปแล้ว
แม้แต่เผ่าพันธุ์โบราณก็ยังเกิดความหวาดกลัวต่อคนผู้นี้ นับประสาอะไรกับมนุษย์ที่เป็นเผ่าพันธุ์อื่น
พระพุทธเจ้าคนนี้เป็นใคร? ว่ากันว่าเขาคือวานรศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นหนึ่งในน้องชายของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์จากยุคโบราณ พรสวรรค์ของเขานั้นว่ากันว่าสูงส่งมากกว่าพี่ชายด้วยซ้ำ!
ในยุคโบราณจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เป็นผู้ปกครองเผ่าพันธุ์โบราณทั้งปวง เขามีพี่น้องร่วมสาบานที่เป็นครึ่งก้าวราชาอมตะอยู่หลายคน แต่มีเพียงพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันเท่านั้นที่เป็นพี่น้องที่แท้จริงของเขา
ไม่มีใครรู้ว่าเหตุใดพวกเขาทั้งสองคนพี่น้องจึงมีความยึดมั่นถือมั่นในการแย่งชิงตำแหน่งพระพุทธเจ้าแห่งเขาพระสุเมรุให้ได้ อย่างไรก็ตามในตอนนี้วานรศักดิ์สิทธิ์ผู้เป็นน้องได้ประสบความสำเร็จแล้ว
ในอดีตวานรศักดิ์สิทธิ์ผู้นี้ลงมือสังหารสิ่งมีชีวิตมากมายนับไม่ถ้วน สิ่งมีชีวิตที่ล้มตายในมือของเขาไม่เพียงแค่เผ่าพันธุ์มนุษย์เท่านั้น แต่ยังมีสิ่งมีชีวิตโบราณหลายแสนคนอีกด้วย
แล้วสิ่งมีชีวิตชั่วร้ายผู้นี้จะกลายมาเป็นพระพุทธเจ้าผู้ทรงเมตตาได้อย่างไร?
เมื่อยุคแห่งความเสื่อมโทรมมาถึงสิ่งมีชีวิตอมตะเผ่าพันธุ์โบราณทั้งหมดได้ซ่อนตัวอยู่ในต้นกำเนิดสวรรค์เพื่อรอให้ยุคอันรุ่งเรืองกลับคืนมาอีกครั้ง
อย่างไรก็ตามน้องชายของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์กลับตื่นขึ้นมาตั้งแต่เมื่อ 2500 ปีก่อน เขาบุกขึ้นไปบนเขาพระสุเมรุและเอาชนะพระพุทธเจ้าองค์เดิมพร้อมกับครอบครองอาวุธเต๋าสุดขั้วของนิกายพุทธนับตั้งแต่นั้น
ด้วยวิธีนี้เขาจึงกลายเป็นสิ่งมีชีวิตอมตะที่ทรงพลังที่สุดในโลกอย่างไม่ต้องสงสัย!
สิ่งมีชีวิตอมตะที่ครอบครองอาวุธเต๋าสุดขั้ว ทั้งยังเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความชั่วร้ายอย่างถึงที่สุด การดำรงอยู่ของวานรศักดิ์สิทธิ์ตนนี้ทำให้ทุกเผ่าพันธุ์เกิดความหวาดกลัวจับใจ
ในตอนนี้วานรศักดิ์สิทธิ์ได้ถ่ายทอดโองการสวรรค์ไปทั่วโลกโดยการสั่งให้ทุกเผ่าพันธุ์กลับคืนสู่ความสงบไม่อนุญาตให้ทำสงครามกันอีก
ท่าทีของเขาเห็นได้ชัดว่าถือตัวเองเป็นผู้ปกครองโลกใบนี้แล้ว และใครจะกล้าต่อต้านคำสั่งของเขา
แน่นอนว่าในช่วงเวลาเช่นนี้ทุกคนต่างไม่ต้องการทำสงครามกันอยู่แล้ว เมื่อได้รับโองการสวรรค์จากเขาพระสุเมรุทั้งเผ่าพันธุ์โบราณและเผ่าพันธุ์มนุษย์ต่างก็ก้มหน้ายอมรับคำสั่งนี้ไปโดยปริยาย
เย่ฟ่านค่อนข้างตกใจ เหล่าจื๊อ ศากยมุนีโคตมะ และพระพุทธโต้วจ้าน(วานรศักดิ์สิทธิ์) ราชากระทิง ต่างก็เป็นชื่อที่คุ้นเคยกันดี ยังมีผู้คนจากโลกของเขามาที่โลกอำพรางสวรรค์อีกหรือไม่?
ไม่นานหลังจากนั้น ดินแดนทางเหนือก็เต็มไปด้วยการถกเถียงกันอย่างดุเดือด เพราะไม่ว่าจะเป็นเผ่าพันธุ์โบราณหรือมหาอำนาจเผ่าพันธุ์มนุษย์ต่างก็ต้องการประชุมกันเพื่อปรึกษาวิธีรับมือในเรื่องนี้
นี่เป็นข่าวที่น่าตกใจอย่างแน่นอน ไม่มีใครรู้ว่าพระพุทธเจ้าองค์ใหม่จะเข้าร่วมกับเผ่าพันธุ์โบราณหรือเผ่าพันธุ์มนุษย์กันแน่ และที่เลวร้ายที่สุดคือเขาอาจเลือกที่จะทำลายทั้งสองเผ่าพันธุ์ก็ได้!
หลังจากนั้นเทียบเชิญได้ถูกส่งไปทั่วทั้งสี่ภูมิภาค ยกเว้นทะเลทรายตะวันตก มหาอำนาจทั้งหมดแทบจะตอบรับคำเชิญนี้และเลือกที่จะเข้าร่วมการชุมนุมที่จะจัดขึ้นในทะเลสาบหยกในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
โลกแตกตื่น!
เผ่าพันธุ์โบราณนั้นมีความลึกลับอยู่เสมอ แต่ตอนนี้พวกเขากลับต้องการให้ทั้งเผ่าพันธุ์โบราณและเผ่าพันธุ์มนุษย์ร่วมมือกันเพื่อต่อต้านอำนาจของพระพุทธเจ้าโต้วจ้าน
“ต้วนเต๋อให้ข้าดูว่าคราวนี้เจ้าวิ่งไปทางไหน” เย่ฟ่านเชื่อว่าเหตุการณ์อันยิ่งใหญ่เช่นนี้เจ้าอ้วนต้วนจะต้องเข้าร่วมด้วยอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม เขาไม่กังวลว่าเจ้าอ้วนต้วนจะไม่คืนร่างของเขาเพราะหม้ออสูรกลืนสวรรค์ยังคงอยู่ที่นี่ ต่อให้ร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณจะแข็งแกร่งเพียงใดมันก็ไม่มีทางเทียบได้กับอาวุธเต๋าสุดขั้วอยู่แล้ว
การชุมนุมครั้งนี้จะจัดขึ้นที่ทะเลสาบหยก นั่นก็เพราะที่นั่นมีเจดีย์น้ำตาเซียนซึ่งเรียกอีกอย่างว่าเจดีย์จักรพรรดินีตะวันตกคอยคุ้มครองอยู่
อาวุธเต๋าสุดขั้วชิ้นนี้มีพลังการโจมตีไม่สูงเหมือนอาวุธเต๋าสุดขั้วชิ้นอื่น แต่พลังการป้องกันของมันกลับไม่มีอาวุธเต๋าชิ้นใดเปรียบเทียบได้
เพื่อแสดงความจริงใจเผ่าพันธุ์โบราณจึงเสนอให้การชุมนุมจัดขึ้นในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าพันธุ์มนุษย์ ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเป็นกลุ่มที่ร้อนใจมากที่สุดสำหรับการปรากฏตัวของพระพุทธเจ้าโต้วจ้าน
เผ่าพันธุ์มนุษย์รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อเห็นความร้อนรนของเผ่าพันธุ์โบราณ ในตอนแรกพวกเขาคิดว่าสถานที่ชุมนุมนั้นจะต้องจัดขึ้นในดินแดนบรรพชนของเผ่าพันธุ์โบราณอย่างแน่นอน แต่ทุกอย่างกลับไม่เป็นเช่นนั้น?
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เย่ฟ่านได้บำรุงร่างเซียนนี้ด้วยยาศักดิ์สิทธิ์มากมาย และมันทำให้ร่างกายของเขาฟื้นฟูกลับสู่ความเปล่งปลั่งเหมือนชายหนุ่มอีกครั้ง
เย่ฟ่านไม่เคยขาดแคลนต้นกำเนิดสวรรค์ สิ่งที่เขารวบรวมได้ในภูเขาสีม่วงก็มากมายนับไม่ถ้วนแล้ว นับประสาอะไรกับการที่เขาเป็นคนแรกที่ได้หยิบฉวยสมบัติจากคลังศักดิ์สิทธิ์ของหุบเขาเทพ
ร่างกายที่เคยเหี่ยวเฉานี้หลังจากได้รับการบำรุงเลี้ยงมานานกว่าเดือนก็เปล่งประกายเจิดจ้า จากนั้นเย่ฟ่านก็ใช้ทักษะของปรมาจารย์ต้นกำเนิดสวรรค์เปลี่ยนร่างกายนี้ให้มีลักษณะภายนอกเหมือนกันกับร่างกายของเขา
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาเย่ฟ่านมีโอกาสได้ศึกษาคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของหุบเขาเทพ และมันทำให้วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของเขามีความแข็งแกร่งมากขึ้น
ในตอนนี้ชายตัวเล็กร่างสีทองซึ่งเป็นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของเขามีร่างกายที่แข็งแกร่งไม่แตกต่างจากอาวุธระดับผู้อมตะด้วยซ้ำ น่าเสียดายที่เขายังขาดความรู้ความเข้าใจในด้านเต๋าผู้ยิ่งใหญ่ ไม่เช่นนั้นเย่ฟ่านคงทะลวงเข้าสู่อาณาจักรเซียนเทียมขั้นสามไปแล้ว
“งานชุมนุมใหญ่ของทุกเผ่าพันธุ์ยังมีเวลาอีกหลายเดือนก่อนจะเริ่มต้นขึ้น ไม่รู้ว่าสหายของข้าจะเข้าร่วมกันชุมนุมครั้งนี้หรือไม่”
ทุกวันนี้เย่ฟ่านรู้สึกไม่สบายใจอย่างคลุมเครือ นานมากแล้วที่เขาไม่ได้ยินข่าวของผังป๋อเลย เขาไม่รู้ว่าผังป๋ออยู่ที่ไหนและยังมีชีวิตอยู่หรือไม่
สองวันต่อมา เขาข้ามไปยังภาคใต้และเข้าสู่สำนักไท่ซวนเพื่อเยี่ยมเยือนยอดเขารกร้างอีกครั้ง
ยอดเขานี้ยังคงเหมือนเดิม มันไม่มีน้ำตกที่งดงาม ไม่มีทัศนียภาพโดดเด่น ไม่มีเสียงร้องของนก ไม่มีทุ่งดอกไม้ มีเพียงวิหารโบราณไม่กี่หลังเท่านั้น
การปรากฏตัวของเย่ฟ่านไม่มีใครสังเกตเห็น อย่างไรก็ตามชายชราหลี่รุ่ยหยูซึ่งกำลังนั่งสมาธิอยู่ลำพังก็ลืมตาตื่นขึ้น
เย่ฟ่านรู้สึกประหลาดใจ ความแข็งแกร่งของหลี่รุ่ยหยูนั้นไม่อาจหยั่งรู้ได้ เขาเข้ามาในร่างของเซียนและเคลื่อนไหวด้วยทักษะทักษะซิงจื่อแต่เขายังคงถูกค้นพบอย่างรวดเร็ว
“เหตุใดเจ้าจึงเปลี่ยนร่างกาย?” หลี่รุ่ยหยูสอบถามด้วยความสงสัย
เย่ฟ่านรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก ทุกครั้งที่เขาพบกับชายชราคนนี้ ดูเหมือนว่าฐานการบ่มเพาะของอีกฝ่ายจะสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ในตอนนี้เย่ฟ่านไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหลี่รุ่ยหยูเป็นเซียนเทียมขั้นสามหรือกลายเป็นสิ่งมีชีวิตอมตะไปแล้ว!
…………