- หน้าแรก
- อำพรางสวรรค์
- 1127 - เจรจาสันติภาพ
1127 - เจรจาสันติภาพ
1127 - เจรจาสันติภาพ
1127 - เจรจาสันติภาพ
ในวันนี้ภาคเหนือตกอยู่ในความสับสนวุ่นวาย จิตใจของเผ่าพันธุ์โบราณทั้งหมดสั่นไหว พวกเขาต่างตื่นตระหนกและหวาดกลัวอยู่ในใจ
หุบเขาเทพถูกปล้นในเวลาไม่ถึงวัน และผู้คนมากมายรู้สึกเป็นทุกข์เล็กน้อย
จนกระทั่งราชาบรรพชนผู้ยิ่งใหญ่แห่งรังหมื่นมังกรมาถึงเปลวไฟที่เผาไหม้ดินแดนแถบนี้ทั้งหมดจึงดับลงและผู้บ่มเพาะเผ่าพันธุ์มนุษย์จำนวนมากต่างก็หนีตายด้วยความกลัว
เรื่องที่ใหญ่โตเช่นนี้เกิดขึ้นใต้จมูกของพวกเขา หากราชาบรรพชนโบราณไม่แสดงท่าทีอย่างไรเกรงว่าหลังจากนี้เผ่าพันธุ์มนุษย์เหยียบศีรษะของพวกเขายากที่จะได้ผุดเกิดอีก
ในความเป็นจริง แม้กระทั่งการมาถึงของราชาบรรพชนแห่งรังหมื่นมังกรเขาก็ยังเกิดความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด การจู่โจมหุบเขาเทพเกิดขึ้นเพียงครึ่งคืนเท่านั้น แต่ทุกอย่างกลับถูกทำลายอย่างราบคาบ
นี่เป็นพลังอำนาจระดับใด?
“อู่ซือแห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์ยังมีชีวิตอยู่จริงหรือ? บริวารของเขาสามารถทำลายหุบเขาเทพได้จริงๆ แม้ว่าชายคนนั้นจะไม่ใช่จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่แต่เขาก็ต้องเป็นครึ่งก้าวราชาอมตะอย่างแน่นอน!”
ในวันนี้ราชาโบราณหลายคนทะยอยมารวมตัวกันในซากปรักหักพังแห่งนี้ พวกเขาทั้งหมดรู้สึกได้ถึงความหนาวเย็นที่ไหลลงมาตามกระดูกสันหลังและรู้สึกหายใจยากลำบากเล็กน้อย
ในการรบครั้งนี้มีหญิงสาวเพียงคนเดียวจากหุบเขาเทพที่รอดชีวิตโดยไม่ถูกฆ่า ส่วนที่เหลือถูกทำลายทั้งหมด ชื่อของผู้รอดชีวิตคือจื่อเทียนเฟิงน้องสาวของจื่อเทียนตู
“โฮก!!!...”
ราชาบรรพชนงูยักษ์แห่งรังหมื่นมังกรคำรามด้วยความโกรธอย่างถึงที่สุด มือของเขาคว้าถ้วยน้ำชาและขว้างลงบนพื้น
เผ่าพันธุ์โบราณจำนวนมากรู้ดีว่าเผ่าพันธุ์โบราณในรังหมื่นมังกรเป็นญาติสนิทกับหุบเขาเทพมาตั้งแต่เมื่อหลายล้านปีก่อน การล่มสลายของหุบเขาเทพยากที่จะทำให้รังหมื่นมังกรสงบลงได้
“เป็นไปได้อย่างไรที่อู่ซือยังมีชีวิตอยู่!”
เขากัดฟันและคำรามอีกครั้ง คราวนี้หุบเขาเทพถูกทำลาย ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อศักดิ์ศรีของเผ่าพันธุ์โบราณ ในฐานะผู้นำของเผ่าพันธุ์โบราณจากภาคเหนือเรื่องนี้เขายากที่จะอดกลั้นความโกรธแค้นได้
…
“ชีวิตของคนเป็นเพียงช่วงเวลาหนึ่งในสายน้ำแห่งกาลเวลาที่ยาวไกล แต่ถ้าเจ้าตายตัวตนของเจ้าจะคงอยู่ชั่วนิรันดร์ ความคิดถึงของผู้คนนั้นยาวนานยิ่งกว่าชีวิตของพวกเขาหลายเท่า”
หยางอี้กล่าวเบาๆ และห่อดินเหลืองซึ่งเป็นเศษซากที่เหลืออยู่ของปรมาจารย์ต้นกำเนิดสวรรค์รุ่น 5 ก่อนจะเดินจากไปอย่างเงียบๆ
เป้าหมายต่อไปของนางอยู่ที่ไหน? บางทีอาจเป็นบ้านเกิดของปรมาจารย์ต้นกำเนิดสวรรค์ หรืออาจจะเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทะเลสาบหยกบ้านเกิดของนาง
เย่ฟ่านทำได้เพียงถอนหายใจเบาๆ แต่เขาไม่สามารถช่วยเหลือนางได้ นั่นก็เพราะตอนนี้ปัญหาของเขามีมากเกินไป และแม้แต่ตัวเขาก็ไม่รู้ว่าจะตายเมื่อไหร่
ภาคเหนือตกอยู่ในความสับสนวุ่นวายหุบเขาเทพที่ไม่อาจหยั่งรู้ถูกทำลายล้างในคืนเดียว เหตุการณ์นี้สั่นสะเทือนจิตใจของผู้คนในโลกอย่างรุนแรง
ในฐานะราชวงศ์ของเผ่าพันธุ์โบราณ พวกเขาผ่านพ้นภัยพิบัติมานับครั้งไม่ถ้วน และดำรงอยู่มานานกว่าสิบล้านปี แต่สุดท้ายพวกเขาก็ถูกทำลายลงเช่นนี้?
ในยุคโบราณนั้นมีมหาอำนาจของสิ่งมีชีวิตมากมายสุดคณานับ อย่างไรก็ตามมาหาอำนาจเหล่านั้นที่ตกทอดมาจนถึงปัจจุบันกลับมีไม่กี่แห่ง และหุบเขาเทพก็คือหนึ่งในมหาอำนาจเผ่าพันธุ์โบราณที่แข็งแกร่งที่สุด
พวกเขาไม่เพียงมีร่างกายที่แข็งแกร่งเท่านั้น แต่ยังมีวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่ทรงพลังเหนือกว่าเผ่าพันธุ์โบราณอื่นๆ อย่างไม่อาจเปรียบเทียบกันได้
ผลกระทบของการต่อสู้ครั้งนี้ยิ่งใหญ่เกินไป เผ่าพันธุ์โบราณทั้งหมดหนาวสั่นด้วยความกลัว แม้แต่หุบเขาเทพที่ยิ่งใหญ่ยังถูกทำลายไปแล้ว เป้าหมายต่อไปของจักรพรรดิอู่ซือคืออะไร?
เย่ฟ่านรู้สึกโล่งใจที่ได้ยินข่าวว่า การตายของปรมาจารย์ต้นกำเนิดสวรรค์ไม่สูญเปล่า การต่อสู้เพื่อปราบปรามดินแดนทางเหนือของเขาสามารถทำให้เผ่าพันธุ์โบราณทั้งหมดเกิดความหวาดกลัวอย่างไม่สิ้นสุดได้
เย่ฟ่านกลับไปที่ภูเขาสีม่วงอีกครั้ง จากนั้นเขาก็เริ่มลงมือขุดลงไปใต้ดินหลายลี้เพื่อค้นหาร่างกายของตัวเอง อย่างไรก็ตามเมื่อไปถึงตำแหน่งที่เขาซ่อนร่างของตัวเองไว้สีหน้าของเขาก็บิดเบี้ยวอย่างรุนแรงทันที
“มีคนมาที่นี่!”
เย่ฟ่านคำรามด้วยความโกรธ นี่คือร่างกายที่แท้จริงของเขา แต่ตอนนี้มันกลับถูกใครบางคนขโมยไป?
“ต้วนเต๋อ!”
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าผู้ที่ขโมยร่างของเย่ฟ่านออกไปจะต้องเป็นต้วนเต๋ออย่างแน่นอน เจ้าสาระเลวอ้วนคนนี้มีทักษะการขุดค้นสุสานที่ยอดเยี่ยมที่สุด การที่เย่ฟ่านซุกซ่อนร่างกายของตัวเองไว้ย่อมไม่อาจหลีกพ้นสายตาของต้วนเต๋อไปได้
“เจ้าอ้วนต้วน…”
เย่ฟ่านกัดฟัน โลกใบนี้กว้างใหญ่เหลือเกินและเขาไม่รู้ว่าจะไปตามล่าต้วนเต๋ออยู่ที่ไหน
เย่ฟ่านไล่ตามตลอดทางพยายามค้นหาร่องรอยและคว้าร่างที่แท้จริงของเขากลับมา แต่ดูเหมือนว่าเจ้าสารเลวคนนี้ได้สร้างศัตรูจำนวนมากขึ้นมาในช่วงเวลาที่เย่ฟ่านเข้าไปในภูเขาสีม่วง ดังนั้นเขาจึงซ่อนตัวเองไว้เป็นอย่างดี
ในอีกครึ่งเดือนถัดมา ดินแดนทางเหนือตกอยู่ในความสับสนวุ่นวาย และทุกเผ่าพันธุ์ก็เริ่มลงมือสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหุบเขาเทพอย่างจริงจัง
ในตงหวงนี้มีสุสานของจักรพรรดิโบราณถึงสามคน ประกอบด้วยสุสานของจักรพรรดิอสูรในภาคใต้ สุสานของอู่ซือในภาคเหนือ และโลงศพของจักรพรรดิผู้โหดเหี้ยมในรังหมื่นมังกร
ไม่ว่าจักรพรรดิโบราณจะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่นั้นกลายเป็นข้อกังวลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเผ่าพันธุ์โบราณทั้งหมด
กล่าวตามหลักเหตุผล พวกเขาไม่ควรมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ แต่การต่อสู้ครั้งล่าสุดน่ากลัวมากเกินไป หากไม่ใช่ฝีมือของพวกเขาจะเป็นฝีมือของใครได้
“เหตุใดจึงเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น” ราชาบรรพชนโบราณกระซิบขณะคิดถึงเรื่องทั้งหมดนี้เขาก็ทำได้เพียงนิ่งเงียบเท่านั้น
สิ่งมีชีวิตโบราณนั้นไม่ได้เป็นเผ่าพันธุ์เดียวกันหมด ในยุคโบราณพวกเขามีการดำรงอยู่เป็นของตัวเอง
แต่เมื่อเกิดภัยพิบัติแห่งความมืดขึ้นผู้ยิ่งใหญ่ของแต่ละเผ่าพันธุ์ต่างซ่อนตัวเองไว้ในต้นกำเนิดสวรรค์เพื่อรอให้โลกกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง
อย่างไรก็ตามเมื่อพวกเขาตื่นขึ้นมาตอนนี้ศัตรูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเผ่าพันธุ์โบราณก็คือมนุษย์ซึ่งเป็นผู้ปกครองโลกยุคใหม่อย่างแท้จริง
ในที่สุดราชวงศ์โบราณหลายราชวงศ์ก็รวมตัวกันและเจรจาต่อมหาอำนาจของเผ่าพันธุ์มนุษย์หลายแห่ง ทุกคนมีจุดมุ่งหมายอยู่ที่การบรรลุความเป็นอมตะ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องแก่งแย่งชิงดีเพื่อครอบครองโลกใบนี้เพียงลำพัง
ทันทีที่มีข่าวนี้หลุดออกมาโลกทั้งใบก็ตกอยู่ในความโกลาหล ท่าทีของเผ่าพันธุ์โบราณทั้งหมดเห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่คิดจะแย่งชิงโลกอำพรางสวรรค์คืนจากมนุษย์อีกแล้ว
“ทุกเผ่าพันธุ์ล้วนมีอำนาจที่จะสืบทอดเผ่าพันธุ์ของตัวเองโดยไม่ก้าวก่ายเผ่าพันธุ์อื่น พวกเราทุกคนล้วนเป็นผู้บ่มเพาะไม่มีความจำเป็นอะไรต้องแย่งชิงดินแดนมากมายมหาศาลของโลกอำพรางสวรรค์”
“โลกใบนี้กว้างใหญ่ไพศาลเพียงพอที่ทุกคนจะอยู่ร่วมกันได้อย่างสุขสงบไปอีกหลายล้านปี เหตุใดทุกเผ่าพันธุ์ต้องทำสงครามเพื่อให้เกิดความสูญเสียอย่างไร้ประโยชน์”
ท่าทีอ่อนน้อมของเผ่าพันธุ์โบราณนี้ค่อนข้างเกินความคาดหมายของมนุษย์ในโลกอำพรางสวรรค์เป็นอย่างมาก
ผู้นำของเผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งหมดก็ไม่ได้หักล้างความเห็นนี้เช่นกัน พวกเขารู้ดีอยู่แล้วว่ายุคแห่งความมืดกำลังจะมาถึงในไม่ช้า ดังนั้นสิ่งที่พวกเขาต้องทำอย่างเร่งด่วนคือพัฒนาความแข็งแกร่งของตัวเองเพื่อต่อต้านกับภัยพิบัติที่กำลังจะเกิดขึ้น
ในช่วงเวลาต่อมา ความโกลาหลในดินแดนทางเหนือก็คลี่คลายลงอย่างมาก และทั้งเผ่าพันธุ์มนุษย์และเผ่าพันธุ์โบราณต่างก็แอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
การตื่นขึ้นของเผ่าพันธุ์โบราณนั้นก็เพื่อรับมือต่อภัยพิบัติแห่งความมืดที่กำลังจะมาถึง อย่างไรก็ตามในอดีตพวกเขาคือผู้ปกครองของโลกอำพรางสวรรค์ดังนั้นเผ่าพันธุ์โบราณทั้งหมดจึงยากที่จะยอมรับให้มนุษย์เป็นผู้ปกครองของพวกเขาได้
แต่ในเวลานี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่แห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์ยังมีชีวิตอยู่
หากเผ่าพันธุ์โบราณเลือกที่จะทำสงครามกับมนุษย์ เกรงว่าความสูญเสียที่พวกเขาได้รับอาจทำให้ความแข็งแกร่งของพวกเขาไม่เพียงพอที่จะต่อต้านภัยพิบัติแห่งความมืดที่กำลังจะเกิดขึ้น
ในท้ายที่สุดมหาอำนาจของทุกเผ่าพันธุ์ต่างก็บรรลุข้อตกลงร่วมกันโดยปริยาย ทุกเผ่าพันธุ์ที่อยู่ในโลกอำพรางสวรรค์จะมีสถานะเท่าเทียมกัน และดินแดนอันกว้างใหญ่เหล่านี้เพียงพอที่จะให้พวกเขาแบ่งปันกันได้ตามใจชอบ
แน่นอนว่าในอดีตจนถึงปัจจุบันเผ่าพันธุ์มนุษย์ก็ไม่เคยเหยียบย่างเข้าสู่ดินแดนภายใต้การปกครองของเผ่าพันธุ์โบราณอยู่แล้ว ทั้งตระกูลอมตะและดินแดนศักดิ์สิทธิ์ล้วนมีแดนสวรรค์เป็นของตัวเอง ดังนั้นพวกเขาจึงไม่มีความจำเป็นอะไรต้องขัดแย้งกันตั้งแต่แรก
สงครามระหว่างเผ่าพันธุ์มนุษย์กับเผ่าพันธุ์โบราณซึ่งมีท่าทีว่าจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้ากลับสงบลงอย่างนี้
อย่างไรก็ตามทั้งสองเผ่าพันธุ์ต่างรู้ดีว่านี่เป็นความสงบชั่วคราวเท่านั้น หากเผ่าพันธุ์มนุษย์ได้รับการยืนยันแล้วว่าจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ยังมีชีวิตอยู่พวกเขาจะต้องทำลายเผ่าพันธุ์โบราณอย่างแน่นอน
ในทางตรงกันข้ามหากจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ตายไปแล้ว เผ่าพันธุ์โบราณก็ไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องแบ่งปันโลกอำพรางสวรรค์กับเผ่าพันธุ์มนุษย์เช่นกัน
……….