- หน้าแรก
- ซุ่มฟาร์มเลเวลเงียบๆ รู้อีกทีผมก็ไร้เทียมทาน
- บทที่ 19 - เลเวลสาม เปิดศึกแรก!
บทที่ 19 - เลเวลสาม เปิดศึกแรก!
บทที่ 19 - เลเวลสาม เปิดศึกแรก!
บทที่ 19 - เลเวลสาม เปิดศึกแรก!
หลังจากผู้พิทักษ์กฎลัทธิสรรพสัตว์พูดจบ ขนสีดำที่เคยหรอมแหรมบนตัวก็งอกยาวขึ้นมาจนดกดำไปทั้งตัว
ส่วนเล็บมือที่เดิมทียาวแค่ครึ่งคืบ ตอนนี้กลับงอกยาวเฟื้อยเป็นคืบเลยทีเดียว
ภายใต้แสงแดดที่สาดส่อง เล็บยาวๆ นั่นสะท้อนแสงเย็นเยียบออกมาจนน่าขนลุก
วินาทีนี้ ผู้พิทักษ์กฎลัทธิสรรพสัตว์ดูเหมือนหนูผีตัวใหญ่ที่ซ่อนอยู่ในเงามืดมากกว่าคนเสียอีก
คนของสำนักสยบมารหน้าซีดเผือด เลือดจากบาดแผลบนตัวยังคงไหลซึมออกมาไม่หยุด "แกกล้าลงมือที่นี่ ไม่กลัวเพื่อนร่วมงานข้าตามมาจัดการแกรึไง"
"คนที่น่าจะกลัวน่าจะเป็นแกมากกว่ามั้ง" ผู้พิทักษ์กฎลัทธิสรรพสัตว์แสยะยิ้มเย็น "ที่นี่มันเปลี่ยวจะตายห่า นอกจากพวกมือปราบกระจอกๆ ที่เดินลาดตระเวนแล้ว ยังจะมีใครหน้าไหนมาช่วยแกได้อีก"
"กว่าคนของสำนักสยบมารจะแห่กันมาถึง แกคงคาดหวังให้พวกมือปราบลาดตระเวนมาช่วยสินะ บอกเลยว่าพวกนั้นมันก็แค่ขยะเปียก มาก็เหมือนเอาชีวิตมาทิ้งเปล่าๆ"
พูดจบผู้พิทักษ์กฎลัทธิสรรพสัตว์ก็ชี้มือไปยังมุมกำแพง
"แถมแถวนี้ก็กันดารขนาดนี้ พวกมือปราบไม่มีทางโผล่หัวมาหรอก หืม"
พูดไม่ทันขาดคำ ผู้พิทักษ์กฎลัทธิสรรพสัตว์ก็ชะงักไป
เพราะตอนที่เขาชี้มือไปเมื่อกี้ เขาดันเห็นหัวใครบางคนโผล่แว้บๆ แล้วก็ผลุบหายไปตรงมุมกำแพง
เขาขยี้ตาตัวเองแรงๆ มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าตาไม่ฝาด เมื่อกี้มีหัวคนผลุบหายไปจริงๆ
"มีคนอยู่ตรงนั้น!"
ผู้พิทักษ์กฎลัทธิสรรพสัตว์ไหวตัวทันที
"ต้องรีบจัดการไอ้หมอนี่ก่อน!"
รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาเข้มข้นยิ่งกว่าเดิม คราวนี้เขาไม่มัวพล่ามอะไรอีกแล้ว พุ่งตัวเข้าใส่คนของสำนักสยบมารทันที
ความเร็วระดับที่มองเห็นเป็นแค่เงารางๆ กลางอากาศ แสงสะท้อนวูบวาบจากเล็บแหลมคมทำเอาคนของสำนักสยบมารต้องหรี่ตาลง
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย สัญชาตญาณเอาชีวิตรอดของคนสำนักสยบมารก็พุ่งปรี๊ด เขายกดาบยาวในมือขึ้นมาขวางไว้ทันควัน
เกือบจะพร้อมๆ กับที่เล็บแหลมคมนั่นพุ่งเข้าใส่
"เช้ง!"
เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว
รอยร้าวปรากฏขึ้นบนใบดาบยาวอย่างรวดเร็ว
คนของสำนักสยบมารรู้สึกคาวรันทดในคอ ก่อนจะกระอักเลือดออกมาคำโต ร่างกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว จนหลังไปกระแทกเข้ากับกำแพงดังอั๊ก
"แกร็ก!"
ดาบยาวในมือแตกกระจายเป็นชิ้นๆ เหลือแค่ด้ามดาบเปล่าๆ
ผู้พิทักษ์กฎลัทธิสรรพสัตว์ไม่เปิดโอกาสให้พักหายใจ กระโจนเข้าใส่หมายจะปาดคอคนของสำนักสยบมารให้ขาดกระจุย
ถ้าโดนเข้าไปจังๆ รับรองว่าหัวหลุดจากบ่าแน่นอน
คนของสำนักสยบมารหลับตาปี๋ยอมรับชะตากรรม
อาวุธก็พัง ร่างกายก็บาดเจ็บสาหัส หมดหนทางรอดแล้วจริงๆ
แต่ในวินาทีนั้นเอง เสียงลมแหวกอากาศก็ดังแว่วมา ทำเอาคนของสำนักสยบมารต้องเบิกตาโพลง
ตรงมุมกำแพงที่ว่างเปล่า จู่ๆ ก็มีปราณดาบสีขาวสว่างวาบนับสิบสายพุ่งแหวกอากาศออกมา
ปราณดาบนั่นคมกริบและทรงพลังสุดๆ
ผู้พิทักษ์กฎลัทธิสรรพสัตว์สัมผัสได้ถึงอันตรายทันที รีบตวัดเล็บรับมือกับปราณดาบนั่น
"แกร็ก!"
ปราณดาบสลายไป แต่เล็บของผู้พิทักษ์กฎลัทธิสรรพสัตว์ก็เกิดรอยร้าวขึ้นมา
"ใครวะ!"
ตรงมุมกำแพงยังคงไม่มีใครโผล่มา แต่ปราณดาบเมื่อกี้พุ่งมาจากตรงนั้นแน่ๆ
ปลายนิ้วชาหนึบไปหมด แรงกระแทกเมื่อกี้ทำเอาเล็บร้าวไปถึงโคน
แถมแรงสั่นสะเทือนยังลามไปถึงนิ้ว จนตอนนี้ความรู้สึกชาเริ่มลามไปทั้งมือ
ผู้พิทักษ์กฎลัทธิสรรพสัตว์ตะโกนเสียงกร้าว "ข้ากับท่านไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกัน ท่านจะมาแส่เรื่องนี้ทำไม!"
คนของสำนักสยบมารยืนอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะตั้งสติได้เร็วมาก
"ปราณดาบเป็นเส้นตรง!"
"ต้องเป็นยอดฝีมือลึกลับคนนั้นแน่ๆ!"
คนของสำนักสยบมารรีบตะโกนสุดเสียงราวกับเจอที่พึ่งสุดท้าย
"ผู้อาวุโส ไอ้หมอนี่มันเป็นศัตรูของสำนักสยบมารเรา ถ้าผู้อาวุโสยอมยื่นมือเข้าช่วย สำนักสยบมารจะจดจำบุญคุณครั้งนี้ไปจนวันตายเลยครับ!"
ต้องเรียกผู้อาวุโสสิถึงจะถูก
ก่อนหน้านี้พวกเขาสันนิษฐานว่ายอดฝีมือลึกลับคนนี้น่าจะอยู่ในระดับสามเป็นอย่างต่ำ เพราะสามารถปล่อยปราณดาบเป็นเส้นตรงได้
แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว!
นี่มันไม่ใช่แค่เส้นตรงแล้ว แต่มันมาเป็นแผงเลย!
ตั้งสิบกว่าสายแถมดูเหมือนจะปล่อยออกมาแบบชิลๆ ด้วยซ้ำ
โคตรน่ากลัว!
ตอนนี้คนของสำนักสยบมารได้แต่ภาวนาให้ยอดฝีมือคนนี้มีคุณธรรมน้ำมิตร ยอมยื่นมือเข้าช่วยเขาให้รอดพ้นจากความตาย
แต่ตรงมุมกำแพงกลับไม่มีเสียงตอบรับใดๆ
มีเพียงลมเย็นพัดผ่านไปอย่างเงียบเชียบ
ผู้พิทักษ์กฎลัทธิสรรพสัตว์กับคนของสำนักสยบมารมองหน้ากัน ต่างฝ่ายต่างรู้สึกเดดแอร์ขึ้นมาดื้อๆ
เวลาผ่านไปสักพัก
"แกไปลงนรกก่อนก็แล้วกัน!"
เล็บที่มือของผู้พิทักษ์กฎลัทธิสรรพสัตว์งอกยาวขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะพุ่งเข้าขย้ำคนของสำนักสยบมาร
เขาตัดสินใจแล้วว่าจะจัดการไอ้หมอนี่ก่อน แล้วค่อยไปรับมือกับยอดฝีมือลึกลับนั่นทีหลัง
คนของสำนักสยบมารหลับตาลงตามสัญชาตญาณ
ทันใดนั้น เสียงลมแหวกอากาศก็ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับปราณดาบนับสิบสายพุ่งทะยานออกมา
ผู้พิทักษ์กฎลัทธิสรรพสัตว์ตวัดมือปัดป้องปราณดาบจนแตกกระจาย แต่เล็บของเขาก็แตกร้าวเพิ่มขึ้นอีก
เขาต้องกลั้นความเจ็บปวดเอาไว้ ความโกรธพุ่งทะลุปรอท
"ประสาทแดกหรือไงวะ! แน่จริงก็โผล่หัวออกมาสิ มัวแต่ซุ่มโจมตีอยู่ได้!"
"เป็นยอดฝีมือซะเปล่า ไร้สัจจะสิ้นดี ลอบกัดกันชัดๆ!"
"แน่จริงก็ออกมาสิวะ!"
บรรยากาศเงียบสงัด ไม่มีเสียงตอบโต้ใดๆ หลุดรอดออกมา
จู่ๆ คนของสำนักสยบมารก็ฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
"เมื่อกี้พอฉันหลับตา ยอดฝีมือก็โจมตี พอฉันลืมตา การโจมตีก็หยุดลง"
"ในเมื่อเป็นยอดฝีมือลึกลับ ก็คงไม่อยากเปิดเผยตัวตน ฉันเก็ตละ!"
"ต้องเป็นแบบนี้แน่ๆ!"
สีหน้าของคนสำนักสยบมารเต็มไปด้วยความตื่นเต้นดีใจ ซึ่งภาพนั้นก็ดันไปเตะตาผู้พิทักษ์กฎลัทธิสรรพสัตว์เข้าพอดี
"แกยิ้มหาเตี่ยอะไรวะ" ผู้พิทักษ์กฎลัทธิสรรพสัตว์ถามอย่างหัวเสีย
"แกนั่นแหละที่กำลังจะไปหาเตี่ย!" คนของสำนักสยบมารหันขวับไปทางอื่น ไม่มองไปที่มุมกำแพง ก่อนจะตะโกนลั่น "ผู้อาวุโสครับ ผมมองไม่เห็นอะไรแล้ว ลงมือได้เต็มที่เลยครับ!"
ผู้พิทักษ์กฎลัทธิสรรพสัตว์: "..."
ทำไมวันนี้มันดวงซวยจังวะเนี่ย
กะจะมาล้างแค้นชิลๆ ดันเจอเรื่องบ้าอะไรก็ไม่รู้
ไอ้คนของสำนักสยบมารนี่มันสมองกระทบกระเทือนหรือเปล่าวะ
เขายังไม่ทันพูดเลยว่าจะช่วย ทำไมต้องทำหน้าดีใจเบอร์นั้นด้วย
"ช่างแม่ง ฆ่าแกก่อนก็แล้วกัน!"
ผู้พิทักษ์กฎลัทธิสรรพสัตว์ตัดสินใจเด็ดขาด ต่อให้ต้องเจ็บตัวก็ต้องฆ่าไอ้หมอนี่ให้ได้
แต่ในจังหวะที่เขากำลังจะหันกลับไปเล่นงานคนของสำนักสยบมาร ตรงมุมกำแพงที่เคยเงียบสงัดก็เริ่มมีความเคลื่อนไหว
มีดาบเล่มหนึ่งยื่นออกมาจากมุมกำแพง มองไม่เห็นหน้าคนถือ เห็นแค่มือโผล่ออกมา
จากนั้น ชายถือดาบก็ค่อยๆ ก้าวออกมาจากมุมกำแพง
พอผู้พิทักษ์กฎลัทธิสรรพสัตว์เห็นชุดที่ชายคนนั้นใส่ เขาก็ถึงกับยืนอึ้งเป็นสากกะเบือ
คนของสำนักสยบมารไม่ได้หันกลับไปมองเลย เอาแต่หลับตาปี๋ไม่กล้ามอง
ยุคนี้สมัยนี้ ถ้าใครเขาไม่อยากให้รู้ตัวตน ขืนเสนอหน้าไปมอง ดีไม่ดีอาจจะโดนฆ่าปิดปากเอาง่ายๆ
"แก!"
ผู้พิทักษ์กฎลัทธิสรรพสัตว์ช็อกสุดขีด ไม่คิดว่าคนที่โผล่มาจะเป็นแค่มือปราบกระจอกๆ
แต่พอหายช็อก สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นเหี้ยมเกรียม ร่างกายพุ่งพรวดเข้าหาโจวอันด้วยความเร็วสูง
"ฆ่าแกก่อนนี่แหละ!"
"ปราณดาบแค่สิบกว่าสาย ข้ารับไหวอยู่แล้ว!"
"ต่อให้ต้องเจ็บตัว ข้าก็จะฆ่าแกให้ได้!"
ความเร็วของผู้พิทักษ์กฎลัทธิสรรพสัตว์น่ากลัวมาก
เขาตั้งใจแล้วว่า ต่อให้ต้องแลกด้วยอาการบาดเจ็บ ก็ต้องเชือดไอ้หมอนี่ทิ้งซะ
โจวอันยังคงยืนนิ่งอยู่ตรงมุมกำแพง
พอเห็นผู้พิทักษ์กฎลัทธิสรรพสัตว์พุ่งเข้ามา เขาก็ไม่ได้ถอยหนี กลับค่อยๆ ยกดาบยาวขึ้นมา
ผู้พิทักษ์กฎลัทธิสรรพสัตว์เห็นท่าทางแบบนั้น ก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความตายที่ลอยคลุ้งมา
ไอ้หมอนี่มันนิ่งเกินไปแล้ว!
แต่ถึงขั้นนี้แล้ว จะให้ถอยก็คงไม่ทัน มีแต่ต้องพุ่งชนลูกเดียว
โจวอันเผยรอยยิ้มมุมปาก
สิบกว่าสายเหรอ
น้อยไปมั้งน้อง
ดาบยาวตวัดเป็นวงโค้ง
วินาทีต่อมา ปราณดาบสีขาวสว่างจ้าก็สาดส่องไปทั่วทั้งตรอก สว่างวาบราวกับดวงอาทิตย์ยามเที่ยงวัน