เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 - ผู้ช่วยพ่อครัวโจวอัน

บทที่ 16 - ผู้ช่วยพ่อครัวโจวอัน

บทที่ 16 - ผู้ช่วยพ่อครัวโจวอัน


บทที่ 16 - ผู้ช่วยพ่อครัวโจวอัน

อวี๋หังเล่าเรื่องอย่างออกรสออกชาติ มือไม้โบกสะบัดไปมา ปากก็ทำเสียงประกอบจังหวะ เลียนแบบท่าทางตอนฟันดาบไปด้วย

เขาไม่มีทางเลือก จะให้ทำยังไงได้ล่ะ

ถ้าอยากจะปิดเรื่องนี้ให้มิดก็ต้องพูดปนความจริงกับความเท็จไปพร้อมกัน

เรื่องราวที่เกิดขึ้นเขาเล่าตามความจริงทั้งหมด แต่ตัวตนของยอดฝีมือลึกลับนั้นเขาแต่งเรื่องขึ้นมา

นี่แหละคือวิธีปกปิดที่แนบเนียนที่สุด

ผู้บังคับการจางและหัวหน้ามือปราบเซี่ยสบตากัน ทั้งคู่ตกอยู่ในความเงียบ

พวกเขาสองคนไม่ได้สงสัยอวี๋หังเลยแม้แต่น้อย

นั่นก็เพราะอวี๋หังเป็นคนอำเภออันติ้งโดยกำเนิด แถมประวัติยังขาวสะอาด ขาวขนาดที่ว่าแค่สั่งตรวจดูนิดเดียวก็รู้ไส้รู้พุงหมดแล้ว

คนที่มีประวัติใสสะอาดแบบนี้ ย่อมไม่มีทางไปพัวพันกับยอดฝีมือลึกลับได้หรอก

ยิ่งไปกว่านั้นวงสังคมของอวี๋หังก็แคบมาก มีแค่โจวอันเพื่อนสมัยเด็กเพียงคนเดียวเท่านั้น

ส่วนเรื่องของโจวอัน... ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ประวัติธรรมดาเสียยิ่งกว่าธรรมดา

"การที่ยอดฝีมือลึกลับมาปรากฏตัวในอำเภออันติ้งเล็กๆ แห่งนี้ จะต้องมีแผนการอะไรบางอย่างแน่" ผู้บังคับการจางกล่าว "แต่ก่อนอื่น พวกเราต้องจัดการคดีหนูสีเทาไหว้คนให้จบเสียก่อน"

งานทุกอย่างย่อมมีลำดับความสำคัญก่อนหลัง

คดีหนูสีเทาไหว้คนทำให้มีคนตายไปแล้วถึงสองคน เรื่องนี้ต้องรีบจัดการเป็นอันดับแรก

ส่วนเรื่องยอดฝีมือลึกลับนั้นเอาไว้ทีหลัง

ในเมื่อยังไม่รู้แน่ชัดว่าเป็นมิตรหรือศัตรู ก็ไม่ควรบุ่มบ่ามเข้าไปแกว่งเท้าหาเสี้ยน

"ใต้เท้าจาง ท่านมีเป้าหมายแล้วหรือขอรับ" หัวหน้ามือปราบเซี่ยเอ่ยถาม

ผู้บังคับการจางพยักหน้า "ลัทธิสรรพสัตว์นี้เคยปรากฏตัวมาก่อน ข้าจะกลับไปค้นดูข้อมูลเก่าๆ บางทีอาจจะเจอเบาะแสช่วยทะลวงทางตันตอนนี้ได้"

พูดจบผู้บังคับการจางก็ปรายตามองไปทางอวี๋หัง

อวี๋หังกำลังเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ ยิ่งฟังก็ยิ่งมันส์ พอโดนสายตาของผู้บังคับการจางกวาดมองมา เขาก็รีบยืดตัวตรงแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินอะไรทั้งสิ้น

"ในเมื่อเจ้าถูกหมายหัวแล้ว ก็กลับไปที่บ้านไม่ได้อีก ไม่อย่างนั้นจะอันตรายมาก ช่วงนี้ก็พักอยู่ที่ศาลาว่าการไปก่อน มีหัวหน้าเซี่ยอยู่ที่นี่รับรองว่าปลอดภัยไร้กังวล" ผู้บังคับการจางเอ่ยสั่ง

อวี๋หังรีบพยักหน้ารัวๆ

ถึงแม้เพื่อนรักของเขาจะเก่งกาจหลุดโลกแค่ไหน แต่ในเมื่อเพื่อนไม่อยากเปิดเผยตัวตน เขาก็ไม่ควรกลับไปที่บ้านอยู่ดี

ตามหลักเหตุผลแล้ว หากเขาไม่รู้ตัวตนของยอดฝีมือลึกลับ ในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้การเลือกอยู่ที่นี่ต่อย่อมปลอดภัยที่สุด

อวี๋หังจึงต้องเล่นตามน้ำไปตามตรรกะนี้

"ไปพักผ่อนก่อนเถอะ" หัวหน้ามือปราบเซี่ยกล่าว "ช่วงนี้ข้าก็จะพักอยู่ที่ศาลาว่าการเหมือนกัน จะรอดูว่าพวกมันจะกล้าโผล่หัวมาอีกไหม"

หลังจากนั้นก็ไม่มีเรื่องอะไรอีก

อวี๋หังถูกพาตัวไปพักในห้องพักห้องหนึ่ง

ส่วนผู้บังคับการจางก็เดินออกจากศาลาว่าการไปอย่างมีลับลมคมนัย

...

วันรุ่งขึ้น

หลังจากโจวอันตื่นนอนและล้างหน้าแปรงฟันเสร็จ เขาก็ไปแวะกินมื้อเช้าที่ร้านแผงลอยข้างทาง ก่อนจะเดินทอดน่องไปทำงานที่ศาลาว่าการเพื่อเตรียมตัวอู้งานตามปกติ

เรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนราวกับว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นเลย

ตอนที่โจวอันเดินเข้าศาลาว่าการ เขาบังเอิญสวนกับอวี๋หังพอดี ทั้งคู่ส่งสายตาให้กันก็เป็นอันรู้เรื่องว่าต่างฝ่ายต่างอยากจะสื่ออะไร

โจวอันเดินไปที่ห้องประจำสำหรับแอบอู้ รินน้ำชาให้ตัวเอง จิบเบาๆ สองสามอึก จากนั้นก็ลุกขึ้นยืน คว้าดาบยาวคู่กายแล้วเดินออกจากห้องไป

เมื่อคืนเขาคิดทบทวนอยู่นานและรู้สึกว่าเวลาแค่สี่ชั่วโมงในตอนกลางคืนมันสั้นเกินไปจริงๆ

ถ้าเขาอยากจะพักผ่อนให้เพียงพอและยังอยากรักษาตำแหน่งมือปราบนี้ไว้ เขาก็ต้องหาวิธีอื่นมาช่วย

การพักผ่อนเป็นเรื่องจำเป็น การใช้ชีวิตในโลกแบบนี้ต้องรักษาสภาพร่างกายและจิตใจให้พร้อมเต็มร้อยอยู่เสมอ

และอาชีพมือปราบก็เป็นตัวแทนของทางการ ในบางครั้งอาจจะมีประโยชน์ในแบบที่คาดไม่ถึง

ดังนั้นโจวอันจึงตัดสินใจหาความสมดุลระหว่างสองสิ่งนี้

นั่นคือการแอบอู้ในเวลางาน และใช้เวลาที่แอบอู้นั้นมาฝึกทักษะมีดไปในตัว

โจวอันเดินออกจากห้อง ตรงดิ่งไปยังอาคารอีกหลังหนึ่ง

ทันทีที่ผลักประตูเข้าไป กลิ่นหอมของอาหารก็ลอยมาเตะจมูก

ที่นี่คือโรงครัวของศาลาว่าการ เป็นสถานที่ที่เหล่ามือปราบมากินข้าวกัน

หากใครไม่มากินข้าวที่นี่ ก็สามารถไปเบิกเงินอุดหนุนรายเดือนแทนได้

แคว้นต้าฉู่มีสวัสดิการให้ข้าราชการดีมาก แม้แต่ตำแหน่งมือปราบระดับล่างก็ยังได้สิทธิ์นี้

ปกติแล้วโจวอันไม่เคยกินข้าวที่นี่ เขาจึงได้เงินเพิ่มในแต่ละเดือนมานิดหน่อย

ตอนที่เขาผลักประตูเข้าไป ก็เห็นพ่อครัวกำลังง่วนอยู่หน้าเตา

พ่อครัวคนนี้อายุมากแล้ว ดูน่าจะราวๆ หกสิบกว่าปี ผมหงอกขาว รูปร่างผอมบาง แต่แววตากลับดูมีประกายสว่างไสว

ได้ยินมาว่าตอนที่เปิดรับสมัคร มีคนมาสมัครเยอะมาก แต่สุดท้ายทางศาลาว่าการก็เลือกชายชราคนนี้

เหตุผลก็ไม่มีอะไรมาก แค่เพราะกับข้าวหม้อใหญ่ที่แกทำมันอร่อยเหาะไปเลย

ในเมื่อเป็นงานครัว ความอร่อยก็คือความถูกต้องที่สุด

"ลุงหลิว ยังวุ่นอยู่เลยเหรอ" โจวอันเอ่ยทักทายพร้อมรอยยิ้ม

ลุงหลิวที่กำลังล้างผักอยู่หันมามองโจวอันด้วยความแปลกใจ "ลมอะไรหอบเจ้ามาถึงนี่ได้เนี่ย"

ในฐานะพ่อครัว เขาย่อมจำได้แม่นยำว่าใครมากินข้าวบ้างใครไม่มาบ้าง และโจวอันก็เป็นคนที่ไม่เคยเหยียบย่างมาที่นี่เลยสักครั้ง

การที่จู่ๆ วันนี้มาโผล่ที่นี่ ลุงหลิวเลยรู้สึกแปลกใจมาก

"ก็กะจะมาปรึกษาเรื่องสำคัญนิดหน่อยน่ะ"

โจวอันเดินเข้าไปใกล้ คว้าม้านั่งตัวเล็กแถวนั้นมานั่งลงตรงหน้าลุงหลิว

"ก่อนหน้านี้ลุงเคยบ่นกับท่านนายอำเภอไม่ใช่เหรอ ว่าอยากได้มือปราบที่ไม่ได้ออกลาดตระเวนมาช่วยงานในครัวบ้าง ลุงว่าข้าเป็นไง พอไหวไหม"

เมื่อไม่นานมานี้ ลุงหลิวเพิ่งจะไปบ่นกระปอดกระแปดกับท่านนายอำเภอ ว่าตัวเองต้องทำงานหัวเป็นน็อตตัวเป็นเกลียว ทั้งหั่นผัก ล้างผัก หุงข้าว ทำกับข้าวคนเดียวจนแทบไม่ไหวแล้ว

ท่านนายอำเภอเลยเสนอไอเดียว่า งั้นก็ลองเลือกมือปราบที่ว่างจากเวรลาดตระเวนมาช่วยเป็นลูกมือในครัวดูสิ

แน่นอนว่าไม่ได้ให้มาช่วยฟรีๆ แต่แลกกับการได้กินมื้อเที่ยงที่นี่ฟรีหนึ่งมื้อ

แต่พอประกาศเรื่องนี้ออกไป กลับไม่มีใครยอมมาทำเลยสักคน เพราะข้าวมื้อเดียวมันไม่ได้มีมูลค่ามากมายอะไร แถมยังต้องมาเหนื่อยทำงานงกๆ อีก

พวกมือปราบพวกนี้อู้งานกันจนติดเป็นนิสัยไปแล้ว จะให้มาเป็นลูกมือในครัวบอกเลยว่าฆ่ากันให้ตายซะยังดีกว่า

แต่โจวอันไม่เหมือนคนอื่น เมื่อคืนเขานอนคิดหาวิธีและตัดสินใจใช้ช่องโหว่นี้แหละ

เวลาว่างก็มาเป็นลูกมือ พอได้เป็นลูกมือก็ถือโอกาสหั่นผักไปด้วย ทักษะมีดก็จะได้พุ่งปรี๊ดๆ ไงล่ะ

แถมยังดูมีเหตุผลรองรับ และยังสามารถรักษาตำแหน่งมือปราบเอาไว้ได้อีก

สมบูรณ์แบบ!

"ก่อนหน้านี้เจ้าไม่อยากทำไม่ใช่รึ แถมข้าวที่นี่ก็ยังไม่เคยกินเลยด้วยซ้ำ" ลุงหลิวได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้ว ใบหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย

โจวอันทำเสียงกระซิบกระซาบ "ลุงหลิว ลุงคิดว่าช่วงนี้บ้านเมืองมันสงบสุขดีไหมล่ะ"

ลุงหลิวลองนึกดูแล้วส่ายหน้า "ไม่สงบเลย ทำเอาชาวบ้านผวาไปตามๆ กัน ขนาดหนูยังขึ้นมาไหว้คนได้แถมยังควักเครื่องในคนไปกินอีก เรื่องพวกนี้ข้าว่ามันดูวุ่นวายชอบกล"

"นั่นแหละประเด็น" โจวอันตบเข่าฉาด "ในยุคข้าวยากหมากแพงแบบนี้ อะไรสำคัญที่สุด เงินไงล่ะ! พวกเราต้องรีบกอบโกยหาเงินเก็บไว้ให้ได้มากที่สุด เก็บได้นิดหน่อยก็ยังดี"

"แต่มันก็ไม่ได้ช่วยประหยัดเงินได้เท่าไหร่เลยนะ..." ลุงหลิวพูดไม่ออก "ก็แค่ข้าวเที่ยงมื้อเดียวเอง"

โจวอันตีหน้าขรึม "พูดแบบนั้นไม่ได้สิ ประหยัดได้นิดก็ถือว่าประหยัด เงินทองมันก็ต้องเริ่มเก็บจากเล็กผสมน้อยนี่แหละ"

ลุงหลิวเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า "ถ้าอย่างนั้นเจ้าต้องรับปากข้าก่อนนะ ว่าต้องมาทำประจำ ตราบใดที่เจ้าไม่ได้เข้าเวรลาดตระเวน หรือไม่มีคดีต้องไปทำ เจ้าก็ต้องมาช่วยข้าในครัว"

"ได้เลย ไม่มีปัญหา" โจวอันตบหน้าอกตัวเองรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ

ลุงหลิวเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่ก็บอกโจวอันว่าจะรีบไปแจ้งท่านนายอำเภอให้จัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย

โจวอันไม่ได้พูดอะไรต่อ เขากล่าวขอบคุณสองสามคำแล้วก็เดินกลับไปที่ห้องแอบอู้เพื่อจิบชาต่ออย่างสบายใจ

จบบทที่ บทที่ 16 - ผู้ช่วยพ่อครัวโจวอัน

คัดลอกลิงก์แล้ว