เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

1096 - มีคนทำลายบรรยากาศ

1096 - มีคนทำลายบรรยากาศ

1096 - มีคนทำลายบรรยากาศ 


1096 - มีคนทำลายบรรยากาศ

จื่อเทียนตูตายแล้ว!

ข่าวนี้แพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็วทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนขนาดใหญ่กวาดไปทั่วหนานหลิง หลายคนตกตะลึงและยากที่จะทำใจยอมรับได้

ในยุคนี้เผ่าพันธุ์โบราณมากมายปรากฏตัวออกมาจากต้นกำเนิดสวรรค์ พลังของพวกมันแม้แต่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ก็ยังได้รับความกดดันจนหายใจไม่ทั่วท้อง

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เผ่าพันธุ์มนุษย์ต้องเผชิญกับศัตรูที่ทรงพลังเหล่านี้มากขึ้นเรื่อยๆ และตั้งแต่ต้นจนจบยังไม่มียอดฝีมือเผ่าพันธุ์มนุษย์คนใดเอาชนะเหล่าทายาทของสิ่งมีชีวิตโบราณได้

อย่างไรก็ตามตอนนี้ทายาทผู้ยิ่งใหญ่แห่งหุบเขาเทพถูกร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณสังหารทิ้งอย่างโหดร้าย

ความตายของจื่อเทียนตูเป็นการตอกย้ำอีกครั้งว่าร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณคือยอดฝีมือรุ่นเยาว์อันดับหนึ่งของโลกอย่างแท้จริง

หลังจากฆ่าจื่อเทียนตูแล้วเย่ฟ่านไม่ได้จากไปที่ไหน เขากำลังเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ของเมืองจูเชวี่ยพร้อมทั้งสนทนากับเหล่าไข่มุกแห่งหนานหลิงด้วยรอยยิ้ม

อย่างไรก็ตามทันทีที่เย่ฟ่านหันกลับมามองเฉินหยวน หลิวอวิ๋นเจี๋ย และเซี่ยจื่อหยวนน้ำเสียงของเขาก็เปลี่ยนเป็นเย็นชาทันที

“ในฐานะผู้นำของหนานหลิง เจ้าควรมีความซื่อสัตย์ต่อบรรพชนของตัวเอง พวกเขาคือผู้ปกครองที่แท้จริงของดินแดนนี้ แต่พวกเจ้ากลับเลือกที่จะก้มหัวให้กับเผ่าพันธุ์อื่น พวกเจ้าควรมีความละอายบ้าง”

หลังจากที่ได้ยินคำพูดนี้ ใบหน้าของหลายคนก็ไหม้เกรียมทันที

พวกเขาประสานมือและถอยออกไปช้าๆ อีกฝ่ายไม่คิดจะสังหารพวกเขาตั้งแต่แรก ดังนั้นทุกคนจึงได้แต่ถอนหายใจอย่างโล่งอก และหายตัวไปจากบริเวณนี้อย่างรวดเร็ว

เสียงกู่ฉินในตอนแรกเหมือนหยดน้ำพุใส จากนั้นค่อยๆ รุนแรงขึ้น และค่อยๆ ดังขึ้น มันคล้ายกับเสียงเกือกม้าหลายหมื่นตัวเหยียบย่ำพื้น กลิ่นอายฆ่าฟันที่รุนแรงก้องไปทั้งสวรรค์พิภพ

หลังจากเล่นเพลงจบลงอู๋เฟยหนึ่งในสี่เทพธิดาผู้ยิ่งใหญ่แห่งหนานหลิงก็ถอนหายใจเบาๆ และกล่าวว่า

“คุณชายคิดว่าข้ากำลังประจบสอพลอเผ่าพันธุ์โบราณหรือไม่?”

“ไม่แน่นอน ข้ารู้จักผู้คนอยู่บ้าง จากเสียงดนตรีของคุณหนูนั้นเต็มไปด้วยความสูงส่งและมีจิตใจที่แข็งแกร่ง เจ้าจะยอมสยบต่อผู้คนได้อย่างไร”

หลี่เทียนยิ้มและก้าวไปข้างหน้าเพื่อแนะนำตัวเอง

เทพธิดาผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสี่แห่งหนานหลิงขับเคลื่อนโลกด้วยความงาม พวกนางทุกคนล้วนมีชื่อเสียงโด่งดังแม้กระทั่งผู้ที่อยู่ในตงหวงอย่างเย่ฟ่านก็ยังเคยได้ยินชื่อเสียงของพวกนางมาบ้าง

“พวกเจ้ายังอยู่ที่นี่เพื่ออะไร? เจ้าไม่กลัวศัตรูจะหลั่งไหลมาฆ่าพวกเจ้าหรือ?” อู๋เฟยถาม

“นั่นตรงกับความต้องการของข้าพอดี!”

เย่ฟ่านยืนอยู่ในศาลาและสายตาของเขาก็ทอดมองออกไปในระยะไกล

เย่ฟ่านดูเหมือนจะได้เห็นหวังเถิง ฮั่วอวิ๋นเฟย หยวนกู่ และผู้คนจากศาลสวรรค์มาถึงแล้ว

“เจ้าจะรอให้พวกเขามาถึงหรือเปล่า” เอี๋ยนอี้ซีถามอย่างลับๆ

“แน่นอนว่าเราไม่สามารถรอพวกเขาให้มาฆ่าเราได้ สิ่งที่เราต้องทำก็คือชิงฆ่าพวกเขาก่อน!” เย่ฟ่านกล่าวอย่างเคร่งขรึม

ลมค่อยๆพัดมา และดอกไม้สีสันสดใสเริ่มเหี่ยวเฉาอย่างรวดเร็ว

“เราได้สร้างความขัดแย้งกับราชาโบราณแล้ว ในไม่ช้าเต่าชราตัวนั้นจะมาตามล่าข้าในหนานหลิงอย่างแน่นอน” เย่ฟ่านกล่าวกับตัวเอง

อสูรตัวใหญ่เดินเข้ามาในสวนแห่งนี้อย่างนอบน้อม เขาโค้งคำนับต่อเย่ฟ่านและแนะนำตัวเองว่าเป็นทายาทแห่งอสูรโบราณผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่ง

ในวันนั้นมีผู้คนมากมายหลั่งไหลเข้ามาในสวนเพื่อแสดงความเคารพต่อเย่ฟ่าน ในขณะนี้สถานะเย่ฟ่านไม่ใช่ยอดฝีมือรุ่นเยาว์อีกต่อไป เขากลายเป็นหนึ่งในยอดฝีมือเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกไปแล้ว

อู๋เฟยหนึ่งในสี่เทพธิดาผู้ยิ่งใหญ่ก็ได้รับเชิญให้เล่นดนตรีในงานเลี้ยงแห่งนี้ด้วย นางคือหญิงงามเลื่องชื่อแห่งหนานหลิงการดำรงอยู่ของนางทำให้งานเลี้ยงเต็มไปด้วยสีสันสดใส

สำหรับเฉินหยวน หลิวอวิ๋นเจี๋ย คงหลิงฮั่ว เซี่ยจื่อหยวนและคนอื่นๆ พวกเขาก็ได้รับเชิญให้เข้าร่วมงานเลี้ยงเช่นกัน อย่างไรก็ตามต่อให้พวกเขามีความกล้ากว่านี้สิบเท่าพวกเขาก็ไม่คิดจะเหยียบเท้าเข้ามาในสวนแม้แต่ก้าวเดียว

ผู้ที่สามารถนั่งที่นี่ล้วนแต่เป็นอสูรผู้ยิ่งใหญ่แห่งหนานหลิง ไม่เช่นนั้นพวกเขาก็ต้องเป็นมหาอำนาจเผ่าพันธุ์มนุษย์ผู้แข็งแกร่ง

เวลาผ่านไปนับสิบปีสถานะของเย่ฟ่านแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง แน่นอนว่าในอดีตเขาไม่คู่ควรที่จะนั่งร่วมกันกับอสูรผู้ยิ่งใหญ่แห่งหนานหลิง ในเวลานี้ผู้คนมากมายทำได้เพียงเฝ้ามองเขาจากระยะไกลเท่านั้น

“ในช่วงเวลาที่เราทุกคนได้รับความกดดันอย่างหนักจากเผ่าพันธุ์โบราณ เป็นโชคดีจริงๆ ที่ร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณผงาดขึ้นมาทันเวลา แม้ว่าเราจะไม่สามารถให้ความช่วยเหลือเขาได้มากนัก แต่ข้าจะพยายามทุกวิถีทางเพื่อปกป้องชีวิตเขาไว้ให้ได้”

“ใช่แล้ว ทุกครั้งที่โลกเข้าสู่กลียุคครั้งใหญ่ร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณจะปรากฏขึ้นเสมอ เขาคือความหวังของเผ่าพันธุ์มนุษย์ ต่อให้ต้องตายข้าก็จะปกป้องเขา!”

เหล่ายอดฝีมือจากเผ่าพันธุ์มนุษย์และอสูรเริ่มปรึกษากันอย่างเคร่งเครียด ก่อนหน้านี้แรงกดดันที่มาจากเผ่าพันธุ์โบราณทำให้พวกเขาหวาดผวาอย่างถึงที่สุด

อย่างไรก็ตามเย่ฟ่านปรากฏตัวขึ้นทันเวลา ความแข็งแกร่งของเขาเพียงพอที่จะพิสูจน์แล้วว่านี่คือยอดฝีมือเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างแน่นอน

และด้วยศักยภาพที่ไร้ขีดจํากัดของเย่ฟ่านเมื่อเขากลายเป็นสิ่งมีชีวิตอมตะในอีกไม่กี่ร้อยปีข้างหน้า ต่อให้สิ่งมีชีวิตโบราณที่แข็งแกร่งที่สุดตื่นขึ้นมาก็ยากที่จะคุกคามความปลอดภัยของมนุษย์ได้

ในอดีตทุกครั้งที่เกิดสงครามครั้งใหญ่ขึ้นร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณจะมีส่วนร่วมในความวุ่นวายเสมอ

แม้ว่าท้ายที่สุดจะยังไม่มีร้างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณคนใดประสบความสำเร็จในการเป็นสิ่งมีชีวิตอมตะในรอบหลายแสนปีนี้ แต่ผู้คนจำนวนมากยังคงเชื่อว่าหากมีเวลาเพียงพอเย่ฟ่านจะทำได้อย่างแน่นอน

เย่ฟ่านดื่มสุรากับทุกคนอย่างเงียบๆ และย้อนนึกไปถึงเลือดของร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณต้าเฉิง(ประสบความสำเร็จอันยิ่งใหญ่)ที่ไหลอาบภูเขาอมตะ

แม้ว่าเขาจะตายมานานหลายแสนปีแล้ว แต่เลือดของเขายังคงเป็นสีแดงสดอยู่เสมอ สิ่งนี้เพียงพอที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่าพลังชีวิตของร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณนั้นทรงพลังมากเพียงใด

ความโหดร้ายแบบนั้น ศัตรูที่น่าสะพรึงกลัวแบบนั้น การต่อสู้แบบนั้น เป็นสิ่งที่ไม่อาจจินตนาการได้จริงๆ ร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณผู้แข็งแกร่งจนเกือบจะเป็นสิ่งมีชีวิตอมตะถูกฝังไว้ในภูเขาอมตะตั้งแต่นั้น

สงครามโบราณเป็นเรื่องน่าเศร้าและน่าตกใจมาก ตามตำนานเล่าขานว่าร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณผู้นั้นถูกจักรพรรดิอู่ซือ(ปราศจากจุดเริ่มต้น)ผู้ยิ่งใหญ่ฆ่าตาย

แต่เย่ฟ่านคิดว่าเรื่องนี้ไม่มีทางเป็นไปได้อย่างแน่นอน ร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณคือผู้ยิ่งใหญ่ที่เต็มไปด้วยคุณธรรมของเผ่าพันธุ์มนุษย์

มันเป็นเรื่องยากที่จะเชื่อได้ว่าจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ของเผ่าพันธุ์มนุษย์จะลดตัวลงมาสังหารผู้ที่มีฐานการบ่มเพาะต่ำกว่า ในโลกนี้ไม่มีจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ที่ไร้ยางอายขนาดนั้นอย่างแน่นอน

“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”

เย่ฟ่านกล่าวกับตัวเอง เขาอยากย้อนกลับไปสำรวจภูเขาอมตะอีกครั้ง แต่สถานการณ์ในปัจจุบันค่อนข้างซับซ้อนอย่างยิ่ง นั่นก็เพราะดินแดนต้องห้ามแห่งชีวิตทั้งเจ็ดแห่งล้วนเป็นสถานที่ชุมนุมของเผ่าพันธุ์โบราณ

การจะบุกเข้าไปข้างในย่อมไม่ต่างอะไรจากการเปิดสงครามกับเผ่าพันธุ์โบราณทั้งหมดในโลก

แน่นอนว่าเย่ฟ่านไม่ได้มีความหวาดกลัวต่อทายาทของเผ่าพันธุ์โบราณคนใด อย่างไรก็ตามการต่อสู้กับราชาโบราณที่เป็นสิ่งมีชีวิตอมตะนั้นเป็นเรื่องโง่เขลาอย่างแท้จริง ซึ่งเขาจะไม่มีวันทำเรื่องนี้

“นี่เป็นโลกอันยิ่งใหญ่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เมื่อราชาโบราณทั้งหมดตื่นขึ้นมาจะมีที่ว่างให้มนุษย์และอสูรอาศัยอยู่หรือไม่?” บางคนไม่สามารถมองโลกในแง่ดีได้

ในปัจจุบันการดำรงอยู่ของเผ่าพันธุ์มนุษย์และอสูรก็แทบจะไม่แตกต่างจากน้ำกับไฟแล้ว

หากสอดแทรกเผ่าพันธุ์โบราณที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตอมตะมากมายนับไม่ถ้วน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าในโลกเล็กๆใบนี้มันจะไม่เพียงพอให้ทุกข์เผ่าพันธุ์อาศัยอยู่อย่างแน่นอน

แม้กระทั่งยุคอดีตที่เผ่าพันธุ์มนุษย์และเผ่าพันธุ์อสูรมีสิ่งมีชีวิตอมตะอาศัยอยู่ก็ยังยากที่จะช่วงชิงความได้เปรียบในการทำสงครามกับสิ่งมีชีวิตโบราณได้

มีเพียงยุคที่จักรพรรดิสุริยันถือกำเนิดขึ้นมาเท่านั้นมนุษย์จึงมีที่ยืนในโลกใบนี้อย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตามในปัจจุบันจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ทุกคนล้วนตายไปแล้ว ผู้นำของเผ่าพันธุ์มนุษย์และอสูรได้แต่ระลึกถึงเหตุการณ์ในอดีตและถอนหายใจด้วยความเศร้าโศกเท่านั้น

อู๋เฟยหนึ่งในสี่เทพธิดาผู้ยิ่งใหญ่แห่งหนานหลิงเล่นกู่ฉินอย่างช้าๆ ดนตรีของนางเศร้าสร้อยชวนให้นึกถึงเซียนโบราณผู้แข็งแกร่ง

สุราผ่านไปหลายรอบจนกระทั่งสุดท้ายเย่ฟ่านก็ยืนขึ้นและกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ขอบคุณทุกท่านที่มางานเลี้ยงในวันนี้ น่าเสียดายที่มีใครบางคนขัดอารมณ์ทำให้ข้าไม่สามารถดื่มต่อไปได้” เย่ฟ่านประสานมือแสดงความเคารพไปรอบทิศทางเพื่อขอโทษทุกคน

“ทำไมน้องเย่จึงกล่าวเช่นนั้น?” เหล่าผู้อาวุโสของมนุษย์และเผ่าพันธุ์อสูรที่มีอายุหลายพันปีกล่าวด้วยความสงสัย

“มีคนมาทำลายบรรยากาศ!”เย่ฟ่านกล่าว

“ใคร?” เอี๋ยนอี้ซีก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปเช่นกัน

“ด้วยความเร็วระดับนี้จะเป็นอะไรไปได้หากไม่ใช่ยอดฝีมือจากศาลสวรรค์”

เย่ฟ่านกล่าวเบาๆและบอกให้หลี่เทียนนำเตาหลอมเซียนออกมา

……

จบบทที่ 1096 - มีคนทำลายบรรยากาศ

คัดลอกลิงก์แล้ว