เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 จักรพรรดินีสติแตก

บทที่ 1 จักรพรรดินีสติแตก

บทที่ 1 จักรพรรดินีสติแตก


"พี่ใหญ่ ตื่นสิ ตื่นเร็วเข้า!"

ฝ่ามืออุ่น ๆ ตบฉาด ๆ ลงบนใบหน้าของหลิงเฉิงเอินที่กำลังหลับสนิท ความเจ็บทำเอาเธอเบิกตาโพลงด้วยความโกรธเกล้า สายตาแผ่รังสีอำมหิตจ้องไปยังเจ้าเด็กเมื่อวานซืนที่กล้าดีมาตบหน้าเธอ

ตอนแรกนึกว่าเป็นพวกรนหาที่ตายที่ไหนมาขัดขวางความสงบ แต่พอเปิดตาขึ้นมากลับกลายเป็นเด็กผู้หญิงอายุราว ๆ เจ็ดแปดขวบ บนหัวมีหูแมวปุกปุยคู่หนึ่ง กำลังเบิกตากลมโตฉ่ำน้ำ มองมาที่เธอด้วยความร้อนรน

หลิงเฉิงเอินตื่นเต็มตาในทันที

เธอนั่งขัดสมาธิอยู่บนเบาะฟาง หันไปมองถ้ำหินอันว่างเปล่า แล้วหันกลับมามองยัยหนูที่นั่งยอง ๆ อยู่ข้างเบาะ จากนั้นก็ยื่นมือไปหยิกแก้มยุ้ย ๆ ของยัยหนูคนนั้นทีหนึ่ง

เด็กหญิงน้ำตาร่วงพรูออกมาทันที ลุกพรวดวิ่งออกไปข้างนอกพลางตะโกนลั่น "อาป๋า พี่ใหญ่ตีข้า! แงงงงง..."

หลิงเฉิงเอิน: "???"

หยิกแก้มทีเดียวถึงกับร้องไห้เลยเหรอ ทำด้วยน้ำหรือไง? เมื่อกี้เจ้ายัยหนูนั่นตบหน้าเธอ เธอยังไม่ทันโกรธเลยนะ!

เสียงร้องไห้ของเด็กน้อยเงียบหายไปอย่างรวดเร็ว แทนที่ด้วยชายร่างกำยำล่ำสันคนหนึ่ง เขาเลิกม่านฟางตรงปากถ้ำออก มือข้างหนึ่งอุ้มยัยหนูที่กำลังร้องไห้โฮเดินเข้ามา

"เอินเอิน เมื่อกี้เสี่ยวซีร้องไห้บอกว่าเจ้าตีนา มันเกิดอะไรขึ้นหรือ?"

ชายคนนั้นปลอบเด็กหญิงที่กำลังสะอื้นไปพลาง มองหลิงเฉิงเอินที่นั่งอยู่บนเบาะฟางด้วยความกังวล

ส่วนความสนใจของหลิงเฉิงเอินนั้น ตกไปอยู่ที่หางเสือของชายคนนั้นอย่างสิ้นเชิง

พับผ่าสิ เธออุตส่าห์อาบเหงื่อต่างเลือดสู้รบตบมือมาหลายสิบปี กว่าจะฆ่าล้างบางวันสิ้นโลกจนกวาดล้างซอมบี้และสัตว์ซอมบี้ได้หมดสิ้น ขึ้นครองบัลลังก์จักรพรรดินีได้อย่างราบรื่น แต่พอนอนหลับไปตื่นหนึ่ง กลับวาร์ปมาอยู่ในยุคสัตว์อสูรบรรพกาลเนี่ยนะ?

มันสมเหตุสมผลตรงไหน?

สมเหตุสมผลตรงไหนกัน?!

เธอจะประท้วงแล้วนะ—

หลิงเฉิงเอินนั่งหน้าตายอยู่บนเบาะฟาง แววตาว่างเปล่า ก่อนจะล้มตัวลงไปนอนหงายหลังตามเดิม

"ไม่ต้องมายุ่งกับข้า ตอนนี้ข้าอยากตาย"

ชายหางเสือได้ยินดังนั้นก็รีบวางเด็กหญิงในอ้อมแขนลงทันที แล้วช้อนตัวเธอขึ้นมา มือหนาทาบลงบนหน้าผาก "ป่วยหรือ? ไป ค่อยไปหาพ่อหมอกัน อาป๋าจะแบกเจ้าไปเอง!"

พูดจบ ชายคนนั้นก็อุ้มเธอขึ้นพาดบ่า เตรียมจะวิ่งออกไปข้างนอก

หลิงเฉิงเอินไม่กล้านอนสลบไสลอีกต่อไป เธอพลิกตัวลงจากบ่าของเขาอย่างคล่องแคล่ว ปัดกระโปรงหนังสัตว์และเสื้อหนังสัตว์สั้น ๆ บนตัว ยืดหลังตรงแน่วแล้วพูดว่า "ไม่ต้อง ข้าหายแล้ว"

เมื่อเห็นท่าทางกระปรี้กระเปร่าของเธอ ชายคนนั้นก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

หลิงเฉิงเอินเดินไปตรงหน้าเด็กหญิงที่น้ำตายังคลอเบ้า ย่อตัวลงแล้วใช้นิ้วดีดหน้าผากยัยหนูไปทีหนึ่ง "ข้าไปตีเจ้าตอนไหน เจ้าเอาฝ่ามือมาตบหน้าข้า ข้าหยิกแก้มซาลาเปาของเจ้าหน่อยไม่ได้หรือไง?"

เด็กหญิงหูแมวรีบกอดขาชายหางเสือแน่น ซ่อนตัวอยู่ข้างหลังเขา โผล่หัวออกมาพูดอย่างแง่งอน "พี่ใหญ่พลังช้างสาร หยิกข้าจนเจ็บไปหมด"

ชายคนนั้นดึงเด็กหญิงข้างหลังออกมา มือหนาตบหัวเธอเบา ๆ "เอาล่ะ อย่ากวนพี่ใหญ่ของเจ้าเลย วันนี้นางต้องไปรับพี่เขยทั้งหลายของเจ้ากลับมานะ"

รอยยิ้มบนใบหน้าของหลิงเฉิงเอินแข็งค้าง เธอเงยหน้าขึ้นมองอย่างไม่มั่นใจ "??? พี่เขย? หลายคน?"

เสี่ยวซีเอียงคอพูด "ใช่แล้ว พี่ใหญ่ลืมไปแล้วหรือ ก่อนหน้านี้พวกเผ่าทางใต้รวมหัวกันจะมาแย่งชิงเหยื่อและตัวเมียของเผ่าเรา สุดท้ายโดนอาป๋าและคนอื่น ๆ ตีจนพ่ายแพ้ไป พ่ายแพ้แล้วก็ต้องส่งเหยื่อและตัวเมียมาให้เผ่าเราสิ"

"แต่บ้านเราไม่ขาดแคลนตัวเมีย อาป๋าเลยเลือกสัตว์ตระกูลตัวผู้ที่ยังไม่แต่งงานและยอดเยี่ยมที่สุดจากเผ่าเหล่านั้นมาให้เจ้า เพื่อเป็นสามีสัตว์อสูรของเจ้าไง!"

หลิงเฉิงเอินพยายามขุดคุ้ยความทรงจำอันน้อยนิดในหัว เจ้าของร่างเดิมตายกะทันหันเกินไป เธอเลยไม่ได้รับความทรงจำมามากนัก รู้แค่ว่าอีกฝ่ายชื่อเหมือนกัน ที่นี่คือโลกสัตว์อสูร และอาป๋าคนนี้เป็นหัวหน้าเผ่า ส่วนเรื่องสงครามระหว่างเผ่านั้น... ไม่มีในหัวเลยสักนิด

สรุปแล้ว เจ้าของร่างเดิมตายยังไงกันแน่เนี่ย?

เสี่ยวซีเห็นเธอยืนเซ่อ จึงอดไม่ได้ที่จะกระซิบถาม "พี่ใหญ่ คงไม่ใช่ว่ายังตัดใจจากสัตว์อสูรตัวผู้สุดหล่อของเผ่าหานซานไม่ได้หรอกนะ? เขาปฏิเสธพี่ตั้งหลายครั้ง พี่ส่งของไปให้ตั้งมากมายเขาก็ตีกลับมาหมด เขาไม่เต็มใจจะอยู่กินกับพี่หรอกนะ เป็นสัตว์อสูรต้องใจกว้างหน่อย ในเมื่อเขาไม่เต็มใจ เราจะไปบังคับขืนใจเขาก็ไม่ดีนะ"

หลิงเฉิงเอินหยิกแก้มยัยหนูอีกที "เจ้าพูดมากจริง"

"เออ ๆ ๆ ข้ารู้แล้ว ไปรับคนใช่ไหม! ไปก็ไป"

หลิงเฉิงเอินสาวเท้าก้าวใหญ่เดินไปที่ปากถ้ำ เลิกม่านฟางขึ้น มองดูดินแดนรกร้างอันกว้างใหญ่และป่าดิบชื้น ได้แต่ถอนหายใจยาว

เหน็ดเหนื่อยสายตัวแทบขาดมาตั้งหลายปี ตื่นมาอีกทีกลับไปเริ่มต้นจากศูนย์

คิดแล้วน้ำตาจะไหล รู้แบบนี้ว่าจะวาร์ปมาอยู่ในโลกสัตว์อสูรที่ไม่มีอะไรเลยสักอย่าง ชาติก่อนเธอจะไปสู้ตายทำไม สู้ยอมนอนแผ่เป็นผักรอความตายไปเลยไม่ดีกว่าเหรอ?

โมโหชะมัด! เป็นอีกวันที่อยากจะบ้าคลั่งทำลายโลกให้รู้แล้วรู้รอด

ชีวิตบัดซบ... ไม่สิ ชีวิตสัตว์อสูรบัดซบ!

ตอนนี้เธอไม่ใช่คนด้วยซ้ำ แต่เป็นแม่เสือ! เป็นมนุษย์สัตว์อสูรเพศเมีย!

หลิงเฉิงเอินกัดฟันกรอด รีบวิ่งไปที่ลำธารที่อยู่ไม่ไกล ย่อตัวลงข้างริมน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตาและจัดระเบียบตัวเอง

พอน้ำในลำธารเย็น ๆ กระทบใบหน้า สมองของหลิงเฉิงเอินถึงได้เปิดใช้งานอย่างสมบูรณ์

ตอนอยู่ยุควันสิ้นโลกเธอเคยอ่านนิยายแนวโลกสัตว์อสูรมาไม่น้อย ส่วนใหญ่จะมีตัวผู้มากตัวเมียน้อย ตัวผู้มีพลังต่อสู้แข็งแกร่ง ตัวเมียอ่อนแอ ตอนนั้นเธอยังบ่นอยู่เลยว่าเซ็ตติ้งนี้มันค่อนข้างไร้สาระ

คิดไม่ถึงเลยว่าโลกสัตว์อสูรบรรพกาลจะเป็นแบบนี้จริง ๆ

แต่ตัวเมียในโลกสัตว์อสูรก็ไม่ได้อ่อนแอจนไม่มีแรงมัดไก่ แค่เมื่อเทียบกับตัวผู้ที่แข็งแกร่งกว่าแล้ว พลังของพวกนางเลยดูบอบบางและไม่พอมือ

หลิงเฉิงเอินมองดูก้อนหินใหญ่กลมมนข้าง ๆ อย่างไม่ค่อยเชื่อน้ำหน้า

เธอเป็นถึงราชินีที่รอดชีวิตจากยุควันสิ้นโลกจนได้ขึ้นครองราชย์ จะไปยอมทนอยู่แบบอ่อนแอกว่าคนอื่นได้อย่างไร

ถ้าไม่สามารถปกป้องตัวเองได้ เธอสิยอมหาเส้นบะหมี่มาผูกคอตายยังดีกว่า

เธอจ้องก้อนหินอยู่ครู่หนึ่ง ทันใดนั้นก็กำหมัดขวาแน่น ทุบลงบนก้อนหินอย่างแรง

วินาทีต่อมา หินก้อนยักษ์แตกกระจายเป็นเสี่ยง ๆ และในพริบตาต่อมา เศษหินเหล่านั้นก็กลายเป็นผงธุลี

หลิงเฉิงเอินถอนหายใจอย่างโล่งอก พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ล้างมืออย่างอารมณ์ดี เตรียมตัวกลับถ้ำ

จากนั้น พอเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นปลาอ้วน ๆ สองตัวว่ายผ่านไปในลำธารข้างหน้าอย่างไม่เกรงใจใคร

เธอเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ตะครุบตัวลงไปในน้ำดั่งเสือโคร่ง จับเหงือกปลาทั้งสองตัวแล้วยืนขึ้นมาจากลำธาร

ต่อมา เธอนั่งยอง ๆ ข้างลำธาร ขูดเกล็ด ควักเหงือก ผ่าท้องล้างไส้ หลังจากทำความสะอาดจนหมดจดแล้ว ก็เดินอุ้มปลากลับถ้ำอย่างสง่าผ่าเผย

ยุควันสิ้นโลกไม่มีปลาทั้งอ้วนทั้งซื่อแบบนี้หรอก สัตว์ตระกูลปลาในแม่น้ำลำคลองและทะเลพวกนั้นดุร้ายจะตายชัก บางชนิดยังวิวัฒนาการแบบย้อนศร ทำให้เนื้อและกระดูกไม่อร่อยอย่างรุนแรง แถมพลังต่อสู้ยังกะซวกไส้เหมือนปืนใหญ่บรรจุกระสุน...

ต้องยอมรับว่าโลกสัตว์อสูรก็มีข้อดีอยู่ อย่างน้อยก็ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีอะไรกิน

ช่างเถอะ ในเมื่อมาแล้วก็ต้องอยู่ให้ได้

วันที่สติแตก วันนี้ขอเริ่มต้นด้วยปลาย่างแสนอร่อยสองตัวนี้แล้วกัน

พ่อเสือหลิงเซียวเดินออกมาจากถ้ำ ก็เห็นหลิงเฉิงเอินกำลังคุกเข่าโก้งโค้งก้นโด่งอยู่บนลานหิน พยายามจุดไฟอยู่

เขาเดินมาข้างกองไฟ มองดูเจ้าลูกซื่อบื้อคนนี้อย่างไม่เข้าใจ "ทำอะไรน่ะ? ควันดำโขมงไปหมด"

"จุดไฟไงจ๊ะ" หลิงเฉิงเอินเงยหน้าขึ้น ใบหน้าเต็มไปด้วยคราบเขม่าดำ แอบโมโหตัวเองอยู่หน่อย ๆ

หลัก ๆ คือเมื่อกี้เธอเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า พวกสัตว์อสูรที่นี่ตอนนี้ยังเน้นกินเนื้อดิบเป็นหลัก และยังไม่มีจิตสำนึกเรื่องการจุดไฟทำอาหาร

หลิงเซียวพยักหน้ารับรู้อย่างเข้าใจ เขาใช้มือดันหัวเธอออกไป ฝ่ามือขวาหงายขึ้นก็มีเปลวไฟสีส้มแดงปรากฏขึ้นมา เขาสะบัดมันลงบนเศษไม้แห้งเบา ๆ ไฟกองใหญ่ก็ลุกโชนขึ้นมาทันที

"เสร็จแล้ว" หลิงเซียวส่งปลาที่เสียบไม้ข้าง ๆ ให้เธอ "เจ้ายยังไม่ถอดใจอีกหรือ? ยังอยากจะเรียนทำปลาย่างอีก บอกแล้วไงว่านั่นเป็นของขึ้นชื่อของเมืองสัตว์อสูรใหญ่ทางใต้ โน่น มันจะไปเรียนรู้กันได้ง่าย ๆ ขนาดนั้น"

"ช่างเถอะ อยากลองทำก็ทำต่อไปเถอะ ทำเสร็จแล้วอย่าลืมดับไฟด้วยล่ะ!" หลิงเซียวพูดจบก็หันหลังเดินจากไป

หลิงเฉิงเอินจ้องมองแผ่นหลังของเขาอยู่ครู่หนึ่ง พลางคิดในใจอย่างครุ่นคิด: "พลังพิเศษสายไฟงั้นหรือ?"

โลกสัตว์อสูรนี่มีของดีเหมือนกันแฮะ

แล้วเธอล่ะมีพลังพิเศษอะไรไหม?

หลิงเฉิงเอินครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งก็ยังคิดไม่ตก เลยช่างมันก่อน ตั้งใจว่ารอให้กินอิ่มแล้วค่อยมาคิดต่อ

ยังไงเธอก็ว่างอยู่แล้ว ถ้าไม่มีพลังพิเศษจริง ๆ ก็แค่เริ่มฝึกฝนใหม่ตั้งแต่ต้น

เธอจะต้องเป็นผู้หญิงที่แข็งแกร่งที่สุดในทุ่งหญ้าสัตว์อสูรแห่งนี้ให้ได้! ถุย! เป็นมนุษย์สัตว์อสูรเพศเมียที่แข็งแกร่งที่สุดต่างหาก!

จบบทที่ บทที่ 1 จักรพรรดินีสติแตก

คัดลอกลิงก์แล้ว