- หน้าแรก
- นางร้ายเผ่าสัตว์สุดโหดกับสามีคลั่งรักทั้งเจ็ด
- บทที่ 1 จักรพรรดินีสติแตก
บทที่ 1 จักรพรรดินีสติแตก
บทที่ 1 จักรพรรดินีสติแตก
"พี่ใหญ่ ตื่นสิ ตื่นเร็วเข้า!"
ฝ่ามืออุ่น ๆ ตบฉาด ๆ ลงบนใบหน้าของหลิงเฉิงเอินที่กำลังหลับสนิท ความเจ็บทำเอาเธอเบิกตาโพลงด้วยความโกรธเกล้า สายตาแผ่รังสีอำมหิตจ้องไปยังเจ้าเด็กเมื่อวานซืนที่กล้าดีมาตบหน้าเธอ
ตอนแรกนึกว่าเป็นพวกรนหาที่ตายที่ไหนมาขัดขวางความสงบ แต่พอเปิดตาขึ้นมากลับกลายเป็นเด็กผู้หญิงอายุราว ๆ เจ็ดแปดขวบ บนหัวมีหูแมวปุกปุยคู่หนึ่ง กำลังเบิกตากลมโตฉ่ำน้ำ มองมาที่เธอด้วยความร้อนรน
หลิงเฉิงเอินตื่นเต็มตาในทันที
เธอนั่งขัดสมาธิอยู่บนเบาะฟาง หันไปมองถ้ำหินอันว่างเปล่า แล้วหันกลับมามองยัยหนูที่นั่งยอง ๆ อยู่ข้างเบาะ จากนั้นก็ยื่นมือไปหยิกแก้มยุ้ย ๆ ของยัยหนูคนนั้นทีหนึ่ง
เด็กหญิงน้ำตาร่วงพรูออกมาทันที ลุกพรวดวิ่งออกไปข้างนอกพลางตะโกนลั่น "อาป๋า พี่ใหญ่ตีข้า! แงงงงง..."
หลิงเฉิงเอิน: "???"
หยิกแก้มทีเดียวถึงกับร้องไห้เลยเหรอ ทำด้วยน้ำหรือไง? เมื่อกี้เจ้ายัยหนูนั่นตบหน้าเธอ เธอยังไม่ทันโกรธเลยนะ!
เสียงร้องไห้ของเด็กน้อยเงียบหายไปอย่างรวดเร็ว แทนที่ด้วยชายร่างกำยำล่ำสันคนหนึ่ง เขาเลิกม่านฟางตรงปากถ้ำออก มือข้างหนึ่งอุ้มยัยหนูที่กำลังร้องไห้โฮเดินเข้ามา
"เอินเอิน เมื่อกี้เสี่ยวซีร้องไห้บอกว่าเจ้าตีนา มันเกิดอะไรขึ้นหรือ?"
ชายคนนั้นปลอบเด็กหญิงที่กำลังสะอื้นไปพลาง มองหลิงเฉิงเอินที่นั่งอยู่บนเบาะฟางด้วยความกังวล
ส่วนความสนใจของหลิงเฉิงเอินนั้น ตกไปอยู่ที่หางเสือของชายคนนั้นอย่างสิ้นเชิง
พับผ่าสิ เธออุตส่าห์อาบเหงื่อต่างเลือดสู้รบตบมือมาหลายสิบปี กว่าจะฆ่าล้างบางวันสิ้นโลกจนกวาดล้างซอมบี้และสัตว์ซอมบี้ได้หมดสิ้น ขึ้นครองบัลลังก์จักรพรรดินีได้อย่างราบรื่น แต่พอนอนหลับไปตื่นหนึ่ง กลับวาร์ปมาอยู่ในยุคสัตว์อสูรบรรพกาลเนี่ยนะ?
มันสมเหตุสมผลตรงไหน?
สมเหตุสมผลตรงไหนกัน?!
เธอจะประท้วงแล้วนะ—
หลิงเฉิงเอินนั่งหน้าตายอยู่บนเบาะฟาง แววตาว่างเปล่า ก่อนจะล้มตัวลงไปนอนหงายหลังตามเดิม
"ไม่ต้องมายุ่งกับข้า ตอนนี้ข้าอยากตาย"
ชายหางเสือได้ยินดังนั้นก็รีบวางเด็กหญิงในอ้อมแขนลงทันที แล้วช้อนตัวเธอขึ้นมา มือหนาทาบลงบนหน้าผาก "ป่วยหรือ? ไป ค่อยไปหาพ่อหมอกัน อาป๋าจะแบกเจ้าไปเอง!"
พูดจบ ชายคนนั้นก็อุ้มเธอขึ้นพาดบ่า เตรียมจะวิ่งออกไปข้างนอก
หลิงเฉิงเอินไม่กล้านอนสลบไสลอีกต่อไป เธอพลิกตัวลงจากบ่าของเขาอย่างคล่องแคล่ว ปัดกระโปรงหนังสัตว์และเสื้อหนังสัตว์สั้น ๆ บนตัว ยืดหลังตรงแน่วแล้วพูดว่า "ไม่ต้อง ข้าหายแล้ว"
เมื่อเห็นท่าทางกระปรี้กระเปร่าของเธอ ชายคนนั้นก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
หลิงเฉิงเอินเดินไปตรงหน้าเด็กหญิงที่น้ำตายังคลอเบ้า ย่อตัวลงแล้วใช้นิ้วดีดหน้าผากยัยหนูไปทีหนึ่ง "ข้าไปตีเจ้าตอนไหน เจ้าเอาฝ่ามือมาตบหน้าข้า ข้าหยิกแก้มซาลาเปาของเจ้าหน่อยไม่ได้หรือไง?"
เด็กหญิงหูแมวรีบกอดขาชายหางเสือแน่น ซ่อนตัวอยู่ข้างหลังเขา โผล่หัวออกมาพูดอย่างแง่งอน "พี่ใหญ่พลังช้างสาร หยิกข้าจนเจ็บไปหมด"
ชายคนนั้นดึงเด็กหญิงข้างหลังออกมา มือหนาตบหัวเธอเบา ๆ "เอาล่ะ อย่ากวนพี่ใหญ่ของเจ้าเลย วันนี้นางต้องไปรับพี่เขยทั้งหลายของเจ้ากลับมานะ"
รอยยิ้มบนใบหน้าของหลิงเฉิงเอินแข็งค้าง เธอเงยหน้าขึ้นมองอย่างไม่มั่นใจ "??? พี่เขย? หลายคน?"
เสี่ยวซีเอียงคอพูด "ใช่แล้ว พี่ใหญ่ลืมไปแล้วหรือ ก่อนหน้านี้พวกเผ่าทางใต้รวมหัวกันจะมาแย่งชิงเหยื่อและตัวเมียของเผ่าเรา สุดท้ายโดนอาป๋าและคนอื่น ๆ ตีจนพ่ายแพ้ไป พ่ายแพ้แล้วก็ต้องส่งเหยื่อและตัวเมียมาให้เผ่าเราสิ"
"แต่บ้านเราไม่ขาดแคลนตัวเมีย อาป๋าเลยเลือกสัตว์ตระกูลตัวผู้ที่ยังไม่แต่งงานและยอดเยี่ยมที่สุดจากเผ่าเหล่านั้นมาให้เจ้า เพื่อเป็นสามีสัตว์อสูรของเจ้าไง!"
หลิงเฉิงเอินพยายามขุดคุ้ยความทรงจำอันน้อยนิดในหัว เจ้าของร่างเดิมตายกะทันหันเกินไป เธอเลยไม่ได้รับความทรงจำมามากนัก รู้แค่ว่าอีกฝ่ายชื่อเหมือนกัน ที่นี่คือโลกสัตว์อสูร และอาป๋าคนนี้เป็นหัวหน้าเผ่า ส่วนเรื่องสงครามระหว่างเผ่านั้น... ไม่มีในหัวเลยสักนิด
สรุปแล้ว เจ้าของร่างเดิมตายยังไงกันแน่เนี่ย?
เสี่ยวซีเห็นเธอยืนเซ่อ จึงอดไม่ได้ที่จะกระซิบถาม "พี่ใหญ่ คงไม่ใช่ว่ายังตัดใจจากสัตว์อสูรตัวผู้สุดหล่อของเผ่าหานซานไม่ได้หรอกนะ? เขาปฏิเสธพี่ตั้งหลายครั้ง พี่ส่งของไปให้ตั้งมากมายเขาก็ตีกลับมาหมด เขาไม่เต็มใจจะอยู่กินกับพี่หรอกนะ เป็นสัตว์อสูรต้องใจกว้างหน่อย ในเมื่อเขาไม่เต็มใจ เราจะไปบังคับขืนใจเขาก็ไม่ดีนะ"
หลิงเฉิงเอินหยิกแก้มยัยหนูอีกที "เจ้าพูดมากจริง"
"เออ ๆ ๆ ข้ารู้แล้ว ไปรับคนใช่ไหม! ไปก็ไป"
หลิงเฉิงเอินสาวเท้าก้าวใหญ่เดินไปที่ปากถ้ำ เลิกม่านฟางขึ้น มองดูดินแดนรกร้างอันกว้างใหญ่และป่าดิบชื้น ได้แต่ถอนหายใจยาว
เหน็ดเหนื่อยสายตัวแทบขาดมาตั้งหลายปี ตื่นมาอีกทีกลับไปเริ่มต้นจากศูนย์
คิดแล้วน้ำตาจะไหล รู้แบบนี้ว่าจะวาร์ปมาอยู่ในโลกสัตว์อสูรที่ไม่มีอะไรเลยสักอย่าง ชาติก่อนเธอจะไปสู้ตายทำไม สู้ยอมนอนแผ่เป็นผักรอความตายไปเลยไม่ดีกว่าเหรอ?
โมโหชะมัด! เป็นอีกวันที่อยากจะบ้าคลั่งทำลายโลกให้รู้แล้วรู้รอด
ชีวิตบัดซบ... ไม่สิ ชีวิตสัตว์อสูรบัดซบ!
ตอนนี้เธอไม่ใช่คนด้วยซ้ำ แต่เป็นแม่เสือ! เป็นมนุษย์สัตว์อสูรเพศเมีย!
หลิงเฉิงเอินกัดฟันกรอด รีบวิ่งไปที่ลำธารที่อยู่ไม่ไกล ย่อตัวลงข้างริมน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตาและจัดระเบียบตัวเอง
พอน้ำในลำธารเย็น ๆ กระทบใบหน้า สมองของหลิงเฉิงเอินถึงได้เปิดใช้งานอย่างสมบูรณ์
ตอนอยู่ยุควันสิ้นโลกเธอเคยอ่านนิยายแนวโลกสัตว์อสูรมาไม่น้อย ส่วนใหญ่จะมีตัวผู้มากตัวเมียน้อย ตัวผู้มีพลังต่อสู้แข็งแกร่ง ตัวเมียอ่อนแอ ตอนนั้นเธอยังบ่นอยู่เลยว่าเซ็ตติ้งนี้มันค่อนข้างไร้สาระ
คิดไม่ถึงเลยว่าโลกสัตว์อสูรบรรพกาลจะเป็นแบบนี้จริง ๆ
แต่ตัวเมียในโลกสัตว์อสูรก็ไม่ได้อ่อนแอจนไม่มีแรงมัดไก่ แค่เมื่อเทียบกับตัวผู้ที่แข็งแกร่งกว่าแล้ว พลังของพวกนางเลยดูบอบบางและไม่พอมือ
หลิงเฉิงเอินมองดูก้อนหินใหญ่กลมมนข้าง ๆ อย่างไม่ค่อยเชื่อน้ำหน้า
เธอเป็นถึงราชินีที่รอดชีวิตจากยุควันสิ้นโลกจนได้ขึ้นครองราชย์ จะไปยอมทนอยู่แบบอ่อนแอกว่าคนอื่นได้อย่างไร
ถ้าไม่สามารถปกป้องตัวเองได้ เธอสิยอมหาเส้นบะหมี่มาผูกคอตายยังดีกว่า
เธอจ้องก้อนหินอยู่ครู่หนึ่ง ทันใดนั้นก็กำหมัดขวาแน่น ทุบลงบนก้อนหินอย่างแรง
วินาทีต่อมา หินก้อนยักษ์แตกกระจายเป็นเสี่ยง ๆ และในพริบตาต่อมา เศษหินเหล่านั้นก็กลายเป็นผงธุลี
หลิงเฉิงเอินถอนหายใจอย่างโล่งอก พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ล้างมืออย่างอารมณ์ดี เตรียมตัวกลับถ้ำ
จากนั้น พอเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นปลาอ้วน ๆ สองตัวว่ายผ่านไปในลำธารข้างหน้าอย่างไม่เกรงใจใคร
เธอเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ตะครุบตัวลงไปในน้ำดั่งเสือโคร่ง จับเหงือกปลาทั้งสองตัวแล้วยืนขึ้นมาจากลำธาร
ต่อมา เธอนั่งยอง ๆ ข้างลำธาร ขูดเกล็ด ควักเหงือก ผ่าท้องล้างไส้ หลังจากทำความสะอาดจนหมดจดแล้ว ก็เดินอุ้มปลากลับถ้ำอย่างสง่าผ่าเผย
ยุควันสิ้นโลกไม่มีปลาทั้งอ้วนทั้งซื่อแบบนี้หรอก สัตว์ตระกูลปลาในแม่น้ำลำคลองและทะเลพวกนั้นดุร้ายจะตายชัก บางชนิดยังวิวัฒนาการแบบย้อนศร ทำให้เนื้อและกระดูกไม่อร่อยอย่างรุนแรง แถมพลังต่อสู้ยังกะซวกไส้เหมือนปืนใหญ่บรรจุกระสุน...
ต้องยอมรับว่าโลกสัตว์อสูรก็มีข้อดีอยู่ อย่างน้อยก็ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีอะไรกิน
ช่างเถอะ ในเมื่อมาแล้วก็ต้องอยู่ให้ได้
วันที่สติแตก วันนี้ขอเริ่มต้นด้วยปลาย่างแสนอร่อยสองตัวนี้แล้วกัน
พ่อเสือหลิงเซียวเดินออกมาจากถ้ำ ก็เห็นหลิงเฉิงเอินกำลังคุกเข่าโก้งโค้งก้นโด่งอยู่บนลานหิน พยายามจุดไฟอยู่
เขาเดินมาข้างกองไฟ มองดูเจ้าลูกซื่อบื้อคนนี้อย่างไม่เข้าใจ "ทำอะไรน่ะ? ควันดำโขมงไปหมด"
"จุดไฟไงจ๊ะ" หลิงเฉิงเอินเงยหน้าขึ้น ใบหน้าเต็มไปด้วยคราบเขม่าดำ แอบโมโหตัวเองอยู่หน่อย ๆ
หลัก ๆ คือเมื่อกี้เธอเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า พวกสัตว์อสูรที่นี่ตอนนี้ยังเน้นกินเนื้อดิบเป็นหลัก และยังไม่มีจิตสำนึกเรื่องการจุดไฟทำอาหาร
หลิงเซียวพยักหน้ารับรู้อย่างเข้าใจ เขาใช้มือดันหัวเธอออกไป ฝ่ามือขวาหงายขึ้นก็มีเปลวไฟสีส้มแดงปรากฏขึ้นมา เขาสะบัดมันลงบนเศษไม้แห้งเบา ๆ ไฟกองใหญ่ก็ลุกโชนขึ้นมาทันที
"เสร็จแล้ว" หลิงเซียวส่งปลาที่เสียบไม้ข้าง ๆ ให้เธอ "เจ้ายยังไม่ถอดใจอีกหรือ? ยังอยากจะเรียนทำปลาย่างอีก บอกแล้วไงว่านั่นเป็นของขึ้นชื่อของเมืองสัตว์อสูรใหญ่ทางใต้ โน่น มันจะไปเรียนรู้กันได้ง่าย ๆ ขนาดนั้น"
"ช่างเถอะ อยากลองทำก็ทำต่อไปเถอะ ทำเสร็จแล้วอย่าลืมดับไฟด้วยล่ะ!" หลิงเซียวพูดจบก็หันหลังเดินจากไป
หลิงเฉิงเอินจ้องมองแผ่นหลังของเขาอยู่ครู่หนึ่ง พลางคิดในใจอย่างครุ่นคิด: "พลังพิเศษสายไฟงั้นหรือ?"
โลกสัตว์อสูรนี่มีของดีเหมือนกันแฮะ
แล้วเธอล่ะมีพลังพิเศษอะไรไหม?
หลิงเฉิงเอินครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งก็ยังคิดไม่ตก เลยช่างมันก่อน ตั้งใจว่ารอให้กินอิ่มแล้วค่อยมาคิดต่อ
ยังไงเธอก็ว่างอยู่แล้ว ถ้าไม่มีพลังพิเศษจริง ๆ ก็แค่เริ่มฝึกฝนใหม่ตั้งแต่ต้น
เธอจะต้องเป็นผู้หญิงที่แข็งแกร่งที่สุดในทุ่งหญ้าสัตว์อสูรแห่งนี้ให้ได้! ถุย! เป็นมนุษย์สัตว์อสูรเพศเมียที่แข็งแกร่งที่สุดต่างหาก!