- หน้าแรก
- อำพรางสวรรค์
- 1032 - หลอกล่อ
1032 - หลอกล่อ
1032 - หลอกล่อ
1032 - หลอกล่อ
“คำศักดิ์สิทธิ์แห่งนิกายพุทธ!” ใครบางคนกระซิบด้วยความหวาดกลัว
ตามตำนาน เมื่อสิ่งมีชีวิตอมตะเปล่งคำศักดิ์สิทธิ์แห่งนิกายพุทธ สวรรค์และพิภพจะกรีดร้องพร้อมกัน จากนั้นท้องฟ้าและแผ่นดินเบื้องล่างก็จะพังทลายจากอำนาจแห่งเต๋าผู้ยิ่งใหญ่
การโจมตีครั้งนี้ทรงพลังมากจนกระทั่งมังกรวารีเก้าเศียรถูกกดแนบสนิทกับพื้น เขาพยายามดิ้นรนแต่ไม่อาจหลุดพ้นไปจากอำนาจของเย่ฟ่านได้
ภายใต้เสียงสวดมนต์ที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทะเลเหนือปั่นป่วนอย่างไม่สิ้นสุด มังกรวารีเก้าเศียรคำรามด้วยความโกรธ สุดท้ายร่างของเขาเน่าเปื่อยและเสียชีวิตลงตรงนั้น
ในตอนนี้หัวที่สองของเขาถูกทำลายไปแล้ว
โฮก!
ด้วยเสียงคำรามของความโกรธและความคับแค้น มังกรวารีเก้าเศียร ร่างที่เป็นมนุษย์ของเขาเซถลาอยู่บนท้องฟ้า แต่ก่อนที่จะตั้งหลักได้ชีวิตที่สามของเขาก็ถูกกำปั้นสีทองของเย่ฟ่านทำลายลงอีกครั้ง
“มังกรวารีเก้าเศียรไม่สามารถหลบหนีจากคำศักดิ์สิทธิ์ได้ ต่อให้เขาฟื้นคืนชีวิตมาอีกกี่ครั้งเขาก็ต้องถูกฆ่าตายอยู่ดี!”
ปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์หลายคนมองน้ำทะเลที่กระเพื่อมอย่างรุนแรงด้วยความหวาดหวั่น ในตอนนี้เสียงสวดมนต์ยังคงดังก้องสวรรค์พิภพ
ปัง!
มังกรวารีเก้าเศียรพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยความโกรธ ร่างของเขาปลดปล่อยแสงสีทองเจิดจ้า ในที่สุดเขาก็หลบหนีออกจากสนามรบที่เต็มไปด้วยความปั่นป่วนของเสียงสวดมนต์ได้สำเร็จ
อย่างไรก็ตามชีวิตที่สี่ของเขาก็ดูเหมือนกำลังจะดับสูญไปด้วย ในตอนนี้ร่างของเขาถูกฉีกออกจากกันอย่างยับเยิน แม้กระทั่งมงกุฎสีทองบนศีรษะก็ยังมีรอยแตกหักคล้ายจะพังทลายได้ตลอดเวลา
มังกรวารีเก้าเศียรในอดีตเป็นถึงผู้ยิ่งใหญ่แห่งทะเลเหนือ เขาไม่เคยพ่ายแพ้แม้แต่ครั้งเดียว และใช้ชีวิตยาวนานสองพันปีราวกับราชาผู้ยิ่งใหญ่ที่ไม่มีผู้ใดทัดเทียม
อย่างไรก็ตามการต่อสู้ในวันนี้สภาพของเขาเกือบสูญเสียศักดิ์ศรีจนหมดสิ้นสามชีวิตของเขาดับสูญไปแล้ว และแม้แต่ชีวิตที่สี่ก็ยังยากที่จะรักษาไว้ได้
อย่างไรก็ตามเพียงการเคลื่อนไหวเดียวของเย่ฟ่านเขาก็มาปรากฏตัวที่ด้านหลังของมังกรวารีเก้าเศียรอีกครั้ง ความเร็วในการเคลื่อนไหวนี้ทำให้ผู้คนมากมายสูดลมหายใจอย่างหนาวเหน็บ
ในขณะนั้นฝ่ามือสีทองขนาดใหญ่เคลื่อนตัวลงมาจากท้องฟ้า ขนาดของมันไม่ต่ำกว่าหนึ่งหมื่นวาและปกคลุมโลกทั้งใบให้จมอยู่ในความมืดมิด
มังกรวารีเก้าเศียรเกิดความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด เขาหันไปมองฉีหยางและหยินเทียนจื่อพร้อมกับคำรามเสียงดังก้อง
“พวกเจ้าจะมองดูอีกนานหรือไม่?”
ทั้งสองคนยังคงนิ่งเงียบ พลังการต่อสู้ของเย่ฟ่านเป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาของทุกคน ที่สำคัญที่สุดคือพวกเขาไม่ได้มีเก้าชีวิตเหมือนมังกรวารีเก้าเศียร หากถูกเย่ฟ่านสังหารพวกเขาจะตายอย่างแท้จริง
อีกสาเหตุหนึ่งคือฉีหยางและหยินเทียนจื่อล้วนเป็นยอดฝีมือระดับสูงของโลกใบนี้ ต่อให้พวกเขาสู้กับเย่ฟ่านจริงๆ มันก็ต้องเป็นการต่อสู้ตัวต่อตัว พวกเขาไม่มีทางละทิ้งศักดิ์ศรีกลุ้มรุมเย่ฟ่านเพียงคนเดียวได้
แต่เมื่อฝ่ามือขนาดใหญ่ของเย่ฟ่านตกลงมาจริงๆ ฉีหยางก็ไม่มีทางเลือกนอกจากพุ่งไปข้างหน้าเพื่อปิดกั้นการโจมตีให้กับมังกรวารีเก้าเศียร
ความแค้นระหว่างเผ่าอีกาทองและเย่ฟ่านไกลเกินกว่าที่จะสนใจเรื่องหน้าตาอีกแล้ว สิ่งที่เขาต้องทำอย่างเร่งด่วนที่สุดก็คือฆ่าเย่ฟ่านให้ได้
อีกสาเหตุหนึ่งคือความเร็วของเย่ฟ่านมีมากเกินไป ต่อให้เขาคิดจะหลบหนีออกจากที่นี่ สุดท้ายเย่ฟ่านย่อมไล่ตามทันอยู่ดี ในเมื่อไม่มีทางหลบหนีอยู่แล้วเขาก็ควรรักษาหน้าของตัวเองด้วยการต่อสู้เย่ฟ่านจนตายไปข้าง
ฉีหยางก้าวไปข้างหน้า ดาบที่สร้างขึ้นจากขนนกปรากฏในมือของเขา จากนั้นปราณดาบที่สดใสก็พุ่งเข้าหาฝ่ามือของเย่ฟ่านทันที
ปัง!
ภายใต้เสียงระเบิดดังกึกก้อง ฝ่ามือของเย่ฟ่านหายสาบสูญไปจากท้องฟ้า นี่คือการโจมตีของน้องชายประมุขแห่งเผ่าพันธุ์อีกาทอง แน่นอนว่าฉีหยางทรงพลังมากกว่าองค์ชายอีกาทองทุกคนที่เย่ฟ่านเคยเจอ
ในขณะนี้สายตาทุกคู่จับจ้องอยู่ที่ชายสามคนบนท้องฟ้า ชายหนุ่มแซ่เย่คนนี้มาจากที่ใดไม่มีใครทราบ พวกเขารู้เพียงว่านี่คือยอดฝีมืออันดับหนึ่งของสวรรค์พิภพอย่างแน่นอน!
ต้นไม้สีทองโบราณโผล่ออกมาข้างหลังฉีหยางเขย่าแสงนับพันเส้นให้สาดส่องออกไปทุกทิศทาง จากนั้นอวตารของอีกาทองที่มีขนาดใหญ่โตกว่าหมื่นกว่าก็ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า
นี่คือกิ่งก้านของต้นชบาศักดิ์สิทธิ์ มันเต็มไปด้วยแสงสีทองสดใส ในอดีตมันเป็นรังของบรรพชนอีกาทอง ดังนั้นฉีหยางจึงสามารถเรียกอวตารของบรรพชนอีกาทองให้ปรากฏออกมาได้
เมื่อเห็นฉากนี้เย่ฟ่านเพียงเย้ยหยันเล็กน้อย ดูเหมือนว่าร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณจะหายสาบสูญไปจากโลกนานเกินไป จนผู้คนหลงลืมไปแล้วว่าร่างศักดิ์สิทธิ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกนี้ทรงพลังมากแค่ไหน
ในทุ่งดวงดาวโบราณจื่อเว่ยนั้นมีเพียงร่างศักดิ์สิทธิ์อสูรสวรรค์เท่านั้นที่พอจะต่อสู้เย่ฟ่านได้
“เจ้ารู้ว่าข้าเป็นร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณ แต่เจ้ายังกล้าที่จะแสดงอวตารออกมา ข้าไม่รู้จริงๆ ว่าจะด่าเจ้าอย่างไรดี” เย่ฟ่านกล่าว จากนั้นแสงสีสันสดใสก็ปะทุออกมาจากร่างของเขา
ราชาอมตะเก้าสวรรค์ ทะเลสีทองแห่งความทุกข์ แม่น้ำและภูเขาที่งดงาม แผนภูมิยินหยาง ดอกบัวเขียวสามใบและอวตารอื่นๆถูกปลดปล่อยออกมาจากเบื้องหลังเย่ฟ่าน
ในขณะนี้อวตารทั้งหมดของเขายังไม่ได้ปรากฏตัวโดยสมบูรณ์ เพียงแต่ว่าพวกมันกำลังหลอมรวมกันอย่างช้าๆ!
เมื่ออวตารทั้งหมดหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว มันจะก่อให้เกิดอวตารร่างใหม่ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะมีพลังทำลายล้างน่าจะพึงกลัวเพียงใด
“บูม”
กลิ่นอายแห่งความบ้าคลั่งและดุร้ายกวาดออกไปรอบทิศทางทันทีที่อวตารของเย่ฟ่านถูกเรียกออกมา
“แย่แล้ว!”
ฉีหยางอุทานด้วยความตกใจ หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความกลัว อวตารของเขาถูกระงับและขนาดของอีกาทองที่เคยใหญ่โตกว่าหมื่นวาก็ถูกบีบอัดด้วยคลื่นพลังที่มองไม่เห็นจนทำให้ขนาดของมันเล็กลงเรื่อยๆ
เมื่อยืนอยู่ต่อหน้าร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณ อวตารทั้งหมดในโลกจะสูญเสียอำนาจศักดิ์สิทธิ์และกลับคืนสู่สามัญทันที
ในความจริงความรู้ของเรื่องนี้ค่อนข้างแพร่ขยายในโลกอำพรางสวรรค์ แต่ในโลกใบนี้ร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณหายสาบสูญไปนานนับแสนปี
นั่นทำให้ผู้คนจำนวนมากหลงลืมไปแล้วว่าอำนาจพิเศษของร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณนี้คืออะไรกันแน่
ในขณะนี้ร่างของเย่ฟ่านพุ่งลงมาจากท้องฟ้า ฝ่ามือสีทองของเขากดเข้าหาหน้าผากของฉีหยางท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคน
“ปัง!”
แสงสีเลือดสาดส่องออกไปทุกทิศทาง มันสมองและโลหิตของฉีหยางแตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แม้แต่วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของเขายังถูกบทขยี้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น!
ทุกคนที่อยู่ในนั้นตกตะลึง พลังการต่อสู้ของฉีหยางนั้นแข็งแกร่งกว่ามังกรวารีเก้าเศียรอย่างแน่นอน แต่สุดท้ายเขากลับไม่อาจรอดชีวิตจากการโจมตีเพียงครั้งเดียวเย่ฟ่านได้!
หรือว่าแท้ที่จริงแล้วเย่ฟ่านเพียงหลอกล่อมังกรวารีเก้าเศียรเพื่อให้ยอดฝีมือคนอื่นๆเข้ามารับความตายเท่า?
ผู้คนตกตะลึง น้องชายคนสุดท้องของราชาแห่งเผ่าอีกาทองรุ่นปัจจุบันล้มลงโดยไม่อาจดิ้นรนต่อต้าน อลังการโจมตีของเย่ฟ่านรุนแรงมากแค่ไหนเป็นที่ทราบได้
เหนือบนทะเลสีดำเย่ฟ่านยืนอยู่กลางท้องฟ้า มือของเขาหิ้วซากศพของฉีหยางกลายเป็นภาพที่สั่นสะเทือนจิตใจของผู้คนอย่างรุนแรง!
เย่ฟ่านยืนอยู่บนทะเลราวกับเทพอสูร ซากศพของผู้ยิ่งใหญ่แห่งเผ่าอีกาทองถูกหิ้วอยู่ในมือของเขา ภาพอันน่าหวาดวันนี้จะตราตรึงอยู่ในใจของผู้คนไปอีกนานเท่านาน
ไม่มีใครสามารถพูดอะไรได้ พื้นที่ทะเลเหนือตกอยู่ในความเงียบงัน ดวงตาของทุกคนเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด
หากไม่นับรวมการต่อสู้ที่เกิดขึ้นระหว่างสิ่งมีชีวิตอมตะเมื่อหลายเดือนก่อน เย่ฟ่านคือสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยเห็นอย่างไม่ต้องสงสัย
พลังของเขายังน่ากลัวยิ่งกว่าฟู่ซางซึ่งเป็นบรรพชนของอีกาทองในอดีตด้วยซ้ำ
พลังการต่อสู้ระดับนี้แทบจะแข็งแกร่งเทียบเท่ากับสิ่งมีชีวิตอมตะเมื่อหลายเดือนก่อนแล้ว!
หยินเทียนเต๋อมองทุกอย่างด้วยความหวาดกลัว ตัวเขาคือคนที่เคยเผชิญหน้ากับเย่ฟ่านอย่างเด็ดขาดมาแล้ว
ความแข็งแกร่งของเย่ฟ่านในตอนนั้นยังเทียบไม่ได้กับปัจจุบัน แต่เขาก็ยังถูกเย่ฟ่านทำลายร่างกายเลือดเนื้อจนต้องสร้างร่างขึ้นใหม่เป็นเวลาหลายเดือน
อย่างไรก็ตามในตอนนี้ต่อให้เขารู้ว่าเมื่อเผชิญหน้าเย่ฟ่านเขาต้องตายอย่างแน่นอนมันก็ไม่มีทางที่เขาจะหลีกเลี่ยงได้ เพราะหากเขาหลบหนีออกจากที่นี่ เขาก็ต้องตายด้วยนะมือของหยินเทียนเต๋อซึ่งเป็นพี่ชายของเขาอยู่ดี
………….