เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 47 สบายใจ

บทที่ 47 สบายใจ

บทที่ 47 สบายใจ


บทที่ 47 สบายใจ

ด้านหลังอารามชิงเฟิง

หมูป่าหนังดำฝูงหนึ่งกำลังนอนเกลือกกลิ้งอยู่ในปลักโคลน

เฉินมู่เดินออกมาจากป่าละเมาะ ทำให้ครอบครัวหมูป่าที่มีตัวใหญ่สองตัวและตัวเล็กสามตัวตื่นตกใจ

หมูป่าตัวใหญ่ตัวหนึ่งเขี้ยวโง้งยาว จมูกฟุดฟิดขยับไปมา มันจ้องมองเฉินมู่ด้วยความสงสัย

พรึ่บ!

ก้อนดินขนาดเท่ากำปั้นพลันระเบิดใส่หน้าผากของมันเข้าอย่างจัง

เจ้าหมูป่าถึงกับมึนงง

พรึ่บ!

ก้อนดินอีกก้อนระเบิดตามมาติดๆ

พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ...

คราวนี้โดนกันถ้วนหน้าทั้งครอบครัวห้าตัว พวกมันต่างพากันหน้าดำคร่ำเครียดไปตามๆ กัน

เจ้ามนุษย์สองขาตัวนี้ช่างสามหาวนัก!

คิดว่าเหล่าตือโป๊ยก่ายจะไม่มีปากเสียงหรือไง?

เรื่องนี้ยอมไม่ได้เด็ดขาด!

หมูป่าทั้งห้าตัวส่งเสียงขู่ฟ่อพลางออกตัววิ่งชาร์จเข้าใส่

หมูป่าหนักสามสี่ร้อยชั่ง หนังหนาเนื้อแกร่ง เขี้ยวแหลมคม

ยามพวกมันพุ่งเข้าใส่ แม้แต่เสือหรือสิงโตยังต้องหลีกทางให้

หมูป่าห้าตัวพุ่งเข้าหาเฉินมู่ราวกับรถถังคันเล็กๆ

ทว่าในจังหวะที่พวกมันวิ่งเข้ามาในระยะสี่เมตรเบื้องหน้าเขา

พรึ่บ!

กลุ่มควันสีแดงฉานพลันปรากฏขึ้นอย่างกะทันหัน มันพุ่งเข้าปะทะรูจมูกของพวกหมูป่าอย่างแม่นยำ

โครม!

หมูป่าทั้งห้าตัวขาหน้าอ่อนแรง หัวทิ่มลงดินเสียงดังสนั่น

ด้วยแรงส่งจากการวิ่ง ทำให้พวกมันแต่ละตัวตีลังกาเคว้งอยู่กลางอากาศ หูและลิ้นสะบัดไปมาอย่างไร้ทิศทาง

พอล่วงลงพื้น ร่างยังไม่หยุดนิ่ง กลับกลิ้งหลุนๆ มาหยุดอยู่แทบเท้าของเฉินมู่

พวกมันนอนเบียดเสียดกันเรียงตัว หลับปุ๋ยไปโดยไม่รู้ตัวเลยสักนิด

เฉินมู่อดไม่ได้ที่จะกำหมัดแน่น

"สำเร็จแล้ว!"

ภายในถุงห้าผี ชั้นวางของทรงไข่ชั้นล่างสุด ช่องเก็บของทั้งหมดถูกผนึกด้วยผ้าใบกันน้ำและยางไม้อย่างแน่นหนา เพื่อให้มั่นใจว่าอากาศจะไม่รั่วไหลออกไปแม้แต่นิดเดียว

ยามนี้ภายในนั้นเต็มไปด้วยควันสีแดงเข้ม... มันคือกำยานมึนเมาฉบับปรับปรุงใหม่!

กำยานมึนเมาฉับเดิมนั้นโดดเด่นที่ไร้สีไร้กลิ่น เน้นความแนบเนียน

แต่ฉบับปรับปรุงนี้นอกจากสีสันจะดูเป็นมงคลแล้ว กลิ่นยังเข้มข้นรุนแรงอีกด้วย

ทว่าอานุภาพของมันกลับร้ายกาจกว่าเดิม ออกฤทธิ์ฉับไว ใครโดนเข้าไปเป็นอันล้มตึงทันที!

เหล่าตือโป๊ยก่ายที่นอนอยู่ตรงหน้าคือหลักฐานชั้นดี

เฉินมู่มองครอบครัวหมูป่าทั้งห้าด้วยรอยยิ้มพึงใจ

"จะทำหมูแดงดี หรือจะย่างถ่านดีนะ..."

...

"หัวหน้า เจอตัวบัณฑิตคนนั้นแล้วขอรับ!" มือปราบคนหนึ่งเดินเข้ามากระซิบข้างหูมือปราบลู่

"ในที่สุดก็หาเจอจนได้!" มือปราบลู่กล่าวด้วยความตื่นเต้น

ดวงตาของเขาแดงก่ำ ใบหน้าขึ้นสีระเรื่อ เต็มไปด้วยความตื่นเต้นอย่างที่สุด

เขานิ่งอึ้งอยู่ครู่ใหญ่ถึงได้สติ ก่อนจะโยนเศษเงินให้ลูกน้องสองสามตำลึงแล้วโบกมือไล่

ท่ามกลางคำขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่าของอีกฝ่าย มือปราบลู่ก็รีบเดินออกจากที่ว่าการอย่างรวดเร็ว

...

ยามเย็น มือปราบลู่แอบมาหยุดอยู่หน้าบ้านหลังหนึ่ง

ภายในบ้านมีแสงเทียนริบหรี่ดุจเมล็ดถั่ว เงาร่างหนึ่งนั่งอยู่ในเงามืด

ความยินดีในใจของมือปราบลู่ไม่อาจเก็บกั้นได้อีกต่อไป

นี่คือความหวังในการฝึกพลังวิญญาณสัญจรของเขา!

ฝึกกายสิบปี บำรุงวิญญาณร้อยปี

การฝึกกายก็นับว่ายากลำบากพอแล้ว แต่การบำรุงวิญญาณกลับยากเย็นยิ่งกว่าหลายเท่า!

แต่ตอนนี้ดีแล้ว เบื้องหน้าเขามีทางลัดปรากฏขึ้นแล้ว!

ขอเพียงฝึกฝนจนมีพลังวิญญาณ จะช่วยให้อายุยืนยาว อยู่ยงคงกระพัน สามารถท่องไปทั่วหล้าได้อย่างแท้จริง!

"บัณฑิตเอ๋ย จงมาเป็นทรัพยากรในการเลื่อนระดับของข้าเสียดีๆ เถอะ!"

เขาชักดาบข้างเอวออก มือปราบลู่รวบรวมกำลังทั่วร่าง พุ่งเข้าชนประตูไม้จนพังทลายเสียงดังสนั่น

เขามุ่งตรงเข้าหาเงาร่างที่โต๊ะทันที

...

ทางตอนใต้ของอำเภอชิงซาน ริมแม่น้ำไป๋ล่าง

ณ เวิ้งน้ำแห่งหนึ่ง บนผิวน้ำที่ราบเรียบ มีปลาขาวโพลนลอยอยู่เป็นแพ

เฉินมู่นั่งอยู่บนโขดหินริมน้ำ

กลุ่มควันดำกลุ่มหนึ่งปรากฏขึ้นสลับกับหายไปข้างกายเขา

เมื่อเวลาผ่านไปครู่หนึ่ง ควันดำก็พุ่งลงไปในน้ำ

ปลาบนผิวน้ำก็จะหายวับไปเป็นกลุ่มใหญ่

ภายในถุงห้าผี

ตรงกลางชั้นวางของทรงไข่มีช่องแนวดิ่งเส้นผ่านศูนย์กลางหนึ่งเมตร ภายในช่องนั้นเต็มไปด้วยปลาเป็นๆ ที่สิ้นสติ นี่คือช่องสำหรับป้อนอาหารให้ถุงห้าผี

ชั้นวางและผ้าใบเป็นเพียงการป้องกันการแอบกิน แต่ถึงอย่างไรก็ต้องป้อนอาหารให้มันตามสมควร

"ได้เวลาไปแล้ว" เฉินมู่เหลือบมองพระอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้า

ตลอดครึ่งเดือนที่ผ่านมา ช่วงเช้าเขาจะปั๊มค่าประสบการณ์วิชาฝึกกาย ส่วนช่วงบ่ายจะคลุกตัวอยู่ริมแม่น้ำไป๋ล่างเพื่อฝึกวิชาผีห้าขุนเขา

การควบคุมถุงห้าผีติดต่อกันนานๆ ทำให้เฉินมู่รู้สึกปวดแปลบในหัวเป็นระยะๆ

"ตกลงว่าถุงห้าผีมันสูบพลังกาย พลังปราณ หรือจิตวิญญาณกันแน่?" เฉินมู่ที่มีใบหน้าซีดเซียวคิดอย่างหวาดหวั่น

ช่วงแรกเขาไม่รู้เรื่องรู้ราว เอาแต่ฝึกอย่างบ้าคลั่ง จนเกือบจะสลบเหมือดไป

วิญญาณหยินในตุ๊กตากระดาษเปรียบเสมือนมือที่มองไม่เห็น การขยับเขยื้อนต้องใช้กำลังกาย แต่การควบคุมถุงห้าผีกลับสูบสิ่งลึกลับยิ่งกว่านั้น

หากใช้เกินขีดจำกัด จิตใจของเขาจะหดหู่และสับสนวุ่นวาย

ดังนั้นทุกครั้งที่ฝึกซ้อม เฉินมู่จึงพยายามประหยัดพลังงานให้ได้มากที่สุด

เมื่อเรียกควันดำออกมา พอเห็นท่าไม่ดีเขาก็จะรีบสลายมันทิ้งทันทีโดยไม่รอให้ตุ๊กตากระดาษก่อร่างขึ้นมา

ควันดำจึงมักจะวนเวียนอยู่รอบตัวเขาเสมอ

เขาชำเลืองมองเงาสะท้อนในน้ำ ขอบตาคล้ำ หน้าซีดเผือด ดวงตามีเส้นเลือดแดงแห่งความตื่นเต้น ดูไม่ต่างจากพวกอดนอนเล่นเกมในชาติปางก่อนเลยสักนิด

"เล่นเกมยังไม่มันส์เท่าปั๊มค่าความชำนาญเลย" แม้เฉินมู่จะเหนื่อยล้า แต่เขาก็ยังคงตื่นเต้น

แค่ท่องคาถาไม่กี่คำ ควันดำก็พุ่งไปมาอย่างรวดเร็ว ผลลัพธ์ที่ได้นั้นไม่มีเกมไหนเทียบติด!

จากการทุ่มเทมาตลอดครึ่งเดือน ค่าความชำนาญก็พุ่งพรวด

วิชาผีห้าขุนเขาแม้จะยังไม่ทะลุเข้าสู่ระดับสอง แต่ก็สามารถร่นระยะเวลาการใช้เหลือเพียงไม่ถึงสิบอึดใจ ทั้งยังรวดเร็วและแนบเนียนยิ่งขึ้น

เขาแบกตะกร้าไม้ไผ่ใบเล็กสูงเท่าเข่าขึ้นหลัง ใส่ปลาลงไปเจ็ดแปดตัวเพื่อตบตาคน

เฉินมู่เดินลัดเลาะไปตามแม่น้ำไป๋ล่าง มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้สู่ทิศทางของเขาเสี่ยวตงซาน

...

ตึ้ง!

มือปราบลู่พุ่งเข้าไปราวกับหมูป่าบ้าคลั่ง

ทว่าเขากลับถูกอัดกระเด็นออกมาเหมือนตุ๊กตาผ้าขาดๆ

ชายฉกรรจ์หน้าตายคนหนึ่งเดินออกมาจากกระท่อมไม้

อีกฝ่ายสวมกางเกงขายาวสีดำ เสื้อกล้าม แขนทั้งสองข้างที่เปลือยเปล่าเต็มไปด้วยมัดกล้ามที่แข็งแกร่งราวกับถูกแกะสลักด้วยมีดและขวาน

มือปราบลู่จ้องเขม็งไปที่ใบหน้าที่แสนคุ้นชินนั้น ทันใดนั้นเขาก็ฉุกคิดถึงเหตุการณ์บาดเจ็บสาหัสเมื่อหนึ่งปีก่อนขึ้นมาได้

"เป็นเจ้านี่เอง! ฆาตกรที่ฆ่าล้างตระกูลหวัง!"

"เจ้าน่าจะตายไปแล้วไม่ใช่รึ?!"

มือปราบลู่ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก แล้วคนที่ถูกตัดหัวไปนั่นเป็นใครกัน? ทำไมทั้งสองคนถึงเหมือนกันได้ขนาดนี้?

"ลู่จิ่น เจ้าช่างรอบคอบดีจริงๆ"

"ข้าสะกดรอยตามเจ้ามาครึ่งปี ในที่สุดก็ได้จังหวะที่เจ้าอยู่ตัวคนเดียวเสียที"

มือปราบลู่สีหน้าเปลี่ยนไปทันที

คนผู้นี้เกี่ยวข้องกับฆาตกร ทั้งยังวางแผนดักรออย่างแยบยล... อันตรายแล้ว!

"ดึกดื่นค่ำคืน กลับมาลอบทำร้ายชาวบ้าน"

"มือปราบลู่ นี่เจ้ากะจะฆ่าคนชิงทรัพย์อีกแล้วรึ?" ชายฉกรรจ์หัวเราะเยาะ

"มือปราบแห่งอำเภอชิงซานแท้จริงแล้วคือปีศาจกระหายเลือด เหอะ!"

ลู่จิ่นรู้สึกเสียวสันหลังวาบ "เขารู้! เขารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร?!"

"ที่เขาเสี่ยวตงซานมีอารามชิงเฟิงอยู่ ข้าไม่กล้าแตะต้องเจ้า แต่ที่นี่คือตัวอำเภอชิงซาน และเจ้ายังอยู่เพียงลำพัง หึ..." ชายฉกรรจ์เผยรอยยิ้มเหมือนแมวหยอกหนู

"แย่แล้ว!" ใจของลู่จิ่นดิ่งวูบ

เมื่อครู่ถูกโจมตีทีเผลอ เขาฝืนรับไว้หนึ่งกระบวนท่าจนได้รับบาดเจ็บ

หากสู้ต่อไป เขาคงถูกบดขยี้จนตายแน่!

"จะอยู่ที่นี่ไม่ได้ ต้องหาทางไปหาเฉิงอี้ให้ได้!" ลู่จิ่นตัดสินใจอย่างเด็ดขาด

เขาหยิบยาสามหยางหกสุภาพชนออกมาหนึ่งเม็ด แล้วกล้ำกลืนฝืนใจกินเข้าไปด้วยความเสียดาย

เลือดลมในกายพลันพลุ่งพล่าน ใบหน้าแดงก่ำด้วยฤทธิ์ยา

เขาชูดาบขึ้นสูง คำรามออกมาสุดเสียง แล้วหันหลังโกยแน่บไปทันที!

...

เข้าสู่เดือนสิบสอง อากาศในอำเภอชิงซานเริ่มเย็นลง แต่ไม่หนาวเหน็บเหมือนใจกลางแคว้นต้าเหลียง พืชพรรณที่เขียวขจียังคงเติบโต

บนสะพานหินข้ามแม่น้ำอันยาวเหยียด เฉินมู่ยืนอยู่ตามลำพังอย่างสบายอารมณ์

เขามองดูทิวเขาและป่าไม้ที่เขียวชอุ่มริมฝั่งแม่น้ำไป๋ล่าง จิตใจที่เหนื่อยล้าพลันได้รับการเยียวยา

ทุกวันก่อนกลับบ้าน เขาต้องมาหยุดพักบนสะพานครู่หนึ่งเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดของจิตใจ

"ขุนเขาเขียวขจี สายน้ำใสสะอาด หากไม่มีวิญญาณหยินอาละวาดและภัยจากน้ำมือมนุษย์ที่ไม่จบสิ้น การใช้ชีวิตสไปเรื่อยเปื่อยอยู่ในอำเภอชิงซานก็นับว่าไม่เลวเลย"

เขาอยากจะเป็นยอดฝีมือที่ใช้ชีวิตสมถะ แต่ทว่า...

เฉินมู่หันไปมองทางทิศตะวันออกของสะพานหิน

ถนนกว้างที่ทอดยาวออกไปมุ่งตรงสู่เขาเสี่ยวตงซาน

เขาเสี่ยวตงซานเขียวขจีไปทั่วทั้งลูก ยกเว้นตรงไหล่เขาด้านทิศตะวันออกที่มีรอยแหว่งสีเหลืองขนาดใหญ่ดูสะดุดตา

ตรงนั้นคือที่ตั้งของแท่นบูชา ต้นไม้ใบหญ้าถูกโค่นทิ้งจนเหี้ยน

เฉินมู่มองรอยแหว่งนั้นพลางส่ายหัว "น่าเสียดายที่อำเภอชิงซานยังคงมีอันตรายแฝงอยู่เสมอ"

"พรุ่งนี้ต้องเริ่มเตรียมเสบียงแล้วล่ะ" เฉินมู่วางมือบนราวสะพานพลางครุ่นคิด

ในตอนนั้นเอง มีชายฉกรรจ์คนหนึ่งเดินมาจากที่ไกลๆ

อีกฝ่ายแบกชายคนหนึ่งที่ผมเผ้ากระเซอะกระเซิงและแขนเสื้อชุ่มไปด้วยเลือดมาบนหลัง

ดูเหมือนจะไม่คาดคิดว่าจะมีคนอยู่บนสะพาน ชายฉกรรจ์ชะงักฝีเท้าไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินขึ้นสะพานมาด้วยท่าทางปกติ

เฉินมู่มองด้วยความสงสัย แต่ไม่ได้เอ่ยปากถาม โลกนี้ไม่ปลอดภัย ความใจดีอาจไม่นำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ดีเสมอไป

ดูจากทิศทางที่ทั้งคู่มุ่งไป คงจะเข้าไปหาหมอในเมือง เป็นแรงงานที่ไปสร้างแท่นบูชาหรือเปล่านะ?

ในยุคโบราณที่ผลผลิตไม่ได้มากมายแบบนี้ การขุดเจาะภูเขาเพื่อสร้างแท่นบูชาขนาดใหญ่ ย่อมต้องมีการบาดเจ็บล้มตายอย่างหนักหนาสาหัสแน่นอน

เมื่อสังเกตเห็นสายตาของคนเดินมา เฉินมู่ก็รู้สึกเวทนา เขาพยักหน้าทักทายด้วยความหวังดี

ชายคนนั้นชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าตอบด้วยรอยยิ้มขื่นๆ

"ตกเขาลงมาเจ็บหนักน่ะขอรับ รอดมายากเหลือเกิน ข้าเลยแบกเขากลับไปหาลูกๆ เป็นครั้งสุดท้าย" ชายฉกรรจ์อธิบายด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย

ใจของเฉินมู่กระตุกวูบ ชีวิตคนเรามักจะเปราะบางเสมอ "เสียใจด้วยนะ"

ชายฉกรรจ์ถอนหายใจยาว แล้วแบกคนเดินผ่านเฉินมู่ไป

เฉินมู่มองตามหลังทั้งคู่ไปพลางส่ายหัวอย่างจนใจ

เขาอยากช่วย แต่ก็ไร้กำลัง

ขนาดตัวเองยังไม่รู้ว่าจะเอาชีวิตรอดไปได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่ แล้วจะไปช่วยใครได้

เฉินมู่หันหลังกลับเตรียมเดินจากไป

สิ่งที่เขาไม่อยากเห็นที่สุดก็คือโศกนาฏกรรมที่ไร้ทางออกแบบนี้

แต่พอเดินไปได้เพียงสองก้าว เขาก็หยุดชะงัก

เมื่อเทียบกับชาวบ้านระดับล่างเหล่านี้ เขามีระบบช่วยเหลือ มีกินมีใช้ไม่ขาดแคลน ทั้งยังมีวรยุทธ์ให้ฝึก และล่าสุดยังได้รับอาวุธวิเศษที่แสนมหัศจรรย์มาครอง

เขามีความสุขมากกว่าคนอื่นตั้งเท่าไหร่!

"ถ้าไม่เห็นก็แล้วไปเถอะ แต่ในเมื่อได้พบกันแล้ว จะไม่ช่วยอะไรเลยก็กระไรอยู่ ถึงจะช่วยไม่ได้มาก แต่การให้ของบางอย่างก็นับว่าทำได้"

"นี่ไม่ใช่แค่การช่วยคนอื่น แต่เป็นการทำให้ใจของข้าเองสบายใจขึ้นด้วย"

คิดได้ดังนั้น เฉินมู่ก็ล้วงมือเข้าไปในแขนเสื้อ หันหลังกลับแล้วสะบัดมือขว้างออกไป

เฟี้ยว!

เมล็ดดอกบัวเหล็กพุ่งแหว่งอากาศไปพร้อมกับกระแสลมวน เพียงพริบตาเดียวก็ถึงหัวสะพาน

เคร้ง!

ดาบสั้นสองเล่มยาวประมาณช่วงแขนไขว้กันฟาดเข้าใส่กลางอากาศ

เมล็ดดอกบัวเหล็กถูกฟันจนแตกกระจาย ประกายไฟกระเด็นไปทั่ว

ฮ่า!

เฉินมู่ชักมือกลับแล้วหัวเราะร่า!

เหอะ!

ชายฉกรรจ์ค่อยๆ วางดาบคู่ลง เผยให้เห็นใบหน้าที่ดูดุดันอำมหิต

จบบทที่ บทที่ 47 สบายใจ

คัดลอกลิงก์แล้ว