- หน้าแรก
- ข้าก็แค่อยากฝึกยุทธ์เงียบๆเท่านั้นเอง
- บทที่ 45 การเซ่นสรวง
บทที่ 45 การเซ่นสรวง
บทที่ 45 การเซ่นสรวง
บทที่ 45 การเซ่นสรวง
"ในนี้คงไม่มีอะไรประหลาดหรอกนะ" เฉินมู่เดินไปที่ข้างถนนแล้วนั่งยองๆ ลงตรงแผงขายงานจักสาน
เขาหยิบตะกร้าไม้ไผ่สานขึ้นมาดูอย่างไม่ใส่ใจ พลางใช้หางตาเหลือบมองมือปราบลู่ที่กำลังเดินเข้ามาใกล้
"หัวหน้าขอรับ นี่มันสัตว์ป่าชนิดไหนกัน ทำไมถึงจ้องแต่จะควักเครื่องใน?" มือปราบคนหนึ่งเดินตามหลังมือปราบลู่มาครึ่งก้าวแล้วถามเสียงเบา
"หมาป่า" มือปราบลู่ตอบเรียบๆ
"แต่รอยแผลดูไม่เหมือนหมาป่าซะทีเดียวนะขอรับ" มือปราบคนนั้นสงสัย
มือปราบลู่ปรายตามองอีกฝ่าย "กลับไปค่อยคุยกัน"
มือปราบคนนั้นรีบหดคอทันที ไม่กล้าซักไซ้อีก
เมื่อกลุ่มคนเดินลับตาไป เฉินมู่จึงลุกขึ้นยืน
เขาจ่ายเงินซื้อตะกร้าไม้ไผ่มาหนึ่งใบ แล้วออกเดินต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"กลิ่นคาวเลือด กลิ่นยา หรือว่ามือปราบลู่จะบาดเจ็บ?" เฉินมู่ขมวดคิ้วสงสัย
เขาพยายามนึกทบทวน แล้วก็อดส่ายหน้าไม่ได้ "ไม่ใช่นี่นา ส่วนประกอบของยานั่นเหมือนจะเป็นยาที่รุนแรงเพื่อกระตุ้นศักยภาพของอวัยวะมากกว่า"
วิชาปรุงยาระดับสามช่วยเสริมประสาทสัมผัสในการดมกลิ่นของเขา เพียงแค่กลิ่นยาจางๆ ก็ทำให้เขาสังเกตเห็นความผิดปกติได้บ้างแล้ว
"ช่างเถอะ หลบไปไกลๆ หน่อยดีกว่า"
มือปราบลู่คนนี้ดูท่าทางไม่ใช่คนดีเท่าไหร่นัก
...
เช้าตรู่วันต่อมา เฉินมู่ตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดชื่น
"ไม่ได้สบายตัวแบบนี้มานานแล้ว" เฉินมู่บิดขี้เกียจ
ตั้งแต่ได้รับบาดเจ็บ ทุกครั้งที่ตื่นมาเขามักจะรู้สึกหัวตื้อๆ
แต่วันนี้ถือว่าได้เห็นแสงสว่างแห่งการหายขาดเสียที
การทำยาสามหยางหกสุภาพชนเลียนแบบขึ้นมานั้น เรื่องหาเงินเป็นเรื่องรอง แต่การรักษาอาการบาดเจ็บคือเรื่องสำคัญ
เขาไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย จึงสามารถเพิ่มปริมาณยาได้ตามต้องการ
ช่วงนี้เขายังศึกษาเรื่องอาหารเป็นยา เพื่อช่วยเสริมการฟื้นฟูร่างกายอีกทางหนึ่งด้วย
เขานำถ่านมาจุดเตาดินเผาเพื่อเคี่ยวโจ๊กสมุนไพร
เฉินมู่นั่งบนเก้าอี้เอนกาย มือหนึ่งคอยดูไฟ อีกมือหนึ่งก็หยิบเคล็ดวิชาผีห้าขุนเขาขึ้นมาพิจารณา
ผ่านไปครู่ใหญ่ เฉินมู่ก็ถอนหายใจ "ยังไม่ได้ผลเหมือนเดิม"
เขาลองเปลี่ยนลำดับตัวอักษร แต่ยิ่งเปลี่ยนก็ยิ่งมั่วไปหมด
พอลองอ่านออกเสียงทีละตัว ก็ยังไม่เข้าใจความหมายอยู่ดี
ในขณะที่เขากำลังจะเก็บมันลงไป จู่ๆ แรงบันดาลใจบางอย่างก็วูบเข้ามาในหัว
เฉินมู่เรียกกำแพงสีเทาออกมาตามสัญชาตญาณ
การเขียน: 1666/10000/ระดับสอง
วาดภาพ: 1533/10000/ระดับสอง
การขว้าง: 7597/10000/ระดับสาม
วิชาฝึกกายเหยี่ยวแดง: 4009/10000/ระดับสาม
การทำอาหาร: 806/10000/ระดับสอง
วิชาปรุงยา: 626/10000/ระดับสาม
กระบี่ในแขนเสื้อ: 816/10000/ระดับสาม
ผีห้าขุนเขา: 1/10000/ระดับหนึ่ง
"ขึ้นบัญชีแล้ว!"
เขาพึมพำบทคัมภีร์อีกครั้งทันที
ผีห้าขุนเขา: 2/10000/ระดับหนึ่ง
ความรู้สึกเข้าใจบางอย่างจางๆ ผุดขึ้นในใจ
เขารู้สึกว่า ประโยคแรกต้องอ่านเร็วขึ้นอีกนิด และคำที่ห้าต้องออกเสียงให้หนักขึ้นอีกหน่อย
เขาคิดเช่นนั้น แล้วก็ลงมือทำตาม
บทคัมภีร์ที่เดิมทีอ่านแล้วติดขัดจนแทบจะกัดลิ้นตัวเอง จู่ๆ ก็เริ่มลื่นไหลขึ้นมาบ้างแล้ว
ค่าความชำนาญเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งอย่างไม่มีข้อสงสัย
"ที่แท้ความลับมันอยู่ที่ความเร็วและการเน้นเสียงหนักเบานี่เอง!"
หลังจากรีบทานมื้อเช้า เฉินมู่ก็ก้มหน้าก้มตาสวดคัมภีร์อย่างเอาเป็นเอาตาย
...
จันทร์ลอยเด่น
บนเขาเสี่ยวตงซานมีเสียงแมลงร้องระงมเป็นระยะ
ภายในหอบรรพจารย์ของอารามชิงเฟิงเงียบสงัด
แสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่างที่เปิดทิ้งไว้ กระทบลงบนผนัง
บทคัมภีร์ที่เขียนด้วยลายเส้นพริ้วไหวราวกับเทพเซียนถูกสลักไว้เต็มผนังหิน
ทว่าไม่รู้ทำไม ลายเส้นที่เคยดูงดงามในสายตาผู้คน ในยามนี้กลับดูเหมือนงูเลื้อยคดเคี้ยว ให้ความรู้สึกที่น่าสยดสยอง
เฉิงอี้นั่งบนเบาะรองนั่ง ดวงตาจ้องเขม็งไปที่บทคัมภีร์โดยไม่กระพริบตา
จู่ๆ ชายชุดดำโพกหน้าก็กระโดดเข้ามาทางหน้าต่าง
"ของที่เจ้าต้องการอยู่นี่ แล้วของข้าล่ะ" พูดจบเขาก็วางกล่องยาที่หล่อจากทองแดงลงบนพื้น
"มือปราบลู่ หากอยากจะได้อะไร ก็ต้องมีความอดทนให้มากพอ" เฉิงอี้ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบโดยไม่หันไปมอง
มือปราบลู่รีบกวาดสายตามองไปรอบๆ เมื่อแน่ใจว่าไม่มีคนอื่นจึงถอนหายใจออกมา
เขาขมวดคิ้วแน่นและพูดจาถากถาง "นี่คือสัจธรรมที่เจ้าตรัสรู้ได้จากการลอบทำร้ายเฟิงเริ่นงั้นหรือ?"
"ลอบทำร้าย? พูดเรื่องอะไรกัน ท่านอาจารย์แค่กำลังกักตนบำเพ็ญเพียรเท่านั้น" เฉิงอี้กล่าวอย่างไม่แยแส
"รีบเอายาห้าปราณมาให้ข้า!" มือปราบลู่เริ่มมีอาการหงุดหงิดฉุนเฉียวขึ้นมาทันที
"กินให้น้อยลงหน่อยเถอะ ดูสิ อารมณ์ของเจ้าเริ่มจะรุนแรงขึ้นทุกทีแล้ว" เฉิงอี้ลุกขึ้นยืนแล้วมองไปที่มือปราบลู่ด้วยสายตานิ่งสงบ
มือปราบลู่สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อกดความหงุดหงิดในใจลง ก่อนจะพูดเสียงเย็น "ข้าเข้าใจแล้ว"
เฉิงอี้ยิ้มแล้วหยิบลูกกลอนเคลือบขี้ผึ้งขนาดเท่าลูกปิงปองออกมาจากแขนเสื้อ
มือปราบลู่รีบคว้าไปทันที
"คนที่ข้าให้หา เจอหรือยัง?" เฉิงอี้ถาม
"เจอแล้วสี่คน ยังขาดอีกคนสุดท้าย" ในที่สุดมือปราบลู่ก็กลับมาสงบลง เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางอธิบาย "ข้าพบคนที่มีคุณสมบัติตรงตามที่ต้องการในทะเบียนราษฎร์แล้ว แต่คนผู้นั้นมีที่อยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง คงต้องใช้เวลาหาตัวเสียหน่อย"
"ดี ต้องรีบหน่อย" เฉิงอี้กล่าวเสียงเรียบ "พวกนั้นคือวัตถุดิบปรุงยาที่ดีที่สุด"
"ยาห้าปราณชั้นยอดสามารถทำให้คนฝึกฝนจนเกิดพลังวิญญาณได้จริงๆ หรือ?" มือปราบลู่อดไม่ได้ที่จะถาม
"ช่วงนี้พลังของเจ้าก้าวหน้าขึ้นเร็วมากไม่ใช่หรือ?" เฉิงอี้ยิ้มพลางถามกลับ เขาหย่อนตัวลงเปิดกล่องทองแดง
กลิ่นคาวเลือดพุ่งพล่านออกมา แต่สิ่งที่บรรจุอยู่ภายในกลับเป็นเครื่องในมนุษย์!
ดวงตาของมือปราบลู่ฉายแววตื่นเต้น
เขาถือว่าตัวเองขยันฝึกวิชา ฝึกฝนอย่างหนักมานานกว่ายี่สิบปี แต่เพิ่งจะเริ่มเข้าสู่ขั้นผลัดไขกระดูก
แต่ช่วงนี้หลังจากทานยาห้าปราณแบบธรรมดา ฝึกฝนเพียงเดือนเดียวกลับก้าวหน้ายิ่งกว่าเมื่อก่อนหนึ่งปีเสียอีก
ถ้าหากว่าเป็นยาห้าปราณชั้นยอดล่ะก็...
"ตกลง ข้าจะรีบหาคนผู้นั้นให้เร็วที่สุด" มือปราบลู่คิดในใจอย่างโหดเหี้ยม
เขาอยู่ในศาลาว่าการจนชินชากับความตาย ผีที่ตายอย่างอยุติธรรมในคุกหลวงนั้นมีนับไม่ถ้วน
ก็แค่ชีวิตคนไม่กี่คนเท่านั้น!
"คนพวกนั้นจะจัดการยังไง ให้ควักเครื่องในออกมาปรุงยาเหมือนที่ผ่านมางั้นหรือ?" มือปราบลู่ถามด้วยความบ้าคลั่งที่แม้แต่ตัวเองก็ยังไม่รู้ตัว
"ไม่ๆๆ พวกเขานั้นพิเศษ ต้องได้รับการปฏิบัติที่พิเศษ" เฉิงอี้ตอบเรียบๆ
หลังจากสนทนากันอีกครู่หนึ่ง มือปราบลู่ก็กระโดดข้ามหน้าต่างจากไป
เฉิงอี้มองตามหลังไปนิ่งๆ "ถึงกับเชื่อว่าใช้เครื่องในมนุษย์มาปรุงยาได้? ช่างเป็นไอ้โง่จริงๆ!"
"ใบไม้บังตา เขาแค่โดนยาห้าปราณทำให้ตามืดบอดเท่านั้น" นักพรตเฒ่าผมขาวที่รวบไว้อย่างเป็นระเบียบ ใบหน้าแดงปลั่งไร้ริ้วรอยจู่ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นในหอบรรพจารย์
"ท่านอาจารย์ ข้าจะไปเซ่นสรวงกระดิ่งไร้ใจก่อน" เฉิงอี้หิ้วกล่องทองแดงแล้วกล่าว
ไอ้ที่ว่าใช้เครื่องในปรุงยาน่ะ มันเป็นเรื่องหลอกลวงมือปราบลู่ทั้งนั้น
หน้าที่ที่แท้จริงของมันคือใช้เซ่นสรวงกระดิ่งไร้ใจซึ่งเป็นอาวุธวิเศษต่างหาก!
"ไปเถอะ" เฟิงเริ่นพยักหน้า
ขณะมองส่งเฉิงอี้เดินจากไป เฟิงเริ่นยืนอยู่ริมหน้าต่างและพึมพำกับตัวเองเบาๆ "หวังว่าจะทันเวลา..."
...
เฉินมู่มัวเมาอยู่กับการปั๊มค่าความชำนาญจนถอนตัวไม่ขึ้น
ทุกวันขอแค่มีเวลาว่าง เขาก็จะสวดพึมพำเบาๆ
เมื่อค่าความชำนาญเพิ่มขึ้น ความเข้าใจในตัวคัมภีร์ของเขาก็ยิ่งสูงขึ้น
เนื้อหาในคัมภีร์นั้นไม่มีความหมาย ที่มีความหมายจริงๆ คือการออกเสียงของตัวอักษร
คัมภีร์ที่ดูเหมือนรหัสที่อ่านไม่รู้เรื่อง หากสวดด้วยความเร็วและการเน้นเสียงที่เฉพาะเจาะจง มันจะเกิดเป็นการออกเสียงอีกรูปแบบหนึ่ง
คล้ายกับการใช้อักษรภาษาไทยไปเขียนกำกับการออกเสียงคำศัพท์ภาษาอังกฤษในสมัยก่อน
เมื่อเห็นค่าความชำนาญที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เฉินมู่ก็ราวกับถูกผีเข้า
กลางวันก็สวด กลางคืนก็สวด แม้แต่ในฝันก็ยังนั่งครุ่นคิดถึงมัน
...
ครึ่งเดือนต่อมา
ทางทิศตะวันตกของเขาเสี่ยวตงซาน ภายในหลุมป่าละเมาะที่คุ้นเคย
หมูป่าสีดำตัวใหญ่สลบไสลอยู่บนพื้น
เฉินมู่เรียกกำแพงสีเทาออกมา
ผีห้าขุนเขา: 1/10000/ระดับสอง
เฉินมู่นำถุงห้าผีมาวางลงบนพื้น
เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
บทสวดเสียงต่ำพรั่งพรูออกมาจากปากอย่างรวดเร็ว
เห็นได้ชัดว่าเป็นคนเพียงคนเดียวที่กำลังพูด แต่กลับให้ความรู้สึกเหมือนคนนับพันกำลังกระซิบกระซาบพร้อมๆ กัน
กลุ่มควันสีดำพวยพุ่งออกมาจากถุงห้าผี มารวมตัวกันกลางอากาศแล้วหดตัวลง
ตุ๊กตากระดาษสีขาวซีดปรากฏขึ้น
ตุ๊กตากระดาษตัวน้อยเต็มไปด้วยลวดลาย ด้านหลังมีอักษรคำว่า "หนาว" (冬) สลักอยู่
"สำเร็จแล้ว!"
เฉินมู่มองดูตุ๊กตากระดาษด้วยความประหลาดใจ
และเกิดความรู้สึกประหลาดขึ้น
เขารู้สึกเหมือนจู่ๆ ตัวเองก็มีมือเพิ่มขึ้นมาอีกข้างหนึ่ง
"ที่แท้นักพรตหน้ากลมคนนั้นควบคุมตุ๊กตากระดาษแบบนี้นี่เอง!"
ในใจคิดอยากจะให้ตุ๊กตากระดาษเคลื่อนไหว
ตุ๊กตากระดาษตัวนั้นก็ลอยละล่องไปมากลางอากาศอย่างช้าๆ ตามที่เขาคิดจริงๆ
เขานึกถึงคำอธิบายในวิชาผีห้าขุนเขา
เฉินมู่บังคับให้ตุ๊กตากระดาษมุดเข้าไปใต้ร่างของหมูป่า
"ยก!"
...
หมูป่านิ่งสนิท!
"หนักเกินไป" เฉินมู่เข้าใจทันที
เขาบังคับให้ตุ๊กตากระดาษบินออกมา แล้วเปลี่ยนไปเป็นหินขนาดเท่าหัวคนแทน
ตุ๊กตากระดาษตัวน้อยลอยไปอยู่ใต้หิน ใช้ทั้งสองมือและหัวช่วยกันยันก้อนหินไว้
เฉินมู่ตะโกนก้อง "บิน!"
...
ก้อนหินก็ยังคงนิ่งสนิท!
เฉินมู่: "..."
เขารู้สึกลางไม่ดีขึ้นมาทันที
ผ่านไปหนึ่งเค่อ
เฉินมู่มองดูตุ๊กตากระดาษที่กำลังแบกใบไม้ลอยละล่องไปมาอย่างช้าๆ อยู่เหนือหัวด้วยสีหน้าพูดไม่ออก
นี่เหรอที่เขาเรียกว่าผีห้าขุนเขา?
นี่มันคือวิชาตาแก่ย้ายภูเขาชัดๆ!