- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาถูกอ่านใจ พี่ชายทั้งห้าดันมาขโมยไอเดียไปใช้กันฟรีๆ
- บทที่ 22 เดี๋ยวก็รู้กัน
บทที่ 22 เดี๋ยวก็รู้กัน
บทที่ 22 เดี๋ยวก็รู้กัน
"ดี! ดีจริงๆ! เขาอุตส่าห์ไว้ใจแม่นมจูขนาดนั้น แต่บริษัทกู้กรุ๊ปอันทรงเกียรติของเขากลับถูกสองแม่ลูกคู่นี้หลอกลวงมาตั้งหลายปี ยอดเยี่ยมจริงๆ!"
"มีคนอื่นอยู่เบื้องหลังอีกงั้นเหรอ? จะเป็นใครกัน?"
กู้หงอี้โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ! เขาอยากจะเอ่ยปากถามกู้หนิงซี แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มตรงไหนดี!
กู้หงอี้จึงได้แต่ฟึดฟัดหงุดหงิดไปตลอดทาง
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ณ คฤหาสน์ตระกูลกู้!
"ทำไมซีซียังไม่กลับมาอีกนะ? โทรไปก็ไม่รับสาย คงไม่ได้เกิดเรื่องร้ายแรงอะไรขึ้นหรอกใช่ไหม?"
ชิวเสวี่ยถิงนั่งอยู่บนโซฟาพลางมองดูเวลา ตอนนี้ห้าทุ่มเข้าไปแล้ว เธอมองไปทางประตูใหญ่ด้วยสีหน้ากระวนกระวายใจ
"คุณแม่คะ พี่สาวโตเป็นผู้ใหญ่แล้วนะคะ พี่เขาดูแลตัวเองได้ คุณแม่ไม่ต้องกังวลไปหรอกค่ะ บางทีพี่เขาอาจจะไปเที่ยวบ้านเพื่อน? หรือไม่ก็... อาจจะไปหาแฟนก็ได้นะคะ?"
กู้รั่วหลานควงแขนชิวเสวี่ยถิงพลางเอ่ยปลอบโยนเสียงนุ่ม
ทว่าภายในใจของหล่อนกลับรู้สึกกระหยิ่มยิ้มย่อง แม่นมจูบอกหล่อนแล้วว่ากู้หนิงซีถูกไล่ตะเพิดไปตั้งแต่เมื่อบ่าย ถ้ามันยังมียางอายอยู่บ้างก็คงไม่กล้าซมซานกลับมาหรอก
เหอะ! โชคดีนะที่หล่อนเรียกแม่นมจูกลับมาล่วงหน้า พอมีแม่นมจูอยู่ด้วย นังบ้านนอกกู้หนิงซีนั่นก็แผลงฤทธิ์อะไรไม่ได้อย่างแน่นอน
แต่หล่อนก็รู้ดีว่านี่เป็นเพียงการถ่วงเวลาชั่วคราวเท่านั้น บางทีนังแพศยานั่นอาจจะกลับมาในอีกไม่กี่วัน หล่อนยังคงต้องหาทางทำให้คนตระกูลกู้เกลียดชังมัน และเตะมันออกจากตระกูลกู้ไปอย่างถาวรให้ได้
"พูดจาเหลวไหลอะไรของลูก? ซีซีเพิ่งจะสิบแปดเองนะ จะไปมีแฟนได้ยังไง? เรื่องที่ไม่มีหลักฐาน ทางที่ดีลูกอย่าพูดส่งเดชจะดีกว่านะ"
ชิวเสวี่ยถิงขมวดคิ้ว เอ่ยดุด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"คุณแม่คะ! หนูขอโทษค่ะ หนูแค่พูดไปเรื่อยเปื่อย แต่พี่สาวอยู่ข้างนอกมาตั้งหลายปี อาจจะติดนิสัยไม่ดีมาบ้างก็เป็นเรื่องเลี่ยงไม่ได้นี่คะ ดึกป่านนี้แล้วยังไม่กลับ ก็คงจะมีที่ให้ไปนั่นแหละค่ะ คุณแม่ก็เหนื่อยแล้ว ขึ้นไปพักผ่อนข้างบนเถอะนะคะ?"
แววตาของกู้รั่วหลานมืดครึ้มลงเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยด้วยท่าทีว่าง่าย
"จริงด้วยค่ะคุณผู้หญิง ถ้าคุณผู้หญิงไม่พักผ่อน คุณหนูก็คงไม่ยอมนอนเหมือนกัน ดึกมากแล้ว เพื่อเห็นแก่ความกตัญญูของคุณหนู คุณผู้หญิงก็ควรจะดูแลสุขภาพของตัวเองด้วยนะคะ!"
หญิงร่างท้วมคนหนึ่งเดินออกมาจากห้องครัวพร้อมกับนมอุ่นๆ หนึ่งแก้ว เธอส่งแก้วนมให้กู้รั่วหลาน ก่อนจะหันไปเอ่ยเกลี้ยกล่อมชิวเสวี่ยถิง
"รั่วหลานเป็นเด็กดีจริงๆ นั่นแหละแม่นมจู! เธอพารั่วหลานขึ้นไปนอนเถอะ ฉันยังไม่เหนื่อย ขอรออีกสักพักก็แล้วกัน"
เมื่อได้ยินดังนั้น ชิวเสวี่ยถิงก็มองใบหน้าซูบเซียวของกู้รั่วหลานด้วยความใจอ่อน เธอยื่นมือไปบีบมือกู้รั่วหลานเบาๆ แล้วหันไปพูดกับแม่นมจู
"ไม่เอาค่ะคุณแม่ หนูไม่เหนื่อย หนูอยากอยู่เป็นเพื่อนคุณแม่นี่คะ"
กู้รั่วหลานกุมมือชิวเสวี่ยถิงเอาไว้ไม่ยอมปล่อย สถานการณ์ตอนนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว นี่เป็นโอกาสทองในการทำคะแนนความกตัญญู หล่อนจะพลาดได้ยังไง?
"เด็กโง่ รีบขึ้นไปนอนเถอะ ถ้านอนดึกระวังสิวจะขึ้นเอานะ แล้วจะหมดสวยไม่รู้ด้วย"
ชิวเสวี่ยถิงไม่เห็นด้วยและเร่งรัดให้หล่อนไปพักผ่อนอีกครั้ง
คราวนี้กู้รั่วหลานเริ่มลังเล หล่อนห่วงสวยจะตายไป ถ้าสิวขึ้น หล่อนก็คงออกไปไหนไม่ได้ตั้งหลายวันเลยไม่ใช่หรือไง?
"งั้น... คุณแม่คะ หนูขึ้นไปนอนก่อนนะคะ?"
ในที่สุดกู้รั่วหลานก็ยอมถอย หล่อนมองชิวเสวี่ยถิงด้วยท่าทางอิดออด
"ไปเถอะจ้ะ!"
ชิวเสวี่ยถิงไม่ได้คิดอะไรมาก เมื่อเห็นลูกสาวตกลง เธอก็ยิ้มอ่อนโยนแล้วเอ่ยตอบ
กู้รั่วหลานลุกขึ้นยืน ทำท่าจะเดินขึ้นบันไดไปอย่างจำใจ ทว่าจู่ๆ หล่อนก็เห็นชิวเสวี่ยถิงผุดลุกขึ้นและกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปทางประตูหน้าด้วยสีหน้าร้อนรน
หล่อนชะงักฝีเท้า หันขวับไปมอง และเมื่อเห็นว่าใครมาเยือน ใบหน้าของหล่อนก็มืดครึ้มลงในพริบตา
นังแพศยานั่นกลับมาเร็วขนาดนี้เชียวเหรอ?
ใช่แล้ว กู้หนิงซีเดินยืดอกเข้ามาในคฤหาสน์ตระกูลกู้พร้อมกับกู้หงอี้ เธอมองเห็นคุณแม่คนสวยวิ่งตรงเข้ามาหาตั้งแต่ไกล เธอจึงวิ่งถลาเข้าไปหาชิวเสวี่ยถิงเช่นกัน ทั้งสองโผเข้ากอดกันกลมดิก ราวกับฉากซึ้งๆ ในซีรีส์โรแมนติกก็ไม่ปาน
"ซีซี! ลูกหายไปไหนมาทั้งบ่าย? ทำเอาแม่เป็นห่วงแทบแย่ ฮือๆๆ...!"
"คุณแม่คนสวย ฮือๆๆ...! หนูคิดว่าจะไม่ได้เจอคุณแม่อีกแล้วเสียอีก ฮือๆๆ...!"
กู้หงอี้ที่อ้าแขนรออยู่ด้านหลังหมายจะกอดพวกเธอด้วย: ...สรุปฉันก็เป็นแค่ตัวประกอบ เป็นแค่ตัวเสริมในซีรีส์โรแมนติกสินะ!
"เอาล่ะ ดึกมากแล้ว มีอะไรพรุ่งนี้ค่อยคุยกันเถอะ!"
กู้หงอี้ถอนหายใจ เดินเข้าไปใกล้แล้วเอ่ยเสียงนุ่ม
"จริงด้วยๆ มาเถอะ ซีซีต้องขวัญเสียมากแน่ๆ! นอนหลับให้สบายนะลูก แล้วทุกอย่างจะผ่านไป"
ชิวเสวี่ยถิงดึงสติกลับมาได้ รีบจูงมือกู้หนิงซีพาเดินเข้าไปข้างใน
เธอไม่แม้แต่จะถามกู้หนิงซีเลยว่าหายไปไหนมาจนดึกดื่นป่านนี้
มือของกู้รั่วหลานกำแน่นจนแทบจะห้อเลือด เมื่อเห็นชิวเสวี่ยถิงโอ๋กู้หนิงซีขนาดนั้น
ทันใดนั้น มือของหล่อนก็สัมผัสได้ถึงความอบอุ่น พร้อมกับเสียงแผ่วเบากระซิบที่ข้างหู
"อย่าเพิ่งใจร้อน ของที่เป็นของลูก ยังไงก็เป็นของลูก ไม่มีใครแย่งไปได้หรอก ไม่ต้องห่วงนะ มีแม่อยู่ทั้งคน ไม่มีใครหน้าไหนมาขวางทางรวยของพวกเราได้หรอก"
หัวใจที่ร้อนรุ่มของกู้รั่วหลานค่อยๆ สงบลงเล็กน้อย
กู้หนิงซียอมให้ชิวเสวี่ยถิงจูงมือพาเดินไปที่บันได มองดูแผ่นหลังของชิวเสวี่ยถิง จู่ๆ ขอบตาของเธอก็ร้อนผ่าวขึ้นมา เธอรีบก้มหน้าลงซ่อนความรู้สึก ครู่ต่อมาก็เงยหน้าขึ้นอีกครั้ง กลับมาเป็นเด็กสาวที่ดูไร้เดียงสาและไม่ทุกข์ร้อนเหมือนเดิม
จากนั้นเธอก็หันไปเห็นกู้รั่วหลานกับแม่นมจูที่อ้วนท้วนราวกับหมูยืนอยู่ตรงโถงบันได เธอเลิกคิ้วขึ้น เดินผ่านกู้รั่วหลานไปพลางจ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาคมกริบ
กู้รั่วหลานรู้สึกเสียวสันหลังวาบเมื่อสบเข้ากับสายตาของกู้หนิงซี หล่อนก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว ไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับกู้หนิงซีตรงๆ
"กู้รั่วหลาน? ยอดเยี่ยมไปเลยนะ ถึงขนาดหาคนมาช่วยเตะฉันออกจากตระกูลกู้ได้ อยากให้ฉันไปจากตระกูลกู้มากนักใช่ไหม? งั้นก็มาดูกันว่าผู้ช่วยของเธอจะแน่สักแค่ไหน ฉันตั้งตารอเลยล่ะ! เดี๋ยวก็รู้กัน"
กู้หนิงซีละสายตาออกแล้วเดินขึ้นบันไดไป
ชิวเสวี่ยถิงขมวดคิ้วเมื่อได้ยินเช่นนั้น เธอมองสลับไปมาระหว่างกู้รั่วหลานกับกู้หนิงซี วันนี้มีเรื่องอะไรที่เธอไม่รู้งั้นเหรอ?
ส่วนกู้หงอี้กลับปรายตามองแม่นมจูที่ยืนอยู่ข้างกู้รั่วหลานด้วยสายตาเย็นเยียบ จากนั้นก็ดึงตัวชิวเสวี่ยถิงกลับไปที่ห้องหนังสือ เรื่องนี้ยังไม่เร่งด่วน เขายังมีเวลาเหลือเฟือ!
ทิ้งกู้รั่วหลานที่กำลังหงุดหงิดพลุ่งพล่านกับแม่นมจูที่กำลังวางแผนร้ายไว้เบื้องหลัง!
คืนนั้นกู้หนิงซีนอนหลับปุ๋ยอย่างสบายใจ แต่บางคนกลับนอนไม่หลับกระสับกระส่าย ส่งผลให้วันรุ่งขึ้นต้องเดินลงบันไดมาพร้อมกับขอบตาที่ดำคล้ำเป็นหมีแพนด้า
ตอนสิบโมงเช้า กู้หนิงซีค่อยๆ เดินลงบันไดมาอย่างอ้อยอิ่ง
กู้หงอี้และชิวเสวี่ยถิงต่างก็อยู่บ้านกันพร้อมหน้าในวันนี้ ซึ่งทำให้กู้หนิงซีประหลาดใจเป็นอย่างมาก เธอจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย
"คุณแม่คนสวย ทำไมวันนี้คุณแม่กับคุณลุงสุดหล่อถึงไม่ไปบริษัทล่ะคะ?"
"วันนี้มีเรื่องสำคัญน่ะซีซี ลูกช่วยเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานให้พวกเราฟังหน่อยได้ไหม? ทำไมสุดท้ายลูกถึงกลับมาพร้อมกับคุณพ่อได้ล่ะ?"
ชิวเสวี่ยถิงดึงกู้หนิงซีให้นั่งลง ก่อนจะเอ่ยถามด้วยสีหน้าจริงจัง
เมื่อคืนสามีของเธอบอกว่ามีคนในตระกูลกู้แอบรังแกซีซีลับหลัง จะไม่ให้เธอโกรธได้ยังไง? แถมยังมีเรื่องที่ซีซีถูกสลับตัวไปเมื่อตอนนั้นอีก วันนี้เธอจะต้องจัดการกับคนคนนั้นให้เด็ดขาด
กู้รั่วหลานที่ใบหน้าซูบเซียวอยู่แล้วถึงกับตัวแข็งทื่อเมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าของหล่อนดูตื่นตระหนกเล็กน้อย แต่ก็พยายามฝืนทำใจดีสู้เสือเอาไว้
นัยน์ตาของกู้หนิงซีกรอกกลอกไปมา สองมือที่วางอยู่บนต้นขาแอบออกแรงหยิกตัวเองจนตาแดงก่ำในพริบตา จากนั้นกู้หนิงซีก็เริ่มการแสดงอันแสนจะแข็งทื่อของเธอ โดยเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานให้ฟังอย่างละเอียดครบถ้วนทุกประการ
เล่าจบ เธอยังแสร้งทำตัวน่าสงสารสไตล์นางเอกเจ้าน้ำตาพูดปิดท้ายอีกว่า
"คุณแม่คนสวย ตระกูลกู้ไม่ต้อนรับหนูเหรอคะ? ถ้าไม่ต้อนรับหนู หนูไปก็ได้นะคะ หนูจะไม่รบกวนพวกคุณอีก"
【ซี๊ดดด! เจ็บชะมัด! รู้งี้หยิกให้เบากว่านี้หน่อยก็ดี!】
"ใครพูดแบบนั้นกัน? ลูกเป็นลูกสาวของตระกูลกู้ ไม่มีใครมีสิทธิ์มาไล่ลูกไปทั้งนั้น จำได้ไหมว่าใครเป็นคนไม่ให้ลูกเข้าบ้าน?"
ชิวเสวี่ยถิงเหลือบมองต้นขาของเธอพลางกลั้นยิ้ม ก่อนจะเล่นตามน้ำไป เธอสวมกอดกู้หนิงซีด้วยสีหน้าปวดใจ เอ่ยแก้ความเข้าใจผิดอย่างอ่อนโยน แล้วจึงถามขึ้นอีกครั้ง
"หนูไม่เคยเห็นเขาในตระกูลกู้มาก่อนเลยค่ะ แต่คนคนนั้นอ้วนมากๆ น่าจะน้ำหนักเหยียบร้อยกิโลได้มั้งคะ"
กู้หนิงซีแสร้งปาดน้ำตาพลางทำท่านึกย้อนและเอ่ยตอบ