- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาถูกอ่านใจ พี่ชายทั้งห้าดันมาขโมยไอเดียไปใช้กันฟรีๆ
- บทที่ 21 ป้าหวัง?
บทที่ 21 ป้าหวัง?
บทที่ 21 ป้าหวัง?
"อร่อยสุดๆ ไปเลย!!!"
กู้หนิงซีฟาดแฮมเบอร์เกอร์ไปแล้วสามชิ้น ตอนนี้เหลือแค่อันเดียวเท่านั้น แต่พอเห็นสายตาของกู้หงอี้จ้องเขม็งมาที่ถุงบนโต๊ะ ทำไมจู่ๆ เธอถึงรู้สึกผิดขึ้นมานิดหน่อยล่ะเนี่ย?
"ทำไมต้องจ้องเขม็งขนาดนั้นด้วยล่ะ? ถ้าอยากกินก็บอกมาตั้งแต่แรกสิ ฉันใกล้จะกินหมดแล้วนะ เรื่องกินเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ใครไม่กระตือรือร้นก็บ้าแล้ว! สมควรหิวต่อไปเถอะ!"
กู้หนิงซีหันหน้าหนี แสร้งทำเป็นมองไม่เห็นเขา
กู้หงอี้: ลูกสาวสายเลือดเดียวกันแท้ๆ เลยนะเนี่ย
"กินเสร็จหรือยัง? ไปกันเถอะ! กลับบ้าน!"
กู้หงอี้มองดูท่าทีหวงของกินของเธอด้วยสีหน้าเรียบเฉย ยัยเด็กนี่ไม่แบ่งให้เขาสักชิ้นจริงๆ ด้วย เขารู้สึกจุกที่อกขึ้นมาทันที ก่อนจะลุกพรวดขึ้นแล้วเอ่ยเสียงเรียบ
"อ้อ!"
กู้หนิงซีกะพริบตาปริบๆ มองแผ่นหลังของเขาที่เดินตรงไปยังประตู เธอเบะปากพลางคิดในใจ 'ก็แค่กินนิดกินหน่อยเอง! ทำไมต้องโกรธด้วยล่ะ?'
กู้หนิงซีหยิบแฮมเบอร์เกอร์ชิ้นสุดท้ายขึ้นมา แล้ววิ่งเหยาะๆ ตามหลังกู้หงอี้ไป กินไปเดินไป ไม่ยอมแบ่งกู้หงอี้แม้แต่คำเดียวจริงๆ
ใบหน้าของกู้หงอี้ยิ่งคล้ำลงเรื่อยๆ
ครั้งนี้ พวกเขาใช้ลิฟต์ส่วนตัวของผู้บริหาร กู้หนิงซีเดินตามมาเงียบๆ กินไปตลอดทาง จนกู้หงอี้ที่เดินนำอยู่ข้างหน้าต้องหันกลับมามองบ่อยๆ นึกว่าเธอหลงทางไปซะแล้ว
เธอเงียบมาก! ไม่มีแม้แต่เสียงบ่นในใจ! กู้หนิงซีในโหมดเงียบกริบแบบนี้ทำเอากู้หงอี้รู้สึกไม่ชินเอาซะเลย เขาถึงขั้นต้องหันกลับไปมองเด็กสาวอยู่หลายครั้งตลอดทาง
หรือว่าเมื่อกี้เขาดุเกินไปจนทำให้ซีซีกลัวกันนะ? เขาควรจะขอโทษก่อนดีไหมเพื่อประสานรอยร้าวในความสัมพันธ์พ่อลูก?
แต่ปรากฏว่า กู้หนิงซีแค่เงียบไปตลอดทาง ทว่าทันทีที่เธอขึ้นไปนั่งบนรถของกู้หงอี้ ธาตุแท้ของเธอก็เปิดเผยออกมาทันที
"ว้าว! ไม่คิดเลยว่าจะได้นั่งรถหรูขนาดนี้! นี่ตู้เย็นใช่ไหม? ว้าว! เสียดายจังไม่มีน้ำที่ฉันชอบเลย ถ้ามีโคล่าหรือนมเปรี้ยวก็คงจะดีสิ"
กู้หนิงซีเปิดตู้เล็กๆ ตรงที่วางแขนด้านหลัง ซึ่งมีน้ำเปล่าและไวน์แช่อยู่ เธอเบะปากและปิดตู้เย็นใบเล็กนั้นอย่างผิดหวัง
กู้หงอี้: ดูเหมือนเขาจะคิดมากไปเอง! ยัยเด็กคนนี้มันไร้หัวใจ!
กู้หนิงซีมองนู่นจับนี่ สำรวจรถหรูด้วยความสนใจใคร่รู้ เสียงกรีดร้องในใจดังขึ้นไม่หยุด
"อ๊าย! นี่คือฟังก์ชั่นในตำนานที่มีเฉพาะในรถหรูใช่ไหมเนี่ย? ระบบนวดนี่มันสุดยอดไปเลย! ว้าว เบาะนี่อุ่นได้ด้วยเหรอ? สบายจัง!"
"เดี๋ยวพอบ้านตระกูลกู้ล้มละลาย ฉันจะซื้อรถแบบนี้สักคันดีกว่า หรือจะขอให้ตระกูลกู้ยกรถคันนี้ให้ฉันดีนะ? ยังไงซะถึงตอนนั้นพวกเขาก็ไม่มีเงินแล้ว คงไม่มีปัญญาเก็บรถคันนี้ไว้หรอกใช่ไหมล่ะ? ถ้าให้ฉันก็คงดีสิ? ฮิฮิฮิ!"
"ลูกมาที่บริษัทได้ยังไง?"
กู้หงอี้เห็นกู้หนิงซีเอาแต่รื้อค้นรถตั้งแต่ขึ้นมา เปิดสวิตช์ทุกอันที่มี ในหัวเขาก็มีแต่เสียงของเธอดังเจื้อยแจ้ว ยิ่งฟังก็ยิ่งปรี๊ดแตก ยัยเด็กคนนี้เอาแต่คิดเรื่องตระกูลกู้จะล้มละลายอยู่ได้!
เขาแอบกัดฟันกรอด สุดท้ายก็ต้องท่องพุทโธในใจ: 'ลูกแท้ๆ ลูกแท้ๆ!!'
สุดท้าย เขาก็ต้องพูดขัดจังหวะการบ่นพึมพำของเธอ ไม่อย่างนั้นตระกูลกู้คงไม่ล้มละลาย แต่เป็นเขาเองต่างหากที่จะอกแตกตายไปซะก่อน
"นี่ไง ฉันใส่ชุดช่างไฟขึ้นมา! แต่จะว่าไป ระบบรักษาความปลอดภัยของบริษัทคุณหละหลวมมากเลยนะ! ขนาดฉันยังแอบเข้ามาได้ นับประสาอะไรกับพวกมิจฉาชีพ"
กู้หนิงซีได้ยินคำถามของกู้หงอี้ ก็ดึงสติกลับมา แล้วชี้ไปที่ชุดที่ตัวเองใส่อยู่ด้วยความภาคภูมิใจ
กู้หงอี้: พวกนั้นมันอดีตทหารผ่านศึกทั้งนั้นนะ ถ้าลูกแอบรอดสายตาพวกนั้นเข้ามาได้ ก็ถือว่าลูกเก่งจริงๆ นั่นแหละ!
กู้หงอี้ไม่ได้กะจะบอกเธอหรอก กลัวว่าเธอจะเหลิงจนเกินไป จึงถามคำถามต่อไปว่า:
"สรุปว่า เรื่องวุ่นวายในบริษัทก็ฝีมือลูกใช่ไหม?"
"เรื่องวุ่นวายอะไรคะ? ฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย?"
กู้หนิงซีกะพริบตาปริบๆ ตีหน้าซื่อ เธอไม่รู้เรื่องจริงๆ นะ
กู้หงอี้: ...?
เมื่อกี้เฒ่าเฉินเพิ่งบอกเขาว่าบริษัทโดนผีหลอกคืนนี้ และสงสัยว่าน่าจะเป็นฝีมือของเด็กคนนี้ ตอนนี้เขามั่นใจแล้วว่าผีจอมซ่าตัวนั้นก็คือเด็กสาวที่อยู่ตรงหน้าเขานี่เอง!
กู้หงอี้สูดหายใจเข้าลึกๆ และถามต่อ:
"ทำไมไม่กลับบ้านล่ะ? มาหาพ่อที่บริษัททำไม? มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?"
กู้หนิงซีเห็นว่าในที่สุดบทสนทนาก็เข้าสู่ประเด็นหลัก เธอจึงก้มหน้าลงเล็กน้อย แอบหยิกต้นขาตัวเองอย่างแรง พอเงยหน้าขึ้นมาอีกที ดวงตาก็มีน้ำตาคลอเบ้า ดูน่าสงสารจับใจ:
"คุณลุงสุดหล่อ ฮือๆๆ... ตอนที่คุณพาฉันกลับมาที่บ้านตระกูลกู้ คุณบอกว่าจะดูแลฉันอย่างดี แต่ตอนนี้คุณกลับไม่ให้ฉันเข้าบ้าน มันหมายความว่ายังไงคะ? ถ้าคุณไม่อยากยอมรับฉัน ก็บอกมาตรงๆ ได้เลย ฉันสัญญาว่าจะไม่มากวนใจคุณ ฉันจะไปให้ไกลแสนไกลเลย ฮือๆๆ... ฉันมันน่าสงสารจริงๆ!"
กู้หงอี้มองใบหน้านั้น ซึ่งถอดแบบมาจากภรรยาของเขาตอนสาวๆ ยิ่งตอนที่ร้องไห้สะอึกสะอื้น เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกปวดใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนี่คือลูกสาวเพียงคนเดียวของเขาที่เพิ่งจะหาเจอ หัวใจเขาก็ยิ่งเจ็บปวด
ดังนั้นเขาจึงรีบโน้มตัวเข้าไปปลอบโยนเธออย่างลุกลี้ลุกลน:
"ซีซี อย่าร้องไห้เลยนะ ใครบอกลูกแบบนี้? ในเมื่อลูกเป็นลูกสาวของพ่อ กู้หงอี้ บ้านตระกูลกู้ก็คือบ้านของลูก จะกลับบ้านไหนอีกล่ะ? บอกพ่อมาสิว่าใครรังแกลูก? เดี๋ยวพ่อจะสั่งสอนให้เอง!"
"ฉันไม่รู้จักเธอหรอก วันนี้ฉันยังไม่ทันก้าวเข้าประตูบ้านก็โดนไล่ตะเพิดออกมาแล้ว ฮือๆๆ!"
กู้หนิงซีพูดพลางสะอื้นไห้
ตีเหล็กก็ต้องตีตอนร้อนๆ ฟ้องก็ต้องฟ้องตอนกำลังได้เปรียบสิ
แววตาของกู้หงอี้เย็นเยียบลง มีคนที่ต่อหน้าอย่างลับหลังอย่างอยู่ในบ้านด้วยเหรอ? ดูเหมือนพอกลับไปถึงเขาคงต้องสะสางครั้งใหญ่ซะแล้ว
กู้หนิงซีลอบมองเห็นใบหน้าของกู้หงอี้ที่เปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำจากหางตา ก็รู้สึกสะใจสุดๆ เธอแฮปปี้มากที่ได้หาเรื่องใส่กู้รั่วหลาน
"หึ! จะเป็นใครได้อีกล่ะ? ก็ต้องเป็นคนของกู้รั่วหลานน่ะสิ! อ้วนเป็นหมูขนาดนั้น ไม่รู้ยักยอกเงินไปเท่าไหร่แล้ว เสี่ยวติง ช่วยฉันสืบความสัมพันธ์ระหว่างยัยป้าอ้วนนั่นกับกู้รั่วหลานหน่อยสิ!"
เสี่ยวติง: จัดไป!
กู้หนิงซีเลิกคิ้ว: "โอ๊ะ! เดี๋ยวนี้เก่งขึ้นนะเนี่ย?"
ดวงตาของกู้หงอี้วูบไหว เกี่ยวข้องกับกู้รั่วหลาน? แถมยังอ้วนมากด้วย? คนที่อ้วนที่สุดในบ้านก็มีแต่ป้าจู ซึ่งเพิ่งลางานไปเมื่อไม่นานมานี้เพราะมีธุระทางบ้าน แต่ป้าจูก็ทำงานกับตระกูลกู้มาสิบกว่าปีแล้ว เป็นไปไม่ได้หรอกมั้งที่เธอจะทำเรื่องเลอะเทอะแบบนั้น?
กู้หงอี้ค่อนข้างคลางแคลงใจกับความจริงของเรื่องนี้ ไม่เป็นคนอื่น ก็กู้หนิงซีนั่นแหละที่โกหก แต่เขาก็ไม่เชื่อหรอกว่ากู้หนิงซีจะเอาเรื่องแบบนี้มาโกหก
กู้หงอี้ไม่ได้สงสัยป้าจูเลยแม้แต่น้อย เพราะยังไงซะ ป้าจูก็อยู่กับตระกูลกู้มานานกว่าสิบปี และเป็นแม่นมส่วนตัวของรั่วหลาน ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอก็อุทิศตนดูแลรั่วหลานมาโดยตลอด
ทว่า วินาทีต่อมา กู้หงอี้ก็ต้องหน้าแตกยับเยินเมื่อได้ยินเสียงของกู้หนิงซี
"นี่ๆๆ... ที่แท้ต้นเหตุก็อยู่ที่นี่นี่เอง? มิน่าล่ะยัยป้าอ้วนนั่นถึงได้กร่างนัก ที่แท้หล่อนก็คือจูลี่ลี่ แม่แท้ๆ ของกู้รั่วหลานนั่นเอง เป็นหล่อนนี่แหละที่อิจฉาวาสนาของคุณแม่คนสวยของฉัน ก็เลยสลับตัวฉันกับกู้รั่วหลานที่โรงพยาบาล"
"ครึ่งเดือนต่อมา หล่อนก็เข้ามาทำงานในบ้านตระกูลกู้ในฐานะพี่เลี้ยง กลายมาเป็นแม่นมและพี่เลี้ยงส่วนตัวของกู้รั่วหลาน หล่อนนี่มันพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสทองจริงๆ! ไม่แปลกใจเลยที่ตระกูลกู้จะต้องล้มละลายย่อยยับ! โดนหลอกมาตั้งหลายปี แถมยังจับคนร้ายที่อยู่ใกล้แค่ปลายจมูกไม่ได้ สติปัญญาของพวกเขาช่างน่าเป็นห่วงจริงๆ!"
กู้หนิงซีอดไม่ได้ที่จะชื่นชมความกล้าหาญของจูลี่ลี่ หลังจากสลับตัวเด็กแล้ว หล่อนยังกล้าป้วนเปี้ยนอยู่ใต้จมูกเจ้านายมาได้ตั้งหลายปีโดยไม่มีใครสงสัย จูลี่ลี่คนนี้ต้องมีฝีมือไม่เบาแน่ๆ ใช่ไหม?
"แต่ดูจากหน้าตาที่ดูร้ายกาจและร้ายลึกของยัยป้าอ้วนนั่นแล้ว ไม่น่าจะเป็นคนฉลาดหลักแหลมขนาดนั้นนะ! หรือว่าจะมีใครอยู่เบื้องหลังหล่อนกัน?"
กู้หนิงซีแอบพยักหน้าเห็นด้วยกับความคิดตัวเอง คิดว่าต้องใช่แน่ๆ แต่แล้วก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องที่เธอจะต้องไปจัดการ เธอจึงเลิกคิดเรื่องนี้
ใบหน้าของกู้หงอี้ดำมืดสนิทราวกับก้นหม้อหลังจากได้ยินเช่นนั้น จูลี่ลี่งั้นเหรอ? ป้าจูไม่ได้ชื่อจูเจินหรอกเหรอ? หรือว่าชื่อนั้นก็เป็นชื่อปลอมเหมือนกัน?