เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21 ป้าหวัง?

บทที่ 21 ป้าหวัง?

บทที่ 21 ป้าหวัง?


"อร่อยสุดๆ ไปเลย!!!"

กู้หนิงซีฟาดแฮมเบอร์เกอร์ไปแล้วสามชิ้น ตอนนี้เหลือแค่อันเดียวเท่านั้น แต่พอเห็นสายตาของกู้หงอี้จ้องเขม็งมาที่ถุงบนโต๊ะ ทำไมจู่ๆ เธอถึงรู้สึกผิดขึ้นมานิดหน่อยล่ะเนี่ย?

"ทำไมต้องจ้องเขม็งขนาดนั้นด้วยล่ะ? ถ้าอยากกินก็บอกมาตั้งแต่แรกสิ ฉันใกล้จะกินหมดแล้วนะ เรื่องกินเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ใครไม่กระตือรือร้นก็บ้าแล้ว! สมควรหิวต่อไปเถอะ!"

กู้หนิงซีหันหน้าหนี แสร้งทำเป็นมองไม่เห็นเขา

กู้หงอี้: ลูกสาวสายเลือดเดียวกันแท้ๆ เลยนะเนี่ย

"กินเสร็จหรือยัง? ไปกันเถอะ! กลับบ้าน!"

กู้หงอี้มองดูท่าทีหวงของกินของเธอด้วยสีหน้าเรียบเฉย ยัยเด็กนี่ไม่แบ่งให้เขาสักชิ้นจริงๆ ด้วย เขารู้สึกจุกที่อกขึ้นมาทันที ก่อนจะลุกพรวดขึ้นแล้วเอ่ยเสียงเรียบ

"อ้อ!"

กู้หนิงซีกะพริบตาปริบๆ มองแผ่นหลังของเขาที่เดินตรงไปยังประตู เธอเบะปากพลางคิดในใจ 'ก็แค่กินนิดกินหน่อยเอง! ทำไมต้องโกรธด้วยล่ะ?'

กู้หนิงซีหยิบแฮมเบอร์เกอร์ชิ้นสุดท้ายขึ้นมา แล้ววิ่งเหยาะๆ ตามหลังกู้หงอี้ไป กินไปเดินไป ไม่ยอมแบ่งกู้หงอี้แม้แต่คำเดียวจริงๆ

ใบหน้าของกู้หงอี้ยิ่งคล้ำลงเรื่อยๆ

ครั้งนี้ พวกเขาใช้ลิฟต์ส่วนตัวของผู้บริหาร กู้หนิงซีเดินตามมาเงียบๆ กินไปตลอดทาง จนกู้หงอี้ที่เดินนำอยู่ข้างหน้าต้องหันกลับมามองบ่อยๆ นึกว่าเธอหลงทางไปซะแล้ว

เธอเงียบมาก! ไม่มีแม้แต่เสียงบ่นในใจ! กู้หนิงซีในโหมดเงียบกริบแบบนี้ทำเอากู้หงอี้รู้สึกไม่ชินเอาซะเลย เขาถึงขั้นต้องหันกลับไปมองเด็กสาวอยู่หลายครั้งตลอดทาง

หรือว่าเมื่อกี้เขาดุเกินไปจนทำให้ซีซีกลัวกันนะ? เขาควรจะขอโทษก่อนดีไหมเพื่อประสานรอยร้าวในความสัมพันธ์พ่อลูก?

แต่ปรากฏว่า กู้หนิงซีแค่เงียบไปตลอดทาง ทว่าทันทีที่เธอขึ้นไปนั่งบนรถของกู้หงอี้ ธาตุแท้ของเธอก็เปิดเผยออกมาทันที

"ว้าว! ไม่คิดเลยว่าจะได้นั่งรถหรูขนาดนี้! นี่ตู้เย็นใช่ไหม? ว้าว! เสียดายจังไม่มีน้ำที่ฉันชอบเลย ถ้ามีโคล่าหรือนมเปรี้ยวก็คงจะดีสิ"

กู้หนิงซีเปิดตู้เล็กๆ ตรงที่วางแขนด้านหลัง ซึ่งมีน้ำเปล่าและไวน์แช่อยู่ เธอเบะปากและปิดตู้เย็นใบเล็กนั้นอย่างผิดหวัง

กู้หงอี้: ดูเหมือนเขาจะคิดมากไปเอง! ยัยเด็กคนนี้มันไร้หัวใจ!

กู้หนิงซีมองนู่นจับนี่ สำรวจรถหรูด้วยความสนใจใคร่รู้ เสียงกรีดร้องในใจดังขึ้นไม่หยุด

"อ๊าย! นี่คือฟังก์ชั่นในตำนานที่มีเฉพาะในรถหรูใช่ไหมเนี่ย? ระบบนวดนี่มันสุดยอดไปเลย! ว้าว เบาะนี่อุ่นได้ด้วยเหรอ? สบายจัง!"

"เดี๋ยวพอบ้านตระกูลกู้ล้มละลาย ฉันจะซื้อรถแบบนี้สักคันดีกว่า หรือจะขอให้ตระกูลกู้ยกรถคันนี้ให้ฉันดีนะ? ยังไงซะถึงตอนนั้นพวกเขาก็ไม่มีเงินแล้ว คงไม่มีปัญญาเก็บรถคันนี้ไว้หรอกใช่ไหมล่ะ? ถ้าให้ฉันก็คงดีสิ? ฮิฮิฮิ!"

"ลูกมาที่บริษัทได้ยังไง?"

กู้หงอี้เห็นกู้หนิงซีเอาแต่รื้อค้นรถตั้งแต่ขึ้นมา เปิดสวิตช์ทุกอันที่มี ในหัวเขาก็มีแต่เสียงของเธอดังเจื้อยแจ้ว ยิ่งฟังก็ยิ่งปรี๊ดแตก ยัยเด็กคนนี้เอาแต่คิดเรื่องตระกูลกู้จะล้มละลายอยู่ได้!

เขาแอบกัดฟันกรอด สุดท้ายก็ต้องท่องพุทโธในใจ: 'ลูกแท้ๆ ลูกแท้ๆ!!'

สุดท้าย เขาก็ต้องพูดขัดจังหวะการบ่นพึมพำของเธอ ไม่อย่างนั้นตระกูลกู้คงไม่ล้มละลาย แต่เป็นเขาเองต่างหากที่จะอกแตกตายไปซะก่อน

"นี่ไง ฉันใส่ชุดช่างไฟขึ้นมา! แต่จะว่าไป ระบบรักษาความปลอดภัยของบริษัทคุณหละหลวมมากเลยนะ! ขนาดฉันยังแอบเข้ามาได้ นับประสาอะไรกับพวกมิจฉาชีพ"

กู้หนิงซีได้ยินคำถามของกู้หงอี้ ก็ดึงสติกลับมา แล้วชี้ไปที่ชุดที่ตัวเองใส่อยู่ด้วยความภาคภูมิใจ

กู้หงอี้: พวกนั้นมันอดีตทหารผ่านศึกทั้งนั้นนะ ถ้าลูกแอบรอดสายตาพวกนั้นเข้ามาได้ ก็ถือว่าลูกเก่งจริงๆ นั่นแหละ!

กู้หงอี้ไม่ได้กะจะบอกเธอหรอก กลัวว่าเธอจะเหลิงจนเกินไป จึงถามคำถามต่อไปว่า:

"สรุปว่า เรื่องวุ่นวายในบริษัทก็ฝีมือลูกใช่ไหม?"

"เรื่องวุ่นวายอะไรคะ? ฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย?"

กู้หนิงซีกะพริบตาปริบๆ ตีหน้าซื่อ เธอไม่รู้เรื่องจริงๆ นะ

กู้หงอี้: ...?

เมื่อกี้เฒ่าเฉินเพิ่งบอกเขาว่าบริษัทโดนผีหลอกคืนนี้ และสงสัยว่าน่าจะเป็นฝีมือของเด็กคนนี้ ตอนนี้เขามั่นใจแล้วว่าผีจอมซ่าตัวนั้นก็คือเด็กสาวที่อยู่ตรงหน้าเขานี่เอง!

กู้หงอี้สูดหายใจเข้าลึกๆ และถามต่อ:

"ทำไมไม่กลับบ้านล่ะ? มาหาพ่อที่บริษัททำไม? มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?"

กู้หนิงซีเห็นว่าในที่สุดบทสนทนาก็เข้าสู่ประเด็นหลัก เธอจึงก้มหน้าลงเล็กน้อย แอบหยิกต้นขาตัวเองอย่างแรง พอเงยหน้าขึ้นมาอีกที ดวงตาก็มีน้ำตาคลอเบ้า ดูน่าสงสารจับใจ:

"คุณลุงสุดหล่อ ฮือๆๆ... ตอนที่คุณพาฉันกลับมาที่บ้านตระกูลกู้ คุณบอกว่าจะดูแลฉันอย่างดี แต่ตอนนี้คุณกลับไม่ให้ฉันเข้าบ้าน มันหมายความว่ายังไงคะ? ถ้าคุณไม่อยากยอมรับฉัน ก็บอกมาตรงๆ ได้เลย ฉันสัญญาว่าจะไม่มากวนใจคุณ ฉันจะไปให้ไกลแสนไกลเลย ฮือๆๆ... ฉันมันน่าสงสารจริงๆ!"

กู้หงอี้มองใบหน้านั้น ซึ่งถอดแบบมาจากภรรยาของเขาตอนสาวๆ ยิ่งตอนที่ร้องไห้สะอึกสะอื้น เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกปวดใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนี่คือลูกสาวเพียงคนเดียวของเขาที่เพิ่งจะหาเจอ หัวใจเขาก็ยิ่งเจ็บปวด

ดังนั้นเขาจึงรีบโน้มตัวเข้าไปปลอบโยนเธออย่างลุกลี้ลุกลน:

"ซีซี อย่าร้องไห้เลยนะ ใครบอกลูกแบบนี้? ในเมื่อลูกเป็นลูกสาวของพ่อ กู้หงอี้ บ้านตระกูลกู้ก็คือบ้านของลูก จะกลับบ้านไหนอีกล่ะ? บอกพ่อมาสิว่าใครรังแกลูก? เดี๋ยวพ่อจะสั่งสอนให้เอง!"

"ฉันไม่รู้จักเธอหรอก วันนี้ฉันยังไม่ทันก้าวเข้าประตูบ้านก็โดนไล่ตะเพิดออกมาแล้ว ฮือๆๆ!"

กู้หนิงซีพูดพลางสะอื้นไห้

ตีเหล็กก็ต้องตีตอนร้อนๆ ฟ้องก็ต้องฟ้องตอนกำลังได้เปรียบสิ

แววตาของกู้หงอี้เย็นเยียบลง มีคนที่ต่อหน้าอย่างลับหลังอย่างอยู่ในบ้านด้วยเหรอ? ดูเหมือนพอกลับไปถึงเขาคงต้องสะสางครั้งใหญ่ซะแล้ว

กู้หนิงซีลอบมองเห็นใบหน้าของกู้หงอี้ที่เปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำจากหางตา ก็รู้สึกสะใจสุดๆ เธอแฮปปี้มากที่ได้หาเรื่องใส่กู้รั่วหลาน

"หึ! จะเป็นใครได้อีกล่ะ? ก็ต้องเป็นคนของกู้รั่วหลานน่ะสิ! อ้วนเป็นหมูขนาดนั้น ไม่รู้ยักยอกเงินไปเท่าไหร่แล้ว เสี่ยวติง ช่วยฉันสืบความสัมพันธ์ระหว่างยัยป้าอ้วนนั่นกับกู้รั่วหลานหน่อยสิ!"

เสี่ยวติง: จัดไป!

กู้หนิงซีเลิกคิ้ว: "โอ๊ะ! เดี๋ยวนี้เก่งขึ้นนะเนี่ย?"

ดวงตาของกู้หงอี้วูบไหว เกี่ยวข้องกับกู้รั่วหลาน? แถมยังอ้วนมากด้วย? คนที่อ้วนที่สุดในบ้านก็มีแต่ป้าจู ซึ่งเพิ่งลางานไปเมื่อไม่นานมานี้เพราะมีธุระทางบ้าน แต่ป้าจูก็ทำงานกับตระกูลกู้มาสิบกว่าปีแล้ว เป็นไปไม่ได้หรอกมั้งที่เธอจะทำเรื่องเลอะเทอะแบบนั้น?

กู้หงอี้ค่อนข้างคลางแคลงใจกับความจริงของเรื่องนี้ ไม่เป็นคนอื่น ก็กู้หนิงซีนั่นแหละที่โกหก แต่เขาก็ไม่เชื่อหรอกว่ากู้หนิงซีจะเอาเรื่องแบบนี้มาโกหก

กู้หงอี้ไม่ได้สงสัยป้าจูเลยแม้แต่น้อย เพราะยังไงซะ ป้าจูก็อยู่กับตระกูลกู้มานานกว่าสิบปี และเป็นแม่นมส่วนตัวของรั่วหลาน ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอก็อุทิศตนดูแลรั่วหลานมาโดยตลอด

ทว่า วินาทีต่อมา กู้หงอี้ก็ต้องหน้าแตกยับเยินเมื่อได้ยินเสียงของกู้หนิงซี

"นี่ๆๆ... ที่แท้ต้นเหตุก็อยู่ที่นี่นี่เอง? มิน่าล่ะยัยป้าอ้วนนั่นถึงได้กร่างนัก ที่แท้หล่อนก็คือจูลี่ลี่ แม่แท้ๆ ของกู้รั่วหลานนั่นเอง เป็นหล่อนนี่แหละที่อิจฉาวาสนาของคุณแม่คนสวยของฉัน ก็เลยสลับตัวฉันกับกู้รั่วหลานที่โรงพยาบาล"

"ครึ่งเดือนต่อมา หล่อนก็เข้ามาทำงานในบ้านตระกูลกู้ในฐานะพี่เลี้ยง กลายมาเป็นแม่นมและพี่เลี้ยงส่วนตัวของกู้รั่วหลาน หล่อนนี่มันพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสทองจริงๆ! ไม่แปลกใจเลยที่ตระกูลกู้จะต้องล้มละลายย่อยยับ! โดนหลอกมาตั้งหลายปี แถมยังจับคนร้ายที่อยู่ใกล้แค่ปลายจมูกไม่ได้ สติปัญญาของพวกเขาช่างน่าเป็นห่วงจริงๆ!"

กู้หนิงซีอดไม่ได้ที่จะชื่นชมความกล้าหาญของจูลี่ลี่ หลังจากสลับตัวเด็กแล้ว หล่อนยังกล้าป้วนเปี้ยนอยู่ใต้จมูกเจ้านายมาได้ตั้งหลายปีโดยไม่มีใครสงสัย จูลี่ลี่คนนี้ต้องมีฝีมือไม่เบาแน่ๆ ใช่ไหม?

"แต่ดูจากหน้าตาที่ดูร้ายกาจและร้ายลึกของยัยป้าอ้วนนั่นแล้ว ไม่น่าจะเป็นคนฉลาดหลักแหลมขนาดนั้นนะ! หรือว่าจะมีใครอยู่เบื้องหลังหล่อนกัน?"

กู้หนิงซีแอบพยักหน้าเห็นด้วยกับความคิดตัวเอง คิดว่าต้องใช่แน่ๆ แต่แล้วก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องที่เธอจะต้องไปจัดการ เธอจึงเลิกคิดเรื่องนี้

ใบหน้าของกู้หงอี้ดำมืดสนิทราวกับก้นหม้อหลังจากได้ยินเช่นนั้น จูลี่ลี่งั้นเหรอ? ป้าจูไม่ได้ชื่อจูเจินหรอกเหรอ? หรือว่าชื่อนั้นก็เป็นชื่อปลอมเหมือนกัน?

จบบทที่ บทที่ 21 ป้าหวัง?

คัดลอกลิงก์แล้ว