เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 นายตายผิดท่านะ

บทที่ 17 นายตายผิดท่านะ

บทที่ 17 นายตายผิดท่านะ


กู้หนิงซีมองแผ่นหลังของหล่อนที่เดินจากไปด้วยความตื่นเต้น อยากจะเอื้อมมือไปรั้งไว้ เพราะเธอเริ่มจะรู้สึกเสียใจขึ้นมาตงิดๆ! ทำไมเมื่อกี้ถึงได้ใจอ่อนไปตกลงกับหล่อนได้นะ???

เฮ้อ!

กู้หนิงซีหันหลังกลับอย่างจำยอม ก่อนจะสบตาเข้ากับกู้รั่วหลานที่กำลังจ้องมองมาด้วยสายตาเคียดแค้นพอดี

กู้หนิงซีกรอกตาใส่หล่อนแล้วหันหลังเดินออกจากบ้านตระกูลกู้ไป

ในเมื่อหลังจากนี้คงจะไม่มีเวลาให้ว่างมากนัก เธอจึงตัดสินใจออกไปเดินเล่นและแวะไปถามเซวียเฟยว่างานของเธอยังว่างอยู่ไหม ตอนนี้เรื่องหาเงินต้องมาก่อนเป็นอันดับแรก

อะไรก็ได้ทั้งนั้นแหละ ขอแค่ไม่ต้องทนเห็นหน้าบูดเบี้ยวของกู้รั่วหลานที่บ้านก็พอ...

"พี่เฟย!"

กู้หนิงซีโบกมือหยอยๆ เมื่อเห็นเซวียเฟยกำลังตรวจเช็กอุปกรณ์ประกอบฉากอยู่ไกลๆ

"ซีซี? ทำไมถึงกลับมาล่ะ?"

เซวียเฟยได้ยินเสียงอันคุ้นเคยก็รีบเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเธอเป็นประกายขึ้นมาทันทีพลางเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ

"อื้อ! ไม่มีอะไรทำน่ะค่ะ เลยแวะมาหาพี่!"

กู้หนิงซีก้าวฉับๆ เข้าไปหา สวมกอดเซวียเฟยและเอ่ยอย่างสนิทสนม

"งั้นเธอจะกลับมาทำงานไหม? แล้วตกลงเธอมีความสัมพันธ์ยังไงกับตระกูลกู้กันแน่? เธอถึงกับทำให้โจวเชียนต้องเก็บกระเป๋าไสหัวไปได้ แถมผู้กำกับกัวก็ไม่ได้ถามด้วยซ้ำว่าทำไมสองวันนี้เธอถึงไม่มาทำงาน มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? หรือว่าเธอไปเป็น...!"

เซวียเฟยไม่ได้เป็นคนไร้ความกังวลเหมือนกู้หนิงซี เมื่อเห็นกู้หนิงซีเดินเข้ามา เธอก็มองสำรวจอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเป็นห่วง กลัวว่าหญิงสาวจะหลงผิดไปเดินในทางที่ไม่ดี จึงรัวคำถามใส่เป็นชุด

"หยุด! เลิกมโนได้แล้ว เรื่องนี้มันยาวน่ะค่ะ...!"

กู้หนิงซีเข้าใจความหมายของหล่อนได้ทะลุปรุโปร่ง จึงรีบยกมือขึ้นห้าม เธอไม่คิดเลยว่าจินตนาการของพี่เฟยจะล้ำเลิศขนาดนี้ ขืนปล่อยให้หล่อนถามต่อ มีหวังเธอคงถูกมองว่าเป็นเด็กเสี่ยจริงๆ แน่

ดังนั้นเธอจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเล่าความจริง

ครึ่งชั่วโมงต่อมา...

"เธอหมายความว่า... เธอคือคุณหนูตัวจริงของตระกูลกู้? ส่วนกู้รั่วหลานคือตัวปลอมงั้นเหรอ?"

เซวียเฟยถึงกับอ้าปากค้าง เอ่ยถามซ้ำด้วยความไม่อยากจะเชื่อ พล็อตนิยายแฟนตาซีแบบนี้มันมาเกิดขึ้นใกล้ตัวเธอได้ยังไงเนี่ย?

"อื้อ! ใช่แล้วค่ะ! เรื่องมันก็เป็นแบบนี้แหละ ฉันเองก็ยังคิดว่ามันไร้สาระเลย"

กู้หนิงซียักไหล่ เธอเองก็จนปัญญาเหมือนกัน ท้ายที่สุดแล้ว นักเขียนก็คงจะมีปัญหากับสมองจริงๆ นั่นแหละ

"ว้าว! ถ้าอย่างนั้นเธอไม่ได้เป็นคุณหนูตระกูลเศรษฐีไปแล้วเหรอเนี่ย? แถมยังเป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งด้วย? เศรษฐีนีจ๋า... เลี้ยงดูฉันด้วยนะ!!!"

เซวียเฟยดึงสติกลับมาได้ ก็มองกู้หนิงซีด้วยดวงตาเป็นประกายวิบวับและท่าทางชื่นชมหลงใหล

เธอรู้สึกยินดีกับกู้หนิงซีจากใจจริง แม้ว่าจะเพิ่งรู้จักกู้หนิงซีได้เพียงเดือนเดียว และปกติกู้หนิงซีก็มีนิสัยร่าเริง ไม่ค่อยจะสนใจอะไร แต่เธอกลับรู้สึกอยู่เสมอว่าหญิงสาวนั้นโดดเดี่ยว แม้จะบอกไม่ถูกว่าทำไมก็เถอะ

แต่ตอนนี้พอหาครอบครัวเจอแล้ว มันอาจจะเป็นเรื่องดีก็ได้

"ตกลงค่ะ! เดี๋ยวฉันเลี้ยงดูพี่เอง"

กู้หนิงซีรู้ว่าอีกฝ่ายแค่ล้อเล่น จึงตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม

หลังจากหยอกล้อกันพอหอมปากหอมคอ กู้หนิงซีก็เข้าเรื่อง:

"พี่เฟย ฉันอยากกลับมาทำงานน่ะค่ะ! ถ้ากลับมากองนี้ไม่ได้ เป็นงานอื่นก็ได้นะคะ"

เหตุผลที่เธอมาหาเซวียเฟยก็เพราะงานเก่าๆ หลายงานของเธอนั้นเซวียเฟยเป็นคนแนะนำให้ แม้เธอจะไม่รู้ตัวตนที่แท้จริงของเซวียเฟย แต่พี่เฟยก็เก่งเรื่องหางานให้เสมอ แถมยังหาได้ตรงจุดอีกด้วย

"ห๊า? เธออยากกลับมาทำงานเนี่ยนะ? ทำไมล่ะ? อยู่ตระกูลกู้แล้วไม่มีความสุขเหรอ?"

เซวียเฟยชะงักไป มองเธอด้วยความสับสนและเอ่ยถาม

"ตระกูลกู้ไม่ใช่บ้านหลังสุดท้ายของฉันหรอกค่ะ ไม่ช้าก็เร็วฉันก็ต้องย้ายออกมา การมีเงินเป็นของตัวเองคือสัจธรรมที่แท้จริงค่ะ"

กู้หนิงซีตอบคำถามของอีกฝ่ายด้วยสีหน้าจริงจัง

【ในที่สุดตระกูลกู้ก็ต้องล่มสลาย ดังนั้นเธอไม่ควรวางแผนสำหรับอนาคตไว้หน่อยหรือไง? หาเงินให้ได้เยอะๆ จะได้มีชีวิตหลังเกษียณที่สุขสบายหลังจากออกจากตระกูลกู้ยังไงล่ะ จริงไหม?】

เสี่ยวติง: "เจ้านายครับ ขอแค่คุณเปลี่ยนโชคชะตาของพวกเขาและสะสมแต้มบุญให้มากพอ คุณก็สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรก็ได้ตามใจชอบ ถึงตอนนั้นคุณก็จะมีชีวิตหลังเกษียณที่สุขสบายแล้วไงครับ จริงไหม?"

【ไม่มีทาง ตระกูลกู้มีแค่คุณแม่คนสวยคนเดียวเท่านั้นแหละที่พอจะดูเป็นผู้เป็นคนหน่อย นอกนั้นไม่ได้เรื่องสักคน ฉันไม่อยากทำงานอาบเหงื่อต่างน้ำแล้วสุดท้ายก็ต้องไปยกผลประโยชน์ให้กู้รั่วหลานหรอกนะ】

เสี่ยวติง: ...วันนี้ภารกิจเกลี้ยกล่อมล้มเหลว! ไว้คราวหน้าจะพยายามให้มากกว่านี้แล้วกัน!

"เธอ... ก็ได้! เดี๋ยวฉันจะลองไปถามให้แล้วกัน กองนี้ใกล้จะถ่ายทำเสร็จแล้วล่ะ ถ้าไม่ได้ เดี๋ยวฉันช่วยถามกองอื่นให้"

เซวียเฟยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็เลิกซักไซ้และตอบตกลงทันที

บางทีซีซีอาจจะไปเจอเรื่องอึดอัดใจที่ตระกูลกู้มาก็ได้! ถ้าพอช่วยอะไรได้ เธอก็จะช่วยอย่างเต็มที่

กู้หนิงซีอยู่คุยจนถึงช่วงบ่ายก่อนจะออกจากกองถ่ายไป

สองวันต่อมา เซวียเฟยโทรมาบอกว่ามีงานให้ทำ ถามว่าเธอสนใจไหม กู้หนิงซีกำลังเบื่อที่จะต้องอุดอู้อยู่แต่ในบ้านตระกูลกู้อยู่พอดี สองวันนี้กู้รั่วหลานก็ไม่ได้มาก่อเรื่องอะไร เธอเลยเบื่อจนแทบจะบ้าตายอยู่แล้ว

ดังนั้นเธอจึงตอบตกลงไปโดยไม่ได้ถามไถ่รายละเอียดอะไรเลย

แต่พอไปถึงสถานที่ถ่ายทำ เธอก็ถึงกับรู้สึกเสียใจที่รับปาก:

"ฉัน... ไม่ทำได้ไหมคะ?"

กู้หนิงซีก้าวถอยหลังรัวๆ ไม่อยากจะเฉียดกรายเข้าไปใกล้ประตูบานนั้นเลยสักนิด

"ช่วงนี้ไม่ค่อยมีงานนักแสดงสมทบในกองถ่ายไหนหรอกนะ มีแค่กองนี้แหละที่กำลังหานักแสดงประกอบ ผู้กำกับกัวบอกว่าเธอมีออร่าที่โดดเด่นมาก เหมาะที่จะเป็นนักแสดงสุดๆ โอกาสนี้ผู้กำกับกัวอุตส่าห์ใช้เส้นสายหามาให้เธอเลยนะ แน่ใจเหรอว่าจะทิ้งโอกาสนี้ไป?"

เซวียเฟยอธิบายอย่างอดทน กลัวว่าหญิงสาวจะถอดใจไปเสียก่อน

"พี่แน่ใจนะคะ... ว่าการเล่นเป็นศพนี่คือโอกาสสำหรับฉัน?"

กู้หนิงซีชี้ไปยังกองศพที่นอนตายเกลื่อนอยู่ไม่ไกล ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ หน้าตาสะสวยอย่างเธอเนี่ยนะต้องมาเล่นเป็นคนตาย? นี่มันเสียของชัดๆ!!

"แน่นอนสิ การเล่นเป็นคนตายน่ะยากมากเลยนะ เดี๋ยวเธอจะค่อยๆ ค้นพบเองแหละ แถมเล่นเป็นศพยังได้อั่งเปาพิเศษด้วยนะ ค่าตัวสูงกว่านักแสดงประกอบทั่วไปซะอีก ตกลงจะทำไหม?"

เซวียเฟยขมวดคิ้ว ถลึงตาใส่เธอแล้วเอ่ยเสียงเข้ม

"ทำสิคะ ถ้าได้เงินทำไมจะไม่ทำล่ะ"

กู้หนิงซีตอบตกลงทันทีที่ได้ยินเรื่องอั่งเปาพิเศษ

"ถ้าอย่างนั้นก็เข้าไปได้แล้ว!"

เซวียเฟยพยักหน้าแล้วผลักกู้หนิงซีเข้าไปในห้องแต่งตัวทันที

ครึ่งชั่วโมงต่อมา ร่างที่แต่งกายซอมซ่อและชุ่มโชกไปด้วยเลือดก็เดินออกมา

เซวียเฟยกลั้นขำเอาไว้สุดฤทธิ์พลางเอ่ยชม:

"อืมม ดูดีทีเดียวนะ!"

"พี่คิดว่าฉันจะเชื่อเหรอคะ?"

ดวงตาสีขาวสองดวงปรากฏขึ้นท่ามกลางใบหน้าที่ถูกทาจนดำเมี่ยมของกู้หนิงซี

"พรืด ฮ่าๆๆๆๆ!"

เซวียเฟยทนไม่ไหวอีกต่อไป ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น

"หุบปากไปเลยนะ!"

กู้หนิงซีถลึงตาใส่หล่อนพลางกำหมัดแน่น

นั่นยิ่งทำให้เซวียเฟยหัวเราะเสียงดังกว่าเดิม

"พวกที่เล่นเป็นศพมารวมกันตรงนี้!"

ผู้ประสานงานเริ่มนับจำนวนคน กู้หนิงซีคลายหมัดที่กำแน่นออก เธอเมินเฉยต่อผู้หญิงที่เอาแต่หัวเราะไม่หยุด ตัดสินใจว่าจะเลิกคบหล่อนสักครึ่งชั่วโมง!

จากนั้นเธอก็หันหลังเดินเข้าไปรวมกลุ่มกับพวกคนตาย

เซวียเฟยหัวเราะอย่างมีความสุข โดยไม่รู้ตัวเลยว่าเกือบจะโดนประทุษร้ายเข้าให้แล้ว

"มา พวกนายสองคนนอนตรงนี้ พวกนายรับบทเป็นขอทานที่ถูกท่านโหวใจทรามทุบตีจนตาย ส่วนท่าตายจะออกมารูปแบบไหน ก็ไปคิดกันเอาเองก็แล้วกัน"

ผู้ประสานงานบอกกับกู้หนิงซีและขอทานชายร่างสูงโย่งที่ถูกจัดให้อยู่กลุ่มเดียวกัน

"ได้ครับ! พี่เฉียง พวกเราเข้าใจแล้วครับ"

ขอทานชายรับฟังอย่างตั้งใจ ไม่ลืมที่จะโค้งคำนับประจบประแจงตอนที่ผู้ประสานงานเดินจากไป

กู้หนิงซีไม่ได้สนใจเขา เธอล้มตัวลงนอนกับพื้นและหลับตาทันที มันก็แค่เปลี่ยนที่นอนเท่านั้นแหละ ซึ่งเธอก็ถนัดเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว

"นี่! เธอตายผิดท่านะ"

ขณะที่กู้หนิงซีกำลังจะเคลิ้มหลับ เสียงของผู้ชายคนหนึ่งก็ดังขึ้นข้างหู

กู้หนิงซีไม่สนใจและนอนหลับต่อไป การตายต้องมีท่าตายที่เฉพาะเจาะจงด้วยเหรอ? ตลกชะมัด!

"นี่! ยัยอัปลักษณ์ เธอตายผิดท่านะ"

เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ทำเกินไปหน่อย ถึงขั้นเอาไม้เท้ามาจิ้มตัวเธอ

กู้หนิงซีจะหลับลงได้ก็คงต้องเป็นผีไปแล้ว เธอเปิดเปลือกตาขึ้น นัยน์ตาลุกโชนไปด้วยไฟโกรธ ก่อนจะตวาดใส่ขอทานคนนั้นว่า

"นายรนหาที่ตายหรือไง? เรียกใครว่ายัยอัปลักษณ์ห๊ะ?"

"ฉันไม่ได้รนหาที่ตาย แต่เธอตายไม่สมจริงต่างหาก เธอถูกตีจนตายนะ จะมาตายตาหลับสบายใจเฉิบแบบนี้ได้ยังไง?"

ชายคนนั้นไม่ได้โกรธเคืองแม้จะถูกตวาดใส่ เขายังคงพยายามอธิบายฉากนั้นให้กู้หนิงซีฟังอย่างไม่ลดละ

กู้หนิงซีถึงกับพูดไม่ออก

【ไอ้คนบ้าละครนี่มันมาจากไหนเนี่ย? เป็นศพยังต้องมีข้อเรียกร้องอะไรเยอะแยะขนาดนี้ด้วยเหรอ? เสี่ยวติง นายช่วยสืบประวัติหมอนี่ให้หน่อยได้ไหม?】

จบบทที่ บทที่ 17 นายตายผิดท่านะ

คัดลอกลิงก์แล้ว