- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาถูกอ่านใจ พี่ชายทั้งห้าดันมาขโมยไอเดียไปใช้กันฟรีๆ
- บทที่ 9 คนดวงซวย
บทที่ 9 คนดวงซวย
บทที่ 9 คนดวงซวย
"แกพูดพล่อยอะไรออกมา? ถึงแกจะไม่ชอบเธอ ยังไงเธอก็เป็นน้องสาวแกอยู่ดี แกคิดว่าเธออยากให้เป็นแบบนี้หรือไง? อีกอย่าง ตระกูลกู้ของเราเป็นพวกสนใจเรื่องขี้ปากชาวบ้านงั้นเหรอ?!"
ชิวเสวี่ยถิงถลึงตาใส่ลูกชายคนที่ห้าพลางเอ่ยตำหนิอย่างไม่สบอารมณ์ ทว่าพอนึกถึงท่าทีเกียจคร้านของกู้หนิงซี เธอก็แอบถอนหายใจอย่างจนใจ แต่ก็ไม่ได้คิดจะเข้าไปกะเกณฑ์อะไรลูกสาว
ไม่ได้อยู่เคียงข้างมาตั้งหลายปี เธอทำผิดต่อลูกมามากพอแล้ว ตอนนี้ขอแค่ให้ลูกมีความสุขก็พอ!
"ผมไม่สนหรอก ผมแค่ทนยัยนี่ไม่ได้"
กู้อู่หงเม้มปากพูดพลางเชิดหน้าขึ้นอย่างดื้อรั้น
ชิวเสวี่ยถิงไม่ได้พูดอะไรต่อ ตั้งใจจะรอให้พี่น้องได้ใช้เวลาร่วมกันมากกว่านี้ บางทีเจ้าเด็กดื้อคนนี้อาจจะเปลี่ยนความคิดไปเองก็ได้?
ขณะเดียวกัน กู้รั่วหลานที่ยืนฟังคำพูดของกู้อู่หงก็มีแววตาพึงพอใจวาบผ่าน เธอปรายตามองกู้หนิงซีที่กำลังกินข้าวอย่างมูมมาม แล้วยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย
กลับมาแล้วจะทำไม? พวกพี่ชายก็ยังอยู่ข้างฉันกันทุกคน ส่วนพ่อกับแม่ ฉันก็จะหาทางทำให้พวกเขาเกลียดแกและไล่แกออกจากตระกูลกู้ให้ได้!
"เอาล่ะ เดี๋ยวแกจะออกไปข้างนอกไม่ใช่เหรอ? รีบไปได้แล้ว! อย่ามาทำตัวเกะกะสายตาอยู่แถวนี้"
ชิวเสวี่ยถิงทำอะไรกับลูกชายคนนี้ไม่ได้ จึงได้แต่เริ่มออกปากไล่
"ก็ได้ครับ! งั้นผมจะพาน้องสาวไปเล่นกับเฮ่อชูก็แล้วกัน! คืนนี้พวกเราคงไม่กลับมากินข้าวนะ จะได้ไม่ต้องเห็นหน้าใครบางคนให้รำคาญใจ"
กู้อู่หงพยักหน้ารับคำ ก่อนจะลุกขึ้นพรวด คว้าแขนกู้รั่วหลานแล้วเดินออกไปข้างนอก
【เฮ่อชูเหรอ? ชื่อนี้คุ้นหูจัง ขอคิดดูก่อนนะ... อ้อ! นี่มันไอ้คนทรยศที่ลากกู้อู่หงคนดวงซวยเข้าสู่วงการอีสปอร์ตไม่ใช่หรือไง?】
ฝีเท้าของกู้อู่หงชะงักกึก คนทรยศงั้นเหรอ? หมายความว่ายังไง?
สีหน้าของชิวเสวี่ยถิงตึงเครียดขึ้นมาทันทีที่ได้ยิน เมื่อวานตอนที่ได้ยินเสียงในใจของกู้หนิงซี เธอไม่ได้คิดอะไรมากนัก คิดว่าเป็นเพียงสายใยความผูกพันระหว่างแม่ลูก
แต่ตอนนี้ เมื่อได้ฟังเสียงในใจของกู้หนิงซี เธอก็ตระหนักได้ว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องสายใยแม่ลูกธรรมดาๆ แล้ว ดูเหมือนว่าลูกสาวคนนี้จะรู้หลายเรื่องที่พวกเธอไม่รู้ ไม่สิ เป็นไปได้ว่าเรื่องพวกนั้นอาจจะเป็นเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้นต่างหาก
เมื่อวานนี้ กู้หนิงซีพูดในใจมากกว่าหนึ่งครั้งว่าตระกูลกู้จะต้องล้มละลายไม่ช้าก็เร็วถ้ายังมีกู้รั่วหลานอยู่? แล้วตอนนี้ยังมาบอกว่าเพื่อนของลูกห้าเป็นคนทรยศอีก? เธอไม่รู้หรอกว่ามันเป็นเรื่องจริงไหม แต่จะจริงหรือไม่ แค่ลองทดสอบดูเดี๋ยวก็รู้ไม่ใช่เหรอ?
ดวงตาของชิวเสวี่ยถิงวูบไหว สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นจริงจัง
【เฮ่อชูกับกู้อู่หงรู้จักกันตอนมัธยมต้น ตอนนั้นกู้อู่หงไม่อยากให้คนขับรถไปรับไปส่ง ก็เลยมักจะเดินกลับบ้านคนเดียว พวกอันธพาลในโรงเรียนเห็นเขาอยู่คนเดียวแถมยังดูท่าทางรังแกง่าย ก็เลยกะจะรีดไถเงิน เฮ่อชูปรากฏตัวขึ้นตอนนั้นแล้วช่วยกู้อู่หงเอาไว้ ไปๆ มาๆ ทั้งสองคนก็เลยกลายมาเป็นเพื่อนกัน】
【กู้อู่หงรู้ว่าเฮ่อชูเป็นนักกีฬาอีสปอร์ต และด้วยความที่เป็นคนรักเพื่อนรักฝูง เขาเลยไปช่วยเฮ่อชูลงแข่ง แต่ใครจะไปรู้ล่ะว่ากู้อู่หงจะเป็นอัจฉริยะ? เขาคว้าแชมป์มาได้ โด่งดังเป็นพลุแตกจากการแข่งแค่ครั้งเดียว แถมยังตั้งทีมเป็นของตัวเองอีกด้วย】
【ตอนแรกมันก็ดีอยู่หรอก แต่พอนานวันเข้า เฮ่อชูก็เริ่มรู้สึกอิจฉาที่กู้อู่หงดังกว่าตัวเอง เขาเลยมักจะแอบแทงข้างหลังกู้อู่หงอยู่บ่อยๆ แต่กู้อู่หงก็ยังซื่อบื้อคิดว่าเพื่อนหวังดีกับตัวเอง สมองกลวงขนาดนี้ ถึงโดนหลอกเอาไปขายก็คงยังช่วยเขานับเงินอยู่ดีมั้งเนี่ย】
กู้หนิงซีตามอ่านเรื่องซุบซิบของกู้อู่หง ความเร็วในการเคี้ยวข้าวลดลง ใบหน้าเต็มไปด้วยความสะใจ
ทางด้านกู้อู่หงนั้นกลับตัวเกร็งไปหมด สายตาที่เขามองกู้หนิงซีแทบจะกินเลือดกินเนื้อ ยัยบ้านนอกนี่กำลังเอาเขาไปนินทาเสียๆ หายๆ อีกแล้ว
มันจะเป็นไปได้ยังไง? เฮ่อชูจะทรยศเขาได้ยังไงกัน? มิตรภาพหลายปีที่ผ่านมาของพวกเขามันจะเป็นของปลอมงั้นเหรอ? ต้องเป็นยัยเด็กบ้ากู้หนิงซีที่พูดจาเหลวไหลแน่ๆ ใช่แล้ว ยัยนั่นต้องกำลังพูดจาเหลวไหลอยู่แน่ๆ
กู้อู่หงข่มความโกรธและความกระวนกระวายใจ พยายามปลอบใจตัวเอง ทว่าวินาทีต่อมาเขาก็ได้ยินเสียงของกู้หนิงซีดังขึ้นอีกครั้ง:
【ที่กู้อู่หงจะออกไปข้างนอกรอบนี้ เดาว่าคงไปเข้าร่วมการทดสอบรอบสุดท้ายของค่ายเก็บตัวล่ะสิ? สำหรับการแข่งขันระดับประเทศในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าใช่ไหมล่ะ? แต่เขาคงไม่รู้หรอกว่า เฮ่อชูไปแอบฮั้วกับคู่แข่งตัวฉกาจของเขาเรียบร้อยแล้ว กะจะหาเรื่องทำให้เขาเกิดอุบัติเหตุระหว่างอยู่ค่ายเก็บตัวนี้แหละ】
【เพื่อทำให้กู้อู่หงลงแข่งไม่ได้ และมันก็เป็นความซวยของกู้อู่หงด้วยแหละ เขาจะได้รับบาดเจ็บที่มือจากอุบัติเหตุในค่ายเก็บตัว ไม่ใช่แค่จะหมดสิทธิ์แข่งนะ แต่อนาคตก็จะไม่สามารถเล่นอีสปอร์ตได้อีกเลย น่าเสียดายชะมัด!】
กู้หนิงซีส่ายหน้าพลางเตรียมจะกินข้าวต่อ แต่กลับเห็นกู้อู่หงกำลังจ้องมองเธอด้วยใบหน้าโกรธจัด ทำเอาเธอถึงกับงุนงง
【มองฉันทำไมเนี่ย? คิดจะแย่งข้าวฉันกินเหรอ? ไม่ได้นะ นี่ของฉันทั้งหมดเลย!】
คิดได้ดังนั้น กู้หนิงซีก็รีบยกมือขึ้นมาป้องอาหารเช้าของตัวเองไว้ทันที ไม่นะ เธอไม่ให้ใครทั้งนั้น เธอยังไม่อิ่มเลย!
หลังจากที่ชิวเสวี่ยถิงปะติดปะต่อเรื่องราวในหัวได้แล้ว เธอก็ตัดสินใจที่จะหาโอกาสทดสอบดู จึงเดินเข้าไปหากู้อู่หงพร้อมกับรอยยิ้ม
"เจ้าห้า ซีซีน้องแกเพิ่งกลับมาบ้าน ทำไมไม่พาน้องออกไปเที่ยวด้วยกันล่ะ? พาน้องไปเปิดหูเปิดตาหน่อยสิ"
กู้อู่หงสูดหายใจเข้าลึกๆ ลองคิดตามแล้วก็พยักหน้ารับ แม้น้ำเสียงจะฟังดูห้วนไปสักหน่อย:
"ก็ได้ครับ"
เขาอยากจะให้ยัยบ้านนอกนี่เห็นกับตาว่าเฮ่อชูดีกับเขาแค่ไหน และเฮ่อชูก็ไม่มีวันหักหลังเขาเด็ดขาด
กู้หนิงซีนั่งกะพริบตาปริบๆ มองทั้งสองคนอย่างเหม่อลอย พวกเขากำลังคุยเรื่องอะไรกัน? ทำไมเธอถึงฟังไม่รู้เรื่องเลยล่ะ?
เสี่ยวติง: "เจ้านาย แม่ของคุณอยากให้คุณไปด้วย เจ้านาย ไปเลย! ไปเลย! แค่คุณเปลี่ยนจุดจบของกู้อู่หง ไม่ให้เขาได้รับบาดเจ็บ คุณก็จะได้แต้มบุญแล้ว ไปเลย! ไปเลย!"
【อะไรนะ? ให้ฉันไปด้วยเนี่ยนะ? ไม่เอาอ่ะ ขืนไปก็อดกลับไปนอนกลิ้งบนที่นอนซิมมอนส์นุ่มๆ ของฉันสิ? อีกอย่าง ความเป็นความตายของกู้อู่หงมันเกี่ยวอะไรกับฉันด้วยล่ะ? ไม่เห็นหรือไงว่าเขากำลังถลึงตาใส่ฉันอยู่น่ะ? ฉันไม่หาเรื่องใส่ตัวหรอก! ถ้าเขาดวงซวย ฉันก็แฮปปี้จะตายไป!】
กู้หนิงซีส่ายหัวรัวๆ เธอไม่ยอมไปทำเรื่องเหนื่อยเปล่าหรอก! ตอนนี้ความเป็นอยู่ก็ดีขึ้นแล้ว นอนโง่ๆ อยู่บ้านไม่ดีกว่าหรือไง?
กู้อู่หงกำหมัดแน่นเมื่อได้ยินดังนั้น ถ้าไม่อยากไปก็ไม่ต้องไปสิ เขาไม่แคร์หรอก!
"ซีซี แม่ก็จะไปด้วย ถือซะว่าไปเป็นเพื่อนแม่หน่อยได้ไหมลูก? เอาอย่างนี้ดีไหม นี่เงินห้าแสน ถือซะว่าเป็นค่าเสียเวลา ตกลงไหมจ๊ะ?"
เมื่อเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความปฏิเสธของกู้หนิงซี และได้ยินเสียงในใจที่เต็มไปด้วยความอิดออด ประกอบกับนึกถึงเรื่องที่ลูกสาวเอาแต่คิดถึงเรื่องเงินเมื่อวาน ชิวเสวี่ยถิงก็หยิบแบล็กการ์ดใบหนึ่งออกมายื่นให้พลางเอ่ยกล่อม
ดวงตาของกู้หนิงซีเป็นประกายวาววับทันทีที่เห็นบัตร เธอหยุดกินข้าว รีบคว้าบัตรมาถือไว้ พร้อมกับฉีกยิ้มกว้างอย่างจริงใจ และประจบประแจงชิวเสวี่ยถิงทันที:
"คุณแม่คนสวย แม่ใจดีที่สุดเลยค่ะ ไม่ว่าแม่จะอยากไปที่ไหน ลูกสาวคนนี้จะตามไปทุกที่เลย ปะๆๆ ไปกันเถอะ ไปกันตอนนี้เลยค่ะ"
กู้อู่หง: มีดฉันอยู่ไหน? หน้าหนาๆ แบบนี้ต้องโดนถลกหนังซะให้เข็ด!
ชิวเสวี่ยถิง: หึหึหึ!
เสี่ยวติง: นี่สรุปว่าที่แต้มบุญก่อนหน้านี้เป็นศูนย์ ก็เพราะระบบอย่างมันอ่อนหัดเกินไปสินะ?
กู้รั่วหลานจ้องมองบัตรในมือของกู้หนิงซี สีหน้าของเธอแทบจะบิดเบี้ยวด้วยความริษยา นั่นมันของเธอทั้งหมด มันควรจะเป็นของเธอทั้งหมดสิ!
...
ตลอดการเดินทาง กู้อู่หงรู้สึกอึดอัดเป็นอย่างมาก เพราะกู้หนิงซีเอาแต่มองเขาเหมือนเป็นตัวประหลาด แถมเสียงในใจของเธอก็ดังก้องอยู่ในหูเขาไม่หยุด ทำเอาเขารำคาญจนแทบบ้า
แม้แต่แม่ก็ยังมองเขาด้วยสายตาแปลกๆ ทำให้เขาขับรถอย่างเงอะๆ งะๆ จนแทบอยากจะจับยัยตัวดีโยนลงจากรถไปให้พ้นๆ
【กู้อู่หงมาจากตระกูลกู้ที่ร่ำรวยระดับมหาเศรษฐีแท้ๆ ถึงเขาจะไม่ได้มีท่าทีเย่อหยิ่งจองหองก็เถอะ แต่ความจริงแล้วแอบมีความไม่มั่นใจในตัวเองอยู่ลึกๆ ด้วยงั้นเหรอ? เป็นไปได้ยังไงเนี่ย? มีเงินตั้งเยอะแยะยังไม่พอให้รู้สึกภาคภูมิใจอีกเหรอ? งั้นเอามาให้ฉันสิ! ปล่อยทิ้งไว้ก็เปลืองทรัพยากรเปล่าๆ ช่างเถอะ ขอฉันเช็กประวัติของกู้อู่หงหน่อยดีกว่า รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้งนี่นา!】
ทันทีที่กู้หนิงซีขึ้นมาบนรถ เธอก็มองกู้อู่หงที่กำลังขับรถหน้าบูดหน้าบึ้งอยู่ด้านหน้าด้วยสายตาดูแคลน เรื่องซุบซิบเล็กๆ น้อยๆ ที่เธอเพิ่งเห็นเมื่อกี้ทำให้เธอรู้สึกอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับตัวเขาขึ้นมานิดหน่อย เธอจึงเริ่มเปิดดูเรื่องซุบซิบของเขาอีกครั้ง
【อ้อ ที่แท้ตอนเด็กๆ เวลาเล่นกับกู้รั่วหลาน ยัยนั่นก็มักจะพาเขาไปเล่นซ่อนหาในที่ลับตาคนตลอด กู้อู่หงเป็นพวกกลัวความมืดอยู่แล้ว และกู้รั่วหลานก็มักจะรอจนกว่าเขาจะกลัวจนร้องไห้น้ำตาแตก ถึงจะยอมโผล่หัวออกมาสินะ】