- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาถูกอ่านใจ พี่ชายทั้งห้าดันมาขโมยไอเดียไปใช้กันฟรีๆ
- บทที่ 8 ยัยบ้านนอก
บทที่ 8 ยัยบ้านนอก
บทที่ 8 ยัยบ้านนอก
กู้หนิงซีจึงได้อาศัยอยู่กับตระกูลกู้ต่อไป โดยพักอยู่บนชั้นสามกับกู้รั่วหลาน ชั้นแรกเป็นพื้นที่ของกู้หงอี้และภรรยา ส่วนชั้นสองเป็นของพี่ชายทั้งห้าของตระกูลกู้ ทว่าในตอนนี้มีเพียงกู้อู่หงที่อยู่บ้าน ส่วนพี่ชายอีกสี่คนนั้นไม่ค่อยจะอยู่บ้านกันสักเท่าไหร่
กู้หนิงซีคิดเอาไว้ว่าหากสามารถใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในตระกูลกู้จนกว่าจะจากไปได้ก็คงจะดีที่สุด ตราบใดที่กู้รั่วหลานไม่มาแหย่เธอก่อน เธอก็ขี้เกียจจะไปหาเรื่องด้วย แต่ทว่าวันรุ่งขึ้น อีกฝ่ายก็มาหาถึงที่!
"ก๊อก ก๊อก ก๊อก!"
บนเตียงซิมมอนส์นุ่มสบาย กู้หนิงซีกำลังฝันหวาน! แต่เธอกลับต้องสะดุ้งตื่นเพราะเสียงเคาะประตู
กู้หนิงซีดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปงด้วยความหงุดหงิดแล้วล้มตัวลงนอนต่อ
ทว่าเสียงเคาะประตูกลับดังรัวขึ้นเรื่อยๆ!
"ก๊อก ก๊อก ก๊อก!"
"โอ๊ย! ใครเนี่ย?! เช้าป่านนี้ไม่หลับไม่นอนหรือไง!"
กู้หนิงซีผุดลุกขึ้นนั่ง พลางตะโกนใส่ประตูด้วยความรำคาญใจ
"พี่... พี่คะ! ฉันเองค่ะ!"
คนที่อยู่หน้าประตูสะดุ้งตกใจอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่เสียงอันระมัดระวังของกู้รั่วหลานจะดังตามมา
เมื่อได้ยินเสียงของเธอ นัยน์ตาของกู้หนิงซีก็หรี่ลงเล็กน้อย ความหงุดหงิดบนใบหน้าจางหายไป
"เสี่ยวติง! ยัยนี่มาหาฉันแต่เช้าต้องการอะไร?"
เสี่ยวติง: "เจ้านายครับ เธอคงมาเพื่อดำเนินเรื่องตามพล็อตแหละครับ!"
"หล่อนจะเดินเรื่องตามพล็อตแล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ? ทำไมถึงต้องมีพวกตัวประกอบมาวุ่นวายกับฉันด้วยเนี่ย!"
กู้หนิงซียกมือขึ้นขยี้หัวด้วยความขัดใจ
เสี่ยวติง: "ก็เพราะคุณเป็นนางร้าย เป็นแท่นเหยียบชั้นดี เป็นไม้ประดับที่คอยชูดอกไม้ให้โดดเด่นยังไงล่ะครับ?"
"ไสหัวไปเลย!!"
กู้หนิงซีโมโหจนเลือดขึ้นหน้า เธอจัดการบล็อกเสี่ยวติงทันที แกสิเป็นแท่นเหยียบ แกสิเป็นไม้ประดับ แม่จะขอเป็นนางพญาเว้ย!
กู้หนิงซีสะบัดผ้าห่มออกอย่างอารมณ์เสีย สวมเสื้อผ้าแล้วเดินไปเปิดประตู เธออยากจะเห็นนักว่านังชาเขียวตัวแสบนี่จะมาไม้ไหน
ทันทีที่กู้หนิงซีเปิดประตู เธอก็เห็นกู้รั่วหลานยืนอยู่หน้าห้องด้วยดวงตาแดงก่ำ ท่าทางดูน่าสงสารราวกับถูกรังแก ในมือถือถุงใบหนึ่งเอาไว้
"มีอะไร?"
กู้หนิงซียืนพิงกรอบประตู สีหน้าเรียบเฉยขณะปรายตามองอีกฝ่าย ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์นัก
"เมื่อวานฉันเห็นว่าพี่ไม่ได้เอาสัมภาระอะไรติดตัวมาเลย ก็เลยกลัวว่าเช้านี้พี่จะไม่มีเสื้อผ้าเปลี่ยน เสื้อผ้าพวกนี้ฉันมีเยอะแล้ว เลยเลือกมาให้พี่สองสามตัว พี่เอาไปลองใส่ดูนะคะ!"
กู้รั่วหลานที่ตาแดงก่ำฝืนส่งยิ้มอ่อนโยนขณะพูด พูดจบเธอก็ยื่นถุงในมือให้กู้หนิงซี ท่าทางเหมือนคนถูกกู้หนิงซีรังแกแต่ก็ยังใจกว้างไม่ถือสาและคอยนึกถึงพี่สาว
กู้หนิงซีก้มมองถุงในมือของอีกฝ่าย เสื้อผ้าพวกนี้เห็นชัดๆ ว่าเป็นของที่หล่อนไม่เอาแล้ว
"อ้อ!"
"ปัง!"
กู้หนิงซีตอบรับสั้นๆ แล้วกระแทกปิดประตูใส่หน้าทันที ทิ้งให้กู้รั่วหลานยืนหน้าเดี๋ยวเขียวเดี๋ยวซีดอยู่ข้างนอก ส่วนถุงในมือก็ดูหงอยเหงาลงไปถนัดตา
หลังจากกู้หนิงซีกลับเข้ามาในห้อง เธอก็ทิ้งตัวลงบนเตียงแล้วนอนต่อทันที!
เวลาสิบโมงครึ่ง กู้หนิงซีเดินหาวหวอดลงมาชั้นล่าง ก็ได้ยินเสียงกู้รั่วหลานกับชิวเสวี่ยถิงพูดคุยหัวเราะกันอย่างออกรสออกชาติ
เมื่อเห็นกู้หนิงซีเดินลงมา กู้รั่วหลานกับกู้อู่หงก็หุบยิ้มลงทันที มีเพียงชิวเสวี่ยถิงที่ยิ้มให้กู้หนิงซีและเอ่ยว่า
"ซีซีตื่นแล้วเหรอลูก หิวไหม? เดี๋ยวแม่ให้ป้าหวังเตรียมอะไรให้กินนะ!"
"โอเคค่ะ ขอบคุณนะคะคุณแม่คนสวย"
กู้หนิงซียิ้มและพยักหน้าให้ชิวเสวี่ยถิงเพื่อเป็นการขอบคุณ
จากนั้นเธอก็เดินไปนั่งบนโซฟาอย่างสบายอารมณ์ หดตัวลงและทิ้งน้ำหนักจมลึกลงไปในเบาะนุ่ม
"โซฟาแบรนด์เนมนี่มันนั่งสบายที่สุดจริงๆ คืนนี้ฉันมานอนตรงนี้เลยดีไหมเนี่ย? หรือว่าตอนออกจากบ้านตระกูลกู้ฉันควรจะแบกมันกลับไปด้วยดี?"
กู้หนิงซีขยับตัวถูไถไปมาซ้ายขวาอย่างสบายอารมณ์ หลงใหลในโซฟาใต้ร่างเข้าอย่างจัง
ชิวเสวี่ยถิงมองดูท่าทางของเธอ อ้าปากเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ยั้งไว้ สุดท้ายจึงลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปในห้องครัว
"ดูทำตัวเข้าสิ น่าเกลียดจริงๆ! เด็กผู้หญิงที่ไหนตื่นสายโด่งขนาดนี้? แถมตื่นมาก็ไม่รู้จักแต่งเนื้อแต่งตัวให้เรียบร้อย ดูไม่ได้เลย ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้นะ!"
กู้อู่หงมองกู้หนิงซีที่เดินลงมาในชุดนอนลายการ์ตูนพร้อมกับผมเผ้ายุ่งเหยิง ความขยะแขยงแทบจะล้นทะลักออกมา ยิ่งตอนนี้เห็นเธอนอนเอกเขนกอยู่บนโซฟาอย่างเกียจคร้าน ความโกรธก็ปะทุขึ้นในใจ พอเห็นแม่เดินออกไป เขาก็เริ่มต่อว่ากู้หนิงซีทันที
"พี่ห้า อย่าว่าพี่ใหญ่แบบนั้นสิคะ พี่ใหญ่ต้องใช้ชีวิตอยู่ข้างนอกมาตั้งแต่เด็ก เลยไม่ได้รับการศึกษาที่ดี เลี่ยงไม่ได้ที่กิริยามารยาทอาจจะดูหยาบกระด้างไปบ้าง ค่อยๆ สอนกันไป เดี๋ยวพี่ใหญ่ก็ดีขึ้นเองแหละค่ะ"
กู้รั่วหลานดึงแขนกู้อู่หงเอาไว้ พลางพูดแก้ต่างให้กู้หนิงซีด้วยท่าทีอ่อนโยนและเห็นอกเห็นใจ
"หึ! สันดอนขุดได้ สันดานขุดไม่ได้หรอก จะเปลี่ยนได้ก็แปลกแล้ว!"
อารมณ์โกรธของกู้อู่หงลดลงอย่างเห็นได้ชัดหลังจากได้ยินคำพูดของกู้รั่วหลาน แต่เขาก็ยังทนดูสภาพที่ไม่เป็นกุลสตรีของกู้หนิงซีไม่ได้อยู่ดี เขาหันหน้าหนี แค่นเสียงเย็นชา และตัดสินใจว่าไม่เห็นซะก็คงไม่หงุดหงิด
"พี่คะ เสื้อผ้าที่ฉันเอาไปให้เมื่อเช้าพี่ไม่เอาเหรอคะ? เป็นเพราะพี่ไม่ชอบ หรือว่ารังเกียจของของฉันคะ? ถ้าพี่ไม่ชอบ ฉันยังมีอีกเยอะแยะ พี่ไปเลือกดูได้นะคะ ชุดที่พี่ใส่อยู่นี้มันดูไม่ค่อยสมฐานะคนของตระกูลกู้สักเท่าไหร่ ในเมื่อพี่กลับมาอยู่ตระกูลกู้แล้ว ก็ควรจะทำตัวให้สมกับเป็นคุณหนูตระกูลกู้หน่อยนะคะ"
กู้รั่วหลานปรายตามองเสื้อผ้าของกู้หนิงซี ริมฝีปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะแสร้งทำสีหน้าเป็นคนที่เข้าใจโลก
"รั่วหลาน เธอจะไปพูดกับยัยนี่ทำไม? ถ้าหล่อนชอบใส่เศษผ้าขี้ริ้วนักก็ปล่อยให้ใส่ไปสิ จะเอาเสื้อผ้าของเธอไปให้ทำไม? เสียของเปล่าๆ!"
กู้อู่หงรู้สึกไม่สบอารมณ์ เขาเอ่ยกับกู้รั่วหลานด้วยความไม่เห็นด้วย
ทำไมต้องเอาเสื้อผ้าของน้องสาวเขาไปให้ยัยบ้านนอกนี่ด้วย? แถมยังมีหน้ามาปฏิเสธอีก?
เรียกได้ว่าตั้งแต่วินาทีที่กู้หนิงซีก้าวเข้ามาในตระกูลกู้ กู้อู่หงก็ขัดหูขัดตากับทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นเธอไปเสียหมด
จู่ๆ กู้หนิงซีก็เงยหน้าขึ้นมองกู้อู่หงด้วยสายตาเย็นเยียบ เธอคว้าถ้วยชาบนโต๊ะรับแขกแล้วปาใส่กู้อู่หงอย่างแรง พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า
"กู้อู่หง อย่ามาใช้น้ำเสียงประชดประชันแบบนี้กับฉัน นายจะยอมรับฉันหรือไม่ มันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับฉัน ตระกูลกู้ของพวกนายเป็นฝ่ายขอร้องให้ฉันกลับมาเอง ถ้าทนไม่ได้ ก็หุบปากไปซะ!"
"อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะ ที่นายทำไปก็แค่กลัวว่าน้องรั่วหลานของนายจะถูกฉันรังแกใช่ไหมล่ะ? แหกตาดูซะบ้างนะ ถ้าฉันคิดจะรังแกหล่อนจริงๆ หล่อนยังจะได้มานั่งลอยหน้าลอยตาเล่นบทนางชาเขียวอยู่ตรงนี้อีกเหรอ? ไอ้งั่งเอ๊ย!"
"นี่เธอ...!"
กู้อู่หงถึงกับผงะกับรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากกู้หนิงซีกะทันหัน เขาตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ กระทั่งตอนที่ถูกปาของใส่ยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าต้องหลบ
เนิ่นนานกว่าเขาจะเม้มริมฝีปากแน่น! จากนั้นเขาก็ได้ยินกู้หนิงซีด่าเขาว่าเป็นไอ้งั่งอยู่ในใจ นั่นยิ่งทำให้ใบหน้าของเขาเดี๋ยวเขียวเดี๋ยวซีดด้วยความโกรธจัด
กู้อู่หงข่มความโกรธเอาไว้แล้วทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา ไม่ต่อล้อต่อเถียงกับกู้หนิงซีอีก
อย่าคิดว่าเขากลัวเธอก็แล้วกัน เขาแค่ถือคติลูกผู้ชายไม่ตีผู้หญิงหรอก!
สีหน้าของกู้รั่วหลานแข็งค้างเมื่อเห็นฉากนั้น ไอ้ขี้ขลาดเอ๊ย ยังเหมือนตอนเด็กๆ ไม่มีผิด!
เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนยอมหุบปากลงในที่สุด กู้หนิงซีก็ไม่สนใจพวกเขาอีก เธอล้มตัวลงนอนต่อ ทำราวกับว่าพวกเขาไร้ตัวตนอย่างสิ้นเชิง
สองคนที่อยู่ข้างๆ จ้องมองเธอด้วยความขุ่นเคือง แต่กู้หนิงซีก็หาได้แคร์ไม่
บรรยากาศอันน่าอึดอัดนี้ดำเนินไปจนกระทั่งชิวเสวี่ยถิงเดินกลับมา หลังจากที่ป้าหวังยกอาหารเช้ามาเสิร์ฟให้เธอ ในที่สุดเธอก็ผุดลุกขึ้นและพุ่งตัวไปที่ห้องอาหารทันที ก่อนจะเริ่มลงมือกินอาหารเช้าสไตล์คนรวยอย่างเอร็ดอร่อย มันช่างฟินอะไรอย่างนี้
ทิ้งให้กู้อู่หงที่กำลังเดือดดาล กู้รั่วหลานที่ทำหน้าเหมือนถูกรังแก และชิวเสวี่ยถิงที่มีสีหน้าจนปัญญา เอาไว้เบื้องหลัง
"ว้าว! สมกับเป็นครอบครัวมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งจริงๆ! ทั้งฮะเก๋า ติ่มซำ โจ๊กกุ้งพวกนี้ อร่อยกว่าของข้างนอกตั้งเยอะ! ต้องกินเยอะๆ หน่อยแล้ว มื้อนี้ต้องกินให้คุ้ม!"
กู้หนิงซีกินไม่หยุดจนแก้มตุ่ยเหมือนกระรอกน้อย
กู้หนิงซีกำลังกินอย่างเอร็ดอร่อยอยู่ในห้องอาหาร ขณะที่ทั้งสามคนที่อยู่ในห้องนั่งเล่นต่างก็มองหน้ากันไปมา
"แม่ครับ ดูยัยนั่นสิ ทำตัวเหมือนคนไม่เคยได้กินของดีๆ อย่างกับไม่ใช่คนของตระกูลกู้เรางั้นแหละ ยัยบ้านนอกชัดๆ"
กู้อู่หงขมวดคิ้วบ่นกับชิวเสวี่ยถิง