- หน้าแรก
- อำพรางสวรรค์
- 868 - คัมภีร์หกอักขระสูงสุดปะทะเก้าญาณวิเศษลึกลับ
868 - คัมภีร์หกอักขระสูงสุดปะทะเก้าญาณวิเศษลึกลับ
868 - คัมภีร์หกอักขระสูงสุดปะทะเก้าญาณวิเศษลึกลับ
868 - คัมภีร์หกอักขระสูงสุดปะทะเก้าญาณวิเศษลึกลับ
ที่ด้านข้างนั้นเหยียนอวิ๋นหรานกระอักเลือดออกมาอีกครั้ง และคราบเลือดปรากฏขึ้นระหว่างคิ้วของเขา
ร่างกายของชายหนุ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง และหากไม่มีเศษเสี้ยวของชุดเกราะสีทองปกป้องไว้ร่างของเขาอาจจะต้องแตกเป็นเสี่ยงๆ อย่างแน่นอน
เย่ฟ่านเสียสติไปชั่วขณะ อานุภาพของภาพธรรมนี้น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง
“อมิตาภะ ข้าบอกว่าข้าจะฆ่าเจ้า แน่นอนว่าข้าต้องทำได้!” กู่โถวกล่าว
รอยร้าวที่หน้าผากของเหยียนอวิ๋นหราน การโจมตีที่น่าสะพรึงกลัวนี้แม้แต่ตัวเขาก็ยังได้รับผลกระทบไปด้วย
“สหายกู่นั่นคืออะไร?” เหยียนอวิ๋นหรานดิ้นรนอยู่บนพื้นด้วยความเจ็บปวด
“นี่คือบทสวดหกคัมภีร์หกอักขระสูงสุดของนิกายพุทธ ตราบใดที่พลังปราณแข็งแกร่งเพียงพอ มันสามารถล้มผู้แข็งแกร่งทั้งหมดในโลกได้”
กู่โถวกล่าวด้วยความมั่นใจและไม่นำพาว่าสหายของเขาจะเอาชีวิตรอดได้หรือไม่
ไกลออกไปฝูงชนต่างอุทานด้วยความสนใจ
บทสวดของนิกายพุทธเป็นทักษะศักดิ์สิทธิ์สูงสุดที่หากมันถูกใช้ด้วยอำนาจของปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์แม้แต่เซียนและเทพก็ยากที่จะหลีกเลี่ยงผลกระทบได้
มีวัดมากมายในทะเลทรายตะวันตก แต่มีเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้นที่มีบทสวดระดับนี้ แน่นอนว่ากู่โถวซึ่งเป็นหนึ่งในผู้สืบทอดของมหาอำนาจอันยิ่งใหญ่ของทะเลทรายตะวันตก เขาย่อมมีทักษะที่ไม่ธรรมดา
ในตำนานมีพลังในการเปิดโลก ความลึกลับไม่มีที่สิ้นสุด ประกอบด้วยพลังอันยิ่งใหญ่ ปัญญาอันยิ่งใหญ่ และความเมตตาอันยิ่งใหญ่ ด้วยบทสวดนี้แม้แต่ร่างกายอันแข็งแกร่งของเย่ฟ่านยังเริ่มเกิดรอยแตกร้าว
“ปัง!”
อย่างไรก็ตามในขณะที่กู่โถวกำลังเกิดความยินดีกำปั้นอันใหญ่โตมโหฬารของเย่ฟ่านก็ตัดผ่านความว่างเปล่าและกระแทกเข้าหาเขาอย่างรวดเร็ว
“เจ้า”
กู่โถวอุทานด้วยความตกใจ เขารีบท่องบทสวดลึกลับโดยพยายามจะกดดันไม่ให้พลังของเย่ฟ่านเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ
“เจ้ามีบทสวดหกอักขระสูงสุดของพุทธะ ข้าก็มีเก้าญาณวิเศษลึกลับของลัทธิเต๋า มาดูกันว่าใครจะเป็นผู้ที่เข้มแข็งมากกว่ากัน!”
เย่ฟ่านตะโกนด้วยความโกรธและพุ่งทะยานไปข้างหน้าอีกครั้ง
ผู้คนต่างตกตะลึง แม้ว่าหลายคนจะเดาแล้วว่าเย่ฟ่านมีเก้าญาณวิเศษลึกลับ แต่นี่ก็เป็นครั้งแรกจริงๆที่เย่ฟ่านยอมรับออกจากปากของเขาเอง
ปัง!
“เจ้า..”
กู่โถวที่กระเด็นออกไปไกลหลายลี้กระอักเลือดคำใหญ่และส่งเสียงกรีดร้องด้วยความเศร้าโศก
“น่าเสียดายที่เกิดการต่อสู้ภายในของนิกายพุทธ และบทสวดที่แท้จริงก็หายไปด้วย ข้าได้รับมันมาเพียงครึ่งเดียวย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจ้า”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ทุกคนก็อุทานด้วยความตกใจ แม้แต่นิกายพุทธที่ได้ชื่อว่ารักสงบมากที่สุดก็ยังเกิดสงครามภายในได้!
“เริ่มจากเจ้าก่อน”
ฉับ!
เย่ฟ่านสะบัดฝ่ามือออกไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วพร้อมกับตัดศีรษะเหยียนอวิ๋นหรานที่ได้รับบาดเจ็บและไม่สามารถขยับตัวได้
เช่นเดียวกับยอดฝีมือลึกลับของทะเลทรายตะวันตก ร่างของเขาถูกตัดออกเป็นสองส่วนและมีสภาพไม่แตกต่างจากเหยียนอวิ๋นหราน
ปัง!
เย่ฟ่านจับศีรษะของเหยียนอวิ๋นหรานขึ้นมาด้วยมือข้างหนึ่ง และอีกมือหนึ่งก็บดขยี้ร่างกายของกู่โถวอย่างองอาจกล้าหาญ
ที่นี่เงียบสงัดไม่มีผู้ใดสามารถกล่าวอะไรได้ เลือดไหลหยดลงพื้นทีละหยด ราวกับเสียงเข็มทองคำหล่นพื้นทีละเล่ม ยอดฝีมือสองคนถูกเย่ฟ่านสังหารอย่างเหี้ยมโหด ผู้คนรอบข้างไม่มีใครกล้าขยับตัว
เย่ฟ่านที่ครอบครองเก้าญาณวิเศษลึกลับทำให้ผู้คนหวาดกลัวเป็นอย่างมาก ในขณะนี้เพียงแค่เขายืนอยู่ตรงนั้นก็ทำให้ศิษย์สำนักฉีซื่อที่เหลือหายใจไม่ออกแล้ว
ผ่านไปนาน ก็มีใครบางคนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา หัวใจของเขาก็เต็มไปด้วยความตกใจ
“เก้าญาณวิเศษลึกลับในตำนานอยู่ในมือของเขาจริงๆ”
“บทสวดหกอักขระของนิกายพุทธก็ปรากฏขึ้นอีกครั้งในโลกทักษะชนิดนี้จะต้องเป็นคู่แข่งของเก้าญาณวิเศษลึกลับอีกครั้ง”
เย่ฟ่านมองที่ศีรษะบนพื้นและกล่าวว่า “เจ้าเป็นใคร และต้นกำเนิดของเจ้ามาจากสำนักใดกันแน่?”
นี่ก็เป็นคำตอบที่คนอื่นอยากรู้เช่นกัน ในยุคหลังจริงๆ นิกายพุทธแบ่งเป็นหลายสำนักและยากที่จะบอกได้ว่านักบวชเหล่านั้นมาจากมหาอำนาจใดกันแน่
กู่โถวไม่ตอบ แม้ว่าเขาจะเหลือเพียงศีรษะและพร้อมที่จะตายได้ตลอดเวลาแต่เขาก็ไม่คิดจะขายความลับของสำนักอาจารย์
“ถ้าไม่อยากพูดเจ้าก็ตายได้แล้ว”
“หยุด!”
ทันใดนั้นก็มีเสียงตะโกนดังมาแต่ไกล ชายชราสองคนจ้องมองไปที่หัวของเหยียนอวิ๋นหรานในมือของเย่ฟ่านด้วยความตกใจอย่างยิ่ง
“สหายน้อยได้โปรดปล่อยพวกเขาเถิด!” อีกคนขอร้อง
พวกเขาเป็นผู้พิทักษ์ของเหยียนอวิ๋นหรานแต่พวกเขาจำเป็นต้องลดท่าทีของตัวเองลงไม่เช่นนั้นเกรงว่าเย่ฟ่านคงบดขยี้ศีรษะของนายน้อยพวกเขาอย่างแน่นอน
“ปล่อย?” เย่ฟ่านไม่สนใจ
“ได้โปรดเถอะสหายน้อย!” ทั้งสองรีบวิ่งไปข้างหน้า
“ถ้าข้าไม่หยุดล่ะ?” เย่ฟ่านถาม
“ถ้าเจ้าทำลายร่างของเขาตระกูลเหยียนจะไม่ปล่อยเจ้าไปแน่…”
“ข้าเกลียดการข่มขู่ที่สุด” เย่ฟ่านขัดจังหวะคำพูดของพวกเขาโดยตรง และ
“ปัง”
เขาทุบหัวของเหยียนอวิ๋นหรานรวมถึงกู่โถวแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ง่ายเหมือนทุบลูกแตงโม
“เจ้า...ข้าจะฆ่าเจ้า!”
ใบหน้าของทั้งสองซีดขาวราวหิมะ หัวใจของพวกเขาดูเหมือนจะตกลงไปในขุมนรก
เย่ฟ่านไม่มีความกลัวใดๆ เขามีความแข็งแกร่งทัดเทียมผู้สูงสุดแล้วดังนั้นต่อให้ฆ่าเหยียนอวิ๋นหรานไปเขาก็สามารถหลบหนีจากการไล่ล่าของครึ่งเซียนของตระกูลเหยียนได้อย่างง่ายดาย
…
ในสำนักฉีซื่อหน้าภูเขาที่สวยงาม ชายหนุ่มสองคนยืนอย่างลังเลที่ด้านหน้าที่พักของหวังเถิงโดยไม่กล้าส่งเสียงดัง
“เข้ามาเถอะ” เสียงที่ทุ้มและสง่าดังขึ้น
ชายหนุ่มทั้งสองคนมองหน้ากันอีกครั้งก่อนจะเดินเข้าไปในถ้ำอย่างประหม่า
ในห้อง บนเตียงต้นกำเนิดขนาดใหญ่มีชายคนหนึ่งนั่งสมาธิอย่างเงียบๆ ผมยาวของเขาหนาหนักและดำสนิท ในดวงตาของเขามีประกายดวงดาวที่ลึกล้ำ
“ข้าเห็น... ข้าเห็นด้วยตัวเอง”
ชายคนหนึ่งพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าทำให้เขาหวาดกลัวยิ่งกว่าผู้อาวุโสในสำนักด้วยซ้ำ
“เจ้าเห็นอะไร?” หวังเถิงถามอย่างเรียบๆ
“ร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณเย่ฟ่านปรากฏตัวแล้ว...” คนหนึ่งเล่าอย่างรวดเร็วถึงสิ่งที่เกิดขึ้นภายนอก
อย่างไรก็ตาม หลังจากรอเป็นเวลานานหวังเถิงก็ไม่ได้พูดอะไร และทั้งสองจึงมองหน้ากันอีกครั้ง
“พี่หวัง...”
“เข้าใจแล้ว” หวังเถิงพูดออกมาเพียงเท่านี้โดยไม่แสดงท่าทีว่าจะเคลื่อนไหว
“เขาใช้เก้าญาณวิเศษลึกลับเอาชนะเหยียนอวิ๋นหรานและยังเอาชนะบทสวดหกอักขระสูงสุดของพุทธะอีกด้วย” หนึ่งในนั้นกล่าว
“นำทางไป…”
ดวงตาของหวังเถิงยังคงไร้คลื่นอารมณ์ อย่างไรก็ตามในขณะนั้นแสงศักดิ์สิทธิ์ระเบิดขึ้นและรถม้าโบราณได้ปรากฏตัวออกมาจากความว่างเปล่า
แสงศักดิ์สิทธิ์ที่สง่างามเหล่านั้นเปลี่ยนแปลงตัวเองให้กลายเป็นหงส์เพลิงเก้าตัว เสือขาวเก้าตัว และนักรบชุดเกราะสีทองเก้าคนล้อมรอบรถม้าศักดิ์สิทธิ์คันนั้น และที่ด้านหน้าสุดเป็นคชสารสี่ตัวที่ทำหน้าที่ลากรถ
“ข้าจะให้อวตารของข้าไปกับพวกเจ้า นำทางไปได้แล้ว!” หวังเถิงกล่าวอย่างสงบ