เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

796 - คฤหาสน์เซียน

796 - คฤหาสน์เซียน

796 - คฤหาสน์เซียน 


796 - คฤหาสน์เซียน

ลำต้นของต้นไม้เก่าแก่แตกเป็นเสี่ยงๆ ตามตำนานมันมีอยู่มาถึงหลายร้อยหลายพันปีและไม่เคยเปลี่ยนแปลง

ชาวบ้านเรียกมันว่าต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เพราะแม้ว่ามันจะตั้งอยู่ที่นี่มาอย่างยาวนานแต่ก็ไม่เคยผลัดใบแม้แต่ครั้งเดียว

ในเวลานี้ เย่ฟ่านตกใจมาก มันมีเสียงกรีดร้องของการสังหารดังมาจากลำต้นของต้นไม้ ราวกับว่ามีสนามรบโบราณอยู่ข้างหน้าเขา เสียงตะโกน เสียงม้าร้อง เสียงกระบี่กระทบกัน ดังกึกก้องอยู่ภายใน

เมื่อวางหูบนลำต้นของต้นไม้ ยังสามารถสัมผัสได้ถึงการสั่นสะเทือน มีม้าศึกหลายหมื่นตัววิ่งเข้าหากันและเสียงกีบม้ากระทบพื้นก็ดังก้องกังวาน

เย่ฟ่านตื่นเต้นมาก เขามาที่กระท่อมรกร้างและหาทางรู้แจ้งไม่เจอ เขาไม่ได้คาดหวังว่าจะมีความเปลี่ยนแปลงเช่นนี้เกิดขึ้น

“มีตำนานโดยละเอียดเกี่ยวกับต้นไม้โบราณเหล่านี้หรือไม่” เขาต้องการทราบข้อมูล

“บรรพบุรุษเคยกล่าวถึงมันเพียงคร่าวๆ โดยบอกว่าหากประตูสู่แดนสวรรค์เปิดออกเสียงของเทพเจ้าจากดินแดนนั้นจะปรากฏขึ้น อย่าเข้าใกล้มัน มิฉะนั้นอาจหลงทาง” ชายชรากล่าว

เย่ฟ่านรู้สึกแปลกใจ เขาใช้เวลาอีกครึ่งคืนเพื่อเดินสำรวจป่าในป่าโบราณ แต่เขาไม่กล้าที่จะนั่งสมาธิอยู่ที่นี่ เพราะเสียงนั้นมาจากสิ่งมีชีวิตทรงพลังมากกว่าเขาหลายเท่า และเขาอาจจะถูกชักจูงเข้าสู่ความตายได้ง่ายๆ

เป็นเวลาสองวันติดต่อกัน เขาครุ่นคิดอยู่ในป่าโบราณ พยายามค้นหามัน

เมื่อเขาเอาหูแนบกับลำต้น ไม่เพียงแต่ได้ยินเสียงของสนามรบโบราณ แต่ยังได้ยินเสียงของมังกร เฟิ่งหวงและเสียงคำรามของกิเลน เขาลืมตาขึ้นด้วยความตกใจ

“ภาพลวงตา มันต้องเป็นมังกร นกเฟิ่งหวง และกิเลน” ​​เขาไม่เชื่อว่าโลกนี้จะมีทางเข้าสู่อาณาจักรเซียนอย่างแท้จริง

“บูม”

จากนั้นเสียงระเบิดดังกึกก้องก็สั่นสะเทือนออกมาจากต้นไม้ ใบหน้าของเย่ฟ่านซีดขาวไร้สีเลือด

“ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้มีเสียงดังออกมาได้อย่างไร?” เย่ฟ่านงงงวย

เป็นเวลาหลายวันที่เขาอยู่ที่นี่ พยายามคิดหาคำตอบ แต่ยิ่งเขากังวลมากเท่าไร เขาก็ยิ่งทำอะไรไม่ได้มากเท่านั้น

วันที่หก ตอนที่เขานอนอยู่บนต้นไม้โบราณที่ใหญ่เขาก็ได้ยินคำพูดของใครบางคนที่ทำให้จิตใจของเขาสะท้านหวั่นไหว

“จักรพรรดิอมตะ…”

สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเย่ฟ่านมีพลังมากเพียงใด แต่ภายใต้เสียงที่ตามมา ใบหน้าของเขาก็ซีดลงอย่างมาก และทะเลสีทองระหว่างคิ้วของได้รับผลกระทบอย่างแสนสาหัส

“เจ้าเป็นใคร? เจ้ากำลังเรียกหาจักรพรรดิอมตะหรือไม่?”

เขาตกใจมาก นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาได้ยินคำพูดนี้ แม้แต่จักรพรรดิในสมัยโบราณก็ยังกราบไหว้และถือว่าจักรพรรดิอมตะเป็นเทพเจ้า

ในที่สุดเย่ฟ่านก็รู้ว่าทำไมจักรพรรดิโบราณคนนั้นถึงอาศัยอยู่ที่นี่เป็นเวลาอย่างยาวนาน สถานที่แห่งนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ ต้องมีความลับบางอย่างอยู่ภายใน

“ไม่ใช่ว่าจักรพรรดิแห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์ต้องการเพลิดเพลินกับช่วงเวลาแห่งความชราภาพของเขาที่นี่ แต่มีการค้นพบความลึกลับบางอย่าง” ในที่สุดความลับนั้นก็ถูกเปิดเผย

ในวันที่เจ็ด ยังคงยืนฟังเสียงที่ดังขึ้นด้วยสีหน้าที่แตกตื่นมากขึ้นเรื่อยๆ

แสงสว่างวาบปรากฏขึ้นในหัวใจของเย่ฟ่าน ความคิดของเขาหายไปในทันที เขาหันหลังกลับแลบินกลับเข้าสู่เมืองลู่เฉิงพร้อมกับหยิบสมบัติปิดผนึกและโยนหญิงสาวคนนั้นออกมา

“คนแซ่เย่... เจ้ากล้าดียังไงที่ผนึกข้าไว้ถึงเจ็ดวัน ข้าจะสู้กับเจ้า”

ใบหน้าเทพธิดาที่ไม่มีใครเทียบได้ของฉีเจียวสุ่ยเต็มไปด้วยความโกรธ

“ถ้าเจ้ากล้าส่งเสียงอีกครั้ง เจ้าจะได้เลื่อนตำแหน่งจากสาวใช้ธรรมดาเป็นสาวใช้อุ่นเตียง” เย่ฟ่านขู่ด้วยใบหน้าแดงก่ำ

ฉีเจียวสุ่ยตกใจมาก นางถอยกลับไปสิบก้าว มือของนางจับที่หน้าอกที่สูงตระหง่าน รู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก บนแก้มสีขาวราวกับหยกเต็มไปด้วยความโกรธ แต่นางไม่กล้าที่จะโต้แย้ง

“ได้เวลาทำตามคำสั่งแล้ว นำชามาให้ข้า” เย่ฟ่านสั่ง

“อีกอย่าง เรื่องนี้ไม่ยากสำหรับเจ้า แค่บอกรายละเอียดของคฤหาสน์เซียนมา” เย่ฟ่านพูดอย่างไม่กังวลมากนัก

“เจ้าต้องการจะเข้าไปข้างในหรือ?” ดวงตาของฉีเจียวสุ่ยเป็นประกาย

“ไม่ต้องเป็นห่วง แค่บอกรายละเอียดมา” เย่ฟ่านฟังขณะดื่มชา

เขาค่อนข้างแปลกใจที่คฤหาสน์เซียนตั้งอยู่ในภูเขาโบราณ ว่ากันว่ามันเกี่ยวข้องกับอาณาจักรเซียนซึ่งเต็มไปด้วยความลับที่ไม่มีใครรู้จัก

ตามการคาดเดาของฉีเจียวสุ่ยมีโอกาสมากที่จะมีรอยเท้าของจักรพรรดิโบราณอยู่ที่นั่นและเป็นสถานที่ลึกลับและคาดเดาไม่ได้

‘เสียงเรียกปีศาจเกี่ยวข้องกับคฤหาสน์เซียนนั้นหรือไม่’ เย่ฟ่านคิดกับตัวเอง

ในคืนนั้นเย่ฟ่านออกเดินทางสำรวจภูเขาโบราณที่อยู่ใกล้เคียงในทันที

ภายใต้ภูเขาขนาดใหญ่ที่ไม่สิ้นสุดปราณมงคลทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า และหลังจากที่มองดูอย่างตั้งใจจะเห็นชัดเจนว่ามังกรสีม่วงหลายหมื่นตัวกำลังขดเป็นเกลียวอยู่บนท้องฟ้า

บนหน้าผามีหินประหลาด กิเลนตัวหนึ่งนอนอยู่ตามลำพัง นกหลวนกำลังร่ายรำอยู่ในหมอกหลากสี ยาเซียนหลายพันต้นเติบโตอยู่บนหน้าผา และมีต้นไม้เก่าแก่หนึ่งคู่ตั้งตระหง่านโดดเด่น

เย่ฟ่านไม่รบกวนอสูรผู้ยิ่งใหญ่ตัวนั้นและเขาไม่ได้เข้าใกล้สำนักฉีซื่อเพราะที่นี่ไม่ธรรมดาจริงๆ หากประมาทไปเพียงนิดเดียว อาจจะถูกสังเกตเห็น และเขาไม่ต้องการถูกกักตัวไว้ที่นี่

“บางทีผังป๋ออาจอยู่ข้างในนั้น” เย่ฟ่านไตร่ตรองว่านอกจากจะเป็นสถานที่ร้างแล้ว เขายังมีเป้าหมายในการตามหาเพื่อนเก่าอีกด้วย

ในไม่ช้า เขาก็เข้าใจสถานการณ์ สำนักฉีซื่อถูกปิดลงแล้วและไม่ว่าใครก็ไม่สามารถเข้าออกตามใจของตัวเองได้ ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าทำไมไม่มีใครไปที่ลู่เฉิงเพื่อสร้างปัญหาให้กับเขาในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา

คฤหาสน์เซียนมีความสำคัญอย่างยิ่ง หลังจากที่สำนักฉีซื่อได้เจรจากับกองกำลังหลักบางกลุ่ม พวกเขาไม่ต้องการที่จะให้ข่าวนี้รั่วไหลออกไปก่อนเวลาอันควรแต่เลือกที่จะเปิดคฤหาสน์เซียนด้วยตัวเอง

เย่ฟ่านหยุดหลังจากห่างออกไปหลายสิบลี้ เขามองเข้าไปข้างในสำนักฉีซื่อที่ซึ่งท้องฟ้าสีสันสดใสปกคลุมอยู่ด้านบน มีควันสีม่วงลอยขึ้น ราวกับมังกรทะยาน

“ข้าสามารถเห็นได้โดยไม่ต้องใช้ดวงตาศักดิ์สิทธิ์ สถานที่แห่งนี้เป็นที่ดีดีสำหรับการนั่งสมาธิ มันเต็มไปด้วยปราณจิตวิญญาณของสวรรค์และปฐพี”

เย่ฟ่านเฝ้าอยู่ที่นั่นหลายวัน และในที่สุดก็ค้นพบความลึกลับ ที่ด้านหลังของสำนักฉีซื่อแม้แต่เทพเจ้าก็ไม่สามารถปิดกั้นได้ความยิ่งใหญ่และลึกลับทั้งหมดของมันถูกเปิดเผย

“มันเป็นถ้ำขนาดใหญ่”

สำนักฉีซื่อพยายามใช้หมอกปิดบังถ้ำเซียนแห่งนี้ แต่เนื่องจากเหล่าศิษย์จากสำนักฉีซื่อเดินเข้าๆออกๆ อยู่ตลอดเวลามันจึงทำให้เย่ฟ่านสามารถมองเห็นปากทางเข้าได้อย่างแท้จริง

เย่ฟ่านเฝ้ามองด้วยดวงตาศักดิ์สิทธิ์ของเขาเป็นเวลาหลายวัน ผู้คนเข้าออกเรื่อยๆ โดยเฉพาะสาวกของสำนักฉีซื่อที่มากกว่าเจ็ดร้อยคน

ในช่วงเวลาเหล่านี้ มีคนได้รับบาดเจ็บและถูกพาออกมาเป็นระยะๆ แม้แต่ศพบางส่วนก็ถูกนำกลับมา เขารู้สึกประหลาดใจมาก ในช่วงเวลานี้ ยังมียอดฝีมือที่พลาดท่าและเสียชีวิตด้วยอาการบาดเจ็บสาหัส

“คฤหาสน์เซียนแห่งนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ ผู้คนจำนวนมากต้องการคว้าโชคชะตาในการเป็นผู้อมตะแต่กลับล้มเหลว มีแม้กระทั่งปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์ที่ล้มตาย”

เย่ฟ่านค่อนอยากรู้ว่าข้างในมีอะไรกันแน่ แต่ไม่มีทางที่เขาจะเดินผ่านค่ายกลไปได้ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเสียใจที่ไม่ได้เข้าร่วมกับสำนักฉีซื่อและมันทำให้เขาพลาดโอกาสดังกล่าว

เขาอยู่ข้างนอกและเฝ้าอยู่เจ็ดหรือแปดวัน ตอนนี้เกือบทุกคนถอนตัวออกไปแล้ว แต่หลังจากพักผ่อนอยู่ไม่กี่วันพวกเขาก็เริ่มการสำรวจครั้งที่สอง

“นี่เป็นสถานที่อันยอดเยี่ยมจริงๆ น่าเสียดายที่โชคชะตาของข้าไม่เหมาะสม…”

แม้ว่าเขาจะเชี่ยวชาญศิลปะการเคลื่อนที่ แต่เขาก็ยังไม่สามารถผ่านการป้องกันของพลังอำนาจสูงสุดของประตูได้

เย่ฟ่านถอนหายใจยาวและกลับไปที่กระท่อมรกร้าง เขาลองวิธีอื่นในหมู่บ้านโบราณ ทุกวันเขาเดินไปรอบๆ ต้นไม้โบราณเหล่านั้นเพื่อค้นหาความลับอันยิ่งใหญ่จนทำให้ชาวบ้านเกิดความหวาดกลัว

“พี่ใหญ่เจ้าเมือง ท่านอย่าเข้าใกล้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เมื่อมีเสียงดังออกมา ไม่เช่นนั้นท่านจะถูกต้นไม้กลืนกินเหมือนผู้อมตะคนอื่นๆ”

เขาคิดในใจแล้วกล่าวว่า “พวกมันกลืนคนเข้าไปได้?”

“ในช่วงเวลาพิเศษโพรงต้นไม้เหล่านั้นจะเชื่อมต่อกับโลกโบราณ…” ชายชราที่แก่ที่สุดในหมู่บ้านบอกความลับที่ไม่เคยมีใครรู้แกเขา

เย่ฟ่านตัดสินใจเสี่ยง และในขณะที่ไม่มีใครอยู่ที่นั่น เขากัดฟัน มาที่ต้นไม้โบราณพร้อมกับเอื้อมมือออกไปที่โพรง

“ประตูมิติ”

เขารู้สึกประหลาดใจ เพื่อเป็นการยืนยันการคาดเดา เขาเอาหูแนบลำต้นของต้นไม้และได้ยินเสียงมากมาย รวมถึงเสียงตะโกนของคนหนุ่มสาวด้วย

“เจ้าคิดว่าเด็กน้อยคนนั้นจะทำอะไรกับคุณหนูฉีแล้วหรือไม่”

“อย่าพูดจาไร้สาระ”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นเย่ฟ่านก็ตกกันอย่างถึงที่สุด

“เสียงของลูกศิษย์ของสำนักฉีซื่อ”

เสียงนี้ทำให้เขาตกตะลึงอย่างแท้จริง แท้ที่จริงแล้วประตูมิตินี้กลับเป็นสถานที่เชื่อมต่อกับคฤหาสน์เซียนอย่างนั้นหรือ?

“พรึ่บ”

เย่ฟ่านกระโจนเข้าไปในโพรงต้นไม้โดยไม่มีความลังเล ระลอกคลื่นกระเพื่อมออกมาเพียงเล็กน้อย จากนั้นเขาก็หายตัวไปจากอากาศ โดยไม่ทิ้งอะไรไว้เบื้องหลัง

โชคดีที่ชาวบ้านไม่พบเห็นการกระทำนี้ไม่เช่นนั้นทุกคนคงร่ำร้องว่าเขาถูกลงต้นไม้กลืนกินเข้าไปข้างใน

จบบทที่ 796 - คฤหาสน์เซียน

คัดลอกลิงก์แล้ว