เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

795 - ความลับของโลกอำพรางสวรรค์

795 - ความลับของโลกอำพรางสวรรค์

795 - ความลับของโลกอำพรางสวรรค์ 


795 - ความลับของโลกอำพรางสวรรค์

“ข้าไม่รู้จักเจ้า และข้าก็ไม่ได้มีเรื่องขุ่นเคืองกับเขา”

คนป่าเถื่อนเกาหัวและพูดอย่างตรงไปตรงมา ก่อนจะลากกระบองเดินกลับภูเขาฉีซื่อ

“ข้าก็จะกลับเช่นกัน”

ในที่สุดผู้คนกว่าร้อยคนก็ถอยกลับ ตอนนี้เหลือคนเพียงสิบคนเท่านั้นที่ที่ยังยืนกรานจะเฝ้าอยู่ที่หน้าประตูเมือง เย่ฟ่านได้นำคันธนูขนาดใหญ่ออกมาและเริ่มยิงทันที

“บัดซบ เขากำลังจะยิงธนู!”

“รีบหนีเร็วเราต้องหาที่หลบ”

ธนูสามารถยิงทะลุจากภายในค่ายกลได้ ไม่ต้องพูดถึงอสูรของพวกเขา และอสูรวิญญาณทั้งสามก็ตอบสนองอย่างรวดเร็ว

แต่สิ่งที่น่าหวาดกลัวยิ่งกว่าคือเย่ฟ่านได้พุ่งออกจากเมืองและคว้าเอาอสูรวิญญาณครั้งสามตัวไว้อย่างเด็ดขาด เขาเตะคนเหล่านั้นลงจากหลังสัตว์อสูรก่อนจะลงมือสังหารอสูรทั้งหมดอย่างโหดเหี้ยม

ใบหน้าของชายหนุ่มทั้งหลายซีดขาวไร้สีเลือด ในตอนแรกพวกเขาคิดว่าพวกเขาจะสามารถจัดการเย่ฟ่านได้หากร่วมมือกัน แต่ตอนนี้พวกเขารู้แล้วว่านี่เป็นสัตว์ประหลาดที่แท้จริง

“ท่านเจ้าเมืองเก่งจริงๆ พวกเราจะได้กินเนื้ออีกแล้ว!”

สองวันต่อมาผู้คนภายในหมู่บ้านต่างได้ลิ้มรสเนื้อของสัตว์อสูรทั้งสามภายใต้งานเลี้ยงอันยิ่งใหญ่

ในคราวนี้คนส่วนใหญ่ในสำนักฉีซื่อต่างก็ทราบเรื่องนี้จนหมดสิ้น และพวกเขาไม่สามารถพูดอะไรได้ มีชายคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ภูเขาข้างๆ ได้ลักพาตัวไข่มุกแห่งหนานหลิงไป

ควรทราบว่าหญิงสาวคนนี้แข็งแกร่งไม่เป็นรองบุตรศักดิ์สิทธิ์ระดับกลางอย่างแน่นอน การที่เขาสามารถทำเช่นนี้ได้ความแข็งแกร่งของเขาจะไปถึงระดับไหนกันแน่

“ทำไมไม่มีใครไปมาช่วยเจ้า?”

ในเมืองลู่เฉิงเย่ฟ่านยิ้มและเชิญทหารกลุ่มหนึ่งมาดื่มสุรา กินเนื้อ และน้ำซุปกระดูกของอสูรวิญญาณในหม้อเหล็กใบใหญ่มีกลิ่นหอมลอยออกไปไกล

ฉีเจียวสุ่ยแทบเป็นลม คนเหล่านี้ควรจะกินม้ามังกรของนางแบบนี้เช่นกัน นางกัดฟันจนแทบจะแตก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ในขณะนี้นางถึงกับถูกกักขังไว้อีกด้วย

“มาๆ ดื่มกันเถอะ นางจะเป็นสาวใช้ของข้าอยู่ที่นี่หนึ่งเดือน แล้วข้าจะปล่อยนางไป” เย่ฟ่านเขย่าเหยือกแล้วกล่าวด้วยเสียงหัวเราะ

“เจ้ากำลังฝันอยู่หรือ!” ฉีเจียวสุ่ยโกรธมาก แต่ก็ไม่ได้ลดทอนความงามของนางได้เลย

ข้างๆพวกเขา สายตาของทหารหลายคนเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง พวกเขากล่าวว่า

“ท่านเจ้าเมือง หากมีนายหญิงอยู่ในคฤหาสน์ของท่านเจ้าเมือง ก็คงไม่เลวนัก”

“ใช่ เหมาะสมมาก” ทหารเหล่านั้นต่างก็เมามายและไม่มีข้อห้ามในการพูดจาอีกต่อไป

“เจ้าคนแซ่เย่ปล่อยข้าไปเดี๋ยวนี้ ข้าจะให้ผลประโยชน์ที่เพียงพอแก่เจ้า” ฉีเจียวสุ่ยกลัวเล็กน้อย

“อันที่จริง ข้าสนใจโลกเล็กๆ ทั้งสามพันใบของเจ้ามาก ทำไมเจ้าไม่สอนข้าบ้างล่ะ” เย่ฟ่านพูดด้วยรอยยิ้ม

“มันเป็นไปไม่ได้”

ฉีเจียวสุ่ยปฏิเสธอย่างรุนแรงแม้ว่านางจะถูกฆ่าตาย แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะเผยแพร่ทักษะลับแบบนี้

“ไม่มีทางอื่น เจ้าต้องอยู่ที่นี่กับข้าหนึ่งเดือนในฐานะสาวใช้ ไม่อย่างนั้นข้ารับประกันไม่ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”

เย่ฟ่านผนึกการการบ่มเพาะของนางและสั่งให้นางเทชาให้เขา

“ข้าจะบอกความลับของคฤหาสน์เซียนแกเจ้า” ฉีเจียวสุ่ยกล่าว

“ถ้ามันมีอยู่จริง เจ้ายังจะทิ้งมันไว้กับข้าหรือ เลิกไร้สาระเถอะ” เย่ฟ่านหัวเราะคิกคัก

“คฤหาสน์เซียนนี้เป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้น ยังไม่มีใครเคยเข้าไปข้างในและตอนนี้กองกำลังหลักทั้งหมดในโลกกำลังทำงานอย่างหนัก

สาวกที่โดดเด่นของสำนักฉีซื่อมีโอกาสที่จะพบกับชะตากรรมในการเป็นผู้อมตะ ถ้าเจ้าปล่อยข้าไป เจ้าจะได้รับเจ้าสมบัตินี้”ฉีเจียวสุ่ยกล่าว

เย่ฟ่านส่ายหัวและพูดว่า “มันไม่มีประโยชน์อะไรเลยสำหรับข้า ถ้าข้าปล่อยเจ้าไปที่นั่น เจ้าก็คงจะตายเช่นกัน”

“เจ้าไม่รู้ว่าในโอกาสนั้นเป็นอย่างไร บางทีอาจจะมีคัมภีร์โบราณ หรือแม้แต่อาวุธเต๋าสุดขั้ว รวมถึงความลับของอาณาจักรเซียน!”

ดวงตาของฉีเจียวสุ่ยเปล่งประกายจนทำให้ผู้คนสับสน เกือบจะคล้อยตาม

“โอ้ จริงหรือ?” เย่ฟ่านเดินเข้ามา ยกคางของนางขึ้น

“ทำไมข้าถึงคิดว่าเจ้ากำลังล่อลวงให้ข้าเดินเข้ากองไฟ?”

“เจ้าจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม นี่เป็นโอกาสที่ดีในการสำรวจความลับของแดนสวรรค์”

“มีอาณาจักรเซียนหรือไม่แม้แต่จักรพรรดิโบราณและจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่แห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์ก็ไม่สามารถบอกได้อย่างชัดเจน ไม่มีใครรู้เรื่องนี้อย่างแท้จริง”

“ที่นั่นคือแดนสวรรค์ คนอื่นจะเชื่อหรือไม่ข้าไม่สน” ฉีเจียวสุ่ย กล่าวอย่างใจเย็น

“แต่เจ้าเชื่อ...” เย่ฟ่านตอบแทนนาง

“เจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดโลกของเราจึงชื่ออำพรางสวรรค์?”

“ไม่รู้”

“เพราะการดำรงอยู่ของมันมีขึ้นเพื่อปิดบังทางเข้าสู่อาณาจักรเซียน เจ้าจะทำอะไรกับข้า?”

ในขณะนั้นฉีเจียวสุ่ยได้กรีดร้องขึ้นเมื่อมือของเย่ฟ่านเลื่อนต่ำลงจากลำคอของนางเล็กน้อยพร้อมกับเริ่มรื้อค้นเอาทรัพย์สมบัติที่อยู่ในร่างกายของนางออกมาทั้งหมด

แม้ว่านางจะถูกปิดกั้นการฝึกฝน แต่การเคลื่อนไหวของนางก็ไม่ได้ถูกจำกัด

ในเวลานี้นางไม่มีพลังศักดิ์สิทธิ์ แต่นางยังคงเคลื่อนไหวได้ แขนซ้ายของนางเหยียดออกเบาๆ และกรีดเล็บที่แหลมคมไปยังคอของเย่ฟ่าน หลังจากนั้นนางก็เตะเข้าที่ศีรษะของเขา

“ปัง”

เย่ฟ่านไม่ได้ปัดป้องมือของนาง เขาปล่อยให้มันโจมตีเขาอย่างเต็มที่ แต่ถึงแม้ว่าหญิงสาวคนนี้จะไม่มีพลังศักดิ์สิทธิ์การโจมตีของนางก็ยังทำให้เขาได้รับความเจ็บปวดเล็กน้อย

ส่วนขาขวาที่เรียวยาวนั้น เย่ฟ่านไม่ต้องการให้สิ่งสกปรกตกลงบนหน้าผากของเขาดังนั้นเขาจึงถอยกลับเล็กน้อยก่อนจะคว้าต้นขาที่เรียบลื่นของนางดึงเข้ามา

“เจ้า... ปล่อยข้า!”

ฉีเจียวสุ่ยอุทาน ใบหน้าของนางกลายเป็นสีแดงเข้ม กระโปรงยาวไม่สามารถปกปิดความเรียวยาวขาวราวหิมะได้เมื่อขาถูกยกขึ้น ดวงตาของนางเต็มไปด้วยรัศมีอาฆาต

“ปัง”

เย่ฟ่านสะบัดมือของเขาและโยนหญิงสาวให้ปลิวไปกระแทกเก้าอี้หวายตรงกลางห้อง

“ปล่อยข้าไป มิฉะนั้นคนของข้าจะทำลายที่นี่ให้หมด”

“ถ้าพวกเขามีความสามารถก็ทำลายได้เลย” เย่ฟ่านหัวเราะ

“เจ้าคนแซ่เย่ เจ้ากล้าดีอย่างไรทำกับข้าแบบนี้...”

ดวงตาที่งดงามของนางเต็มไปด้วยความอาฆาต แม้ว่านางจะโกรธ แต่นางก็ไม่กล้าที่จะลงมืออีกต่อไป

เย่ฟ่านไม่สนใจนางอีกแล้ว เขารีบตรวจสอบสมบัติที่ได้รับมา ซึ่งมีตั้งแต่อาวุธ ยาเซียนอายุหลายพันปี ราชโองการศักดิ์สิทธิ์ซึ่งสร้างมาจากทองแดง

“คฤหาสน์เซียนที่แท้ก็เป็นอุบายอย่างหนึ่ง?”

เขาประหลาดใจ ราชโองการทองแดงนี้ควรเป็นหนังสืออนุญาตในการเข้าสู่สถานที่แห่งนั้น

สาวกของสำนักฉีซื่อมีโอกาสได้รับโชคชะตาจนกลายเป็นผู้อมตะได้ แต่เขาก็ไม่เชื่อว่าทุกคนจะได้รับราชโองการทองแดงแบบนี้ นั่นแสดงให้เห็นถึงสถานะของหญิงสาวที่ไม่ธรรมดา

“ท่านเจ้าเมือง เกิดเรื่องแล้ว” ในขณะนั้นทหารคนหนึ่งวิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าแตกตื่น

“เกิดอะไรขึ้น?”

“เสียงเรียกของปีศาจกำลังอาละวาด” ทหารหนุ่มรีบรายงานใบหน้าของเขาซีดเผือด

“เคยมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นในอดีตหรือไม่?” เย่ฟ่านประหลาดใจและมาถึงป่าโบราณอย่างรวดเร็ว

ลำต้นของต้นไม้เก่าแก่นั้นบอบบางอย่างยิ่ง และลำต้นก็ถูกสิ่งมีชีวิตคว้านไส้ในจนกลายเป็นต้นไม้กลวง แต่มันกลับมีชีวิตที่ดื้อรั้นราวกับมังกรที่หลับไหลอยู่ในที่แห่งนี้

เย่ฟ่านเข้ามาใกล้และฟังเสียงอย่างระมัดระวัง แต่เขาไม่ได้ยินเสียงใดๆ มีเพียงเสียงกิ่งไม้และใบไม้ที่ดังกรอบแกรบ และเงาของต้นไม่บนพื้นดิน

เขามองดูชาวบ้านด้วยความสับสน แสดงท่าทางงุนงง และใครบางคนก็ก้าวไปข้างหน้าด้วยใบหน้าซีดขาว พร้อมกับรายงานด้วยความเคารพ

“นายท่านเอาหูไปแนบต้นไม้ดู แล้วท่านจะได้ยินมัน”

เย่ฟ่านสงสัยว่ามันเป็นเพียงแค่ต้นไม้ที่แก่ แต่มันจะมีความมหัศจรรย์ได้อย่างไร

ทว่าในชั่วยามถัดมา เมื่อเขาเงี่ยหูฟังอย่างจริงจัง ร่างกายของเขาก็สั่นสะท้าน แสดงให้เห็นท่าทางที่นึกไม่ถึง และถอยหลังไปสองสามก้าว

จบบทที่ 795 - ความลับของโลกอำพรางสวรรค์

คัดลอกลิงก์แล้ว