- หน้าแรก
- ระบบประเมินความเสี่ยงวันสิ้นโลก
- บทที่ 18 - ติดอาวุธรับวันสิ้นโลก
บทที่ 18 - ติดอาวุธรับวันสิ้นโลก
บทที่ 18 - ติดอาวุธรับวันสิ้นโลก
บทที่ 18 - ติดอาวุธรับวันสิ้นโลก
ช่วงบ่าย ซูจิ้นกลับมาที่ห้องเช่าล่วงหน้าเพื่อเอาอาหารหมูไปเก็บ จากนั้นก็ออกไปสำรวจตลาดและซื้อของใช้จำเป็นต่อ จนกระทั่งฟ้าเริ่มมืด เขาถึงได้ลากสังขารอันเหนื่อยล้ากลับมาถึงบ้าน
หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ เขาก็ไปเคาะประตูบ้านตระกูลฝู
ฝูหู่เป็นคนมาเปิดประตู พอเห็นว่าเป็นซูจิ้น เขาก็ยิ้มร่าพร้อมกับผายมือเชิญให้เข้าไปข้างในทันที
"ผู้อำนวยการหลี่ เชิญเข้ามาเลยครับ! กินอะไรมาหรือยัง? พอดีเลย กับข้าวเพิ่งทำเสร็จร้อนๆ"
ซูจิ้นยิ้มตอบ "งั้นก็ต้องรบกวนแล้วล่ะครับ เหล่าฝู"
....
หลังจากกินอิ่มหนำสำราญ ทั้งสองคนก็มานั่งพักผ่อนกันบนโซฟา
ซูจิ้นกำลังใช้ไม้จิ้มฟันแคะฟัน จางหว่านก็ยกน้ำชามาเสิร์ฟสองถ้วย ก่อนจะหันหลังกลับไปง่วนอยู่ในครัวต่อ
ส่วนฝูชิงไต้ก็หนีเข้าห้องไปทำการบ้านตั้งแต่กินข้าวเสร็จแล้ว
ดื่มชาร้อนไปได้ครึ่งถ้วย ซูจิ้นก็ขยับตัวนั่งให้ตรงขึ้น หันไปพูดกับฝูหู่ "เหล่าฝู เรื่องงานของคุณ ผมช่วยถามให้แล้วนะ"
"ครับ?" ฝูหู่โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ชะโงกหน้าเข้าไปหาซูจิ้นอย่างตั้งใจฟัง
ซูจิ้นทิ้งช่วงอยู่ครู่หนึ่ง กระแอมเบาๆ แล้วจิบชาอีกอึก "เรื่องนี้ของคุณน่ะ... มันยุ่งยากกว่าที่ผมคิดไว้ซะอีก"
"นี่มัน..."
"อ๊ะ คุณอย่าเพิ่งใจร้อนสิ" ซูจิ้นยกมือขึ้นห้าม "ที่ผมบอกว่ายุ่งยากน่ะ คือยุ่งยากสำหรับคุณ แต่สำหรับผมแล้วมันก็แค่เรื่องกล้วยๆ"
"อ้อ..." ฝูหู่ผ่อนคลายลง เอียงหูรอฟังต่อ
"เรื่องมันเป็นอย่างนี้ ในสำนักน่ะมีตำแหน่งว่างอยู่จริง แต่เรื่องบางเรื่องคุณก็น่าจะรู้ ตำแหน่งดีๆ มันปล่อยให้ว่างนานไม่ได้หรอก สำนักปฏิบัติการความเสี่ยงฯ ของเราก็เหมือนกัน ตอนนี้มันดันไปคาบเกี่ยวกับเรื่องที่ผมกำลังจะชิงตำแหน่งรองผู้อำนวยการอยู่พอดี ผมเลยออกหน้าไปจัดการให้คุณตรงๆ ไม่ได้ ดังนั้นเรื่องงานของคุณเนี่ย ต้องให้คุณคอยช่วยผมประสานงานหน่อย แต่อาจจะต้องเสียเงินสักนิดนะ..."
จางหว่านที่กำลังล้างจานอยู่ในครัว จู่ๆ ก็เงี่ยหูฟัง ตัวแอบเอนมาข้างหลังนิดๆ
"ผู้อำนวยการหลี่ คุณว่ามาเลยครับ จะให้ผมช่วยประสานงานยังไง?" ฝูหู่รีบถาม
"ผู้อำนวยการสำนักของเราชื่อ จางเจา เขามีลูกชายอยู่คนหนึ่ง โตเป็นหนุ่มแล้วล่ะ อายุมากกว่าลูกสาวคุณหน่อย ชอบพวกอาวุธปืนหน้าไม้ ตอนนี้ลูกน้องผมกำลังโดนจับตามองอยู่ ส่วนคนรอบตัวท่านผู้อำนวยการก็มีแต่คนของคู่แข่งผมทั้งนั้น ผมก็เลยคิดว่าจะใช้ลูกชายเขาเป็นจุดเริ่มต้น พอดีเลยจะได้ฝากเรื่องของคุณให้เขาช่วยจัดการให้ จะได้ล็อกตำแหน่งของคุณไว้ล่วงหน้า"
"เด็กคนนี้ผมเคยเจอหน้ามาครั้งหนึ่ง รู้มาว่าเขาชอบหน้าไม้ แต่เมื่อก่อนผู้อำนวยการของเราไม่กล้าให้เขาเล่น ตอนนี้เด็กโตแล้ว หัวใจก็เริ่มรักสนุก เป็นวัยที่กำลังคลั่งไคล้อาวุธพวกนี้พอดี!"
"คุณช่วยเตรียมธนูทดกำลังชั้นดีให้ผมสักสามคัน เอาแบบ 50 ปอนด์ 70 ปอนด์ แล้วก็ 90 ปอนด์นะ ธนูแต่ละคันก็ซื้อลูกธนูเผื่อไว้เยอะๆ หน่อย เอาแบบหัวเจาะเกราะทะลุทะลวงสูงๆ แบบที่ใช้ล่าสัตว์น่ะ แล้วก็พวกศูนย์เล็งเลเซอร์ อุปกรณ์ช่วยยิง อะไรที่มันเป็นของแต่งธนูก็เหมามาให้หมดเลย แต่จำไว้นะ ธนูแต่ละขนาดต้องซื้อคนละสี ลูกธนูก็เหมือนกัน"
"หา หา หา!" พอได้ยินแบบนั้น ฝูหู่ก็ตกใจสะดุ้ง "ซื้อธนูตั้งสามคัน แถมต้องเอาหัวเจาะเกราะทะลุทะลวงสูงๆ อีก นี่มันกะจะเอาไปทำสงครามกับใครที่ไหนเนี่ย? อีกอย่าง ธนู 90 ปอนด์น่ะ ตอนนี้ผมยังง้างไม่ขึ้นเลยด้วยซ้ำ จำเป็นต้องซื้อด้วยเหรอครับ ผู้อำนวยการหลี่"
"จิ๊... โธ่เอ๊ย.." ซูจิ้นเบือนหน้าหนี ก่อนจะหันกลับมามองตรงๆ "เหล่าฝู ไม่ได้อยากจะว่าหรอกนะ ถึงคุณจะอายุมากกว่าผม แต่เรื่องพวกนี้คุณยังห่างชั้นนัก"
"คุณคิดว่าผมจะเอาของพวกนี้ไปประเคนให้เขาหมดเลยเหรอ? คุณซื้อมาผมก็ต้องมานั่งคัดอีกทีสิ! ปกติก็ไม่ค่อยเอาใจใส่ลูกอยู่แล้ว จะไปฝากฝังให้เขาหางานให้ การให้ของขวัญมันจะไปง่ายแบบนั้นได้ยังไง?"
"แล้วทำไมผมถึงให้คุณซื้อคนละสี แถมยังต้องซื้อมาเยอะๆ ด้วย? ผมจะไปเดินหาซื้อธนูพวกนี้ด้วยตัวเองได้ยังไงล่ะ คุณก็ซื้อมาตุนไว้เยอะๆ ก่อน พอซื้อมาเสร็จผมจะเป็นคนจัดเซ็ตเอง นี่เป็นเรื่องของหลักจิตวิทยาที่ผมอธิบายให้คุณฟังไง... คุณเก็บใบเสร็จไว้ให้ดีนะ พอผมคัดของเสร็จ คุณก็เอาส่วนที่เหลือไปคืน แค่นี้ก็เรียบร้อย"
จางหว่านที่แอบฟังอยู่ในครัว สีหน้าผ่อนคลายลง แล้วก็กลับไปยืนล้างจานตามปกติ
"อ้อ.... ซี๊ด.. อา... หลักจิตวิทยานี่เอง อยู่กับผู้อำนวยการนี่ได้เปิดหูเปิดตาจริงๆ ครับ!" ฝูหู่มีสีหน้าทึ่งจัด
ซูจิ้นจิบน้ำชาไปอึกหนึ่ง แล้วพูดต่อ "เรื่องของคุณ ผมก็อธิบายไปหมดแล้ว คราวนี้มาพูดเรื่องของผมบ้าง ถึงเส้นสายทางลูกชายท่านผู้อำนวยการจะใช้ได้ผล และเรื่องของคุณก็น่าจะจัดการได้ง่ายขึ้น แต่เพราะผมไม่ได้กลับประเทศมานาน สถานการณ์ตอนนี้ก็เลยยังไม่ค่อยชัดเจนนัก ผมมั่นใจแค่เจ็ดส่วนเท่านั้น ส่วนอีกสามส่วนที่เหลือ ต้องฝากความหวังไว้ที่คุณแล้วล่ะ"
สีหน้าของฝูหู่เริ่มเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด
ถึงเขาจะเคยเป็นทหาร แต่ก็เป็นแค่ทหารเกณฑ์ธรรมดาๆ แถมตอนนี้ก็เป็นแค่ชาวบ้านเดินดินกินข้าวแกง การที่ต้องเข้าไปพัวพันกับการแย่งชิงอำนาจแบบนี้ จะบอกว่าไม่กังวลก็คงโกหก
"คุณไม่ต้องเกร็งไปหรอก ความจริงงานของคุณมันง่ายนิดเดียว ทุกครั้งที่ผมออกไปปฏิบัติภารกิจที่ต่างประเทศ ผมจะทิ้งคนสนิทไว้สองคนเสมอ และวางช่องทางการติดต่อลับไว้หลายทาง คุณไปที่ร้านขายอุปกรณ์พลังงานแสงอาทิตย์ตรงเอ้อร์เต้าวานนะ ไปซื้อแผงโซลาร์เซลล์มาให้ผมแผงหนึ่ง แล้วก็แบตเตอรี่สำรองไฟ เครื่องควบคุมการชาร์จ แล้วก็เครื่องแปลงไฟด้วย"
"พอคุณซื้อของเสร็จ อีกไม่นานลูกน้องผมก็จะรู้ความเคลื่อนไหว พวกเขาก็จะเข้าใจเจตนาและสถานการณ์ของผมเอง ส่วนเรื่องที่เหลือผมจะเป็นคนจัดการทั้งหมด คุณก็แค่นอนรอรับตำแหน่งอย่างสบายใจได้เลย!"
"แผงโซลาร์เซลล์เหรอ? ของแบบนั้นมันราคาเท่าไหร่กันครับ ผู้อำนวยการ?" ฝูหู่เพิ่งจะยกถ้วยชาขึ้นมาก็ต้องรีบวางลงทันที
ซูจิ้นนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง "ไปถึงที่นั่น เขาจะจัดของพวกนี้ไว้ให้คุณเป็นชุดเลย ราคารวมๆ น่าจะตกอยู่ประมาณหมื่นสี่พันหยวน"
"หมื่นสี่!" ฝูหู่เบิกตากว้าง "นั่นมันเยอะเกินไปแล้วครับผู้อำนวยการ แถมยังต้องซื้อธนูอีก บ้านผมไม่มีเงินเยอะขนาดนั้น..."
"จะรีบร้อนไปทำไม! ของที่คุณซื้อมา คุณก็เก็บใบเสร็จไว้เองสิ อีกสองวันก็เอาไปคืนได้เหมือนกัน ของพวกนั้นมันก็แค่สัญลักษณ์ที่ผมส่งให้ลูกน้อง ไม่ให้คลาดเคลื่อนแม้แต่นิดเดียว รายละเอียดลึกๆ คุณอย่าถามให้มากความเลย" ซูจิ้นเคาะโต๊ะ ในใจก็รู้สึกลำบากใจไม่น้อย
เมื่อบ่ายเขาไปสืบราคาโซลาร์เซลล์มาแล้ว... อุตสาหกรรมโซลาร์เซลล์ของโลกนี้ยังไม่ค่อยพัฒนา ราคามันถึงได้แพงหูฉี่ แพงจนน่าตกใจ
แต่เขาเตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้ว ยังไงก็เอาไปคืนได้ เชื่อว่าฝูหู่คงไม่ปฏิเสธแน่
"ตกลงครับ!" เป็นอย่างที่คาดไว้ ฝูหู่วางถ้วยชาลงอย่างแรง แล้วพูดอย่างตรงไปตรงมา "งั้นผู้อำนวยการครับ ผมควรจะไปซื้อตอนไหนดี?"
"พรุ่งนี้ครับ อย่างช้าที่สุดต้องไม่เกินมะรืนนี้ ของทุกอย่างคุณต้องซื้อมาให้ครบ แค่ก้าวผ่านจุดนี้ไปได้ หลังจากนี้คุณก็สบาย ผมก็สบาย"
"เข้าใจแล้วครับ พรุ่งนี้ผมจะลางานไปจัดการให้เรียบร้อยเลย"
ซูจิ้นยิ้มกว้าง เอื้อมมือไปตบแขนอีกฝ่ายเบาๆ
"ไม่ต้องตื่นเต้นไปหรอกเหล่าฝู ทุกอย่างมันเป็นไปตามขั้นตอนของมัน... พวกเราก็คุยกันมาพอสมควรแล้ว ผมขอตัวไปดูชิงไต้ก่อนนะ"
"ได้เลยครับ! รบกวนผู้อำนวยการหลี่ด้วยนะครับ" ฝูหู่รีบลุกขึ้นเดินไปส่งซูจิ้นที่หน้าห้องของฝูชิงไต้
เมื่อเปิดประตูเข้าไป ก็เห็นฝูชิงไต้ในชุดนอนสีขาวสะอาดตา กำลังนั่งเบื่อๆ พลิกสมุดแบบฝึกหัดไปมาอยู่หน้าโต๊ะหนังสือ เรียวขาเล็กๆ แกว่งไปมาสลับกัน
พอเห็นพ่อพาซูจิ้นเข้ามา เธอก็ชำเลืองมองอย่างทำตัวไม่ถูก ก่อนจะรีบก้มหน้าหลบสายตา
"ชิงไต้ ตั้งใจฟังที่คุณอาหลี่สอนล่ะ! จำใส่สมองไว้ด้วยนะเว้ย!" ฝูหู่สั่งกำชับ ก่อนจะเอื้อมมือปิดประตูห้องให้
ทันทีที่ประตูถูกปิด ฝูชิงไต้ก็ลุกขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับนกน้อย แล้วไปนั่งเรียบร้อยอยู่บนเตียง
ซูจิ้นกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องของเด็กสาว ภายในห้องเต็มไปด้วยตุ๊กตาตัวเล็กๆ วางเรียงราย อากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ
จากนั้นเขาก็ก้าวไปนั่งบนเก้าอี้ หันหน้าเข้าหาฝูชิงไต้ แล้วถามเสียงเบา "ห้องนี้เก็บเสียงดีใช่ไหม?"
"อืม... พูดเบาๆ หน่อย พวกเขาก็ไม่ได้ยินแล้วล่ะค่ะ" ฝูชิงไต้ตอบเสียงแผ่ว
"เงินล่ะ? วันนี้ขโมยมาได้เท่าไหร่ เอามาให้ฉันสิ" ซูจิ้นแบมือขอเงิน
ฝูชิงไต้ล้วงมือเข้าไปคลำหาใต้ที่นอนอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะหยิบเอาธนบัตรใบเล็กๆ กำหนึ่งมาวางแหมะลงบนฝ่ามือของเขา
แต่พอซูจิ้นเพ่งมองดูชัดๆ สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด!
(จบแล้ว)