- หน้าแรก
- ระบบประเมินความเสี่ยงวันสิ้นโลก
- บทที่ 15 - คุณสมบัติของสุดยอดสายลับ
บทที่ 15 - คุณสมบัติของสุดยอดสายลับ
บทที่ 15 - คุณสมบัติของสุดยอดสายลับ
บทที่ 15 - คุณสมบัติของสุดยอดสายลับ
"ตกลงมันเรื่องอะไรกันแน่เนี่ย?" จางหว่านลดเสียงถาม
ฝูหู่ขมวดคิ้ว "ไม่รู้สิ จู่ๆ ก็โผล่มา... อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสำนักปฏิบัติการความเสี่ยงฯ อะไรนั่น แต่หน่วยงานบ้าบอนี่ฉันไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนเลย แถมยังมีบัตรประจำตัวทหารของฉัน แล้วก็รู้ประวัติฉันด้วย... ตอนนี้ฉันยังแยกไม่ออกเลยว่าจริงหรือหลอก แต่ว่าหมอนั่นมีของไฮเทคอยู่กับตัวด้วย ไอ้ของพรรค์นั้นต้องเป็นอุปกรณ์ล้ำยุคแน่ๆ คนธรรมดาไม่มีทางมีของแบบนั้นได้หรอก"
"ที่เขาพูดอาจจะเป็นเรื่องจริง แต่ก็น่าจะเป็นไปได้ยาก... ฉันก็ไม่กล้าหักหน้าเขา เกิดเป็นข้าราชการระดับสูงขึ้นมาจริงๆ จะซวยเอาได้"
"ซี๊ดด... โอย" จางหว่านแสดงความกังวล "ไม่ใช่ว่าเจอพวกสิบแปดมงกุฎหรอกนะ? คุณต้องตั้งสติให้ดีนะตาเฒ่าฝู เมื่อก่อนคุณก็แค่ทหารเกณฑ์ธรรมดาๆ จะไปมีเรื่องใหญ่โตอะไรให้เข้าไปพัวพันได้? ถ้ามันกล้าพูดเรื่องเงินเมื่อไหร่ พวกเราก็แจ้งตำรวจจับมันเลย!"
"ใจเย็นๆ ฉันชวนเขากินข้าวแล้ว เดี๋ยวจะลองหลอกถามดู ถ้าเป็นพวกลวงโลก ไอ้เด็กเมื่อวานซืนแบบนี้จะมาหลอกฉันได้ไง? คอยดูจังหวะจากฉันก็แล้วกัน!"
"มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย? ของดีๆ ที่ซื้อมาวันนี้ตั้งใจจะเอามาบำรุงลูกสาวแท้ๆ นานๆ ทีแกจะเจริญอาหาร ดันมีคนนอกโผล่มากินฟรีซะงั้น" จางหว่านโบกมือบ่นกระปอดกระแปด
"เลิกบ่นได้แล้ว รีบๆ ทำเข้าเถอะ"
"เอ้อ คุณไปบอกให้ชิงไต้ล็อกประตูห้องซะนะ ให้ลูกกินทีหลังก็แล้วกัน"
....
อาหารเต็มโต๊ะ แก้วน้ำเตรียมพร้อม
ซูจิ้นหยิบรีโมตมากดดูหนังแบบกรอความเร็ว สมุดโน้ตก็จดไปแล้วตั้งสองหน้าเต็มๆ
เมื่อนำกับข้าวจานสุดท้ายมาวาง ฝูหู่ก็หันไปถาม "ผู้อำนวยการหลี่ ดูเสร็จหรือยังครับ?"
ซูจิ้นกดหยุดทีวี พับสมุดโน้ตเก็บแล้วลุกเดินมาที่โต๊ะอาหาร ยิ้มให้สองสามีภรรยา "ต้องรบกวนทั้งสองท่านแล้ว วันนี้เกรงใจจริงๆ ครับ!"
"ผมขอแนะนำให้รู้จักนะครับ นี่ภรรยาผม จางหว่าน... ส่วนท่านนี้..." ฝูหู่ผายมือแนะนำ
"ผู้อำนวยการสำนักปฏิบัติการความเสี่ยงฯ หลี่หาวเฉิงครับ" ซูจิ้นหันไปพยักหน้ายิ้มให้จางหว่าน
"เชิญนั่ง เชิญนั่งเลยค่ะ!" ฝูหู่รีบพยักหน้ารับ
ทั้งสามคนนั่งลง บรรยากาศตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ
ฝูหู่ยกแก้วเหล้าขึ้นส่งให้ซูจิ้น "ผู้อำนวยการหลี่ เมื่อกี้คุณก็บอกว่าการได้พบกันถือเป็นวาสนา ผมขอชนแก้วกับคุณก่อนเลยครับ!"
ซูจิ้นยกมือขึ้นปฏิเสธอย่างสุภาพ "ขอโทษด้วยครับ นอกเวลางานผมไม่ดื่มแอลกอฮอล์"
สองสามีภรรยาสบตากัน จางหว่านยิ้มพูดว่า "ใช่ค่ะๆ! ดื่มน้อยๆ ดีต่อสุขภาพ! งั้นก็ทานกับข้าวเยอะๆ นะคะ"
พูดจบ จางหว่านก็คีบกับข้าวไปใส่ชามซูจิ้น
"ผู้อำนวยการหลี่คะ เมื่อกี้ฉันได้ยินที่พวกคุณคุยกัน เหมือนจะได้ยินคำว่าสำนักปฏิบัติการความเสี่ยงฯ อะไรสักอย่าง? ทำไมฉันถึงไม่เคยได้ยินชื่อเลยล่ะคะ ช่วยเล่ารายละเอียดให้ฟังหน่อยได้ไหม ประเทศเรามีหน่วยงานนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?"
"ได้สิครับ ความจริงหน่วยงานนี้ก่อตั้งมานานมากแล้ว อืม..." ซูจิ้นพูดไปได้ครึ่งประโยค ก็บิดตัวหันไปมองทางห้องนอนของฝูชิงไต้ แล้วหันกลับมาพูดว่า "คุณสองคนครับ คนที่อยู่ในห้องคือลูกสาวใช่ไหมครับ? ทำไมไม่เรียกออกมากินข้าวด้วยกันล่ะ?"
"ไม่ต้องหรอกค่ะ ไม่ต้อง เด็กคนนั้นชอบกินขนมจุกจิก ไม่ค่อยกินข้าวเป็นเรื่องเป็นราว ปล่อยแกไปเถอะค่ะ" จางหว่านตอบด้วยสีหน้ามีน้ำโห "ผู้อำนวยการหลี่เล่าต่อเลยค่ะ"
"เอ่อ... ไม่ทราบว่าลูกสาวของพวกคุณชื่ออะไรเหรอครับ?" ซูจิ้นเปลี่ยนเรื่องคุย
พอได้ยินคำถามนี้ สองสามีภรรยาก็ระวังตัวขึ้นมาทันที จางหว่านแอบเอาเท้าสะกิดฝูหู่ใต้โต๊ะ
"ลูกสาวผมชื่อฝูชิงไต้ มีอะไรหรือเปล่าครับ?" ฝูหู่ถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"เด็กคนนั้น..." ซูจิ้นอึกอัก ก่อนจะพูดขึ้นในที่สุด "ช่วงนี้เด็กคนนั้นไปเจอเรื่องอะไรมาหรือเปล่าครับ? ผมดูแล้วสภาพจิตใจเธอไม่ค่อยปกติเท่าไหร่นะ"
สองสามีภรรยาสบตากันอีกครั้ง คราวนี้แววตาเปลี่ยนไป
ฝูหู่นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ รีบถามขึ้นทันที "ผู้อำนวยการหลี่ คุณบอกว่าคุณเชี่ยวชาญด้านจิตวิทยา... มองเห็นปัญหาจริงๆ เหรอครับ?"
ซูจิ้นหัวเราะหึๆ "แน่นอนครับ ขอแค่ศึกษามาอย่างลึกซึ้งพอ มองแวบเดียวก็รู้แล้ว... ดูท่าทางแก้วตาดวงใจของพวกคุณคงจะมีปัญหาจริงๆ สินะครับ? เรียกเธอออกมาให้ผมดูอาการหน่อยสิ ผมไม่กล้ารับประกันหรอกนะว่าจะเก่งกว่าพวกผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้า แต่ฝีมือดีกว่าพวกหมอปลายแถวแน่นอน"
ยังไม่ทันที่ฝูหู่จะอ้าปาก จางหว่านก็ลุกพรวดไปเรียกฝูชิงไต้แล้ว
ไม่นาน ฝูชิงไต้ก็มานั่งที่โต๊ะอาหาร เอาแต่ก้มหน้างุดไม่กล้าปริปากพูด
"พูดสิ! ทักทายสิ! เรียกคุณอาหลี่สิลูก!" จางหว่านจิ้มไหล่ฝูชิงไต้
"อา... อาหลี่..." ฝูชิงไต้กัดริมฝีปากล่างแน่น แอบเหลือบมองซูจิ้นแวบหนึ่งอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรีบก้มหน้าลงตามเดิม
"ผู้อำนวยการหลี่ ช่วยดูหน่อยสิคะว่าเด็กคนนี้เป็นอะไรไป?" จางหว่านถามอย่างร้อนรน "ช่วงนี้แกชอบ..."
จางหว่านกำลังจะเล่าอาการป่วย แต่ฝูหู่ก็ขัดจังหวะเสียงเข้ม
"คุณเงียบไปเลย อย่ารบกวนเขา ปล่อยให้ผู้อำนวยการหลี่ดูอาการไป!"
เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาอย่างนั้นเหรอ ถือโอกาสนี้ดูเลยก็แล้วกันว่าเชี่ยวชาญจริงหรือเปล่า ของจริงหรือของปลอม ลองดูก็รู้!
ซูจิ้นก้มหน้าลงเล็กน้อย แกล้งทำเป็นพิจารณาฝูชิงไต้ หลังจากแสร้งทำเป็นครุ่นคิดอยู่สองนาที
ภายใต้สายตาที่จับจ้องของสองสามีภรรยา เขาค่อยๆ เอ่ยขึ้น "เด็กคนนี้... ดูจากโหงวเฮ้งและสีหน้าแล้ว มีความเครียดสูงมาก ผมถึงขั้นรู้สึกได้ว่าเธอมีแนวโน้มอยากฆ่าตัวตายด้วยซ้ำ โดยทั่วไปแล้ว ในช่วงวัยนี้ อาการพวกนี้มักเกิดจากความกดดันเรื่องการเรียนเป็นหลัก"
จางหว่านหันขวับไปมองฝูหู่ทันที สีหน้าบอกชัดเจนว่า 'เห็นไหม ฉันบอกแล้ว'
ฝูหู่ปรายตามองภรรยาอย่างไม่พอใจ
นังเมียผลาญสมบัติเอ๊ย เพิ่งจะคุยกันไปไม่กี่คำก็เกือบจะถูกเขาจูงจมูกไปแล้ว! ไม่ได้เรื่องเลย!
"ผลการเรียนช่วงนี้ โดยเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์กับฟิสิกส์ ตกลงไปก่อนวิชาอื่นใช่ไหมครับ?"
"ใช่ค่ะ! ใช่เลย! คะแนนคณิตศาสตร์แย่ลงทุกวัน!" จางหว่านร้องอย่างประหลาดใจ "ผู้อำนวยการหลี่ มองออกได้ยังไงคะเนี่ย?"
"เรื่องปกติครับ ความน่าจะเป็นน่ะ" ซูจิ้นตอบ "ชิงไต้ เงยหน้าขึ้นมา ฉันจะถามเธอสองคำถาม"
ฝูชิงไต้เงยหน้าขึ้นมา พยักหน้าหงึกๆ สองทีด้วยความหวาดกลัว
"ตอนเที่ยงที่โรงเรียนพักกี่โมง แล้วเธอกินข้าวกี่โมง?"
"พักตอนเที่ยงตรงค่ะ หนูไปกินข้าวตอนเที่ยงครึ่ง"
"แล้วตอนเที่ยงกินอะไรบ้าง? กินกับใคร"
"แต่ละวันก็กินไม่เหมือนกันค่ะ...."
ซูจิ้นรัวคำถามเรื่องกิจวัตรประจำวันไปสิบกว่าข้อ ทำเอาสองสามีภรรยางงเป็นไก่ตาแตก
คิ้วของฝูหู่ขมวดเข้าหากันแน่น สายตาไม่ยอมละไปจากซูจิ้นเลย
จนกระทั่งถามคำถามที่ยี่สิบจบ ซูจิ้นก็ยกแก้วน้ำขึ้นมาจิบ รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าอีกครั้ง
"ผมว่าปัญหาชัดเจนแล้วล่ะครับ"
"เกิดอะไรขึ้นคะผู้อำนวยการหลี่?" จางหว่านรีบถาม
"ข้อแรกเมื่อกี้ผมบอกไปแล้ว ก็คือความเครียดจากเรื่องเรียนหนักเกินไป แต่ข้อที่สองนี่ซับซ้อนหน่อย... เธอมีความรักในวัยเรียนครับ"
"หนูไม่ได้มีซักหน่อย!!" ฝูชิงไต้เถียงทันควัน มือเล็กๆ หยิกโคนขาตัวเองแน่น
"เธอมี... แถมผู้ชายคนนั้นก็ไม่ได้อยู่ห้องเดียวกับเธอด้วย ฉันเดาว่าน่าจะอยู่ห้องข้างๆ ผลการเรียนไม่ค่อยดี แต่เก่งกีฬา... เขาคบกับเธอมาประมาณสองเดือนกว่าๆ แล้วก็เปลี่ยนใจไปชอบคนอื่น ทิ้งเธอไป บางทีเธออาจจะไปตามง้อเขา แต่ก็โดนเขาด่ากลับมาใช่ไหม?" ซูจิ้นจ้องฝูชิงไต้เขม็ง
กลั้นไว้! ต้องกลั้นไว้ให้ได้!!
ดวงตากลมโตของฝูชิงไต้เอ่อล้นไปด้วยน้ำตา โคนขาถูกหยิกจนเขียวช้ำไปหมด แล้วจู่ๆ เธอก็โผเข้ากอดจางหว่าน ปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายใคร
พอเห็นลูกสาวร้องไห้โฮแบบไม่ห่วงสวย สองสามีภรรยาก็สบตากันอีกครั้ง คราวนี้แววตาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
นี่มัน นี่มัน นี่มัน... มหัศจรรย์เกินไปแล้ว!
ขนาดไปโรงพยาบาลหมอยังตรวจไม่เจออาการตั้งเยอะแยะ แค่ถามส่งๆ ไม่กี่คำก็จับต้นชนปลายหาต้นตอของโรคเจอเลย!
นี่คือคุณสมบัติของสุดยอดสายลับอย่างนั้นเหรอ?
"โธ่เอ๊ย ฉันก็บอกแล้วไง!! เด็กคนนี้ก็แค่เครียดเรื่องเรียน แถมยังแอบมีความรักอีก! ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย มีแต่คุณนั่นแหละที่ดึงดันจะส่งลูกไปโรงพยาบาลจิตเวชให้ได้!" จางหว่านโวยวายใส่ฝูหู่ด้วยความโมโห ในใจรู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก
(จบแล้ว)