- หน้าแรก
- อำพรางสวรรค์
- 760 - ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของเผ่าพันธุ์อสูร
760 - ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของเผ่าพันธุ์อสูร
760 - ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของเผ่าพันธุ์อสูร
760 - ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของเผ่าพันธุ์อสูร
“เขาตายแล้ว”
ตัวตนโบราณที่มีชีวิตอยู่มานานถึงสามพันปี เป็นตำนานของดินแดนรกร้างตะวันออกในที่สุดก็จบชีวิตลงอย่างน่าเศร้าภายใต้เสียงคร่ำครวญจากศิษย์ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์แสงโชติช่วง
“เขากำลังจะสิ้นอายุขัย ต่อให้ไม่ตายวันนี้ก็ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ถึงครึ่งปี”
หลายคนถอนหายใจ ชายผู้ยิ่งใหญ่ที่ไม่มีใครเทียบได้ควรจะมีโอกาสได้จบชีวิตของตัวเองอย่างสง่างามมากกว่านี้
“ศิษย์พี่ใหญ่...”
ปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์แสงโชติช่วงเศร้าสลดใจและโกรธจัด ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์ก่อนจะปลดปล่อยดวงอาทิตย์นับร้อยขึ้นสู่ท้องฟ้า
“อาจารย์โปรดระงับความเศร้าโศก”
บุตรศักดิ์สิทธิ์ของแสงโชติช่วงก้าวไปข้างหน้าและห้ามปรามอาจารย์ของเขา
เมื่อหลี่เต้าชิงเห็นบุตรศักดิ์สิทธิ์ดวงตาอันสลัวของเขาก็สว่างขึ้น และกล่าวว่า
“ในวันข้างหน้า เจ้าต้องสังหารนักพรตมังกรแดงเพื่อล้างแค้นให้กับปรมาจารย์ใหญ่”
"ในโลกนี้ไม่มีถูกผิด คนตายมักจะได้รับความเห็นอกเห็นใจเสมอ แม้ว่าเจ้าจะอายุน้อยกว่าข้ามากและยังมีพลังชีวิตเหลืออีกมากมาย แต่เจ้ายังเทียบไม่ได้กับหวังเจิ้ง หากคิดจะลงสนามเจ้าก็ไม่อาจรอดพ้นความตายเช่นกัน"
นักพรตมังกรแดงกล่าวเรียบๆ แม้ว่าการต่อสู้เมื่อสักครู่นี้จะรุนแรงจนทำให้เขาได้รับบาดเจ็บ แต่มันก็ไม่ได้ทำให้รากฐานของเขาได้รับความเสียหาย
หากจะต่อสู้กับหลี่เต้าชิงอีกครั้งก็ค่อนข้างมั่นใจได้ว่าปรมาจารย์แสงโชติช่วงจะต้องเป็นยอดฝีมือของดินแดนศักดิ์สิทธิ์อีกคนที่ร่วงหล่นในการประลองครั้งนี้
ทุกคนในโลกรู้ดีว่าหลี่เต้าชิงจะไม่มีโอกาสเป็นประมุขของดินแดนศักดิ์สิทธิ์แสงโชติช่วงได้อย่างแน่นอนหากหวังเจิ้งไม่ได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้กับนักพรตมังกรแดงเมื่อสองพันปีก่อน และพรสวรรค์ของเขาห่างไกลจากหวังเจิ้งลิบลับ
โดยเฉพาะเมื่อไม่นานมานี้นักพรตมังกรแดงได้ไล่ล่าสังหารหลี่เต้าชิงไปสุดโลก หากไม่ใช่เพราะความช่วยเหลือของหม้อมังกรสวรรค์ซึ่งเป็นอาวุธเต๋าสุดขั้ว ปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์แสงโชติช่วงคนนี้คงตายไปตั้งแต่เมื่อไม่กี่ปีก่อน
นักพรตมังกรแดงดื่มน้ำพุศักดิ์สิทธิ์และยืนอยู่กลางสนามรบ ร่างกายของเขาปกคลุมไปด้วยเมฆสีแดง เลือดที่ไหลจากบาดแผลหยุดลงแล้ว และพละกำลังของเขาก็ฟื้นคืนมาอย่างรวดเร็ว
เขายืนอยู่ที่เดิมด้วยความสงบ เสื้อคลุมนักพรตกำลังโบกสะบัดตามลม ทำให้คู่ต่อสู้ทุกคนหวาดกลัวอย่างยิ่ง ความแข็งแกร่งของเขาทำให้ยอดฝีมือจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายเงียบสนิทไม่มีผู้ใดกล้าเสนอหน้าออกไปรับความตาย
นักพรตมังกรแดงน่ากลัวเกินไปแม้กระทั่งยอดฝีมืออันดับหนึ่งของดินแดนศักดิ์สิทธิ์แสงโชติช่วงก็ยังตายไปแล้ว หากใครคิดจะเดินลงสนามประลองต้องชั่งน้ำหนักของตัวเองให้ดี
“ฮ่าฮ่า...”
ผู้นำสูงสุดของนิกายหยินหยางหัวเราะอย่างเย็นชาและมองไปยังลานประลองพร้อมกับกล่าวว่า
“นักพรตมังกรแดงน้ำใจของเจ้าช่างยิ่งใหญ่คับฟ้าจริงๆ เพียงเพราะเด็กคนหนึ่ง คุ้มแล้วหรือที่จะทำเช่นนี้?”
ทุกคนรู้ดีว่าเย่ฟ่านเป็นแค่ยอดเล็กๆของภูเขาใต้มหาสมุทร ทั้งสองฝ่ายบาดหมางกันมาเป็นเวลาช้านาน และพวกเขาเพียงใช้เย่ฟ่านเป็นข้ออ้างในการฆ่าฟันกันเท่านั้น
“หวังหยางซานถ้าเจ้าไม่เห็นด้วยก็เข้ามาด้วยตนเอง เลิกกล่าวไร้สาระได้แล้ว” นักพรตมังกรแดงเช็ดเลือดอกจากมุมปากของเขา
“นักพรตมังกรแดงเจ้าคิดจริงๆเหรอว่าเจ้าจะเป็นผู้อยู่ยงคงกระพันในโลก การให้ความช่วยเหลือเด็กคนนี้รังแต่จะทำให้เจ้ากลายเป็นศัตรูของคนหมู่มาก”
ประมุขนิกายหยินยางเหลือบมองเย่ฟ่านครู่หนึ่ง แล้วจ้องไปที่นักพรตมังกรแดงอีกครั้ง พร้อมทั้งกล่าวว่า
"เด็กคนนี้สังหารทายาทของข้า หากเจ้ายังคงปกป้องเขานั่นหมายความว่าเจ้าต้องการเป็นศัตรูกับนิกายหยินหยาง เป็นศัตรูกับคนทั้งโลก"
“เจ้าเป็นตัวแทนของคนทั้งโลกได้หรือ?” นักพรตมังกรแดงแค่นยิ้มอย่างเย็นชาและกล่าวว่า “ถ้าเจ้าไม่เห็นด้วย ก็เข้ามาได้เลย”
ประมุขนิกายหยินหยางแสยะยิ้มเล็กน้อย “เอาล่ะ ให้ข้าได้ชื่นชมทักษะลับที่ไม่มีใครเทียบของเจ้าหน่อย ข้าไม่ได้เห็นมันมาหลายพันปีแล้ว” ประมุขนิกายหยินหยางเดินเข้าสู่สนามรบด้วยสภาวะอันกล้าแข็ง
“หวังหยางซานเจ้ายังคงแข็งแกร่งเหมือนเดิม” นักพรตมังกรแดงกล่าวอย่างเคร่งขรึม
“เจ้าต้องการใช้ประโยชน์จากอาการบาดเจ็บสาหัสของพี่มังกรแดงเพื่อปลิดชีวิตเขาหรือ น่าเสียดายที่ความคิดต่ำช้าของเจ้าต้องเสียเปล่าแล้ว” นักพรตอีกาเอ่ยแทรกขึ้นมาทันใด
“เขาเป็นคนยื่นคำท้าให้ข้าเอง!” หวังหยางซานยิ้มเบาๆและหันไปเผชิญหน้ากับนักพรตมังกรแดง
“พี่มังกรแดงไปพักผ่อนเถอะ ข้าจะสู้กับเขาเอง” นักพรตอีกากล่าว
“นักพรตอีกาเจ้าหมายความว่าอย่างไร ข้ารับคำท้านักพรตมังกรแดงแล้ว ทำไมเจ้าถึงเข้ามาแทรกแซงเช่นนี้” หวังหยางซานถามด้วยใบหน้าโกรธเกรี้ยว
“รอให้ข้าตายเจ้าค่อยไปสู้กับพี่มังกรแดงเถอะ!” นักพรตอีกากล่าวพร้อมรอยยิ้ม
ด้านนอกลานประลองทุกคนต่างประหลาดใจ สัตว์ประหลาดที่ไม่มีใครเทียบได้ตัวนี้จะลงสนามประลองจริงๆ
“ข้าเอง” นักพรตมังกรแดงกล่าว
“ไม่ ข้าไม่ชอบคนต่ำช้าเช่นนี้ ข้าจะเป็นคนสังหารมันเอง” นักพรตอีกายืนยัน
นักพรตมังกรแดงหัวเราะและไม่พูดอะไรอีก เขาหันหลังกลับแล้วเดินออกจากสนามประลองในพริบตา
ประมุขนิกายหยินหยางมีสีหน้ามืดมนและคำรามขึ้นด้วยความไม่พอใจ
“นักพรตมังกรแดง นี่หมายความว่าอย่างไร?”
“เจ้ามีเรื่องขุ่นเคืองกับนักพรตอีกาก็ตัดสินกันให้เสร็จสิ้น หากเจ้าชนะเขาได้ก็ไม่ต้องห่วง ข้าจะลงสนามเป็นคนต่อไปอย่างแน่นอน” นักพรตมังกรแดงกล่าวโดยไม่หันหลังกลับ
นอกลานประลอง ทุกคนต่างให้ความสนใจ ขณะนี้มีผู้ยิ่งใหญ่อีกสองคนกำลังจะเผชิญหน้ากัน การต่อสู้ที่ทำให้หลายคนตั้งตารอ
“หวังหยางซาน ข้าได้ยินมาว่าบุตรศักดิ์สิทธิ์และสตรีศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าถูกใครบางคนตัดหัว ทำไมเจ้าไม่ดูแลพวกเขาให้ดี?” นักพรตอีกาเอ่ยถาม
หวังหยางซางแค่นเสียงอย่างเย็นชา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวอย่างถึงที่สุด
“เมื่อไม่กี่วันก่อน ผู้สืบทอดที่เจ้าเลือกเองก็จบชีวิตลงในรังหมื่นมังกร เรื่องนี้เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง ข้าก็เห็นเหตุการณ์ครั้งนั้นแต่ไม่สามารถช่วยเหลือเขาได้?” นักพรตอีกากล่าวเยาะเย้ย
“อีกาเฒ่า เจ้าพูดมากไปแล้ว!” ประมุขนิกายหยินหยางกล่าวอย่างเย็นชา
“พูดมากเหรอ ข้าแค่ถามเฉยๆ การตีความของเจ้าช่างน่าประหลาด คนที่เจ้าเลือกตายแล้วและตอนนี้เจ้าก็จะตายเช่นกัน หลังจากที่เจ้าตายแล้วลูกหลานนิกายหยินหยางของเจ้าจะทำอย่างไร” นักพรตอีกาหัวเราะ
“หยุดพูดไร้สาระ การฝึกฝนของเจ้าเป็นอย่างไร ข้าหวังว่าหลังจากที่ไม่พบกันสองพันปีเจ้าคงไม่ทำให้ข้าผิดหวังหรอกนะ!”
หวังหยางซานคำรามและเรียกกระจกโบราณให้ปรากฏขึ้นเหนือศีรษะของเขา
“นั่นเป็นอาวุธระดับอมตะ กระจกหยินหยาง!” มีคนอุทานออกมา
“ไม่ กระจกโบราณนั้นเป็นสมบัติล้ำค่าของหอคัมภีร์หยินหยางเป็นไปไม่ได้ที่จะนำมาใช้ส่วนตัว”
“เป็นของเลียนแบบหรือ?” อีกคนกล่าว
“แต่ถึงจะเป็นของเลียนแบบ แต่ก็มีพลังมหาศาลเช่นกัน” มีคนกล่าวขึ้นมา
"กริ้ง!"
ระฆังศักดิ์สิทธิ์ปรากฏบนหัวของนักพรตอีกา มันงดงามบริสุทธิ์และไร้ที่ติราวกับหยก
“นี่เป็นวัตถุศักดิ์สิทธิ์ที่หาได้ยาก ข้าได้ยินว่าเขาสร้างมันมาหลายพันปีแล้ว!” ทุกคนประหลาดใจ
“เราจะตัดสินชี้เป็นชี้ตายในการโจมตีครั้งเดียวไม่เช่นนั้นเราทั้งสองคนอาจตายตามกันไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” นักพรตอีกายิ้มและดื่มน้ำพุศักดิ์สิทธิ์เข้าไปสองสามอึก
ประมุขนิกายหยินหยางพยักหน้าอย่างเฉยเมย เขากลืนยาศักดิ์สิทธิ์สามเม็ดซึ่งช่วยกระตุ้นพลังชีวิตที่เหลืออยู่ของเขาให้ตื่นขึ้นมา
กระจกโบราณแห่งหยินหยาง ด้านหน้าเป็นสีแดงดั่งเลือด และด้านหลังเป็นสีดำทมิฬดุจหมึก หยินและหยางไหลเวียนมาบรรจบบนศีรษะของเขา
“บูม”
ทั้งสองเริ่มการโจมตีพร้อมกัน สนามรบโบราณทั้งหมดกลายเป็นสีแดง พร้อมกับหมอกโกลาหลที่ลอยต่ำลงมาปกคลุมทั่วทั้งลานประลอง