- หน้าแรก
- มรรคาดาราผลาญสวรรค์
- บทที่ 9 แอบดู? ไอ้โรคจิตสารเลว!
บทที่ 9 แอบดู? ไอ้โรคจิตสารเลว!
บทที่ 9 แอบดู? ไอ้โรคจิตสารเลว!
บทที่ 9 แอบดู? ไอ้โรคจิตสารเลว!
"เอ่อคือว่า..."
กู่เฉินรู้สึกผิดขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่เขาเอ่ยเสียงอ่อย "หากข้าบอกว่าแค่บังเอิญผ่านมาเจ้าจะเชื่อหรือไม่?"
พูดจบเขาก็หันหลังเตรียมจะจากไป
ทว่าเด็กสาวกลับจำกู่เฉินได้ในทันทีแม้แต่มือที่ถือดาบอยู่ยังสั่นสะท้านเล็กน้อย "เป็นเจ้าไอ้โรคจิตสารเลวนี่เอง!!"
ทันใดนั้นซินเอ๋อร์ก็นึกอะไรขึ้นมาได้นางรีบหันไปมองหญิงสาวในแม่น้ำลาวาพลางกรีดร้องลั่น "คุณหนู ไอ้โรคจิตนั่นมาอยู่ที่นี่เจ้าค่ะ!!"
ระหว่างที่พูดนางก็โยนเสื้อผ้าชุดหนึ่งไปให้ลั่วเยวี่ยจู๋
ทว่าเสื้อผ้ายังไม่ทันจะเข้าใกล้ร่างของลั่วเยวี่ยจู๋ที่กำลังฝึกฝนอยู่ก็ถูกความร้อนเผาไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านกลางอากาศไปเสียก่อน
มองดูคุณหนูที่เปลือยเปล่าซินเอ๋อร์ก็ร้อนรนดั่งไฟสุม "คุณหนู คุณหนู..."
แต่ไม่รู้ว่าเหตุใดไม่ว่านางจะเรียกอย่างไรลั่วเยวี่ยจู๋ก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆเลย และตัวนางเองก็ไม่อาจทนรับความร้อนระอุอันน่าสะพรึงกลัวของลาวาได้เลย
จากนั้นสายตาของนางก็ตวัดขวับไปจ้องกู่เฉินเขม็ง "ไอ้โรคจิตสารเลว ห้ามแอบดูคุณหนูของข้านะ!"
แต่ใครจะคาดคิดว่าอีกฝ่ายกลับยังคงจ้องมองอยู่!
"ข้าจะฆ่าไอ้โรคจิตอย่างเจ้าทิ้งซะเพื่อปัดเป่าภัยพาลให้แผ่นดิน!"
สิ้นเสียงซินเอ๋อร์ก็พุ่งทะยานเข้าใส่กู่เฉิน ดาบในมือแทงทะลวงออกไปจนเกิดเสียงปราณดาบแหวกอากาศอานุภาพร้ายกาจยิ่งนัก
"ก็บอกว่าบังเอิญผ่านมา อุบัติเหตุไงเล่า เจ้าไม่ได้ยินหรืออย่างไร?"
วินาทีนี้กู่เฉินก็เริ่มมีน้ำโหขึ้นมาบ้างแล้ว "ที่บ้านเจ้าไม่ได้สั่งสอนเรื่องมารยาทมาบ้างหรือไง?"
เอะอะก็ด่าว่าไอ้โรคจิตสารเลว แค่ประเดี๋ยวเดียวก็ด่าไปอย่างน้อยสามรอบแล้ว
เดิมทีกู่เฉินยังรู้สึกผิดกับอุบัติเหตุในครั้งนี้อยู่บ้างที่บังเอิญไปเห็นเรือนร่างของลูกผู้หญิงเข้า แต่คำด่าทอเหล่านั้นก็ทำให้เขาโกรธเป็นฟืนเป็นไฟได้เช่นกัน
เมื่อเผชิญหน้ากับดาบที่เด็กสาวฟาดฟันเข้ามากู่เฉินก็ชักดาบในมือออกมารับการโจมตีทันที
เคร้ง!
ดาบยาวปะทะกันกลางอากาศพละกำลังอันแข็งแกร่งทำให้กู่เฉินถึงกับตื่นตะลึง ร่างของเขากระเด็นถอยหลังไปไกลนับสิบเมตร
"เบิกนภาขั้นที่เก้า!"
เขาไม่คาดคิดเลยว่าเด็กสาวที่ดูอายุเพียงสิบห้าสิบหกปีผู้นี้จะมีพลังฝึกตนที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้! ที่สำคัญนางถึงกับบ่มเพาะปราณดาบออกมาได้แล้ว!
อายุเพียงเท่านี้แต่กลับมีพลังร้ายกาจย่อมไม่ใช่คนของเมืองหลินซานเป็นแน่ มิเช่นนั้นเขาต้องรู้จักนาง แต่หากไม่ใช่คนเมืองหลินซานแล้วเหตุใดถึงเคยได้ยินข่าวลือฉาวโฉ่ของเขาได้เล่า?
"สำหรับคนพรรค์เจ้าที่แม้แต่ศพก็ยังไม่เว้น ยังต้องพูดถึงเรื่องมารยาทอีกหรือ วันนี้ข้าจะฆ่าไอ้โรคจิตอย่างเจ้าซะ!"
ซินเอ๋อร์แค่นเสียงด่าทอ ดาบยาวในมือพลิกแพลงตวัดปราณดาบดุจบานบุปผาพุ่งตรงเข้าจู่โจมศีรษะของกู่เฉินทันที
"ศพงั้นหรือ?"
เมื่อได้ยินอีกฝ่ายพูดเช่นนี้กู่เฉินก็กระจ่างแจ้งในทันที คงเป็นตอนที่เขาสังหารกู้ฉิงเอ๋อร์แล้วกำลังค้นของบนร่างของนางแน่ๆที่บังเอิญถูกคนผู้นี้มาเห็นเข้า
"เข้าใจผิดกันแล้ว เรื่องนี้มันเป็นเรื่องเข้าใจผิด สิ่งที่เจ้าเห็นก่อนหน้านี้..."
กู่เฉินพยายามอธิบายหากอธิบายเรื่องเข้าใจผิดนี้ให้กระจ่างทุกอย่างก็คงจบ ทว่าเด็กสาวกลับไม่เปิดโอกาสให้เขาได้อธิบายแม้แต่น้อย ปราณดาบพุ่งเข้ามาจ่อตรงหน้าแล้ว
กู่เฉินขมวดคิ้วไม่มีเวลาให้คิดมากเขาคำรามในใจ "ดาบบั่นเศียร!"
ปราณดาบถูกฟันออกไปในพริบตา ทว่ากู่เฉินก็ถูกอีกฝ่ายกดดันให้ต้องถอยร่นอีกครั้ง
ความแหลมคมของปราณดาบและความล้ำลึกของเคล็ดวิชาดาบของเด็กสาวผู้นี้เหนือกว่ากู่เฉินอย่างเห็นได้ชัด แม้จะเป็นกระบวนท่าที่สองบั่นเศียรจากเคล็ดวิชาดาบจักรพรรดิลี้ลับชั้นที่หนึ่งก็ไม่อาจแสดงอานุภาพที่แท้จริงออกมาได้!
จากการฝึกฝนตลอดสามวันที่ผ่านมาเขาสามารถยืนยันได้เลยว่าอานุภาพของกระบวนท่าบั่นเศียรนั้นทรงพลังถึงระดับลึกลับขั้นต้นอย่างแน่นอน
เมื่อเป็นเช่นนี้ก็เห็นได้ชัดว่าเคล็ดวิชาดาบของอีกฝ่ายอย่างน้อยต้องอยู่ในระดับลึกลับขั้นกลาง! มีเพียงกระบวนท่าไล่ล่าสายลมเท่านั้นที่อาจจะพอต่อกรได้!
"ไล่ล่าสายลม!"
กู่เฉินไม่ลังเลอีกต่อไปกระบวนท่าที่สามถูกใช้ออกมาในพริบตา
ปราณดาบควบแน่นขึ้นภายในตัวดาบพร้อมกับการตวัดฟาดฟันของกู่เฉิน มันแปรเปลี่ยนเป็นประกายดาบพุ่งเข้าปะทะกับรังสีดาบของเด็กสาวอย่างจัง
"เคล็ดวิชาดาบระดับลึกลับขั้นกลาง!"
เด็กสาวถูกกระแทกถอยหลังไปสามก้าวสีหน้าของนางเปลี่ยนไปเล็กน้อย
คนจากเมืองหลินซานเล็กๆแห่งนี้ถึงกับสามารถครอบครองเคล็ดวิชาดาบระดับลึกลับขั้นกลางได้! เคล็ดวิชาดาบระดับนี้แม้แต่อยู่ในเมืองโบราณลั่วอันก็ยังหาดูได้ยากยิ่ง!
"พรวด..."
ในขณะที่เด็กสาวเตรียมจะลงมืออีกครั้งเสียงหนึ่งก็พลันดังก้องเข้ามาในโสตประสาท ทำให้หัวใจของนางกระตุกวูบ นางหันขวับไปมองทางแม่น้ำลาวาทันที
หญิงสาวร่างเปลือยเปล่าที่กำลังฝึกฝนอยู่จู่ๆก็กระอักเลือดคำโตออกมา พลังงานความร้อนระอุที่หมุนวนอยู่รอบกายปะทุขึ้นอย่างบ้าคลั่งและพุ่งทะลวงไปทั่วร่างอย่างควบคุมไม่อยู่
"คุณหนู!!"
เมื่อเห็นภาพนั้นซินเอ๋อร์ก็หน้าถอดสีนางถลึงตาใส่กู่เฉิน "เดี๋ยวข้าจะกลับมาคิดบัญชีกับเจ้า!"
จากนั้นก็พุ่งตัวตรงดิ่งไปยังแม่น้ำลาวาที่หญิงสาวกำลังฝึกฝนอยู่ทันที
ตู้ม!
ทว่าเด็กสาวกลับถูกคลื่นความร้อนจากลาวากระแทกกระเด็นกลับมา ไม่อาจก้าวข้ามแม่น้ำลาวาไปถึงตัวคุณหนูของนางได้เลย
ความร้อนระอุอันสุดขั้วของแม่น้ำลาวานี้หากผู้ฝึกยุทธ์ยังไม่ถึงระดับปรมาจารย์ก็ไม่อาจทนรับได้!
"พรวด..."
วินาทีนั้นลั่วเยวี่ยจู๋ก็กระอักเลือดออกมาอีกระลอก ร่างกายของนางแดงก่ำน่ากลัวราวกับกำลังจะมอดไหม้เป็นจุล
"คุณหนู!!"
เด็กสาวที่อยู่ริมฝั่งตกใจจนร้องไห้โฮออกมา นางพยายามจะพุ่งเข้าไปช่วยหลายต่อหลายครั้งแต่ก็ถูกความร้อนระอุของลาวาสกัดกั้นเอาไว้
"หากไม่มีปัญญาก็อย่าอวดเก่ง!"
กู่เฉินเห็นดังนั้นก็แค่นเสียงเย็นชา เขาเดินตรงไปยังริมฝั่งแม่น้ำลาวาโคจรเคล็ดวิชาเหมันต์ยะเยือกทันที
พลังวิญญาณความเย็นสุดขั้วแผ่ซ่านไปทั่วร่างก่อนที่เขาจะกระโดดข้ามแม่น้ำลาวาพุ่งตรงไปยังหญิงสาวที่อยู่กลางแม่น้ำ
"ไอ้โรคจิตสารเลว เจ้าจะทำอะไร!!"
ซินเอ๋อร์เห็นดังนั้นก็แผดเสียงด่าทอด้วยความหวาดกลัว "หากเจ้ากล้าทำมิดีมิร้ายคุณหนูล่ะก็ ข้าไม่เอาเจ้าไว้แน่!!"
แต่กู่เฉินไม่สนใจนางแม้แต่น้อย เขากัดฟันทนรับความร้อนระอุที่แผดเผาทั่วร่างแล้วคว้าตัวลั่วเยวี่ยจู๋ขึ้นมาอุ้มไว้
ฟู่ ฟู่...
วินาทีที่สัมผัสร่างของหญิงสาวเขาก็รู้สึกราวกับกำลังกอดเตาไฟที่กำลังลุกโชน เสื้อผ้าบริเวณหน้าอกและท่อนแขนของเขาถูกเผาจนไหม้เกรียมเป็นผุยผงในพริบตา
เขากัดฟันทนความร้อนอันน่าสยดสยองก่อนจะกระโดดพุ่งตัวกลับมาที่ริมฝั่ง
ทันทีที่เท้าแตะพื้นเขาก็รีบวางร่างของหญิงสาวในอ้อมแขนลงกับพื้นอย่างรวดเร็ว
เมื่อมองดูผิวหนังของตนเองก็พบว่ามันถูกลวกจนพุพองไปหมดแล้ว นี่ขนาดมีเคล็ดวิชาเหมันต์ยะเยือกคอยคุ้มครองกายอยู่ หากไม่มีป่านนี้กู่เฉินคงถูกย่างสดไปนานแล้ว
"ไอ้โรคจิตสารเลว เจ้า..."
เมื่อเห็นสภาพอันทุลักทุเลของกู่เฉินซินเอ๋อร์ก็ดึงสติกลับมาได้ นางรู้แล้วว่าไอ้โรคจิตผู้นี้ไม่ได้คิดจะทำมิดีมิร้ายคุณหนูแต่กำลังช่วยชีวิตคุณหนูต่างหาก แววตาของนางจึงลดความแข็งกร้าวลง
กู่เฉินหันหลังให้ทันทีเพื่อหลีกเลี่ยงการมองดูเรือนร่างเปลือยเปล่าของหญิงสาว "เจ้าจะมัวยืนบื้ออยู่ทำไม รีบสวมเสื้อผ้าให้นางสิ ข้าไม่อยากโดนตราหน้าว่าเป็นไอ้โรคจิตหรอกนะ!"
ทว่าในใจของเขากลับแอบคิดขึ้นมาไม่ได้ว่า "ร้อนน่ะมันก็ร้อนอยู่หรอก แต่มันก็นุ่มนิ่มดีเหมือนกัน..."
อะแฮ่ม...
พอความคิดบ้าๆผุดขึ้นมาในหัวกู่เฉินก็รีบกระแอมไอสองสามครั้งเพื่อกลบเกลื่อนความกระอักกระอ่วนของตนเอง
เมื่อสวมเสื้อผ้าเสร็จสรรพกู่เฉินจึงหันกลับมา
ตอนนี้หญิงสาวผู้นั้นหมดสติไปแล้ว ซินเอ๋อร์พยายามป้อนยาสมานแผลให้นางทว่ากลับถูกสำรอกออกมาจนหมด
"พิษไฟลามเข้าสู่หัวใจแล้ว กินยาไปก็ไร้ประโยชน์!"
กู่เฉินพูดพลางผลักซินเอ๋อร์ออกไป "ข้าจัดการเอง!"
ว่าแล้วที่ฝ่ามือก็ปรากฏพลังวิญญาณความเย็นสุดขั้วควบแน่นขึ้นมาเขาเตรียมจะประทับฝ่ามือลงบนหน้าอกของหญิงสาว
ทว่าซินเอ๋อร์กลับพุ่งเข้ามาขวางไว้พร้อมกับจ้องหน้ากู่เฉินเขม็ง "เจ้าจะทำอะไร!"
"พิษไฟลามเข้าสู่หัวใจ ฟังไม่รู้เรื่องหรืออย่างไร?"
กู่เฉินตวัดสายตามองซินเอ๋อร์อย่างเย็นชาก่อนจะไม่สนใจนางอีก เขาอัดพลังวิญญาณเหมันต์สุดขั้วเข้าสู่ร่างของหญิงสาวโดยตรง
พร้อมกันนั้นก็โคจรเคล็ดวิชาเหมันต์ยะเยือกส่งพลังวิญญาณความเย็นสุดขั้วไหลเวียนเข้าสู่ตำแหน่งหัวใจของหญิงสาวอย่างต่อเนื่องเพื่อขับไล่พิษไฟที่แทรกซึมอยู่ภายใน
ตอนนี้ซินเอ๋อร์ก็รู้ตัวแล้วว่านางมองคนในแง่ร้ายเกินไป แต่ถึงกระนั้นนางก็ยังคงจ้องกู่เฉินตาไม่กะพริบ มือยังคงกระชับดาบแน่นเพื่อป้องกันไม่ให้กู่เฉินทำเรื่องเกินเลยอื่นใดอีก
คนที่แม้แต่ศพยังกล้าลวนลาม ใครจะไปรู้ว่าจะฉวยโอกาสตอนคนอื่นกำลังลำบากทำมิดีมิร้ายหรือไม่!
จบแล้ว