- หน้าแรก
- มรรคาดาราผลาญสวรรค์
- บทที่ 6 คุณหนู คนผู้นี้โรคจิตยิ่งนัก!
บทที่ 6 คุณหนู คนผู้นี้โรคจิตยิ่งนัก!
บทที่ 6 คุณหนู คนผู้นี้โรคจิตยิ่งนัก!
บทที่ 6 คุณหนู คนผู้นี้โรคจิตยิ่งนัก!
เมื่อกู่เฉินถือดาบไปปรากฏตัวอยู่ด้านหลังของกู้ฉิงเอ๋อร์ นางก็สัมผัสได้ถึงบางอย่าง
นางหันขวับกลับไปตะคอกถาม "ใคร!"
แต่สิ่งที่ตอบกลับมาคือคมดาบที่จ่อทะลุผิวคอของนาง "กู่... กู่เฉิน?"
เมื่อเห็นว่าเป็นกู่เฉิน หัวใจของกู้ฉิงเอ๋อร์ก็กระตุกวูบ ใบหน้าซีดเผือดลงทันที
กู่เฉินเอ่ยถาม "เราเคยมีความแค้นต่อกันหรือไม่?"
กู้ฉิงเอ๋อร์กลืนน้ำลายอึกใหญ่ "แค่กระทบกระทั่งกันนิดหน่อย ไม่นับว่าเป็นความแค้น..."
คมดาบของกู่เฉินบาดลึกลงไปในเนื้อครึ่งนิ้ว เลือดสดๆไหลซึมออกมาจากลำคอ "แล้วเหตุใดเจ้าจึงพยายามทำร้ายข้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า!"
กู่เฉินจ้องมองกู้ฉิงเอ๋อร์อย่างเย็นชา "ครั้งเดียวยังไม่พอ ยังจะมาทำร้ายข้าเป็นครั้งที่สอง เจ้าเห็นกู่เฉินผู้นี้เป็นตัวอะไร?"
รังสีอำมหิตอันเย็นเยียบที่แผ่ซ่านออกมาทำให้ร่างบางของกู้ฉิงเอ๋อร์สั่นสะท้าน "คุณชายเฉิน ข้าไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายท่าน มันเป็นอุบัติเหตุ อุบัติเหตุจริงๆ..."
"ครั้งแรกคืออุบัติเหตุ แต่ครั้งที่สองไม่ใช่แล้ว!"
กู่เฉินส่ายหน้า จิตสังหารบนคมดาบพุ่งสูงถึงขีดสุด ราวกับว่าเขาพร้อมจะลงมือในวินาทีถัดไป
ตุบ...
กู้ฉิงเอ๋อร์ที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวคุกเข่าลงกับพื้นทันที ครั้งนี้ภายใต้เงามัจจุราชนางกลัวจับใจจริงๆ
ใบหน้างดงามที่บัดนี้ซีดเผือดไร้สีเลือดจ้องมองกู่เฉินด้วยความสั่นกลัว "คุณชายเฉิน อย่าฆ่าข้า ได้โปรดอย่าฆ่าข้า ท่านให้ข้าทำอะไรข้าก็ยอม!"
"คุณชายเฉินชอบเล่นสนุกกับผู้หญิงไม่ใช่หรือ ท่านดูข้าสิ ข้าพอจะใช้ได้ไหม..."
ไม่ทันที่กู่เฉินจะได้พูดอะไร กู้ฉิงเอ๋อร์ก็ลนลานฉีกทึ้งเสื้อผ้าของตัวเอง
ผิวขาวเนียนละเอียดเผยให้กู่เฉินเห็นเต็มสองตา "คุณชายเฉินข้าอยู่เป็นเพื่อนท่านได้ นานแค่ไหนก็ได้ ขอเพียงท่านไม่ฆ่าข้า..."
ฉึก!
ยังพูดไม่ทันจบความเจ็บปวดรวดร้าวก็แล่นปราดมาจากลำคอ นางเบิกตากว้างจ้องมองกู่เฉินเขม็ง "เจ้าไม่ใช่โจรบ้ากามหรอกหรือ ทำไม... หรือว่า... หรือว่าเจ้าชอบเล่นกับศพ... ไอ้โรคจิต..."
เมื่อคำพูดสองคำสุดท้ายสิ้นสุดลง
ปัง!
ร่างของนางก็ร่วงลงกระแทกพื้นสิ้นใจตาย!
"โมโหโว้ย!!"
มองดูศพของกู้ฉิงเอ๋อร์ กู่เฉินแทบจะกระอักเลือด โดยเฉพาะประโยคสุดท้ายนั่นทำเอากู่เฉินถึงกับสติแตก
เขาไม่คิดเลยจริงๆว่าชื่อเสียงอันดีงามของเด็กหนุ่มอย่างเขาจะถูกปู้ยี่ปู้ยำจนเละเทะในเมืองหลินซานถึงเพียงนี้!
"ไอ้กู่เต้าเทียน นังกู่ยวี่เอ๋อร์สารเลวเอ๊ย!!"
เขากัดฟันด่าทอ เดิมทีไม่อยากจะสนใจศพของกู้ฉิงเอ๋อร์แล้ว แต่สุดท้ายก็อดไม่ได้ที่จะเข้าไปล้วงค้น
ไม่ใช่ว่าเขาอยากจะลวนลามศพหรอกนะ
แต่เขาต้องการค้นของในตัวนางต่างหาก!
ยาบำรุงวิญญาณระดับสี่สามขวด ยาสมานแผลระดับสี่หนึ่งขวด ดาบระดับมนุษย์ขั้นแปดหนึ่งเล่ม และตั๋วเงินอีกราวๆสามพันตำลึง
"สมแล้วที่เป็นคุณหนูใหญ่ตระกูลกู้!" กู่เฉินพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
ทว่ากู่เฉินหารู้ไม่ว่าพฤติกรรมเมื่อครู่ของเขาถูกหญิงสาวสองคนที่บังเอิญเดินผ่านมาเห็นเข้าเต็มสองตา
"ยี้ คุณหนูดูสิเจ้าคะ คนผู้นั้นโรคจิตยิ่งนัก ถึงกับถอดเสื้อผ้าศพแล้วลูบคลำไปทั่ว น่าขยะแขยงที่สุด!"
"หืม?"
ลั่วเยวี่ยจู๋มองตามนิ้วของซินเอ๋อร์ ใบหน้างดงามของนางฉายแววรังเกียจออกมาทันที นางขมวดคิ้วก่อนจะละสายตากลับมา "ไม่เกี่ยวกับเรา อย่าแส่หาเรื่องเลย เดี๋ยวจะกลายเป็นชักศึกเข้าบ้านเปล่าๆ!"
พวกนางไม่ได้มาที่นี่เพื่อเที่ยวเล่นเสียหน่อย
"อื้อ ก็ได้เจ้าค่ะ!"
สาวใช้พยักหน้าเดินตามลั่วเยวี่ยจู๋ไป ก่อนไปนางยังไม่วายถ่มน้ำลายใส่กู่เฉินที่กำลังค้นตัวศพอย่างเมามัน "ไอ้โรคจิตเอ๊ย!"
"คุณหนู ข่าวเรื่องเหมืองแร่เพลิงแน่ใจแล้วใช่ไหมเจ้าคะ?"
"น่าจะไม่มีปัญหา ดูจากตำแหน่งแล้วน่าจะอยู่แถวๆนี้ รีบไปกันเถอะ ต้องหาตำแหน่งที่แน่นอนให้ได้ก่อนค่ำ!"
"เจ้าค่ะ คุณหนู"
...
"หืม นี่มันอะไรกัน?"
หลังจากเก็บของเสร็จเตรียมจะลุกขึ้น จู่ๆแผนที่แผ่นหนึ่งก็หล่นลงมาตรงหน้ากู่เฉิน
"แผนที่งั้นหรือ?"
พินิจดูสักพักก็พบว่ามันคือแผนที่ของบริเวณนี้ แถมยังมีวงกลมสีแดงทำเครื่องหมายไว้ด้วย ไม่รู้ว่าเป็นสถานที่ใด
"หรือว่านี่จะเป็นเหมืองแร่ที่คนของจวนเจ้าเมืองตะโกนบอกก่อนหน้านี้?"
ตอนที่คนของจวนเจ้าเมืองไล่ล่าสองพี่น้องตระกูลกู้ กู่เฉินก็ได้ยินแว่วๆมาบ้างแต่ไม่ชัดเจนนัก
แต่คิดดูแล้วก็น่าจะเป็นเช่นนั้น!
หากเป็นเหมืองแร่จริง กู่เฉินคิดว่าเขาสามารถไปดูสักหน่อยได้
เอาแร่หินวิญญาณมาช่วยในการฝึกฝนหรืออาจจะเอาไปขายแลกเงินก็ได้ เพราะการฝึกฝนจำเป็นต้องใช้โอสถจำนวนมาก ไม่มีเงินย่อมไปไม่รอดแน่!
ตู้ม! ตู้ม!!
เสียงระเบิดดังสนั่นสองครั้งซ้อนทำให้กู่เฉินรีบเก็บแผนที่แล้วเงยหน้ามองไปยังทิศทางที่มีการต่อสู้
ไม่คิดเลยว่าการต่อสู้จะใกล้จบลงแล้ว
กู่หลินไห่และพวกทั้งสี่คนใช้เชือกมัดสัตว์อสูรพันธนาการราชันย์พยัคฆ์เพลิงไว้ แม้ว่าราชันย์พยัคฆ์เพลิงจะแข็งแกร่งเพียงใดแต่เมื่อถูกมัดด้วยเชือกเส้นนี้ก็ไม่อาจดิ้นหลุดได้
อาวุธในมือของทั้งสี่กระหน่ำแทงร่างของมันอย่างบ้าคลั่ง
เสียงคำรามและการดิ้นรนของราชันย์พยัคฆ์เพลิงอ่อนแรงลงเรื่อยๆ บ่งบอกว่ามันบาดเจ็บสาหัสและใกล้ตายเต็มที
"จังหวะนี้แหละ!"
กู่เฉินเล็งจังหวะไว้ ดาบระดับมนุษย์ขั้นหกที่ได้มาจากกู่ชวนพุ่งเป้าไปที่กลางหลังของหนึ่งในนั้นแล้วปล่อยมือทันที
ฟิ้ว!
เสียงแหวกอากาศของดาบดังขึ้น พริบตาเดียวก็พุ่งไปถึงแผ่นหลังของเป้าหมาย
"แย่แล้ว!"
กู่หลินไห่ผู้ดูแลสองแห่งตระกูลกู่ที่มีระดับฝึกตนเบิกนภาขั้นที่แปดสัมผัสได้ถึงอันตราย รีบตะโกนเตือนทันที
คนอื่นๆก็ตอบสนองอย่างรวดเร็วพากันหันขวับกลับมา
ทว่าความเร็วของดาบนี้รวดเร็วเกินกว่าจะหลบพ้น ดาบทะลุร่างของชายคนนั้นจนขาดใจตายคาที่
"กู่เฉิน!!"
เมื่อเห็นตัวอักษรชวนสลักอยู่บนดาบ กู่หลินไห่ก็จำได้ทันทีว่าเป็นดาบของคุณชายชวน
ทั้งสี่ละทิ้งราชันย์พยัคฆ์เพลิงที่ใกล้ตายแล้วหันขวับพุ่งเข้าใส่โขดหินยักษ์ที่กู่เฉินซ่อนตัวอยู่ทันที
กู่เฉินชักดาบระดับแปดของกู้ฉิงเอ๋อร์ออกมาแล้วพุ่งเข้าปะทะกับทั้งสามคนทันที
กระบวนท่าชักดาบและบั่นเศียรในมือของกู่เฉินถูกใช้งานจนชำนาญถึงขั้นสุดยอด ประกายดาบทุกสายที่ฟาดฟันออกไปล้วนแฝงไปด้วยเสียงแหวกอากาศอันน่าหวาดหวั่น
ทว่าระดับการฝึกตนและพละกำลังของคนทั้งสามนี้แข็งแกร่งนัก
โดยเฉพาะกู่หลินไห่ ในฐานะผู้ดูแลสามของตระกูลกู่ แม้จะอยู่ในระดับเบิกนภาขั้นที่แปดแต่ฝีมือก็จัดอยู่ในระดับแนวหน้า
กู่เฉินจึงไม่สามารถสังหารพวกมันทั้งสามได้ในเวลาอันสั้น
"เคล็ดวิชาดาบจักรพรรดิลี้ลับชั้นที่หนึ่งกระบวนท่าที่สาม ไล่ล่าสายลม!!"
กู่เฉินคำรามในใจ เมื่อดาบตวัดออกไปประกายดาบก็รวดเร็วดุจสายฟ้าฟาดราวกับจะไล่ล่าสายลม!
อานุภาพอันทรงพลังทำให้สีหน้าของกู่หลินไห่เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน "แย่แล้ว ระวัง!!"
ดาบนี้แข็งแกร่งเกินไป!
ปราณดาบที่พุ่งเข้ามาสร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับเขา แม้แต่เขาเองก็ยังไม่มั่นใจว่าจะรับมันไว้ได้
ในใจของเขาแทบจะคำรามลั่น "ตกลงว่ากู่เฉินถูกทำลายวรยุทธ์ไปแล้วจริงๆหรือ หรือว่าท่านผู้นำตระกูลหลอกพวกเรา เป็นไปไม่ได้!"
แต่เขาก็ปฏิเสธความคิดนั้นทันที ผู้นำตระกูลไม่มีเหตุผลที่จะทำเช่นนั้น ไอ้เดรัจฉานที่แม้แต่น้องสาวของตัวเองก็ยังไม่เว้น สมควรโดนทำลายวรยุทธ์แล้ว!
"หรือว่ารวบรวมจิตดาราขึ้นมาใหม่ได้?"
จู่ๆกู่หลินไห่ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างมาก
หากรวบรวมจิตดาราขึ้นมาใหม่ได้ พลังที่สูญเสียไปจะสามารถฟื้นฟูได้ในเวลาอันสั้นเช่นนี้ นี่ไม่อาจใช้คำว่าอัจฉริยะมาบรรยายได้แล้ว ต้องเรียกว่าสัตว์ประหลาดชัดๆ!
พรึ่บ...
ทว่าในขณะที่พวกเขากำลังเตรียมพร้อมรับมือกับดาบของกู่เฉินอย่างเต็มกำลัง ประกายดาบนั้นกลับแตกสลายกลางอากาศเสียอย่างนั้น
"เอ๋? ฮ่าฮ่าฮ่า!"
กู่หลินไห่เห็นดังนั้นก็หัวเราะลั่น "ที่แท้ก็แค่ฝืนทำ เกือบถูกเจ้าหลอกเอาแล้ว!"
ดาบนี้เห็นได้ชัดว่าเป็นเพราะพลังและระดับการฝึกตนของกู่เฉินไม่เพียงพอ จึงทำให้ฝืนใช้ออกมาจนเกิดผลลัพธ์เช่นนี้
กู่หลินไห่แค่นเสียงเย็น "กู่เฉิน เลิกดิ้นรนเสียเถอะ เปล่าประโยชน์!"
"งั้นหรือ?"
กู่เฉินไม่สนใจ คำรามในใจอีกครั้ง "ไล่ล่าสายลม!"
ประกายดาบปรากฏขึ้นอีกครั้งและแตกสลายกลางอากาศเช่นเดิม
สิ่งนี้ทำให้กู่หลินไห่และพวกทั้งสามคนคลายความระมัดระวังลงพุ่งเข้าสังหารกู่เฉินทันที
ฉึก!
ดาบในมือของหนึ่งในนั้นกำลังจะแทงทะลุหัวใจของกู่เฉิน กู่เฉินก็เบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว คมดาบกรีดผ่านท่อนแขนของกู่เฉินทิ้งรอยเลือดทางยาวไว้
กู่เฉินอาศัยจังหวะนี้ตวัดดาบบั่นเศียรอย่างรวดเร็ว หัวของชายคนนั้นหลุดกลิ้งหล่นลงกับพื้น
พร้อมกันนั้นนิ้วมือซ้ายของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นดาบพุ่งทะลวงเข้าใส่หัวใจของชายอีกคน
ชายทั้งสองคนตายตกตามกันไปในพริบตา
"กู่เฉิน เจ้า!!"
เมื่อเห็นคนทั้งสองตายไปต่อหน้าต่อตา กู่หลินไห่ก็โกรธจนแทบคลั่ง
เขาไม่คิดเลยว่ากู่เฉินจะเจ้าเล่ห์ถึงเพียงนี้ ยอมใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อ ยอมเจ็บตัวเพื่อลดความระมัดระวังของศัตรู แล้วฉวยโอกาสสังหารทั้งสองคนในคราวเดียว!
ไม่ใช่แค่เจ้าเล่ห์ แต่ยังเหี้ยมโหด!
เหี้ยมโหดกับตัวเอง และเหี้ยมโหดกับศัตรูยิ่งกว่า!
"สิบหยด!"
กู่เฉินสัมผัสได้ทันทีว่าต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ก่อกำเนิดในจุดตันเถียนของเขารวบรวมหยาดวิญญาณได้ถึงสิบหยดในคราวเดียว!
"ดูเหมือนว่าการบาดเจ็บและความเป็นความตาย จะเป็นวิธีรวบรวมหยาดวิญญาณที่เร็วที่สุดจริงๆด้วย!"
กู่เฉินรู้ดีแก่ใจ
แต่เขาไม่ได้เป็นพวกชอบทรมานตัวเอง เขาจะไม่ยอมตายโง่ๆเพื่อจงใจทำให้ตัวเองบาดเจ็บหรอกนะ
จบแล้ว