- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเป็นขุนนางเจ้าเล่ห์สร้างเมือง
- บทที่ 30 - รัชทายาทปลอมพระองค์ตรวจราชการ (ตอนจบ)
บทที่ 30 - รัชทายาทปลอมพระองค์ตรวจราชการ (ตอนจบ)
บทที่ 30 - รัชทายาทปลอมพระองค์ตรวจราชการ (ตอนจบ)
บทที่ 30 - รัชทายาทปลอมพระองค์ตรวจราชการ (ตอนจบ)
หญิงชาวบ้านรีบวิ่งไปที่เตาเพื่อยกชามกระเบื้องใบเล็กมาประคองให้หลี่หยวนจ้าวดู
หลี่หยวนจ้าวชะโงกหน้าเข้าไปดู ก็เห็นว่าข้างในเป็นก้อนเละๆ คล้ายแป้งเปียก มีเศษผักใบเขียวปะปนอยู่ มองไม่ออกแน่ชัดว่ามีส่วนผสมอะไรบ้าง แต่กลับมีกลิ่นบูดจางๆ โชยเข้าจมูก
กัวเทียนหย่างชะโงกหน้าเข้ามาดูด้วยสายตารังเกียจ ก่อนจะถอยกลับไป
"นี่คืออะไร?"
"นี่คือโจ๊กที่ต้มจากรำข้าว, ข้าวฟ่าง และผักป่า แล้วก็ใส่เกลือลงไปนิดหน่อยเจ้าค่ะ.."
หลี่หยวนจ้าวขมวดคิ้วแน่น
เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่า ของพรรค์นี้มันคือของกินสำหรับคน....
ตอนอยู่ที่อำเภอเถาหยวน เขาเคยเห็นชาวบ้านนั่งยองๆ กินข้าวอยู่ริมถนน ของที่อยู่ในชามนั้น ข้าวก็คือข้าว กับข้าวก็คือกับข้าว ดูเป็นปกติทุกอย่าง
แต่ของที่อยู่ตรงหน้านี้ หน้าตาก็ไม่น่าดู กลิ่นก็ไม่ดี มันกินได้จริงๆ งั้นรึ?
"ของพวกนี้กินได้รึ?"
"กินได้เจ้าค่ะ ครอบครัวของข้าน้อยก็กินของพวกนี้อยู่ทุกวัน!"
เมื่อได้ยินคำตอบที่ยืนยันหนักแน่นจากหญิงชาวบ้าน หลี่หยวนจ้าวก็ยังไม่อยากจะเชื่ออยู่ดี
ความอยากรู้อยากเห็นพุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที "ข้าขอลองชิมดูได้ไหม?"
กัวเทียนหย่างตกใจจนตัวสั่น รีบพุ่งเข้าไปแย่งชามกระเบื้องมาทันที ร้องไห้คร่ำครวญว่า "กินไม่ได้นะพ่ะย่ะค่ะ! คุณชายจะเสวยไม่ได้นะพ่ะย่ะค่ะ!"
"ของไม่รู้ที่มาที่ไปแบบนี้ หากเสวยเข้าไปแล้วประชวรขึ้นมาจะทำอย่างไร นายท่านต้องฆ่าข้าตายแน่ๆ!"
พูดจบเขาก็ตวัดสายตาอาฆาตไปมองหญิงชาวบ้าน
หญิงชาวบ้านตกใจกลัวจนรีบหดตัวไปหลบมุมห้อง
"งั้นเจ้าก็กินสิ!"
"หา!?" กัวเทียนหย่างถึงกับน้ำตาตกใน ทำไมข้าต้องมากินไอ้ของพรรค์นี้ด้วยล่ะ! กลับวังไปดีๆ ก็หมดเรื่องแล้ว จะต้องมาคลุกคลีอยู่กับกองขยะนี่ทำไม ไอ้ฟางเจิ้งอีบ้าเอ๊ย อำเภอเถาหยวนบ้าเอ๊ย รัชทายาทไปที่นั่นแค่รอบเดียวโดนทำของใส่มาหรือไงเนี่ย?
กัวเทียนหย่างกอดชามกระเบื้องเอาไว้แน่น มองหลี่หยวนจ้าวด้วยสายตาน่าสงสารโดยไม่ปริปากพูดอะไร
เมื่อเห็นท่าทางของเขา หลี่หยวนจ้าวก็ยิ่งคึก "หึๆ ไม่กล้าล่ะสิ?! เอามานี่!"
พูดจบเขาก็แย่งชามกระเบื้องมาอย่างดื้อดึง
"ไสหัวไป!" กัวเทียนหย่างยังพยายามจะแย่งกลับมา แต่ก็ถูกหลี่หยวนจ้าวเตะกระเด็นออกไป
หลี่หยวนจ้าวมองดูของเหลวข้นเละๆ ในชาม จู่ๆ ก็เกิดอาการปอดแหกขึ้นมา
ของพรรค์นี้... ดูท่าทางแล้วมันกินไม่ได้จริงๆ นะ
จากนั้นเขาก็เหลือบมองหญิงชาวบ้านที่ซ่อนตัวอยู่มุมห้องแล้วถามย้ำอีกครั้ง
"กินได้จริงๆ รึ?"
"กินได้เจ้าค่ะ"
หลี่หยวนจ้าวมองของในชาม รู้สึกฝืดคอขึ้นมาทันที จากนั้นก็ตัดใจใช้ปลายนิ้วตักขึ้นมานิดหน่อย แล้วรีบเอาเข้าปาก
แป้งเปียกค่อยๆ ละลายในปาก รสชาติที่ยากจะบรรยายแผ่ซ่านไปทั่วโพรงปากทันที
ทั้งเปรี้ยว ขม บูด แถมยังเค็มปะแล่มๆ......
"อ้วก~~"
คราวนี้หลี่หยวนจ้าวกลั้นไว้ไม่อยู่ ก้มหน้าอาเจียนออกมาจนน้ำหูน้ำตาไหล
ชามกระเบื้องร่วงหล่นแตกกระจายเต็มพื้น
กัวเทียนหย่างนึกในใจว่าซวยแล้ว รีบพุ่งเข้าไปประคอง พร้อมกับลูบหลังหลี่หยวนจ้าวไม่หยุด
หลังจากไออยู่อีกครู่หนึ่ง หลี่หยวนจ้าวก็รู้สึกดีขึ้นมาบ้าง
เวลานี้แววตาของหญิงชาวบ้านที่มุมห้องฉายแววปวดใจ นางทำท่าจะเดินตัวสั่นเทาเข้ามาประคองหลี่หยวนจ้าว
หลี่หยวนจ้าวสะบัดแขนอย่างแรงจนหญิงชาวบ้านเซล้มไป!
เขาตวาดลั่น "บังอาจ! กล้าดีอย่างไรมาหลอกข้า! รนหาที่ตายนักใช่ไหม!"
กัวเทียนหย่างก็แยกเขี้ยวตะโกนเรียกคนอยู่หน้าประตู "เด็กๆ เข้ามานี่ซิ!"
คนห้าหกคนพุ่งพรวดเข้ามาในบ้านพร้อมกันทันที! ห้องที่แคบอยู่แล้ว ยิ่งดูแออัดเข้าไปใหญ่
หน้าอกของหลี่หยวนจ้าวกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง เห็นได้ชัดว่าเขากำลังโกรธจัดที่ถูกชาวบ้านชั้นต่ำหลอกลวง
เขากำลังจะอ้าปากพูด ชายที่นอนอยู่ในห้องก็ตื่นขึ้นเพราะเสียงเอะอะโวยวาย เขาเดินกะเผลกๆ ออกมา
เมื่อเห็นคนมากมายล้อมกรอบอยู่ในห้อง เขาก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันที
เขาลากขาที่ป่วยคุกเข่าลง น้ำเสียงสั่นเครือถามว่า "นายท่านทั้งหลาย! ครอบครัวข้าทำผิดอันใดรึ?"
กัวเทียนหย่างชี้ไปที่กองแป้งเปียกบนพื้น แค่นเสียงเย็น "เมียเจ้าบังอาจมาหลอกคุณชายของข้าว่าของพรรค์นี้มันกินได้! พวกเจ้าสองผัวเมียช่างอวดดีนัก!"
ชายคนนั้นดูมีท่าทีซื่อบื้อ เขาอธิบายอย่างร้อนรน "กินได้จริงๆ นะขอรับ! กินได้จริงๆ! ข้าจะกินให้นายท่านทุกคนดูเดี๋ยวนี้แหละ!"
พูดจบเขาก็ไม่สนแรงดึงของภรรยา ก้มลงหมอบกับพื้นแล้วกินก้อนแป้งเปียกนั้นเข้าไป
หลี่หยวนจ้าวถึงกับตกตะลึง...
ของสิ่งนี้กินได้จริงๆ ด้วย! แถมดูจากสีหน้าของชายคนนี้แล้ว เหมือนจะไม่ได้กินยากเย็นอะไรเลย
กัวเทียนหย่างดูออกว่าเขากำลังสงสัย จึงขยับเข้าไปกระซิบข้างหูหลี่หยวนจ้าวเบาๆ "องค์รัชทายาท อาหารการกินของชาวบ้านก็ประมาณนี้แหละพ่ะย่ะค่ะ บางทีพระองค์อาจจะไม่คุ้นชิน!"
หลี่หยวนจ้าวยืนนิ่งอึ้งอยู่กับที่ ใบหน้าซีดเผือดสลับแดงก่ำ ชั่วขณะนั้นเขารู้สึกละอายใจอย่างสุดซึ้ง
จากนั้นเขาก็เตะกัวเทียนหย่างไปหนึ่งที ตวาดลั่น "ไอ้บัดซบ! ทำไมไม่รีบบอก!"
กัวเทียนหย่างกุมก้นด้วยความน้อยใจ จะให้ข้าพูดอะไรเล่า! ก็ท่านดึงดันจะกินให้ได้ ห้ามเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง ข้านี่มันซวยซับซวยซ้อนจริงๆ!
เมื่อเห็นชายคนนั้นยังคงหมอบกินแป้งเปียกอยู่บนพื้น หลี่หยวนจ้าวก็หน้าแดงก่ำแล้วพูดขึ้น "ลุกขึ้นเถอะ! รีบลุกขึ้นเถอะ!"
ชายคนนั้นค่อยๆ ลุกขึ้นยืนโงนเงน หลี่หยวนจ้าวเห็นใบหน้าของเขามีฝุ่นเกาะอยู่เต็มไปหมด ความรู้สึกผิดในใจก็ยิ่งทวีคูณ
เขาพูดเสียงเบา "คุณชายอย่างข้ามาอาเจียนใส่บ้านของพวกเจ้า แถมยังกินของของพวกเจ้าไปอีก ควรจะชดใช้ให้"
"กัวต้า เอาเงินให้พวกเขาสิบตำลึง!"
ชายผู้ซื่อสัตย์รีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน "นายท่าน ไม่ต้องหรอกขอรับ! ของพวกนั้นไม่มีราคาค่างวดอะไร! ไม่ต้องชดใช้หรอกขอรับ!"
"ให้ไปเจ้าก็ต้องรับไว้!!" หลี่หยวนจ้าวพูดเสียงแข็ง
กัวเทียนหย่างนำตั๋วเงินสิบตำลึงยัดใส่มือชายคนนั้นทันที
เมื่อเห็นว่าให้เงินไปแล้ว หลี่หยวนจ้าวก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบวิ่งหนีออกจากบ้านหลังนั้นราวกับติดปีก
กัวเทียนหย่างรีบวิ่งตามออกมาบนถนน
เมื่อเห็นแผ่นหลังของรัชทายาทดูหดหู่ลงไปบ้าง จึงเดินเข้าไปพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "องค์รัชทายาท กลับวังกันเถอะพ่ะย่ะค่ะ"
"เจ้าว่า ขันทีน้อยในวังได้อยู่บ้านแบบนี้ กินของแบบนี้เหมือนกันไหม?"
กัวเทียนหย่างยิ้มประจบ "จะเป็นไปได้อย่างไรล่ะพ่ะย่ะค่ะองค์รัชทายาท! ที่พักที่แย่ที่สุดในวังยังดีกว่าที่นี่เป็นร้อยเท่า แถมอาหารการกินก็ดีกว่าพวกเขายังกับฟ้ากับเหวเลยพ่ะย่ะค่ะ!"
"ที่นี่มันเมืองชั้นนอก สภาพแวดล้อมไม่ดีหรอกพ่ะย่ะค่ะ! เมืองชั้นในสิดี! วันหลังองค์รัชทายาทค่อยเสด็จไปเดินเล่นเมืองชั้นในให้บ่อยๆ ก็ได้นะพ่ะย่ะค่ะ"
"แล้วก่อนที่เจ้าจะเข้าวัง เจ้ากินอะไรเป็นอาหารล่ะ?" หลี่หยวนจ้าวถามขึ้น
พอถูกถามเช่นนี้ เฒ่ากัวก็หวนนึกถึงวัยเด็กที่ยังมีสมรรถภาพทางเพศแข็งแกร่งของตัวเองขึ้นมาอย่างอดรันทดใจไม่ได้
เขาถอนหายใจ "บางทีอาจจะแย่กว่าพวกเขาอีกนะพ่ะย่ะค่ะ! ได้กินโจ๊กทุกวันก็นับว่าบุญโขแล้ว สามวันได้กินข้าวมื้อหนึ่ง สองวันได้กินข้าวมื้อหนึ่ง ถือเป็นเรื่องปกติเลยพ่ะย่ะค่ะ"
"องค์รัชทายาทไม่ต้องเป็นกังวลไปหรอกพ่ะย่ะค่ะ นี่ก็เพิ่งจะสงบสุขมาได้แค่สองปี ตอนนี้ชาวบ้านบางส่วนอาจจะยังลำบากอยู่บ้าง แต่ชีวิตที่สุขสบายกำลังรออยู่ข้างหน้าพ่ะย่ะค่ะ!!"
หลี่หยวนจ้าวพยักหน้า ในที่สุดก็กระจ่างแจ้ง "มิน่าล่ะ ถึงได้มีคนตั้งมากมายยอมตอนตัวเองเข้าวังมาเป็นขันที!"
กัวเทียนหย่าง : ".............."
(จบแล้ว)