- หน้าแรก
- รู้ตัวอีกที ข้าก็กลายเป็นยอดฝีมือไร้พ่ายในใต้หล้า
- บทที่ 23 ลูกสาวน่ารักน่าชังตกมาจากฟ้า?
บทที่ 23 ลูกสาวน่ารักน่าชังตกมาจากฟ้า?
บทที่ 23 ลูกสาวน่ารักน่าชังตกมาจากฟ้า?
บทที่ 23 ลูกสาวน่ารักน่าชังตกมาจากฟ้า?
และก็เป็นไปตามที่อาวุธเซียนคาดไว้ ในเวลานี้ ณ แดนเซียน ภายในตำหนักอันโอ่อ่า ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งกำลังมีท่าทีราวกับคนเสียสติ
หลังจากเขารู้ว่าดินแดนลี้ลับที่ตนสร้างขึ้นถูกทำลาย เขาก็รีบส่งคนออกไปสืบหาตามแดนมนุษย์นับพันแห่งตลอดทั้งคืน
ทว่าหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ค้นพบว่าป้ายวิญญาณของบุตรสาวเกิดความเปลี่ยนแปลง!
ป้ายวิญญาณคือของวิเศษล้ำค่า มันสามารถสะท้อนถึงสถานะชีวิตของบุคคลที่ผูกติดอยู่ได้ หากคนผู้นั้นตกตาย ป้ายวิญญาณก็จะแตกสลาย
ตลอดหนึ่งพันปีที่ผ่านมา ป้ายวิญญาณของบุตรสาวเขาถูกปกคลุมไปด้วยกลุ่มปราณสีดำ แม้ว่าเขาจะมีพลังอำนาจมหาศาลเพียงใดก็ไม่อาจปัดเป่ามันออกไปได้
แต่เมื่อครู่นี้ ป้ายวิญญาณของนางไม่เพียงแต่จะไม่แตกสลาย ทว่าปราณสีดำที่ปกคลุมอยู่กลับปลาสนาการไปจนสิ้น! นั่นหมายความว่าบุตรสาวของเขาได้สติกลับคืนมาแล้ว!
จักรพรรดิเซียนป้าเทียนจ้องมองป้ายวิญญาณในมือด้วยความตกตะลึง ความปีติยินดีในใจทำให้มือของเขาสั่นสะท้าน
ผู้ใดกัน! ยอดฝีมือท่านใดที่ช่วยเหลือหลิงเอ๋อร์ของข้าให้หลุดพ้นจากห้วงทุกข์ทรมาน!
หลิงเอ๋อร์! พ่อจะส่งคนไปตามหาเจ้าเดี๋ยวนี้! รอพ่อก่อนนะ!
จักรพรรดิเซียนป้าเทียนรีบนำของวิเศษออกมาแล้วออกคำสั่ง เรียกตัวยอดฝีมือทั้งหมดในสวรรค์ให้มาเข้าเฝ้าที่ตำหนักชั่วข้ามคืน
ในยามนี้ เขาไม่มีสง่าราศีของจักรพรรดิเซียนหลงเหลืออยู่อีกต่อไป เขากำลังตื่นเต้นดีใจจนแทบจะหลั่งน้ำตาออกมา
เขามั่นใจว่าบุตรสาวของเขาต้องอยู่ในแดนมนุษย์แห่งใดแห่งหนึ่งอย่างแน่นอน
เวลาผ่านไปไม่นาน ภายในตำหนักอันกว้างขวาง ยอดฝีมือแต่ละคนก็ปรากฏกายขึ้นอย่างเงียบเชียบ
แววตาของจักรพรรดิเซียนป้าเทียนแน่วแน่มั่นคง ขณะที่เขาถ่ายทอดข้อมูลสำคัญทีละเรื่องให้แก่คนสนิทรับทราบ
แดนมนุษย์! ดินแดนลี้ลับอันแข็งแกร่ง เสาลำแสงที่แตกสลาย!
ในท้ายที่สุด เขาก็มอบภาพวาดรูปเหมือนของบุตรสาวให้แก่ทุกคน
"นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป ผู้ใดที่ช่วยข้าตามหาลูกสาวพบ จะได้รับรางวัลเป็นอำนาจและความมั่งคั่งชั่วนิรันดร์! และได้ครอบครองโลกหล้าแห่งนี้ร่วมกับข้า!"
กลุ่มคนที่มารวมตัวกัน เมื่อได้ยินคำกล่าวเหล่านั้น ดวงตาก็พลันลุกวาวขึ้นมาทันที
หลังจากทำความเคารพลา พวกเขาทั้งหมดก็รีบพุ่งทะยานจากไปอย่างรวดเร็ว พวกเขากลับไปราวกับคนบ้าคลั่ง สั่งการให้ส่งคนไปยังแดนมนุษย์ทุกแห่งหน...
บริเวณใกล้เมืองชิงหยวน ในป่าที่แห้งแล้ง
มู่หรงกงและคนอื่นๆ ได้เข้าไปในดินแดนลี้ลับแล้ว
ทว่าภายในนั้นกลับว่างเปล่า ไม่มีสิ่งใดอยู่เลย พวกเขาจึงจำต้องเดินกลับออกมาด้วยความผิดหวัง
หลังจากออกมาได้ไม่นาน สิ่งที่ทำให้พวกเขาต้องประหลาดใจก็คือ จู่ๆ ทางเข้าดินแดนลี้ลับก็อันตรธานหายไป
ถ้ำเร้นลับก็มลายหายไปในอากาศอย่างเงียบเชียบ ทุกสรรพสิ่งกลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้ง
มู่หรงกงมองมู่หรงอวิ๋นไห่อย่างจนใจแล้วกล่าวว่า "เจ้าจงไปกำชับศิษย์ทุกคนให้เก็บงำสิ่งที่เพิ่งเห็นฝังลึกไว้ในใจ หากผู้ใดกล้าแพร่งพรายเรื่องราวใดๆ ที่เกิดขึ้นในดินแดนลี้ลับแห่งนี้แม้แต่ครึ่งคำ มันผู้นั้นจะถูกโบยจนตาย! ส่วนพวกที่คิดหนี จะถูกตามล่าไปจนสุดหล้าฟ้าเขียว!"
หากศิษย์เหล่านี้ปากโป้งเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในคืนนี้ออกไป อีกไม่นานยอดฝีมือมากมายจากโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรจะต้องแห่กันมาที่นี่ ถึงเวลานั้น ความสงบสุขของพื้นที่แห่งนี้คงต้องถูกรบกวนเป็นแน่
มู่หรงอวิ๋นไห่เข้าใจความหมายทันทีที่ได้ยิน บิดาของเขากลัวว่าคนอื่นจะมารบกวนความสงบสุขของผู้อาวุโสนี่เอง!
เขาพยักหน้ารับรัวๆ ก่อนจะรีบไปรวมตัวกลุ่มศิษย์ และเริ่มต้นทั้งข่มขู่ทั้งปลอบประโลมพวกเขา
วันรุ่งขึ้น
เมื่อดวงตะวันลอยโด่ง เฉินผิงอันก็ลืมตาขึ้นอย่างเกียจคร้าน
"แดดจ้าขนาดนี้แล้ว นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีเลยแฮะที่ข้าตื่นสายขนาดนี้"
เฉินผิงอันลุกขึ้นนั่งบนเตียงและบิดขี้เกียจ
สายตาของเขาชำเลืองมองภาพวาดลายเส้นที่แขวนอยู่บนกำแพงตรงหน้าเป็นสิ่งแรก หลังจากถอนหายใจออกมา เขาก็เตรียมตัวลุกจากเตียง
แต่ในจังหวะนั้นเอง ร่างกายของเขากลับแข็งทื่อ
เขากะพริบตา ก่อนจะหันคอไปทางขวาอย่างแข็งทื่อ
สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ หน้าตาน่ารักราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบกำลังฉีกยิ้มให้เขาอยู่
เฉินผิงอันกะพริบตาอีกครั้ง ชักจะสงสัยว่าตัวเองคงจะยังงัวเงียอยู่
ไม่อย่างนั้น จะมีใครเข้ามาอยู่ในห้องของเขาได้อย่างไร?
แถมยังเป็นเด็กหญิงตัวน้อยที่น่ารักน่าชังขนาดนี้อีกต่างหาก
ทว่าการกะพริบตาไม่ได้ช่วยอะไรเลย เด็กหญิงตัวน้อยที่น่ารักเกินบรรยายยังคงยืนอยู่ตรงนั้น
"นี่ข้าฝันไปหรือเปล่าเนี่ย? แต่ข้าไม่ได้เป็นโลลิคอนสักหน่อยนะ"
เฉินผิงอันหยิกแก้มตัวเอง
เจ็บแฮะ!
ไม่ได้ฝันไปนี่นา!
"พี่ชาย"
จู่ๆ เด็กหญิงตัวน้อยก็เอ่ยเรียกพร้อมกับรอยยิ้ม
น้ำเสียงใสแจ๋วราวกับเสียงนกร้องเจื้อยแจ้วดังกระทบโสตประสาทของเฉินผิงอัน
เขาแทบจะละลาย
แย่แล้ว ข้ากำลังจะกลายเป็นโลลิคอนไปแล้วจริงๆ รึเนี่ย!
"น้องสาว เจ้าเป็นใครกันน่ะ?" เฉินผิงอันมองเด็กหญิงตัวน้อยด้วยความงุนงงสับสนไปหมด
เด็กหญิงตัวเล็กแค่นี้เข้ามาในบ้านเขาได้อย่างไร?
ยิ่งไปกว่านั้น เขาไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับเด็กคนนี้เลยแม้แต่น้อย
"หนูชื่อซูหลิงค่ะ" เด็กหญิงตัวน้อยตอบพร้อมกับรอยยิ้ม
เฉินผิงอันไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน
"หรือว่าจะเป็นลูกหลานของบ้านไหนในเมือง? แต่เด็กที่น่ารักขนาดนี้ ข้าอาศัยอยู่ที่นี่มาตั้งห้าปี เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่เคยเห็นหน้าเลย"
หรือว่านางจะเป็นลูกของญาติบ้านไหนในเมืองที่มาเที่ยวหา?
"ซูหลิงใช่ไหม? งั้นพี่ชายจะเรียกเจ้าว่าเสี่ยวหลิงเอ๋อร์ก็แล้วกัน บอกพี่ชายมาสิว่าบ้านของเจ้าอยู่ที่ไหน? อยากให้พี่ชายพาไปส่งไหม?"
เฉินผิงอันคิดว่ารีบพาซูหลิงไปส่งกลับบ้านน่าจะดีที่สุด ขืนชักช้าพ่อแม่ของนางจะพากันเป็นห่วงเอาได้
ซูหลิงตอบว่า "บ้านของหนูก็อยู่ที่นี่แหละค่ะ"
ที่นี่เหรอ?
หมายความว่าอยู่ในเมืองเล็กๆ แห่งนี้สินะ?
"เสี่ยวหลิงเอ๋อร์ รอแป๊บเดียวนะ พี่ชายขอตัวไปล้างหน้าล้างตาก่อน"
เฉินผิงอันรีบลุกจากเตียงไปล้างหน้าบ้วนปากอย่างลวกๆ ในท้ายที่สุดเขายังแอบเช็กความหล่อในกระจกที่ระบบให้มา หวีผมให้เรียบร้อยเสียหน่อย ก่อนจะเดินกลับมาหาซูหลิง
"ไปกันเถอะ เดี๋ยวพี่ชายจะพาไปหาพ่อแม่นะ"
เฉินผิงอันเดินเข้าไปหาซูหลิง มองดูใบหน้าจิ้มลิ้มสีชมพูระเรื่อแสนน่ารักของนางแล้วก็อดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปหยิกเบาๆ ก่อนจะยื่นนิ้วก้อยออกไปให้นางจับ
ในเมื่อนางเป็นคนที่นี่ เรื่องก็ง่ายนิดเดียว แค่พาซูหลิงเดินถามไถ่ผู้คนไปเรื่อยๆ
เดี๋ยวก็ต้องมีคนรู้จักนางบ้างแหละน่า
ทางด้านซูหลิงก็ยิ้มรับและเอื้อมมือไปจับนิ้วของเฉินผิงอันเอาไว้ รอยยิ้มของนางช่างสดใสและอบอุ่นยิ่งกว่าแสงตะวันเสียอีก
เฉินผิงอันลูบหัวซูหลิงเบาๆ
น่ารักจริงๆ เล้ย
หึหึ สวรรค์ส่งเสี่ยวหลิงเอ๋อร์มาหาข้า คงจะพยายามหลอกล่อให้ข้าอยากมีลูกสาวแน่ๆ!
เขาชักจะอิจฉาพ่อแม่ของซูหลิงเสียแล้วที่มีลูกสาวน่ารักน่าเอ็นดูขนาดนี้
เพื่อไม่ให้พ่อแม่ของซูหลิงต้องเป็นกังวล เฉินผิงอันยอมงดอาหารเช้าและเริ่มเดินตระเวนถามไปทีละบ้าน
อย่างไรก็ตาม
หลังจากเดินจนทั่วทั้งเมืองเล็กๆ แห่งนี้แล้ว เขาก็ต้องยืนอึ้ง
ไม่มีใครเคยเห็นซูหลิงมาก่อนเลย!
ซ้ำร้ายบางคนยังยิ้มแล้วเอ่ยปากถามเขาด้วยซ้ำว่าซูหลิงเป็นลูกสาวของเขาหรือเปล่า
พวกเขาถึงกับบอกว่าเขากับซูหลิงหน้าตาเหมือนกันถอดแบบออกมาจากเบ้าเดียวกันเป๊ะ!
หญิงสาวบางคนพอเห็นหน้าซูหลิงเข้า ก็กลายร่างเป็นแฟนคลับผู้คลั่งไคล้ไปซะงั้น
พวกนางอาศัยจังหวะที่เฉินผิงอันเผลอ แอบขโมยหอมแก้มซูหลิงไปฟอดใหญ่
เห็นได้ชัดเลยว่าบนใบหน้าของซูหลิงยังมีคราบลิปสติกสีแดงจางๆ ติดอยู่... อิอิ ความจริงแล้ว เฉินผิงอันเองก็อยากจะหอมแก้มนางเหมือนกันนะ
"เสี่ยวหลิงเอ๋อร์ เจ้าบอกว่าบ้านอยู่ที่นี่ไม่ใช่เหรอ?" เฉินผิงอันขมวดคิ้ว
คนทั้งเมืองพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่เคยเห็นซูหลิงมาก่อน ดังนั้นซูหลิงต้องไม่ใช่คนเมืองชิงหยวนแน่ๆ
และไม่ได้เป็นญาติของบ้านไหนในเมืองนี้ด้วย
ซูหลิงตอบกลับมาว่า "บ้านของหนูอยู่ตรงนู้นไงคะ"
ดวงตาของเฉินผิงอันเป็นประกาย เขายิ้มกว้าง "อ้อ ที่แท้เจ้าก็รู้ทางนี่เอง! งั้นก็นำทางไปเลย"
ซูหลิงพยักหน้าอย่างเริงร่า ปล่อยมือของเฉินผิงอัน แล้วกระโดดโลดเต้นนำทางไปทิศทางหนึ่ง
ให้ตายเถอะ ถ้ามีลูกสาวแบบนี้ ไม่ให้ตื่นมายิ้มแก้มปริทุกวันได้ยังไงไหว!
เฉินผิงอันมองดูซูหลิงผู้น่ารักด้วยรอยยิ้มเอ็นดูสุดหัวใจ พลางเดินตามหลังนางไปเงียบๆ
ทว่าหลังจากนั้นไม่นาน รอยยิ้มของเขาก็ค่อยๆ เลือนหายไป
"พี่ชาย ถึงบ้านเราแล้วค่ะ!"
ซูหลิงเอียงคอส่งยิ้มให้เฉินผิงอัน พลางชี้นิ้วไปยังลานเรือนแห่งหนึ่ง
เมื่อมองตรงไปข้างหน้า มุมปากของเฉินผิงอันก็กระตุกยิกๆ