เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23 ลูกสาวน่ารักน่าชังตกมาจากฟ้า?

บทที่ 23 ลูกสาวน่ารักน่าชังตกมาจากฟ้า?

บทที่ 23 ลูกสาวน่ารักน่าชังตกมาจากฟ้า?


บทที่ 23 ลูกสาวน่ารักน่าชังตกมาจากฟ้า?

และก็เป็นไปตามที่อาวุธเซียนคาดไว้ ในเวลานี้ ณ แดนเซียน ภายในตำหนักอันโอ่อ่า ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งกำลังมีท่าทีราวกับคนเสียสติ

หลังจากเขารู้ว่าดินแดนลี้ลับที่ตนสร้างขึ้นถูกทำลาย เขาก็รีบส่งคนออกไปสืบหาตามแดนมนุษย์นับพันแห่งตลอดทั้งคืน

ทว่าหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ค้นพบว่าป้ายวิญญาณของบุตรสาวเกิดความเปลี่ยนแปลง!

ป้ายวิญญาณคือของวิเศษล้ำค่า มันสามารถสะท้อนถึงสถานะชีวิตของบุคคลที่ผูกติดอยู่ได้ หากคนผู้นั้นตกตาย ป้ายวิญญาณก็จะแตกสลาย

ตลอดหนึ่งพันปีที่ผ่านมา ป้ายวิญญาณของบุตรสาวเขาถูกปกคลุมไปด้วยกลุ่มปราณสีดำ แม้ว่าเขาจะมีพลังอำนาจมหาศาลเพียงใดก็ไม่อาจปัดเป่ามันออกไปได้

แต่เมื่อครู่นี้ ป้ายวิญญาณของนางไม่เพียงแต่จะไม่แตกสลาย ทว่าปราณสีดำที่ปกคลุมอยู่กลับปลาสนาการไปจนสิ้น! นั่นหมายความว่าบุตรสาวของเขาได้สติกลับคืนมาแล้ว!

จักรพรรดิเซียนป้าเทียนจ้องมองป้ายวิญญาณในมือด้วยความตกตะลึง ความปีติยินดีในใจทำให้มือของเขาสั่นสะท้าน

ผู้ใดกัน! ยอดฝีมือท่านใดที่ช่วยเหลือหลิงเอ๋อร์ของข้าให้หลุดพ้นจากห้วงทุกข์ทรมาน!

หลิงเอ๋อร์! พ่อจะส่งคนไปตามหาเจ้าเดี๋ยวนี้! รอพ่อก่อนนะ!

จักรพรรดิเซียนป้าเทียนรีบนำของวิเศษออกมาแล้วออกคำสั่ง เรียกตัวยอดฝีมือทั้งหมดในสวรรค์ให้มาเข้าเฝ้าที่ตำหนักชั่วข้ามคืน

ในยามนี้ เขาไม่มีสง่าราศีของจักรพรรดิเซียนหลงเหลืออยู่อีกต่อไป เขากำลังตื่นเต้นดีใจจนแทบจะหลั่งน้ำตาออกมา

เขามั่นใจว่าบุตรสาวของเขาต้องอยู่ในแดนมนุษย์แห่งใดแห่งหนึ่งอย่างแน่นอน

เวลาผ่านไปไม่นาน ภายในตำหนักอันกว้างขวาง ยอดฝีมือแต่ละคนก็ปรากฏกายขึ้นอย่างเงียบเชียบ

แววตาของจักรพรรดิเซียนป้าเทียนแน่วแน่มั่นคง ขณะที่เขาถ่ายทอดข้อมูลสำคัญทีละเรื่องให้แก่คนสนิทรับทราบ

แดนมนุษย์! ดินแดนลี้ลับอันแข็งแกร่ง เสาลำแสงที่แตกสลาย!

ในท้ายที่สุด เขาก็มอบภาพวาดรูปเหมือนของบุตรสาวให้แก่ทุกคน

"นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป ผู้ใดที่ช่วยข้าตามหาลูกสาวพบ จะได้รับรางวัลเป็นอำนาจและความมั่งคั่งชั่วนิรันดร์! และได้ครอบครองโลกหล้าแห่งนี้ร่วมกับข้า!"

กลุ่มคนที่มารวมตัวกัน เมื่อได้ยินคำกล่าวเหล่านั้น ดวงตาก็พลันลุกวาวขึ้นมาทันที

หลังจากทำความเคารพลา พวกเขาทั้งหมดก็รีบพุ่งทะยานจากไปอย่างรวดเร็ว พวกเขากลับไปราวกับคนบ้าคลั่ง สั่งการให้ส่งคนไปยังแดนมนุษย์ทุกแห่งหน...

บริเวณใกล้เมืองชิงหยวน ในป่าที่แห้งแล้ง

มู่หรงกงและคนอื่นๆ ได้เข้าไปในดินแดนลี้ลับแล้ว

ทว่าภายในนั้นกลับว่างเปล่า ไม่มีสิ่งใดอยู่เลย พวกเขาจึงจำต้องเดินกลับออกมาด้วยความผิดหวัง

หลังจากออกมาได้ไม่นาน สิ่งที่ทำให้พวกเขาต้องประหลาดใจก็คือ จู่ๆ ทางเข้าดินแดนลี้ลับก็อันตรธานหายไป

ถ้ำเร้นลับก็มลายหายไปในอากาศอย่างเงียบเชียบ ทุกสรรพสิ่งกลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้ง

มู่หรงกงมองมู่หรงอวิ๋นไห่อย่างจนใจแล้วกล่าวว่า "เจ้าจงไปกำชับศิษย์ทุกคนให้เก็บงำสิ่งที่เพิ่งเห็นฝังลึกไว้ในใจ หากผู้ใดกล้าแพร่งพรายเรื่องราวใดๆ ที่เกิดขึ้นในดินแดนลี้ลับแห่งนี้แม้แต่ครึ่งคำ มันผู้นั้นจะถูกโบยจนตาย! ส่วนพวกที่คิดหนี จะถูกตามล่าไปจนสุดหล้าฟ้าเขียว!"

หากศิษย์เหล่านี้ปากโป้งเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในคืนนี้ออกไป อีกไม่นานยอดฝีมือมากมายจากโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรจะต้องแห่กันมาที่นี่ ถึงเวลานั้น ความสงบสุขของพื้นที่แห่งนี้คงต้องถูกรบกวนเป็นแน่

มู่หรงอวิ๋นไห่เข้าใจความหมายทันทีที่ได้ยิน บิดาของเขากลัวว่าคนอื่นจะมารบกวนความสงบสุขของผู้อาวุโสนี่เอง!

เขาพยักหน้ารับรัวๆ ก่อนจะรีบไปรวมตัวกลุ่มศิษย์ และเริ่มต้นทั้งข่มขู่ทั้งปลอบประโลมพวกเขา

วันรุ่งขึ้น

เมื่อดวงตะวันลอยโด่ง เฉินผิงอันก็ลืมตาขึ้นอย่างเกียจคร้าน

"แดดจ้าขนาดนี้แล้ว นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีเลยแฮะที่ข้าตื่นสายขนาดนี้"

เฉินผิงอันลุกขึ้นนั่งบนเตียงและบิดขี้เกียจ

สายตาของเขาชำเลืองมองภาพวาดลายเส้นที่แขวนอยู่บนกำแพงตรงหน้าเป็นสิ่งแรก หลังจากถอนหายใจออกมา เขาก็เตรียมตัวลุกจากเตียง

แต่ในจังหวะนั้นเอง ร่างกายของเขากลับแข็งทื่อ

เขากะพริบตา ก่อนจะหันคอไปทางขวาอย่างแข็งทื่อ

สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ หน้าตาน่ารักราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบกำลังฉีกยิ้มให้เขาอยู่

เฉินผิงอันกะพริบตาอีกครั้ง ชักจะสงสัยว่าตัวเองคงจะยังงัวเงียอยู่

ไม่อย่างนั้น จะมีใครเข้ามาอยู่ในห้องของเขาได้อย่างไร?

แถมยังเป็นเด็กหญิงตัวน้อยที่น่ารักน่าชังขนาดนี้อีกต่างหาก

ทว่าการกะพริบตาไม่ได้ช่วยอะไรเลย เด็กหญิงตัวน้อยที่น่ารักเกินบรรยายยังคงยืนอยู่ตรงนั้น

"นี่ข้าฝันไปหรือเปล่าเนี่ย? แต่ข้าไม่ได้เป็นโลลิคอนสักหน่อยนะ"

เฉินผิงอันหยิกแก้มตัวเอง

เจ็บแฮะ!

ไม่ได้ฝันไปนี่นา!

"พี่ชาย"

จู่ๆ เด็กหญิงตัวน้อยก็เอ่ยเรียกพร้อมกับรอยยิ้ม

น้ำเสียงใสแจ๋วราวกับเสียงนกร้องเจื้อยแจ้วดังกระทบโสตประสาทของเฉินผิงอัน

เขาแทบจะละลาย

แย่แล้ว ข้ากำลังจะกลายเป็นโลลิคอนไปแล้วจริงๆ รึเนี่ย!

"น้องสาว เจ้าเป็นใครกันน่ะ?" เฉินผิงอันมองเด็กหญิงตัวน้อยด้วยความงุนงงสับสนไปหมด

เด็กหญิงตัวเล็กแค่นี้เข้ามาในบ้านเขาได้อย่างไร?

ยิ่งไปกว่านั้น เขาไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับเด็กคนนี้เลยแม้แต่น้อย

"หนูชื่อซูหลิงค่ะ" เด็กหญิงตัวน้อยตอบพร้อมกับรอยยิ้ม

เฉินผิงอันไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน

"หรือว่าจะเป็นลูกหลานของบ้านไหนในเมือง? แต่เด็กที่น่ารักขนาดนี้ ข้าอาศัยอยู่ที่นี่มาตั้งห้าปี เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่เคยเห็นหน้าเลย"

หรือว่านางจะเป็นลูกของญาติบ้านไหนในเมืองที่มาเที่ยวหา?

"ซูหลิงใช่ไหม? งั้นพี่ชายจะเรียกเจ้าว่าเสี่ยวหลิงเอ๋อร์ก็แล้วกัน บอกพี่ชายมาสิว่าบ้านของเจ้าอยู่ที่ไหน? อยากให้พี่ชายพาไปส่งไหม?"

เฉินผิงอันคิดว่ารีบพาซูหลิงไปส่งกลับบ้านน่าจะดีที่สุด ขืนชักช้าพ่อแม่ของนางจะพากันเป็นห่วงเอาได้

ซูหลิงตอบว่า "บ้านของหนูก็อยู่ที่นี่แหละค่ะ"

ที่นี่เหรอ?

หมายความว่าอยู่ในเมืองเล็กๆ แห่งนี้สินะ?

"เสี่ยวหลิงเอ๋อร์ รอแป๊บเดียวนะ พี่ชายขอตัวไปล้างหน้าล้างตาก่อน"

เฉินผิงอันรีบลุกจากเตียงไปล้างหน้าบ้วนปากอย่างลวกๆ ในท้ายที่สุดเขายังแอบเช็กความหล่อในกระจกที่ระบบให้มา หวีผมให้เรียบร้อยเสียหน่อย ก่อนจะเดินกลับมาหาซูหลิง

"ไปกันเถอะ เดี๋ยวพี่ชายจะพาไปหาพ่อแม่นะ"

เฉินผิงอันเดินเข้าไปหาซูหลิง มองดูใบหน้าจิ้มลิ้มสีชมพูระเรื่อแสนน่ารักของนางแล้วก็อดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปหยิกเบาๆ ก่อนจะยื่นนิ้วก้อยออกไปให้นางจับ

ในเมื่อนางเป็นคนที่นี่ เรื่องก็ง่ายนิดเดียว แค่พาซูหลิงเดินถามไถ่ผู้คนไปเรื่อยๆ

เดี๋ยวก็ต้องมีคนรู้จักนางบ้างแหละน่า

ทางด้านซูหลิงก็ยิ้มรับและเอื้อมมือไปจับนิ้วของเฉินผิงอันเอาไว้ รอยยิ้มของนางช่างสดใสและอบอุ่นยิ่งกว่าแสงตะวันเสียอีก

เฉินผิงอันลูบหัวซูหลิงเบาๆ

น่ารักจริงๆ เล้ย

หึหึ สวรรค์ส่งเสี่ยวหลิงเอ๋อร์มาหาข้า คงจะพยายามหลอกล่อให้ข้าอยากมีลูกสาวแน่ๆ!

เขาชักจะอิจฉาพ่อแม่ของซูหลิงเสียแล้วที่มีลูกสาวน่ารักน่าเอ็นดูขนาดนี้

เพื่อไม่ให้พ่อแม่ของซูหลิงต้องเป็นกังวล เฉินผิงอันยอมงดอาหารเช้าและเริ่มเดินตระเวนถามไปทีละบ้าน

อย่างไรก็ตาม

หลังจากเดินจนทั่วทั้งเมืองเล็กๆ แห่งนี้แล้ว เขาก็ต้องยืนอึ้ง

ไม่มีใครเคยเห็นซูหลิงมาก่อนเลย!

ซ้ำร้ายบางคนยังยิ้มแล้วเอ่ยปากถามเขาด้วยซ้ำว่าซูหลิงเป็นลูกสาวของเขาหรือเปล่า

พวกเขาถึงกับบอกว่าเขากับซูหลิงหน้าตาเหมือนกันถอดแบบออกมาจากเบ้าเดียวกันเป๊ะ!

หญิงสาวบางคนพอเห็นหน้าซูหลิงเข้า ก็กลายร่างเป็นแฟนคลับผู้คลั่งไคล้ไปซะงั้น

พวกนางอาศัยจังหวะที่เฉินผิงอันเผลอ แอบขโมยหอมแก้มซูหลิงไปฟอดใหญ่

เห็นได้ชัดเลยว่าบนใบหน้าของซูหลิงยังมีคราบลิปสติกสีแดงจางๆ ติดอยู่... อิอิ ความจริงแล้ว เฉินผิงอันเองก็อยากจะหอมแก้มนางเหมือนกันนะ

"เสี่ยวหลิงเอ๋อร์ เจ้าบอกว่าบ้านอยู่ที่นี่ไม่ใช่เหรอ?" เฉินผิงอันขมวดคิ้ว

คนทั้งเมืองพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่เคยเห็นซูหลิงมาก่อน ดังนั้นซูหลิงต้องไม่ใช่คนเมืองชิงหยวนแน่ๆ

และไม่ได้เป็นญาติของบ้านไหนในเมืองนี้ด้วย

ซูหลิงตอบกลับมาว่า "บ้านของหนูอยู่ตรงนู้นไงคะ"

ดวงตาของเฉินผิงอันเป็นประกาย เขายิ้มกว้าง "อ้อ ที่แท้เจ้าก็รู้ทางนี่เอง! งั้นก็นำทางไปเลย"

ซูหลิงพยักหน้าอย่างเริงร่า ปล่อยมือของเฉินผิงอัน แล้วกระโดดโลดเต้นนำทางไปทิศทางหนึ่ง

ให้ตายเถอะ ถ้ามีลูกสาวแบบนี้ ไม่ให้ตื่นมายิ้มแก้มปริทุกวันได้ยังไงไหว!

เฉินผิงอันมองดูซูหลิงผู้น่ารักด้วยรอยยิ้มเอ็นดูสุดหัวใจ พลางเดินตามหลังนางไปเงียบๆ

ทว่าหลังจากนั้นไม่นาน รอยยิ้มของเขาก็ค่อยๆ เลือนหายไป

"พี่ชาย ถึงบ้านเราแล้วค่ะ!"

ซูหลิงเอียงคอส่งยิ้มให้เฉินผิงอัน พลางชี้นิ้วไปยังลานเรือนแห่งหนึ่ง

เมื่อมองตรงไปข้างหน้า มุมปากของเฉินผิงอันก็กระตุกยิกๆ

จบบทที่ บทที่ 23 ลูกสาวน่ารักน่าชังตกมาจากฟ้า?

คัดลอกลิงก์แล้ว