เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

513 - ภาพวาดภูเขาแม่น้ำ

513 - ภาพวาดภูเขาแม่น้ำ

513 - ภาพวาดภูเขาแม่น้ำ


กำลังโหลดไฟล์

513 - ภาพวาดภูเขาแม่น้ำ

หลี่รุ่ยเป็นอัจฉริยะที่โดดเด่น แม้ว่าเขาจะไม่ได้อยู่ยงคงกระพันเหมือนบุตรศักดิ์สิทธิ์แสงโชติช่วงแต่เขาก็มีความสามารถอย่างยิ่ง และเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับสูงในรุ่นของเขา

นับตั้งแต่เขาเข้ามาในโลก เขาได้พบกับความพ่ายแพ้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า อย่างแรกเขาถูกบดขยี้โดยยอดฝีมือที่ไม่มีใครเทียบ เซี่ยจี้โหยว และเมื่อเร็วๆนี้เขาถูกไล่ล่าโดยผังป๋อจนเกือบจะตายอย่างอนาจ

ไม่ใช่ว่าเขาไม่แข็งแกร่งพอ หากเขาไม่มีพรสวรรค์อันยิ่งใหญ่เขาจะไม่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นหนึ่งในบุตรศักดิ์สิทธิ์สำรองอย่างแน่นอน

เขาฟื้นฟูจากอาการบาดเจ็บในตำหนักหิมะนิรันดร์กาลได้สองสามวันแล้ว หลังจากหายดีเขาก็เริ่มคิดถึงการกลับสู่นิกายของตัวเอง

หลังจากที่เขาบินออกจากภูเขาได้ไกลกว่าพันลี้ เขาก็สังเกตเห็นว่ามีบางอย่างผิดปกติ มีคนกำลังตามเขาอยู่ และดูเหมือนว่าคนผู้นั้นจะไม่กลัวถึงผลที่ตามมาเลยเพราะเขาไม่ได้ปิดบังตัวเองด้วยซ้ำ

เขาขยับร่างกายแล้วมองย้อนกลับไป เมื่อเขาเห็นผังป๋อที่มีผมสีดำโบกสะบัดอยู่บนท้องฟ้าราวกับเทพมาร ใบหน้าเขาก็เปลี่ยนสีไปในทันใด

หลี่รุ่ยหันหลังและพยายามหลบหนี แต่มีใครบางคนขวางทางอยู่ข้างหน้า เย่ฟ่านยืนถือแส้ศักดิ์สิทธิ์ ขณะที่ตู้เฟยถือหม้ออสูรกลืนสวรรค์

นอกจากนี้ยังมีสุนัขสีดำตัวใหญ่วิ่งอยู่บนท้องฟ้าอย่างมีความสุข

"เจ้า"

หลี่รุ่ยหน้าเปลี่ยนสี แค่ผังป๋อก็เพียงพอที่จะฆ่าเขาได้ ด้วยผู้ช่วยที่ทรงพลังเช่นนี้ หัวใจของเขาจึงจมดิ่งลงอย่างสมบูรณ์

เย่ฟ่านเยาะเย้ยแล้วกล่าวว่า “ไม่ใช่ว่าดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของพวกเจ้าชอบทำงานร่วมกันในการไล่ล่าผู้คนหรือ วันนี้ข้าอยากจะลองวิธีของพวกเจ้าบ้าง”

“ร่างเซียนพิการ เจ้ากล้าที่จะต่อสู้กับข้าเพียงลำพังหรือไม่?” หลี่รุ่ยพยายามท้าทายเย่ฟ่านโดยมองหาโอกาสที่จะทะลวงออกจากวงล้อม

“เมื่อเจ้ากล้าส่งยอดฝีมือมาไล่ล่าข้าทำไมเจ้าไม่สู้คนเดียวดูล่ะ ตอนนี้ข้าก็แค่ลอกเลียนวิธีการของพวกเจ้าเท่านั้น” เย่ฟ่านสืบเท้าเดินไปข้างหน้าโดยไม่ลังเลในขณะที่ตู้เฟยก็ติดตามเขาไปอย่างกระชั้นชิด

ผังป๋อหยุดพวกเขาไม่ให้ออกมาข้างหน้าและพูดว่า

"เด็กน้อยนี่เป็นเหยื่อของข้า ข้าจะจัดการเขาเอง"

หลี่รุ่ยโกรธจัด บุตรศักดิ์สิทธิ์สำรองของดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งแสงโชติช่วงถูกดูหมิ่นเหยียดหยามเช่นนี้จะให้เขาทนรับได้อย่างไร

หลี่รุ่ยระเบิดพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลทำให้ลานน้ำแข็งสั่นสะเทือน และแสงศักดิ์สิทธิ์พี่ออกมาจากร่างกายของเขาท่วมท้นสวรรค์และปฐพี

ทักษะแสงศักดิ์สิทธิ์ของคัมภีร์ความโกลาหลแห่งจักรวาลของดินแดนศักดิ์สิทธิ์แสงโชติช่วงสามารถชำระล้างสวรรค์และปฐพีถือได้ว่าเป็นวิชาธาตุไฟที่แข็งแกร่งที่สุดในดินแดนรกร้างตะวันออก

นอกจากนี้ทักษะการป้องกันของพวกเขาก็น่าทึ่งมาก มันมีทักษะศักดิ์สิทธิ์เพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้นที่สามารถต่อสู้กับทักษะชนิดนี้

"เก้ากระบวนท่าสังหารจักรพรรดิอสูร!"

ผังป๋อตะโกน ในทันใดนั้นความว่างเปล่าก็เริ่มบิดเบี้ยวก่อนที่ความมืดจะกลืนกินแสงศักดิ์สิทธิ์ของหลี่รุ่ยเข้าไปอย่างรวดเร็ว

แสงสีเงินสองดวงลอดผ่านช่องว่างและทะลุผ่านร่างของหลี่รุ่ยทำให้เกิดรูเลือดขนาดเท่ากำปั้นสองรูอยู่ที่หน้าอกของหลี่รุ่ย

หลี่รุ่ยมีสถานะเป็นถึงศักดิ์สิทธิ์สำรองของดินแดนศักดิ์สิทธิ์แสงโชติช่วง

แน่นอนว่าเขาไม่ถึงกับพ่ายแพ้อย่างรวดเร็วขนาดนั้น ในตอนนี้เขาส่งเสียงคำรามด้วยความโกรธพร้อมกับคายเจดีย์เล็กๆออกมาจากปาก

เจดีย์เล็กๆสีทองขยายใหญ่ขึ้นภายในเวลาเสี้ยวลมหายใจก่อนที่มันจะกดเข้าหาผังป๋อ

ผังป๋อไม่ได้แสดงความกลัวแม้แต่น้อย ลำแสงสีเงินสองเส้นของเขาเจาะสวรรค์เข้าหาเจดีย์โบราณตรงๆโดยไม่หลบเลี่ยง

ปัง!

สมบัติอันหนักอึ้งนี้ถูกเจาะทะลวงเป็นรูขนาดใหญ่ ความแข็งแกร่งของพลังจากผังป๋อนั้นแม้แต่พวกเย่ฟ่านก็ยังตกใจไม่น้อย

“ทักษะศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้ ข้าไม่เคยเห็นจริงๆ!” ตู้เฟยพูดไม่ออก

"คัมภีร์โบราณที่ถ่ายทอดโดยจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ของเผ่าพันธุ์อสูรและทักษะอันศักดิ์สิทธิ์ในนั้นก็น่ากลัวเช่นกัน" ไฟในดวงตาของสุนัขสีดำตัวใหญ่นั้นลุกโชน

หลี่รุ่ยตกใจอย่างยิ่ง ทักษะศักดิ์สิทธิ์ของอีกฝ่ายนั้นทรงพลังมากจนทำให้เขารู้สึกสิ้นหวังอย่างแท้จริง

เขากรีดร้องด้วยความกลัวและหันหลังหนี ไม่ว่าหน้าตาหรือศักดิ์ศรี ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนไม่สำคัญอะไรทั้งสิ้น คู่ต่อสู้เช่นนี้หากกล้าต่อต้านจะมีเพียงความตายเท่านั้นที่รออยู่

“เก้ากระบวนท่าของจักรพรรดิอสูร!”

ผังป๋อตะโกนอย่างเย็นชาและลำแสงสีเงินสองเส้นก็บินเข้าหาหลี่รุ่ยที่กำลังหลบหนี

"อา..."

หลี่รุ่ยร้องลั่นเกิดรูเลือดขนาดใหญ่อีกสองรูในร่างกายของเขา

เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสและจะต้องตายอยู่ที่นี่อย่างไม่ต้องสงสัย

หลี่รุ่ยกัดฟัน หว่างคิ้วทั้งสองข้างมีแสงสว่างวาบขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ เขาต้องการใช้ทักษะแสงศักดิ์สิทธิ์ขั้นสุดยอดเพื่อเผาตัวเองให้ตายไปพร้อมกับคู่ต่อสู้

แต่ผังป๋อไม่ได้ให้โอกาสเขา พลังศักดิ์สิทธิ์ของเทพอสูรถูกเผาผลาญอย่างรุนแรงในขณะที่ผังป๋อกระแทกฝ่ามือบดขยี้ศีรษะของหลี่รุ่ยจากระยะไกล

"ปัง!"

หลี่รุ่ยตกลงมาจากท้องฟ้าและกระแทกแผ่นน้ำแข็งจนพื้นที่บริเวณนั้นกลายเป็นสีแดงฉานโดยไม่มีผู้ใดทราบชะตากรรม

“พี่ผังแข็งแกร่งมาก การได้เป็นสหายของเจ้าไม่รู้ว่าเป็นโชควาสนากว่าการเป็นศัตรูกับเจ้ามากแค่ไหน!” ตู้เฟยสูดลมหายใจเข้าไปอย่างหนาวเหน็บ

“ข้าฝึกฝนสำเร็จเพียงสามกระบวนท่าแรกของเก้ากระบวนท่าสังหารจักรพรรดิอสูร นี่เป็นทักษะศักดิ์สิทธิ์ที่แข็งแกร่งที่สุดของข้า ถ้าเขายังหนีไปได้ข้าก็หมดปัญญาที่จะไล่ตามเขาแล้ว”

“เจ้าถ่อมตัวเกินไปแล้ว ไม่ว่าใครก็ตามที่สามารถรอดชีวิตจากทักษะศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามนี้ก็เพียงพอแล้วที่จะกวาดล้างยอดฝีมือระดับเดียวกันทั้งหมด” ตู้เฟยอุทาน

หลังจากที่พวกเขากลับมายืนบนพื้นอีกครั้ง จักรพรรดิดำก็เหยียดอุ้งเท้าใหญ่ดึงหลี่รุ่ยเข้ามาอย่างกระตือรือร้น

"สัตว์เลี้ยงมนุษย์ของข้า"

เมื่อได้ยินสองคำนี้หลายคนก็ตกตะลึงเล็กน้อย

“เจ้าเด็กนี่ยังไม่ตายอีกเหรอ เราจะทำอย่างไรกับเขา?” ตู้เฟยถาม

“ปิดผนึกต่อไป ในอนาคตเขาจะกลายเป็นแรงงานที่แข็งแกร่งกว่าคนอื่น” เย่ฟ่านกล่าวด้วยรอยยิ้ม

"กลุ่มนักขุดของเราเริ่มยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยแล้วๆ" ตู้เฟยส่งเสียงหัวเราะอย่างสบายใจ

สี่วันต่อมา เย่ฟ่าน, ผังป๋อ, ตู้เฟยและสุนัขสีดำตัวใหญ่ก็จัดวางกำลังดักซุ่มโจมตีผู้บ่มเพาะหญิงของคฤหาสน์ม่วงอีกครั้ง

ผู้บ่มเพาะหญิงของคฤหาสน์ม่วงนั้นอายุไม่มากนัก นางอายุประมาณยี่สิบปี นางสวมชุดยาวสีม่วงและยืนอยู่บนท้องฟ้ามองดูพวกเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย

เย่ฟ่านรู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อย หญิงสาวคนนี้มีพลังเกินกว่าหลี่รุ่ยที่พวกเขาจู่โจมเมื่อไม่กี่วันก่อนหลายเท่า นี่เป็นคนระดับเดียวกันกับบุตรศักดิ์สิทธิ์แสงโชติช่วงอย่างไม่ต้องสงสัย

“เทพธิดาคฤหาสน์ม่วง ข้ายังไม่ได้ถามชื่อเจ้าเลย”

“จื่อเซี่ย” เสียงขอหญิงสาวแห่งคฤหาสน์ม่วงสงบและไม่สั่นคลอน

"เจ้าไม่คิดจะเข้าสู่ขั้นสี่สุดขั้วแล้วหรือถึงตั้งตัวเป็นศัตรูกับดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมด รีบปล่อยพี่น้องของข้าออกมาแล้วข้าจะถือว่าพวกเราไม่เคยมีความแค้นต่อกัน"

เย่ฟ่านรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เทพธิดาจื่อเซี่ยนั้นไม่ธรรมดา จริงๆ บางทีการปรากฏตัวของนางในวันนี้อาจจะเป็นการเตรียมตัวมาเป็นอย่างดีแล้วก็ได้

“อันที่จริงข้าไม่ต้องการเป็นศัตรูกับเจ้า แต่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดส่งศิษย์มากมายมาตามล่าข้า มันทำให้ข้ายากที่จะสงบใจได้จริงๆ”

“ดังนั้นเจ้าจึงตั้งใจจะฆ่าข้าที่นี่” จื่อเซี่ยยังคงสงบนิ่งและไม่ได้แสดงความโกรธแค้นอะไร

เย่ฟ่านยิ้มและกล่าวว่า

"แน่นอนว่าพวกเราไม่มีทางทำอะไรไร้มารยาทถึงขนาดนั้น พวกเราเพียงต้องการเชิญเทพธิดาจื่อเซี่ยร่วมทางสักระยะหนึ่ง พวกเราขอสาบานว่าจะให้เกียรติเจ้าอย่างแน่นอน"

“เจ้าคิดจะจับข้าเป็นตัวประกันเหรอ? ก็เอาสิ” เสียงของจื่อเซี่ย ยังคงสงบแต่มันแฝงไปด้วยไอสังหารเล็กน้อย

ในขณะนั้น ผังป๋อ ตู้เฟยและสุนัขสีดำตัวใหญ่ก็เริ่มปิดล้อมสถานที่อย่างรวดเร็ว

"เทพธิดาจื่อเซี่ยพวกเราต้องขอเสียมารยาทแล้ว" ตู้เฟยถอนหายใจ

"ชั้วะ"

แต่ในขณะที่พวกเขากำลังวางค่ายกลเพื่อดักจับจื่อเซี่ย จู่ๆภาพวาดขนาดใหญ่ก็ครอบลงมาจากท้องฟ้า กลิ่นอายเอ๋าอันทรงพลังของมันปิดผนึกรอบทิศทางอย่างแน่นหนา

"ภาพวาดภูเขาแม่น้ำ!"

ในตาของตู้เฟยหดตัวและเขากระโดดลงไปในหม้ออสูรกลืนสวรรค์ของตัวเองโดยไม่ดังเลย

“ระวัง ภาพวาดนี้เกี่ยวโยงกับกฎสวรรค์และปฐพี มันเป็นอาวุธทรงอำนาจของคฤหาสน์ม่วง !”

ในม้วนภาพ ภูเขาอันและแม่น้ำนั้นยิ่งใหญ่นั้นสง่างาม เมื่อผสมผสานกับความงามของเทพธิดาจื่อเซี่ยในชุดสีม่วงมันกลับกลายเป็นความลี้ลับที่น่ากลัวอย่างถึงที่สุด

จบบทที่ 513 - ภาพวาดภูเขาแม่น้ำ

คัดลอกลิงก์แล้ว