- หน้าแรก
- ก้าวสู่บัลลังก์เทพแห่งห้วงมิติไร้สิ้นสุด
- บทที่ 49 การทดสอบระดับ D+ ทะเลทรายเอ้อเหยามา (ตอนที่20)
บทที่ 49 การทดสอบระดับ D+ ทะเลทรายเอ้อเหยามา (ตอนที่20)
บทที่ 49 การทดสอบระดับ D+ ทะเลทรายเอ้อเหยามา (ตอนที่20)
หลินอินรออยู่บนชายคาครู่หนึ่ง หลังจากเห็นศิษย์ตัวน้อยหลอกล่อทหารยามที่ลาดตระเวนไปจนเกือบหมดแล้ว เธอก็กระโดดลงมาจากชายคา
"พวกเจ้า พวกเจ้าคือ..."
ทหารยามสองคนที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูพระราชวังกำลังจะเอ่ยปาก หลินอินก็วูบมาปรากฏตัวอยู่ด้านหลังพวกเขาทันที
เตะเข้าที่เป้ากางเกงคนละที!
"อ๊าก!"
ใบหน้าของชายทั้งสองซีดเผือดลงทันที พวกเขาทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นอย่างเจ็บปวด มือสั่นเทากุมเป้ากางเกงเอาไว้แน่น
"หืม ไม่สลบแฮะ"
หลินอินมองทหารยามสองคนที่น้ำตาแทบเล็ดด้วยความเจ็บปวดพร้อมกับความประหลาดใจเล็กน้อย
เขาว่ากันว่าตรงนั้นมันเจ็บมากไม่ใช่หรือไง นี่ยังไม่สลบไปเพราะความเจ็บปวดอีก
เมื่อคิดเช่นนี้ หลินอินก็หรี่ตาลงเล็กน้อย และค่อยๆ บิดขยี้ปลายเท้าขวาลงบนพื้น
"ดูเหมือนจะออกแรงน้อยไปหน่อยนะ"
"ไม่ ไม่..."
ราวกับสัมผัสได้ถึงเจตนาของหลินอิน ทหารยามทั้งสองที่มีใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด ยื่นมือออกมาอย่างอ้อนวอน
"ปล่อย ปล่อย..."
ปัง—
กรอบ—
คล้ายกับเสียงอะไรบางอย่างแตกละเอียด
ตุบ—
ทหารยามทั้งสองเบิกตาโพลงและล้มตึงลงไปกองกับพื้น
หลินอินปัดมือเบาๆ จากนั้นก็ผลักประตูพระราชวังให้เปิดออกด้วยความพึงพอใจแล้วเดินเข้าไป
หลังคาสีทองและกำแพงหิน เสาในห้องสลักเสลาด้วยผงทองคำเป็นลวดลายสตรีโฉมงามถือเครื่องดนตรีนางแล้วนางเล่า เหล่าหญิงงามล้วนมีเสน่ห์เย้ายวน เท้าเปลือยเปล่าเหยียบย่างแผ่วเบาบนสายสะพายที่พลิ้วไหวดุจปุยเมฆขาว ราวกับนางฟ้าที่กำลังเหินลม
ในซุ้มโค้งของห้อง มีสิ่งหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายตั่งยาว บนนั้นมีดาบล้ำค่าประดับทองวางอยู่หลายเล่ม ข้างดาบเหล่านั้นมีภาพวาดทิวทัศน์และบุคคลคู่หนึ่ง
ในภาพวาด ชายหนุ่มสวมชุดยาวเรียบง่ายดูคล้ายบัณฑิต ในมือถือม้วนตำรา กลีบดอกไม้หลายกลีบร่วงหล่นลงมาจากต้นท้อเหนือศีรษะ กลีบหนึ่งบังเอิญตกลงบนศีรษะของหญิงงามผู้ถือผีผาที่อยู่เคียงข้างชายผู้นั้นพอดี
หญิงงามผู้นั้นดูเย็นชาและงดงามไร้ที่ติ ทว่ากลับมีรอยยิ้มบางๆ ประดับมุมปากขณะจ้องมองชายหนุ่ม
"นั่นคือการพบกันครั้งแรกของฉันกับเขา"
ภูตสาวซึ่งมีชิ้นส่วนเครื่องดนตรีสองชิ้นอยู่ใต้ฝ่าเท้าปรากฏตัวขึ้นที่ประตูห้องโถงพร้อมกับหิ้วศีรษะของตัวเองมาตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่อาจทราบได้
"ฉันไม่รู้ว่าพูดเรื่องราวในอดีตพวกนี้มาแล้วกี่ครั้ง"
ภูตสาวค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้ภาพวาดพร้อมกับหิ้วศีรษะของตัวเอง มือที่เหลือแต่กระดูกปล่อยศีรษะลงและลูบไล้ภาพวาดบนผนังอย่างเชื่องช้า
ขณะที่หลินอินคิดว่าเธอกำลังจะรำลึกความหลัง เล็บของมือข้างนั้นกลับค่อยๆ ขีดข่วนจนเกิดรอยใหม่บนภาพวาด และความเคียดแค้นจางๆ ก็แผ่ซ่านออกมาจากร่างของภูตสาว
ใช่แล้ว จางๆ เมื่อกาลเวลาล่วงเลยไป ความเคียดแค้นต่ออดีตของภูตสาวก็มลายหายไปมากแล้ว
บัดนี้ สิ่งที่หลงเหลืออยู่ มีเพียงความด้านชาเสียมากกว่า
"ฉันไม่ชอบเล่าเรื่อง"
ภูตสาวกล่าวอย่างราบเรียบ
"ทุกครั้งที่เล่า พวกคุณต่างก็มองมาด้วยสายตาเห็นอกเห็นใจและเวทนา แต่สุดท้าย พวกคุณก็ยังฆ่าฉันไม่ได้อยู่ดี"
"บางทีฉันอาจจะทำได้นะ"
หลินอินวางขนมที่เพิ่งหยิบมาจากห้องครัวลงบนโต๊ะข้างๆ จากนั้นก็นั่งลงอย่างสง่างาม ทำท่าทางเหมือนตั้งใจฟังเต็มที่
ภูตสาวเหลือบมองเธอเงียบๆ จากนั้นก็เดินเข้าไปและวางศีรษะของตนลงบนโต๊ะ
หลินอินที่ยังจัดขนมไม่เสร็จ "..."
เมื่อเห็นว่าไม่มีพื้นที่บนโต๊ะเหลือแล้ว หลินอินก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเก็บขนมที่เหลือเข้าช่องเก็บของมิติ จากนั้นก็นำกาน้ำออกมา ดื่มน้ำสลับกับชิมขนมไปพลางๆ
"ตอนกลางวันฉันแปลกใจอยู่นิดหน่อย นักปราบปีศาจอย่างพวกคุณไปเรียนรู้วิชาหยิบของจากระยะไกลแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน"
ภูตสาวหรี่ตาลง สังเกตหลินอินอย่างครุ่นคิด
"คุณดูเหมือนจะไม่ได้ซ่อนของพวกนี้ไว้บนตัวเลย แต่ทำไมถึงเสกของออกมาจากความว่างเปล่าได้ง่ายๆ แค่สะบัดมือกลางอากาศล่ะ"
"ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้วน่ะ"
หลินอินเลียเศษขนมที่ติดปลายนิ้วเบาๆ
"วันนี้ไม่เหมือนวันวานอีกต่อไป ตอนนี้นักปราบปีศาจทุกคนล้วนแข็งแกร่งมาก คนอย่างฉันก็เป็นแค่คนธรรมดาทั่วไปในหมู่คนธรรมดาเท่านั้นแหละ"
พูดจบ หลินอินก็ส่งยิ้มใสซื่อและอ่อนโยนให้ศีรษะหัวนั้น
ภูตสาว "..."
เธอยอมเชื่อว่านักปราบปีศาจแข็งแกร่งขึ้น แต่คนๆ นี้เนี่ยนะ... เป็นแค่คนธรรมดาทั่วไปในหมู่คนธรรมดา
"ก็คงงั้นมั้ง"
ภูตสาวไม่ได้เถียงกับหลินอินเรื่องนี้ต่อ
"ฉันไม่ได้ออกไปจากที่นี่นานเกินไปแล้ว จนลืมไปแล้วว่าโลกภายนอกเป็นยังไง"
ภูตสาวค่อยๆ มองออกไปนอกหน้าต่าง ทอดสายตามองท้องฟ้ายามค่ำคืนที่มืดมิดและเต็มไปด้วยดวงดาว
"เขาชื่อเวิงจื่ออ๋าง เดิมทีเป็นบัณฑิตที่เตรียมตัวสอบเข้ารับราชการ เราพบกันในป่าเขา ตอนนั้นฉันเพิ่งเข้ามาในโลกมนุษย์และเดินผ่านทะเลสาบแห่งหนึ่ง..."
"เขาแอบดูอยู่เหรอ" หลินอินเดา
เมื่อเผชิญกับสายตาจริงจังและตรงไปตรงมาของหลินอิน ความอึดอัดใจก็ฉายชัดขึ้นมาบนใบหน้าอันเย็นชาของภูตสาวอย่างหาได้ยาก
"ใช่..."
"..."
สีหน้าของหลินอินดูแปลกไปในทันที
"นั่น นั่นมันอุบัติเหตุต่างหาก!"
เป็นครั้งแรกในรอบเวลาอันเนิ่นนานที่ภูตสาวออกโรงปกป้องผู้ชายคนนั้น
หลักๆ เป็นเพราะสายตาของหลินอินมองเธอเหมือนเป็นพวกชอบโชว์ที่สนุกกับการถูกแอบดูอย่างชัดเจน!
"อ้อ..."
"ช่างเถอะ เข้าเรื่องกันดีกว่า"
สีหน้าของภูตสาวกลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว
"เอาเป็นว่า เพราะเรื่องราวบางอย่าง ทำให้เรารักกันและถึงขั้นแต่งงานกัน หลังจากที่เรากลายเป็นสามีภรรยากัน ฉันก็สารภาพตัวตนของฉันกับเขา เดิมทีฉันคิดว่าเขาจะกลัวฉัน แต่ผิดคาด เขาไม่กลัวเลย"
ร่องรอยของความคะนึงหาอดีตฉายวาบขึ้นบนใบหน้าของภูตสาว
"ถึงแม้จะผ่านมาเนิ่นนานแล้ว แต่ฉันรู้ว่าตอนนั้นเขารักฉันด้วยใจจริง เราอยู่กินฉันสามีภรรยามานานถึงเจ็ดสิบปี"
"เจ็ดสิบปีเหรอ"
หลินอินประหลาดใจเล็กน้อย
"อายุของเขากับฉันน่ะ แก่กว่าที่คุณคิดไว้เยอะเลยล่ะ"
ภูตสาวเหลือบมองหลินอินอย่างเฉยเมย
"ถ้าตอนนั้นฉันยอมรับความตายด้วยความชราของเขาได้ เรื่องทั้งหมดนี่ก็คงไม่เกิดขึ้น"
"คุณสามารถทำให้คนไม่ตายเพราะความชราได้ด้วยเหรอ"
ความประหลาดใจในดวงตาของหลินอินทวีความรุนแรงขึ้น
"คุณไม่รู้เหรอ"
ภูตสาวมองหลินอินด้วยสีหน้าแปลกใจ
"ถ้าคุณไม่รู้ แล้วคุณจะมาฆ่าฉันทำไม"
"อืม... ปราบปีศาจผดุงคุณธรรมล่ะมั้ง"
"..."
ภูตสาวขมวดคิ้ว พิจารณาหลินอินอยู่ครู่หนึ่ง
"ตอนนี้นักปราบปีศาจมีสักกี่คนที่เลือกเดินเส้นทางนี้เพื่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันจริงๆ ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้หวังแค่สิ่งของบางอย่างที่เรามี จนต้องเอาข้ออ้างเรื่องการปราบปีศาจมาบังหน้าเพื่อฆ่าพวกเราหรอกหรือ"
หลินอินพยักหน้า
"เรื่องนั้นก็เหมือนกับพวกตัวละครฝ่ายธรรมะในละครโทรทัศน์จริงๆ นั่นแหละ"
"หืม"
ภูตสาวมองหลินอินด้วยสีหน้างุนงงอยู่สองสามวินาที ก่อนจะพูดต่อ
"เพราะฉันรับไม่ได้ที่เขาตาย ฉันจึงควักหัวใจตัวเองออกมา หยดเลือดของเขาลงไป แล้วให้เขาใช้มีดฆ่าฉัน!"
หลินอิน "...ประสาทเสียหรือเปล่าเนี่ย"
"ก็คงงั้น"
ภูตสาวค่อยๆ วางศีรษะของตนกลับคืนสู่ร่าง เสียงสวบสาบเบาๆ บ่งบอกว่าเนื้อที่ขาดสะบั้นกำลังสมานตัวเข้าหากันอีกครั้ง
"จุดตายของฉันคือหัวใจ และคนที่ทำพันธสัญญากับหัวใจของฉัน จะได้รับอายุขัยของฉันไปหนึ่งปีหลังจากที่ลงมือฆ่าร่างเนื้อของฉัน"
...