- หน้าแรก
- ก้าวสู่บัลลังก์เทพแห่งห้วงมิติไร้สิ้นสุด
- บทที่ 27 ตัวปัญหาระบบภูตผี
บทที่ 27 ตัวปัญหาระบบภูตผี
บทที่ 27 ตัวปัญหาระบบภูตผี
หลินอิน "..."
ก่อนที่หลินอินจะได้เอ่ยปาก ถูเตี่ยนหย่าที่กำลังเคี้ยวใบหญ้าหางหมาอยู่ก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอู้อี้
"ไม่ว่าจะเป็นสายพลังแบบไหน ขอแค่อย่ามาอยู่เกาะเราก็พอ"
พูดจบเธอก็เดินต่อไปโดยที่ยังคาบหญ้าไว้ในปาก
หลินอินยืนนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะรีบเดินตามไปและถามขึ้น
"ทำไมถึงมาอยู่เกาะเราไม่ได้ล่ะคะ"
ถูเตี่ยนหย่าปรายตามองหลินอิน แทนที่จะตอบตรงๆ เธอกลับตั้งคำถามกลับ
"เธอรู้ไหมว่าสายพลังพิเศษกับคำว่าระบบภูตผีมีความหมายว่ายังไง"
หลินอินส่ายหน้า
ตอนที่อยู่ในพื้นที่สามมิติ เธอไม่ได้รับคำแนะนำหรือคำอธิบายใดๆ เลย
เมื่อเห็นดังนั้น ถูเตี่ยนหย่าจึงดึงหน้าจอแสดงอันดับบนสร้อยข้อมือขึ้นมา
"ในแดนทมิฬ มีสายพลังพิเศษทั้งหมด 20 สายเท่านั้น และแต่ละสายจะปรากฏขึ้นกับคนเพียงคนเดียว หมายความว่าต่อให้มีผู้เข้าร่วมหน้าใหม่เข้ามาอีกกี่คน ก็จะไม่มีทางจับคู่และได้รับสายพลังระบบภูตผีได้อีกแล้ว"
ขณะที่พูด ถูเตี่ยนหย่าก็เลื่อนหน้าจอแสดงอันดับขึ้นไปจนสุด
"ปัจจุบัน ในบรรดาสายพลังพิเศษทั้ง 20 สาย รวมถึงระบบภูตผีที่เพิ่งเข้ามาใหม่นี้ มีปรากฏขึ้นมาแล้วทั้งหมด 3 สาย สายหนึ่งคือระบบเอลฟ์ อยู่อันดับที่ 13 และอีกสายคือระบบเบฮีมอธ อยู่อันดับที่ 9 ผู้ครอบครองสายพลังพิเศษทั้งสองสายนั้น ตอนนี้กลายเป็นบุคคลระดับแนวหน้าของแดนทมิฬไปแล้ว และระบบภูตผีที่เพิ่งปรากฏขึ้นมาใหม่นี้ ก็ยังอยู่อันดับสูงกว่าสองสายนั้นเสียอีก เธอว่าคนพวกนั้นจะไม่คลั่งกันได้ยังไง"
เมื่อมองดูรายชื่อระบบภูตผีที่แสดงเป็นสีเทาหม่นบนหน้าจอแสดงอันดับ คิ้วของหลินอินก็ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
"แต่ทำไมคนอื่นถึงต้องคลั่งด้วยล่ะคะ"
หลินอินยังคงไม่เข้าใจ
"ในเมื่อพวกเขาก็ไม่มีทางได้สายพลังนี้มาอยู่แล้วไม่ใช่หรือคะ"
"ไม่หรอก พวกเขาเอามาได้"
จู่ๆ ถูเตี่ยนหย่าก็หยุดเดิน หันหน้ามามองหลินอินด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"ก่อนหน้านี้ฉันบอกเธอไปแล้วว่า ผู้เข้าร่วมที่อยู่เกาะแห่งชีวิตเดียวกันห้ามทำร้ายกันเอง นอกจากความหมายตรงๆ แล้ว ประโยคนั้นยังมีนัยยะแอบแฝงที่ชัดเจนอยู่อีกอย่างหนึ่ง"
หลินอินชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ เอ่ยต่อ
"คนที่มาจากเกาะแห่งชีวิตอื่นสามารถโจมตีพวกเราได้ใช่ไหมคะ"
"ถูกต้อง"
ถูเตี่ยนหย่าละสายตาอย่างใจเย็น และมองไปยังดวงอาทิตย์ที่กำลังตกดินในระยะไกล
"ตลอด 2 ปีนับตั้งแต่แดนทมิฬปรากฏขึ้น พวกเราก็ตั้งสมมติฐานและข้อสงสัยเกี่ยวกับการมาถึงของมัน พวกเราสงสัยว่าการที่มันปรากฏขึ้นก็เพื่อ... สร้างพระเจ้า!"
พระเจ้าอย่างนั้นหรือ
หลินอินตกใจ ก่อนจะมองถูเตี่ยนหย่าด้วยความประหลาดใจ
"อย่าคิดนะว่านี่เป็นแค่เรื่องเพ้อเจ้อของพวกเบียว!"
ถูเตี่ยนหย่าคายใบหญ้าหางหมาในปากทิ้งด้วยสีหน้าไม่พอใจ
"ข้อสันนิษฐานนี้ไม่ใช่แค่เรื่องพูดกันเล่นๆ หรอกนะ ยิ่งเธออยู่ที่นี่นานเท่าไหร่ เธอก็จะยิ่งเข้าใจลึกซึ้งมากขึ้นเท่านั้น เอาล่ะ กลับมาเรื่องก่อนหน้านี้ดีกว่า เธอถามว่าพวกเขาสามารถครอบครองสายพลังพิเศษได้ไหม ฉันขอตอบเลยว่าได้! ขอแค่ฆ่าผู้เข้าร่วมที่เป็นเจ้าของสายพลังพิเศษนั้นได้ก็พอ!"
แววตาของถูเตี่ยนหย่าดูดุดันขึ้นมาทันที
"ถ้าสายพลังของเธออยู่ในระดับ 3 ดาวขึ้นไป ฉันขอแนะนำให้เธอซ่อนมันไว้ให้ดีก่อนที่เธอจะแข็งแกร่งพอ เพราะที่นี่ ขอแค่เธอฆ่าคนได้ เธอก็จะได้รับสายพลังของคนคนนั้นมาครอบครอง!"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ประกายในดวงตาของหลินอินก็หม่นลงทันที แต่หลังจากคิดทบทวนอย่างถี่ถ้วน เธอก็นึกถึงประเด็นหนึ่งขึ้นมาได้
"แล้วถ้าคนระดับสูงฆ่าคนระดับต่ำล่ะคะ"
"ถ้างั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าเป็นฝ่ายเริ่มก่อนหรือตั้งรับ"
ถูเตี่ยนหย่าใช้นิ้วเลื่อนดูร้านค้าแดนทมิฬอยู่พักใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจซื้ออมยิ้มมา 2 แท่งอย่างประหยัด
"อ่ะ ให้เธอแท่งนึง"
ถูเตี่ยนหย่าโยนอมยิ้มรสส้มให้หลินอิน
"ขอบคุณค่ะ"
หลินอินเอ่ยขอบคุณเบาๆ ขณะที่รับอมยิ้มที่ถูเตี่ยนหย่าโยนมาไม่ตรงเป้าเอาไว้ได้อย่างแม่นยำ
"โอ้ ปฏิกิริยาตอบสนองดีนี่"
ถูเตี่ยนหย่ามองหลินอินด้วยความประทับใจ
เธอจำได้ว่าผู้มาใหม่ไม่น่าจะผ่านการอัปเกรดความสามารถในช่วงเวลานี้นี่นา
ทว่าถูเตี่ยนหย่าไม่ชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องของคนอื่น หลังจากแซวเล่นนิดหน่อย เธอก็ละสายตากลับมา
"ให้ตายสิ ฉันไม่ชินกับการที่ปากว่างเลยจริงๆ อ้อ เมื่อกี้เราพูดถึงไหนแล้วนะ"
"ฝ่ายเริ่มก่อนกับฝ่ายตั้งรับค่ะ"
หลินอินแกะเปลือกอมยิ้มและส่งเข้าปากเช่นกัน
"อ้อ ใช่ ฝ่ายเริ่มก่อนกับฝ่ายตั้งรับ อืมมม อธิบายแบบนี้ก็แล้วกัน ถ้าเธอเป็นฝ่ายจู่โจมคนอื่นก่อนแล้วเขาตาย ไม่ว่าระดับพลังของเขาจะต่ำกว่าเธอหรือไม่ ขอแค่เธอเป็นคนเปิดก่อน เธอก็จะได้รับสายพลังของคนคนนั้นมา แต่กฎข้อนี้ใช้ไม่ได้ในดันเจี้ยนนะ"
ถูเตี่ยนหย่ากัดอมยิ้มในปาก ก่อนจะพูดอู้อี้ต่อ
"ในดันเจี้ยนการทดสอบ เฉพาะตอนที่คนระดับพลังต่ำกว่าฆ่าคนระดับพลังสูงกว่าเท่านั้น คนฆ่าถึงจะได้รับสายพลังของอีกฝ่ายมาครอบครอง แต่ถ้าคนระดับพลังสูงกว่าฆ่าคนระดับพลังต่ำกว่า ก็จะได้รับแค่แต้มและไอเทมทั้งหมดของคนระดับต่ำกว่าไปเท่านั้น ดังนั้นหน้าใหม่ เตรียมตัวเตรียมใจไว้ให้ดีเถอะ"
จู่ๆ ถูเตี่ยนหย่าก็ปรายตามองหลินอินด้วยสีหน้าจริงจัง
"ในดันเจี้ยนต่อๆ ไป เธอก็จะได้รู้เองว่า ผู้เข้าร่วมการทดสอบน่ะ น่ากลัวกว่าพวกสัตว์ประหลาดนอกโลกนั่นซะอีก!"
พูดจบ ราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ ถูเตี่ยนหย่าก็แค่นเสียงหัวเราะเยาะ
"แม้แต่เพื่อนที่เคยคบกันมาก็ยังไว้ใจไม่ได้หรอก ในแดนทมิฬไม่มีเพื่อนแท้จำเอาไว้ให้ดี อย่าไว้ใจหันหลังให้ใครเด็ดขาด นี่คือคำเตือนจากพี่สาวคนนี้!"
หลินอินพยักหน้าอย่างจริงจัง
ขณะที่ทั้งสองคนกำลังจะเดินต่อไป จู่ๆ เสียงระบบอัตโนมัติที่คุ้นเคยก็ดังก้องขึ้นเหนือเกาะ
【ขอแสดงความยินดีกับผู้เข้าร่วมสายพลังระบบภูตผีที่ย้ายเข้ามายังเกาะแห่งชีวิตหมายเลข 47 ได้สำเร็จ!】
【ขอแสดงความยินดีกับผู้เข้าร่วมสายพลังระบบภูตผี...】
...เสียงประกาศการย้ายเข้าเกาะดังก้องไปทั่วทุกเกาะแห่งชีวิตถึง 3 ครั้ง ในเสี้ยววินาทีนั้น ผู้เข้าร่วมการทดสอบทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้มีประสบการณ์โชกโชนหรือผู้ที่เพิ่งก้าวเท้าเข้าสู่แดนทมิฬในวันนี้ ต่างก็รับรู้โดยทั่วกันว่าผู้เข้าร่วมสายพลังระบบภูตผีได้ย้ายเข้ามาอยู่บนเกาะแห่งชีวิตหมายเลข 47 แล้ว
ในพริบตานั้น อมยิ้มในปากหลินอินก็ร่วงหล่นลงพื้น และถูเตี่ยนหย่าที่เดินนำหน้าไปเล็กน้อยก็ยืนนิ่งงันราวกับถูกแช่แข็ง
จนกระทั่งเสียงประกาศเงียบหายไปนาน คนทั้งสองจึงค่อยๆ ได้สติ
"บ้าเอ๊ย! ทำไมไอ้ตัวซวยนี่ถึงมาอยู่เกาะเดียวกับพวกเราได้เนี่ย!!"
ถูเตี่ยนหย่ากระชากอมยิ้มในปากปาทิ้งลงพื้นด้วยความเดือดดาล
หลินอินนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแอบเตะอมยิ้มที่ร่วงลงพื้นไปให้พ้นทางเงียบๆ
ซวยชะมัด!
"พวกเราจบเห่แน่"
ถูเตี่ยนหย่ากำหมัดแน่น ใบหน้าซีดเผือด
"พวกเราต้องรีบหาตัวไอ้คนระบบภูตผีนี่ให้เจอโดยเร็วที่สุด ไม่งั้นหลายคนบนเกาะนี้คงต้องตายกันหมดแน่!"
เมื่อได้ยินดังนั้น คิ้วของหลินอินที่เคยสงบนิ่งก็ขมวดเข้าหากันอย่างรวดเร็ว
"แล้วเรื่องของผู้เข้าร่วมระบบภูตผีมันเกี่ยวอะไรกับผู้เข้าร่วมคนอื่นๆ บนเกาะด้วยล่ะคะ"
"เกี่ยวสิ!"
ถูเตี่ยนหย่าขยี้ผมตัวเองอย่างหงุดหงิด
"ตอนนี้ยังไม่มีใครรู้ตัวตนของผู้เข้าร่วมระบบภูตผี พวกผู้เข้าร่วมที่มักใหญ่ใฝ่สูงพวกนั้นต้องหาวิธีทุกวิถีทางเพื่อหาตัวเขาจากพวกเราให้ได้ และมีวิธีเดียวที่จะยืนยันได้ว่าพวกเราไม่ใช่ผู้ครอบครองระบบภูตผี นั่นก็คือฆ่าพวกเราทิ้งซะ!"