เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

392 - คางคกอยากกินเนื้อหงส์

392 - คางคกอยากกินเนื้อหงส์

392 - คางคกอยากกินเนื้อหงส์


กำลังโหลดไฟล์

392 - คางคกอยากกินเนื้อหงส์

เย่ฟ่านและจักรพรรดิดำออกจากวังโบราณอู่จิงพร้อมกับลบร่องรอยทั้งหมด

สุนัขสีดำตัวใหญ่มีต้นกำเนิดที่ลึกลับ แม้แต่ค่ายกลโบราณเช่นนี้มันก็ยังสามารถทำลายได้ เย่ฟ่านรู้สึกสงสัยในตัวตนที่แท้จริงของมันเป็นอย่างมาก

ในยามราตรีทุกสิ่งทุกอย่างนิ่งสงบความวุ่นวายที่พวกเขาก่อขึ้นในวังโบราณไม่มีผู้ใดรู้เห็น

เย่ฟ่านกลับไปที่ห้องของเขาอย่างเงียบๆ คืนนั้นเขาหลับสนิทมาก ความกังวลใจทั้งหมดของเขาถูกทำลายไปแล้ว นี่จึงเป็นความผ่อนคลายมากที่สุดในรอบหลายปี

ในตอนเช้าเย่ฟ่านเริ่มเก็บข้าวของของตัวเอง เขาวางแผนที่จะไปในวันนี้

ในส่วนของจักรพรรดิดำมันมีสีหน้าท้อแท้อย่างยิ่ง แม้ว่าจะลงทุนลงแรงค่อนข้างมากแต่สุดท้ายมันก็ไม่ได้รับคัมภีร์จักรพรรดิอสูร

เย่ฟ่านเดินไปสนทนากับตู้เฟย เขาวางแผนที่จะจากไปเพราะงานชุมนุมที่ทะเลสาบหยกก็ใกล้จะมาถึงแล้ว

“น้องเย่ โจ้จะกังวลเรื่องนั้นไปทำไม” ตู้เฟยดื่มด่ำกับความสำราญของดินแดนแห่งนี้โดยไม่ต้องการที่จะติดตามเย่ฟ่านไป

"เจ้าอยากพลาดงานชุมนุมที่ทะเลสาบหยกหรือไม่ บุตรศักดิ์สิทธิ์และสตรีศักดิ์สิทธิ์มากมายมีต่างก็เข้าร่วมงานชุมนุมในครั้งนี้ " เย่ฟ่านไม่พอใจเล็กน้อย

“จะรีบอะไรนักหนา เจ้ารู้หรือไม่ว่าในโลกนี้ยากจะหาหญิงงามที่สามารถแข่งขันกับองค์หญิงเอี๋ยนได้ เจ้าให้โอกาสข้าอยู่ร่วมกับนางอีกสักหน่อยไม่ได้หรือ” ตู้เฟยปฏิเสธที่จะจากไป

เย่ฟ่านรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย อสูรเฒ่าที่เขาปราบปรามเมื่อคืนนี้เป็นสมาชิกของกลุ่มของเอี๋ยนรูหยู เขากลัวว่าหากความลับนี้ถูกเปิดเผยเกรงว่าเขาคงจะออกจากที่นี่ไม่ได้

“จักรพรรดิดำเจ้าอย่าได้ทำรุนแรงกับอสูรเฒ่าตัวนั้นมากเกินไป ขอเพียงพวกเราแข็งแกร่งมากพอไม่ว่ามันจะมีความลับอะไรอยู่พวกเราก็สามารถขุดค้นออกมาได้” เย่ฟ่านส่งเสียงอย่างลับๆ

“เจ้าคิดว่าจักรพรรดิคนนี้โง่เหมือนเจ้าหรือ? วิญญาณอสูรเฒ่าที่น่ากลัวนี้ย่อมไม่ถูกฆ่าตายได้ง่ายๆ เพียงใช้พลังกดดันมันให้อยู่ในระฆังนี้ก็กินแรงมากพอแล้ว!” จักรพรรดิดำสาปแช่ง

“เย่น้อยก็คิดว่าวันนี้พวกเราควรไปเที่ยวเมืองอสูรอีกสักรอบดีกว่า” ตู้เฟยชักชวน

“หากเจ้าอยากไปเที่ยวกับพวกนางเจ้าก็ไปเถอะ ข้ารู้สึกเบื่อแล้ว” เย่ฟ่านยิ้มและส่ายหัว

“ดูเหมือนว่าเจ้าจะตัดสินใจที่จะไปจริงๆ รออีกสองวันได้ไหมเดี๋ยวพี่น้องคนอื่นๆของข้าจะมาสมทบ”

“ถ้าอย่างนั้นก็รออีกสองวันเถอะ”

เย่ฟ่านไม่อยากให้ผู้ฝึกฝนเผ่าพันธุ์อสูรรู้สึกสงสัยในความร้อนรนของเขา ดังนั้นเขาจึงคิดจะจากไปพร้อมกับตู้เฟย

ก่อนเดินทางเขาและจักรพรรดิดำได้ไปที่เมืองอสูรเพื่อค้นหาทรัพยากรอีกครั้ง เย่ฟ่านคิดว่าค่ายกลของจักรพรรดิดำค่อนข้างใช้ได้ดังนั้นเขาจึงคิดจะรวบรวมและสร้างพวกมันขึ้นมาอีกชุด

เย่ฟ่านใช้เวลาทั้งวันในการรวบรวมวัสดุสำหรับทำค่ายกลในขณะที่ตู้เฟยเดินไปข้างหน้าพร้อมกับหญิงสาวที่มีเสน่ห์คนหนึ่ง ทั้งคู่ต่างก็คลุกคลีกันอย่างสนิทสนมยิ่ง

“ข้าบอกแล้วไงว่าพวกเรามาที่นี่ไม่มีประโยชน์ มันเป็นเพียงก้างขวางคอพวกเขาเท่านั้น” จักรพรรดิดังกล่าวด้วยความเบื่อหน่าย

“สุนัขของเจ้ามีอารมณ์ร้ายอย่างยิ่ง?” หญิงสาวคนนั้นหันกลับมาหัวเราะคิกคัก

ในตลอดทั้งวันนี้เย่ฟ่านสังเกตว่าสายตาของผู้ฝึกฝนเผ่าพันธุ์อสูรต่างก็มองมาที่เขาอยู่ตลอดเวลามันทำให้เขารู้สึกอึดอัดเป็นอย่างมาก

หลังจากนั้นไม่นานฉินเหยาก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับยื่นนิ้วที่ขาวผ่องของนางมาบิดเอวของเย่ฟ่านเบาๆ

“เจ้ามาที่เมืองอสูรทำไม เจ้าไม่รู้หรือว่ามีคนมากมายแค่ไหนที่ต้องการสมบัติของเจ้า?” ฉินเหยากล่าวด้วยท่าทางยั่วยวนเหมือนเช่นปกติทุกครั้ง

"พี่สาวเหยา... "

หญิงสาวที่มีเสน่ห์คนนั้นแม้ว่าจะทำตัวน่ารักแต่สายตาที่มองมายังเย่ฟ่านก็มีความเย็นชาอย่างยิ่ง

“อย่ามายุ่งกับพี่สาวฉินเหยา!”

นางแอบส่งคำเตือนมหาเย่ฟ่าน แต่หลังจากนั้นนางก็ส่งเสียงหัวเราะคิกคักและยิ้มอ่อนหวานไปยังฉินเหยา

เย่ฟ่านหัวเราะกับการกระทำของนางแล้วส่งเสียงรับๆถามกลับไปว่า

"ทำไมข้าต้องฟังคำพูดเจ้า?"

"เจ้าก็แค่คางคกที่อยากกินเนื้อหงส์" เด็กสาวส่งเสียงด้วยความรังเกียจแต่ไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติม

เย่ฟ่านรู้สึกสงสัยอย่างยิ่งเขาจึงส่งเสียงกลับไปหาหญิงสาวคนนั้นว่า

"สาวน้อยนี่ไม่ใช่เรื่องของเจ้าต่อให้เจ้าอยากยุ่งเกี่ยวก็ทำไม่ได้"

หญิงสาวคนนั้นแค่นเสียงอย่างเย็นชาว่า

“ถ้าเจ้ารักพี่สาวฉินเหยาเจ้าก็ไม่ควรทำร้ายนาง เจ้าเป็นเพียงคนพิการคนหนึ่ง ต่อให้เจ้ามีพรสวรรค์มากแค่ไหนเจ้าก็หยุดอยู่เพียงอาณาจักรตำหนักเต๋าเท่านั้น นับวันสถานะของพวกเจ้ามีแต่จะห่างไกลกันยิ่งกว่าสวรรค์และปฐพี”

เย่ฟ่านพูดไม่ออกเล็กน้อย "หากตัวข้าไม่คู่ควรกับนางแล้วใครล่ะที่เจ้าคิดว่าเหมาะสม"

“ปีกทอง ไผ่ขม และหงส์ขาวล้วนเป็นอัจฉริยะตำหนักเต๋าชั้นห้าแม้แต่พวกเขาก็ยังไม่คู่ควรกับพี่สาวฉินเหยา ตอนที่อยู่ภาคใต้สถานะของเจ้าถือว่าใช้ได้อยู่บ้าง แต่เมื่ออยู่ภาคเหนือเจ้าก็เป็นเพียงคนพิการคนหนึ่ง!” หญิงสาวกล่าวอย่างไร้ความปราณี

“ที่แท้เจ้าก็แอบหลงรักคางคกสามตัวนั้น ฮ่าๆๆ!” เย่ฟ่านกล่าวด้วยรอยยิ้ม

พวกเขาแอบส่งเสียงสนทนากันคนนอกจึงไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

“เจ้าจะเป็นเพียงผู้ฝึกฝนอาณาจักรตำหนักเต๋าตลอดชีวิต แม้ว่าเจ้าจะอยู่ยงคงกระพันในรุ่นเดียวกันแต่ก็ไม่มีความแตกต่างอะไรจากคนพิการ ดังนั้นเจ้าควรมีความสำนึกมากกว่านี้”

หญิงสาวสะบัดเสื้อคลุมขนนกของนางด้วยความไม่พอใจ

สิ่งนี้ทำให้เย่ฟ่านพูดไม่ออก เพียงเพราะเขาเดินไปกับฉินเหยา เขาก็กระตุ้นความเป็นศัตรูของผู้อื่นแล้ว โลกนี้ช่างโหดร้ายจริงๆ!

หญิงสาวคนนี้มีชื่อว่าจินเอี๋ยน นางก็มีใบหน้างดงามและรูปกายที่เย้ายวนเป็นอย่างมาก เพียงแต่ว่าคำพูดของนางนั้นน่ารังเกียจจริงๆ

เย่ฟ่านส่ายหัวอย่างเฉยเมยและกล่าวว่า

"เจ้าควรหุบปากได้แล้วถ้าขี้เกียจฟังคำพูดของเจ้า"

“เจ้าคางคกเจ้าไม่มีอะไรเทียบได้กับปีกทอง ไผ่ขมและหงส์ขาวเลย เฮอะ!” หญิงสาวแค่นเสียงอย่างเย็นชาและข้างหลังไม่สนใจเย่ฟ่านอีก

แต่หลังจากผ่านไปสักระยะและเห็นว่าเย่ฟ่านดูเหมือนจะไม่สนใจนางจริงๆ จินเอี๋ยนเด็กสาวสวมเสื้อคลุมขนนกสีทองก็แอบส่งเสียงมาหาเย่ฟ่านอีกครั้ง

"ถ้าเจ้าดีกับพี่สาวฉินเหยาจริงๆเจ้าควรให้อนาคตที่ดีต่อนางด้วย พวกเจ้าเป็นคนที่อยู่กันคนละโลกไม่มีอะไรคู่ควรกันแม้แต่น้อย"

เย่ฟ่านที่ถูกเยาะเย้ยมาตลอดทางต่อให้เป็นคนที่ใจเย็นที่สุดก็ยังอดรู้สึกโมโหไม่ได้

"นี่ไม่ใช่เรื่องของเจ้าหรือว่าแท้ที่จริงแล้วเจ้าแอบหลงรักข้า?"

“เจ้าว่าอะไรนะ!”

จินเอี๋ยนกรีดร้องออกมาด้วยความไม่พอใจ

"ร้านเก่าแก่แห่งนี้ทำให้ข้าเกิดความรู้สึกแปลกๆ พวกเราเข้าไปดูดีกว่า" ตู้เฟยเปิดประตูเข้าไปในร้าน

ริมถนนมีร้านค้าโบราณชื่อว่าหงส์ทะยานฟ้า แม้ว่าจะมีขนาดไม่ใหญ่โตแต่ก็มีลูกค้ามาอุดหนุนอย่างเนืองแน่น

จินเอี๋ยนหันไปยิ้มให้กับตู้เฟยและกล่าวว่า

"นี่คือบ้านหงส์ทะยานฟ้า มันถูกสร้างขึ้นโดยบรรพบุรุษหงส์ทะยานฟ้าเมื่อ 800 ปีก่อนแม้แต่ในเมืองอสูรของเราก็ถือว่าเป็นร้านค้าที่มีชื่อเสียงมากที่สุด”

ผู้ฝึกฝนเผ่าพันธุ์อสูรที่อยู่ด้านในได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าด้วยความภาคภูมิ

"บรรพบุรุษเฒ่าหงส์ทะยานฟ้าเป็นผู้ติดตามรุ่นแรกของราชามังกรเขียว เขาเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่สร้างเมืองอสูรแห่งนี้"

"บุคคลเมื่อแปดร้อยปีที่แล้ว หากเขายังมีชีวิตอยู่เขาจะแข็งแกร่งแค่ไหนกันนะ?" ตู้เฟยกล่าวด้วยสีหน้าตกตะลึง

“นั่นเป็นเรื่องปกติ แม้ว่าจะไม่มีทางเปรียบเทียบได้กับผู้สูงสุด แต่ก็ลึกซึ้งและไม่อาจวัดได้เช่นกัน” จินเอี๋ยนก็มีสิน่ายกย่องอย่างเห็นได้ชัด

ฉินเหยาพยักหน้าและกล่าวว่า "บรรพบุรุษผู้ติดตามราชามังกรเขียวในยุคแรกนั้นเหลืออยู่ไม่มากแล้ว แต่บรรพบุรุษผู้เฒ่าหงส์ทะยานฟ้าเป็นหนึ่งในนั้น”

บ้านหงส์ทะยานเต็มไปด้วยเสน่ห์โบราณ สมุนไพรจิตวิญญาณทุกชนิดบรรจุอยู่ในกล่องหยกโปร่งแสง พี่ด้านในนั้นมีผู้ฝึกฝนเผ่าพันธุ์อสูรมากมายชุมนุมกันอยู่

ทันใดนั้นเย่ฟ่านก็สัมผัสได้ถึงสายตาที่จ้องมองเขาอย่างเป็นศัตรูมาจากชั้นสอง ตรงนั้นมีชายหนุ่มชุดขาวรูปงามคนหนึ่งกำลังจับจ้องมายังและฉินเหยาด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย

เมื่อมองเห็นเขาจินเอี๋ยนสาวน้อยเผ่าอสูรสวมเสื้อคลุมขนนกสีทองก็อุทานด้วยความยินดีว่า

“พี่หงส์ขาว เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”

ในขณะเดียวกันนานก็แอบส่งเสียงมาหาเย่ฟ่านอีกครั้ง

"เจ้าเห็นหรือยังว่านี่คือพี่หงส์ขาว เขาเป็นอัจฉริยะที่อยู่ในอาณาจักรตำหนักเต๋าชั้นห้า เจ้าละอายต่อความต่ำต้อยของตัวเองหรือไม่?”

เย่ฟ่านพูดไม่ออก หญิงสาวที่ชื่อจินเอี๋ยนคนนี้ดูเหมือนจะให้ความสนใจต่อเขาเป็นอย่างมาก แม้ว่าเขาจะไม่ได้สนทนากับนางเลยตลอดเส้นทางที่ผ่านมานางก็ยังส่งเสียงไม่หยุด

จบบทที่ 392 - คางคกอยากกินเนื้อหงส์

คัดลอกลิงก์แล้ว