เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

331 - มังกรที่แท้จริงลากโลงศพ

331 - มังกรที่แท้จริงลากโลงศพ

331 - มังกรที่แท้จริงลากโลงศพ


กำลังโหลดไฟล์

331 - มังกรที่แท้จริงลากโลงศพ

เสาศิลาที่สองบันทึกประวัติศาสตร์ของศิลปะต้นกำเนิดตั้งแต่สมัยโบราณ มีปรมาจารย์ต้นกำเนิดเพียงห้าคนในภาคเหนือ และพวกเขาได้รับพรสวรรค์ที่ถูกถ่ายทอดทางสายเลือด

บนเสาหินที่สามมีบันทึกบางประเด็นที่น่ากังวลที่สุดของเย่ฟ่านซึ่งบรรยายวิธีการออกจากที่นี่และมันแทบจะเป็นไปไม่ได้สำหรับเขา

เพราะบรรพบุรุษรุ่นที่สี่บอกว่าการจะออกจากที่นี่ต้องพึ่งพาพลังงานจากต้นกำเนิดสวรรค์และเย่ฟ่านไม่มีต้นกำเนิดสวรรค์แม้แต่ชิ้นเดียว

โชคดียังมีวิธีหนึ่งที่สามารถออกจากที่นี่ด้วยเช่นกันซึ่งมันถูกบันทึกไว้อย่างชัดเจน แต่ด้วยความแข็งแกร่งของเย่ฟ่านเห็นได้ชัดว่าวิธีการนี้ยากที่จะทำให้สำเร็จได้

บรรพบุรุษปรมาจารย์ต้นกำเนิดสวรรค์ได้เตือนคนรุ่นหลังอย่างเคร่งขรึมว่าวิธีการออกจากที่นี่ก็คือต้องเข้าสู่ใจกลางของอาณาเขตป่าสนแห่งนี้ที่แม้แต่ประมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์ก็อาจจะตายได้ง่ายๆ

เย่ฟ่านสูดลมหายใจเข้าไปอย่างหนาวเหน็บ แม้ว่าพื้นที่ใจกลางอาณาเขตนี้จะถูกบรรพบุรุษรุ่นที่สี่ทำลายไปแล้วบางส่วนแต่ก็ยังอันตรายเป็นอย่างมาก เขาได้แต่จ้องมองเสาหินนั้นด้วยสีหน้าสิ้นหวัง

การแก้ไขอาณาเขตที่บิดเบี้ยวนั้นไม่สามารถทำได้ด้วยฝีมือของมนุษย์เช่นเขา กฎแห่งสวรรค์และปฐพีที่นั่นรุนแรงเป็นอย่างมากไม่อาจแตะต้องได้นี่คือคำตักเตือนของบรรพบุรุษรุ่นที่สี่

เสาหินที่สามเป็นคำพูดคลุมเครือ เย่ฟ่านคาดเดาอย่างรอบคอบและพอจะเข้าใจได้ว่านั่นเป็นคำบอกเล่าถึงสถานที่บางอย่าง

"มันเป็นหลุมศพของราชาอมตะโบราณ ......"

เย่ฟ่านครุ่นคิดอย่างเงียบๆและยืนเป็นเวลานาน ใต้ดินนั้นน่ากลัวจริงๆ บรรพบุรุษรุ่นที่สี่ไม่ได้บอกวิธีการออกจากที่นี่ซึ่งสามารถใช้ได้สำหรับเขา

เมื่อไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่งเย่ฟ่านก็มาถึงเสาหินที่สี่ ถ้อยคำบนเสาหินนี้มีขนาดเล็กและถูกเขียนไว้อย่างมากมาย

สิ่งที่ถูกเขียนอยู่บนเสาต้นนี้เป็นของล้ำค่าที่สุดสำหรับเย่ฟ่านเพราะมันคือความเข้าใจเกี่ยวกับตำราต้นกำเนิดสวรรค์ของบรรพบุรุษรุ่นสี่!

เย่ฟ่านอ่านคำต่อคำ นึกในใจอย่างเงียบๆเพราะกลัวว่าจะพลาดอะไรบางอย่างไป

ข้อความนี้ลึกซึ้ง เข้าใจยาก และมีบางคำที่เย่ฟ่านไม่เคยได้ยินมาก่อนด้วยซ้ำ

สุดท้ายแล้วเย่ฟ่านไม่สามารถทำความเข้าใจได้ทั้งหมดเขาจึงได้แต่คัดลอกมันลงไปในตำราต้นกำเนิดสวรรค์เท่านั้น

เมื่อเขาคัดลอกเนื้อหาทั้งหมดแล้วแสงสีเงินที่ปลดปล่อยออกมาจากตำราต้นกำเนิดสวรรค์ก็ทำลายอักขระทั้งหมดที่อยู่บนต้นเสาให้กลายเป็นฝุ่นละอองภายใต้ความตกตะลึงของเย่ฟ่าน

“บรรพบุรุษรุ่นที่สี่เป็นผู้ที่มีพรสวรรค์อย่างแท้จริง เนื้อหาที่เขาทิ้งไว้สามารถเพิ่มเติมลงในตำราต้นกำเนิดสวรรค์ได้ถึงเก้าหน้า” เย่ฟ่านถอนหายใจ

หลังจากดูเสาหินทั้งสี่แล้วเย่ฟ่านก็มีความสงสัยในใจว่าทำไมบรรพบุรุษรุ่นที่สี่มาที่นี่

ภายในศาลามีโต๊ะหินและเสาหินสี่เสาซึ่งมีความซับซ้อนตามกาลเวลา

อย่างไรก็ตามแม้จะผ่านมาหลายปีแล้วแต่ภายในศาลานี้ยังคงสะอาดสะอ้านไม่มีฝุ่นละอองแม้แต่น้อย เย่ฟ่านก้าวไปข้างหน้าและเห็นตัวอักษรเล็กๆถูกสลักไว้บนโต๊ะหิน

บรรพบุรุษรุ่นที่สี่แม้ว่าจะมีอายุมากแต่เขาก็ต้องการเข้าสู่เหมืองโบราณต้นกำเนิดเพื่อต่ออายุของตัวเอง

"ไม่มีทาง ......"

เย่ฟ่านไม่เข้าใจ เขาคิดว่าการจะต่อชีวิตของตัวเองด้วยการเข้าสู่เหมืองโบราณต้นกำเนิดแห่งนี้มันเป็นเพียงการขุดหลุมฝังศพตัวเองเท่านั้น

ที่นี่เป็นแดนมรณะอย่างแน่นอน มันเป็นไปไม่ได้ที่จะค้นหาโอกาสในการรอดชีวิตที่นี่?

เขาอ่านอย่างระมัดระวังค่อยๆเข้าใจชะตากรรมของบรรพบุรุษรุ่นที่สี่อย่างช้าๆ

“บรรพบุรุษรุ่นสี่พักอยู่ที่นี่หรือ”

เย่ฟ่านมองทั้งสี่ทิศทางแต่แน่นอนว่าย่อมไม่มีสิ่งผิดปกติอะไรเกิดขึ้น ป่าสนเงียบสงัด แสงจันทร์ขาวนวล ธารน้ำใส ไม่มีหลุมฝังศพของใครทั้งสิ้น

เย่ฟ่านยืนอยู่ในศาลาครู่หนึ่งแล้วก้าวไปข้างหน้า หลังจากเดินออกจากศาลา ตำราต้นกำเนิดสวรรค์สวรรค์ในมือของเขาก็ส่งเสียงกระทบกันอีกครั้ง มีแสงสาดส่องออกไป

เย่ฟ่านเข้าใจแล้วว่าทั้งศาลาโบราณและเส้นทางนี้สงวนไว้ให้ทายาทของปรมาจารย์ต้นกำเนิดสวรรค์เท่านั้น

จุดจบของปรมาจารย์ต้นกำเนิดสวรรค์คืออะไรกันแน่ การเปลี่ยนแปลงในช่วงท้ายหลังจากเรียนรู้ตำราต้นกำเนิดสวรรค์อันตรายมากแค่ไหน บางทีอาจมีคำตอบอยู่ข้างหน้า

“ในฐานะที่เป็นปรมาจารย์สวรรค์ บางทีเขาอาจจะขุดสิ่งที่ไม่ควรถูกขุดออกมามากเกินไปดังนั้นจึงถูกสวรรค์ลงโทษ” เย่ฟ่านพูดกับตัวเอง

ในอนาคตเขาอาจจะกลายเป็นปรมาจารย์ต้นกำเนิดสวรรค์ด้วย ดังนั้นเขาจึงให้ความสนใจเกี่ยวกับชะตากรรมช่วงท้ายของปรมาจารย์ต้นกำเนิดสวรรค์ทุกคนซึ่งมันอาจจะเกิดขึ้นกับเขาด้วย

เมื่อเดินผ่านป่าเย่ฟ่านไม่พบอันตรายใดๆ แสงสีเงินยังคงชักนำให้เขาเดินเข้าสู่ส่วนลึกของป่า

“บรรพบุรุษรุ่นที่สี่มีความแข็งแกร่งมากแค่ไหนกันแน่ แต่คิดว่าคงไม่เป็นรองปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์พวกนั้นอย่างแน่นอน”

เย่ฟ่านชื่นชมอย่างสุดซึ้ง บรรพบุรุษผู้นี้มีความโดดเด่นมาก แม้แต่ปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์โบราณและจักรพรรดิแห่งราชวงศ์เซี่ยก็ยังเสียชีวิตอยู่ที่นี่ แต่บรรพบุรุษรุ่นสี่กลับสามารถค้นหาเส้นทางแห่งการมีชีวิตอยู่ต่อไปได้

ในแง่ของพลังการต่อสู้ บรรพบุรุษรุ่นสี่อาจไม่สามารถเปรียบเทียบกับปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์ผู้ยิ่งใหญ่เหล่านั้น แต่การเข้าสู่สถานที่ที่สิ้นหวังเช่นนี้แม้แต่จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ก็ไม่สามารถเทียบกับเขา

“บรรพบุรุษรุ่นสี่สามารถหลบหนีออกจากที่นี่ได้หรือไม่ หากเขาทำได้แล้วข้าต้องทำอย่างไร?”

เย่ฟ่านต้องการเห็นชะตากรรมสุดท้ายของบรรพบุรุษรุ่นที่สี่ แต่ยิ่งไปกว่านั้นเขาต้องการออกไปจากที่นี่

ป่าแห่งนี้แม้แต่ปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์และจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ก็ยังออกไปไม่ได้ดังนั้นความหวังในการรอดชีวิตของเขาจึงขึ้นอยู่กับความรู้ที่บรรพบุรุษรุ่นสี่ทิ้งไว้

หลังจากเดินทางกว่าสองสามลี้ เย่ฟ่านพบอาคารที่ทรุดโทรมสามหลังซึ่งมีขนาดไม่ใหญ่มาก มันมีลักษณะคล้ายกับวิหารที่เขาเห็นในตอนแรก ทั้งหมดนั้นเก่าแก่มากและเกือบจะพังทลายได้อย่างสมบูรณ์แล้ว

ความจริงที่ว่าพวกมันไม่ได้ล้มลงหลังจากผ่านไปหลายปีก็แสดงให้เห็นถึงความศักดิ์สิทธิ์ของมันแล้ว

เย่ฟ่านเชื่อว่าวิหารพวกนี้จะต้องถูกสลักไว้ด้วยอักขระเต๋าบางอย่างเพื่อให้พวกมันสามารถดำรงอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้

อย่างไรก็ตามเย่ฟ่านเพียงแค่มองและไม่เดินเข้าไป ตอนนี้เขาเดินตามเส้นทางที่ตำราต้นกำเนิดสวรรค์ชี้นำโดยไม่กล้าออกจากเส้นทางเพื่อพบความเสี่ยงอย่างอื่น

ตำราต้นกำเนิดสวรรค์ในมือของเขานั้นเปรียบเสมือนเปลวเทียนที่ถูกจุดขึ้นในความมืด นี่เป็นความหวังเดียวในชีวิตของเขา หากเขาทำโดยประมาทเขาอาจจะต้องตายอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

ผ่านไปอีกสี่ลี้ก็มีอาคารหลังใหญ่ที่ขวางทางอยู่ ตำราต้นกำเนิดสวรรค์ชี้ไปที่อาคารนี้นั่นเอง

วิหารโบราณมีขนาดใหญ่มากแม้แต่ต้นสนที่สูงเสียดฟ้าก็ยังไม่สามารถปิดบังได้ อย่างไรก็ตามแสงจันทร์สีเงินที่สาดส่องลงมาไม่ได้ทำให้มันดูศักดิ์สิทธิ์แม้แต่น้อยแต่กลับดูมืดมนแทน

ประตูด้านหน้าวิหารเปิดค้างไว้และข้างในนั้นก็มืดสนิทมองไม่เห็นอะไรราวกับว่ามันถูกเชื่อมต่อกับขุมนรก

“บรรพบุรุษรุ่นที่สี่ซ่อนตัวอยู่ที่นี่หรือไม่?”

เย่ฟ่านรู้สึกเสมอว่าสิ่งมหัศจรรย์นี้ค่อนข้างน่ากลัว มันมืดเกินไป เขาไม่รู้ว่าการเข้าไปในนั้นจะมีอันตรายอะไรพี่รออยู่

“ไม่ว่าจะอย่างไรข้าก็ควรเข้าไปข้างใน เพราะที่ด้านนอกไม่มีความหวังอะไรอยู่แล้ว” เย่ฟ่านก้าวไปข้างหน้าโดยไม่มีความลังเลอีกต่อไป

หลังจากที่เย่ฟ่านเดินเข้าไปในวิหารก็พบกับขั้นบันไดหลายร้อยขั้น และที่ขั้นบันไดนั้นดูเหมือนจะสลักไว้ด้วยอักขระเต๋าที่มีความซับซ้อนเป็นอย่างมาก

"มีบันทึกอีกแล้ว "

เย่ฟ่านประหลาดใจในทันที ไม่ว่าจะเป็นที่ด้านหน้าของสุสานมังกรไฟและป่าสนแห่งนี้ล้วนแล้วแต่มีอักขระเต๋าที่ถูกสลักไว้

นอกจากนี้ยังมีบันทึกย่อบางส่วนจากบรรพบุรุษรุ่นที่สี่และมีสัญลักษณ์ที่ไม่สามารถเข้าใจได้มากมาย

และที่น่าตกใจมากกว่านั้นคืออักขระพวกนี้มีความคุ้นเคยต่อเขาเป็นอย่างมาก! เย่ฟ่านคล้ายกับนึกถึงอะไรบางอย่างและเขารีบหันกลับไปมองด้านหลังทันที

สันเขาเตี้ยๆที่อยู่ในป่าสนแห่งนี้เชื่อมต่อกันคล้ายกับโซ่เหล็กขนาดใหญ่ เย่ฟ่านมองดูป่าสนทั้งหมดและค่อนข้างมั่นใจว่านี่คือโลงศพ โลงศพที่ดูคุ้นตาอย่างยิ่ง!

ใบหน้าของเย่ฟ่านเปลี่ยนสีในทันที ในตอนแรกอักขระเต๋าที่ถูกสลักอยู่บนพื้นก็ทำให้เขาตกตะลึงมากพอแล้ว

ใช่! เขามีความคุ้นเคยต่อโลงศพนี้ มันมีความคล้ายคลึงกับโลงศพทองแดงที่พาเขามายังโลกใบนี้นั่นเอง!

แม้ว่ามันจะไม่ใช่ชิ้นเดียวกันแต่ก็มีความคล้ายคลึงกันอย่างมาก!

จบบทที่ 331 - มังกรที่แท้จริงลากโลงศพ

คัดลอกลิงก์แล้ว