- หน้าแรก
- มหาศึกเปลี่ยนอาชีพ ขอพักรบมาทำฟาร์มกับราชาหนู
- บทที่ 25 กาลเวลาและพรสวรรค์
บทที่ 25 กาลเวลาและพรสวรรค์
บทที่ 25 กาลเวลาและพรสวรรค์
"จะว่าไปแล้ว นี่ฉันหลับไปนานแค่ไหนกันแน่เนี่ย?"
มอสปิดหน้าต่างสถานะลงแล้วเงยหน้าขึ้นสำรวจสภาพแวดล้อมรอบตัว
โครงกระดูกที่กองอยู่บนพื้นกระจัดกระจายจนแทบจะดูไม่ออกว่าเป็นตัวอะไร มีเพียงเศษเกล็ดที่ตกอยู่ข้างๆ เท่านั้นที่พอจะบอกใบ้ถึงตัวตนเดิมของมันได้
"นี่มันกระดูกของกิ้งก่าไฟตัวนั้นนี่นา ผุพังจนแทบไม่เหลือชิ้นดี สงสัยเจ้าก้อนแป้งเปียกคงจะแทะกินไปหมดแล้วมั้ง"
มอสมองดูกองกระดูกบนพื้น ก่อนจะเดินเข้าไปหาซากเกล็ดแล้วลองใช้นิ้วจิ้มดู
กึก...
สัมผัสของมันเปราะบางราวกับมันฝรั่งทอด เกล็ดเหล่านี้กลายเป็นผงละเอียดทันทีที่มอสกดน้ำหนักลงไป
เธอหยิบกระดูกสีขาวซีดชิ้นหนึ่งขึ้นมาจากพื้น แล้วหักมันออกเป็นสองท่อนได้อย่างง่ายดาย พลางมองดูเศษกระดูกในมือแล้วพึมพำกับตัวเองว่า
"ตามหลักการแล้ว มันไม่มีทางจะผุพังได้ขนาดนี้ภายในเวลาไม่กี่ปีหรอกนะ..."
ต่อให้จะได้รับผลกระทบจากเมือกที่เป็นกรดของเจ้าก้อนแป้งเปียก กระบวนการนี้ก็น่าจะใช้เวลาหลายเดือนอยู่ดี
แต่เมื่อมอสลองสูดดมกลิ่นในอากาศ เธอก็พบว่าอุณหภูมิรอบตัวแทบไม่ได้เปลี่ยนไปเลยนับตั้งแต่เธอหลับไป!
โพรงในบ้านเก่าแห่งนี้ไม่ได้อยู่ใกล้กับแม่น้ำที่ระบายน้ำเสียจากค่ายกลเวทมนตร์มากนัก อุณหภูมิโดยรอบจึงต่ำกว่าเส้นทางที่มอสเคยใช้เดินทางมาอย่างเห็นได้ชัด
ดังนั้น มันจึงสมเหตุสมผลที่มอสจะใช้อุณหภูมิภายในโพรงเพื่อระบุฤดูกาลโดยประมาณ
อุณหภูมิในตอนนี้ไม่ได้หนาวจัด แต่ก็มีความเย็นยะเยือกอยู่บ้าง
ตอนนี้ไม่ใช่ฤดูร้อนอย่างแน่นอน แต่มันยังคงเป็นฤดูหนาวอยู่!
"หรือว่าฉันจะหลับไปแค่ไม่กี่วัน? แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่มันจะผ่านไปเป็นปีแล้วหรอกนะ?!"
มอสเกาหัวพลางตั้งคำถามกับตัวเองด้วยความสับสน
ในตอนนั้นเอง เจ้าก้อนแป้งเปียกที่นอนอยู่บนพื้นก็กระโดดตัวลอยขึ้นมา แล้วเด้งดึ๋งไปมาตรงหน้ามอสเพื่อเรียกร้องความสนใจ
'ผมรู้! ผมรู้!'
เสียงร่าเริงไร้เดียงสาของเจ้าก้อนแป้งเปียกดังเข้ามาในหัวของมอสไม่หยุด จนเธอหลุดหัวเราะออกมา
มอสยื่นมือไปลูบหัวเจ้าก้อนแป้งเปียกเพื่อให้มันสงบลง ก่อนจะยิ้มแล้วเอ่ยว่า
"ก็ได้ งั้นบอกฉันหน่อยสิว่าผ่านไปกี่วันแล้ว"
"ทางนี้! ทางนี้!"
เจ้าก้อนแป้งเปียกยืดหนวดออกมาแล้วฉุดมอสให้เดินตามไปทางปากโพรง!
"เอ๊ะ? เราจะไปไหนกันน่ะ?"
มอสมองดูเจ้าก้อนแป้งเปียกที่ลากเธอไปทางปากโพรง โดยทึกทักเอาเองว่าพวกเขากำลังจะออกไปข้างนอก จึงถามด้วยความสงสัย
'บันทึกไง! อยู่นี่ไง!'
เจ้าก้อนแป้งเปียกกระโดดไปมาแล้วส่งเสียงตะโกน ราวกับเด็กน้อยที่ทนรอไม่ไหวจะอวดผลงานให้พ่อแม่ดู หนวดโปร่งใสของมันชี้ไปที่กำแพง!
"บันทึกเหรอ?"
มอสเงยหน้าขึ้นมองตามที่เจ้าก้อนแป้งเปียกบอก จนกระทั่งเห็นรอยประหลาดบนกำแพงหน้าโพรง
สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาทำลายความสงสัยของเธอจนหมดสิ้น!
ดวงตาของมอสเบิกกว้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ!
รอยขีดข่วนเล็กๆ ที่เบียดเสียดกันครอบคลุมพื้นที่กว้างกว่า 10 ตารางเซนติเมตรเพียงแค่กวาดสายตามอง!
รอยขีดข่วนเหล่านี้ถูกสลักลงบนกำแพงเป็นรูปก้างปลา ประกอบด้วยเส้นแนวนอน 4 เส้นและเส้นแนวตั้ง 1 เส้น บางรอยก็ดูเบี้ยวไปบ้าง บางรอยก็ขีดทับกัน
เพราะรอยเหล่านี้มันหนาแน่นมาก หากมองจากระยะไกลจึงมองไม่เห็น เธอจึงไม่ได้สังเกตเห็นมันเลยสักนิด!
มอสเริ่มนับพวกมันอย่างละเอียด และยิ่งนับ เธอก็ยิ่งตกใจมากขึ้นเรื่อยๆ!
มีรอยขีดข่วนอยู่บนกำแพงนี้มากกว่า 1,000 รอย รวมแล้วเป็นรูปก้างปลามากกว่า 200 กลุ่ม!
"ทำไม... ทำไมมันถึงเยอะขนาดนี้ล่ะ?"
มอสตกใจจนต้องถอยหลังกรูด จ้องมองกำแพงตรงหน้าพลางพึมพำกับตัวเอง
ด้วยจำนวนรอยขีดข่วนขนาดนี้ หากหนึ่งรอยแทนเวลาหนึ่งวัน มันก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 ปี หรือเกือบ 3 ปีเลยนะ!
"เดี๋ยวก่อน! ถ้าคำนวณแบบนั้น... อายุขัยของฉันล่ะ!"
สีหน้าของมอสเปลี่ยนไป เธอรีบหลับตาลงเพื่อสัมผัสความเปลี่ยนแปลงในร่างกายทันที!
ร่างกายเบาหวิวแต่เปี่ยมไปด้วยพลัง กระดูกแข็งแรงและยืดหยุ่น ฟันและกรงเล็บไม่มีวี่แววว่าจะหลุดร่วง มันคือร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงและเยาว์วัยอย่างที่สุด!
มอสลืมตาขึ้น ลูบคลำไปตามตัว หมุนตัวไปมาสองสามรอบ แล้วกระโดดดึ๋งๆ เพื่อให้แน่ใจว่าเธอไม่ได้เข้าใจผิด
"ไม่มีปัญหาอะไรเลย ร่างกายของฉันยังดูหนุ่มสาวเหมือนเมื่อ 3 ปีก่อน หรืออาจจะกระปรี้กระเปร่ายิ่งกว่าเดิมด้วยซ้ำ!"
"มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่...?"
มอสพึมพำกับตัวเอง ใบหน้ายังคงฉายแววประหลาดใจและสับสน
ทันใดนั้น มอสก็ฉุกคิดอะไรบางอย่างได้!
"นี่มัน... หรือจะเป็นผลมาจากพรสวรรค์?"
มอสนึกถึงพรสวรรค์นิ้วทองคำของเธอ ผลลัพธ์ของพรสวรรค์ข้อที่ 2 ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย!
ร่างกายจะปรับตัวให้เข้ากับระดับความสามารถสูงสุดตามพรสวรรค์ที่เปลี่ยนไป ซึ่งนั่นอาจหมายความว่าอายุขัยของเธอก็จะเปลี่ยนไปตามการปรับตัวของร่างกายด้วย!
มอสก้มมองร่างกายตัวเอง และเริ่มมั่นใจในข้อสันนิษฐานนี้มากขึ้นเรื่อยๆ!
ดูเหมือนว่าผลลัพธ์นี้จะเป็นเรื่องจริง อายุขัยของเธอเพิ่มขึ้นแล้วจริงๆ!
ถ้าในอนาคตเธอได้รับพรสวรรค์มากขึ้นเรื่อยๆ อายุขัยของเธอจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วยไหมนะ?
เมื่อคิดถึงความเป็นไปได้นี้ มอสก็ถอนหายใจออกมาอีกครั้ง
"อย่างที่คิดไว้เลย... มันคือบั๊กชัดๆ!"
การที่จู่ๆ ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องอายุขัยที่จะนำไปสู่ความตาย และไม่ต้องมีรูปลักษณ์ที่เคยถูกทุกคนเหยียดหยามและเกลียดชังอีกต่อไป
มอสเริ่มรู้สึกว่าการกลับคืนร่างมนุษย์ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนอีกต่อไปแล้ว และความรู้สึกเหมือนถูกพันธนาการไว้ในใจก็มลายหายไป!
สถานการณ์นี้มีทั้งข้อดีและข้อเสีย โดยที่เรื่องอิสรภาพและความปลอดภัยจะได้รับผลกระทบมากที่สุด!
ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องอายุขัยแล้ว และมอสก็ไม่จำเป็นต้องกระวนกระวายเพื่อตะเกียกตะกายให้แข็งแกร่งขึ้นอีกต่อไป!
เธอไม่ต้องไปเสี่ยงขโมยแก่นเวทมนตร์จากมนุษย์ทั้งสามคนนั้นเพื่อความแข็งแกร่ง เธอสามารถใช้วิธีที่รอบคอบกว่าเพื่อความปลอดภัยของตัวเองได้
แน่นอนว่ามอสยังคงอยากแข็งแกร่งขึ้น เป้าหมายในตอนนี้ยังคงเป็นการกลับไปเป็นมนุษย์อีกครั้ง!
ทว่าภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน ความมุ่งมั่นที่จะแข็งแกร่งขึ้นของเธอต้องอ่อนแอลงอย่างแน่นอน!
มอสมั่นใจว่าในอนาคต เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์บางอย่าง สิ่งแรกที่เธอจะเลือกทำคือการหลีกเลี่ยงมากกว่าการเผชิญหน้าโดยตรง
นี่ไม่ใช่การขาดความมั่นใจในตัวเอง แต่มันคือการเข้าใจตัวเองอย่างถ่องแท้ หรือบางทีมันอาจจะเป็นธรรมชาติของมนุษย์เรานี่แหละ!
ความกล้าหาญคือสิ่งที่คนเพียงไม่กี่คนจะมีได้ สิ่งที่ขับเคลื่อนมนุษยชาติให้ก้าวต่อไปจริงๆ คือความกลัวและความปรารถนาต่างหาก!
"ฮ่าฮ่าฮ่า ลึกๆ แล้วฉันก็ยังเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้นเอง!"
มอสเกาหัว หัวเราะออกมาอย่างไม่ยี่หระ และดูเหมือนจะไม่กังวลกับอะไรเลย
การเป็นคนธรรมดามันผิดตรงไหนกันล่ะ?
การได้ใช้ชีวิตที่เรียบง่าย หลับตาลงอย่างสงบในยามแก่เฒ่าท่ามกลางลูกหลาน และจากโลกนี้ไปพร้อมกับรอยยิ้ม—มันช่างเรียบง่ายแต่เปี่ยมไปด้วยความสุข
ทว่า มอสก็รู้ดีว่าชีวิตของเธอถูกลิขิตมาให้ไม่ธรรมดา!
"ช่างเถอะ คิดไปก็ไลฟ์บอย มาดูผลงานของพรสวรรค์ใหม่กันดีกว่า!"
มอสส่ายหน้าแล้วสลัดเรื่องนั้นทิ้งไป
เธอเปิดหน้าต่างสถานะและมองดูพรสวรรค์ที่สร้างปัญหาให้เธอมาเกือบ 3 ปี!
บงการเปลวเพลิง!
มอสเปิดดูคำอธิบายของพรสวรรค์บงการเปลวเพลิงและศึกษาอย่างละเอียด จนเริ่มมีความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับพรสวรรค์นี้
บงการเปลวเพลิง ตามชื่อเลย คือความสามารถในการควบคุมเปลวไฟ!
คำแนะนำบนหน้าต่างสถานะมันสั้นแค่นั้นแหละ!
ทว่า สิ่งที่ต้องระวังคือ บงการเปลวเพลิงนี้สามารถควบคุมได้เฉพาะเปลวไฟจากภายนอกเท่านั้น มันไม่มีความสามารถในการสร้างเปลวไฟขึ้นมาได้ด้วยตัวเอง!
มอสเพิ่งลองเปิดใช้งานผลลัพธ์ของพรสวรรค์ดู แต่มันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
หากจะให้อธิบาย ผลลัพธ์ของพรสวรรค์นี้คล้ายกับพลังของไพโรในมาร์เวลนั่นแหละ
มนุษย์ไฟควบคุมไฟได้ แต่สร้างไฟเองไม่ได้ พวกเขาต้องพกไฟแช็กติดตัวไว้เสมอ
ความสามารถปัจจุบันของมอสก็เป็นเช่นนั้น เธอไม่สามารถควบคุมเปลวไฟได้หากไม่มีแหล่งกำเนิดไฟ!
แต่ไม่ต้องห่วง อย่าลืมสิว่านี่คือโลกเวทมนตร์!
ข้อแตกต่างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดระหว่างมอสกับมนุษย์ไฟก็คือ เธอครอบครองพลังเวทมนตร์ ในขณะที่มนุษย์ไฟไม่มี!
เราเคยคุยกันเรื่องงานวิจัยแก่นแท้เวทมนตร์ไปแล้วใช่ไหมล่ะ?
แก่นแท้เวทมนตร์ของสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดจะแฝงคุณลักษณะเฉพาะตัว ซึ่งมักจะมาจากผลลัพธ์ของพรสวรรค์ที่ครอบครองอยู่
"งั้นฉันก็น่าจะสร้างไฟได้เหมือนกันสินะ?"
มอสหัวเราะเบาๆ แล้วค่อยๆ ยกมือขวาขึ้น!
[พรสวรรค์: บงการเปลวเพลิง · ปลดปล่อยมานา (เปิดใช้งาน)]
ปลดปล่อยมานา · เปลวเพลิง!