เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30 ทหารเรือ กองทัพปฏิวัติ และโจรสลัด

บทที่ 30 ทหารเรือ กองทัพปฏิวัติ และโจรสลัด

บทที่ 30 ทหารเรือ กองทัพปฏิวัติ และโจรสลัด


บทที่ 30 ทหารเรือ กองทัพปฏิวัติ และโจรสลัด

ท้องฟ้าค่อยๆ มืดมิดลง ขณะที่ดวงอาทิตย์ยามอัสดงสาดส่องแสงระยิบระยับไปทั่วผืนทะเล อาบย้อมเกลียวคลื่นที่พลิ้วไหวตามสายลมมหาสมุทรให้กลายเป็นสีแดงฉาน

ความเงียบสงบนี้คงอยู่ได้ไม่นาน ก่อนที่เรือลำเล็กจะแล่นแหวกผืนน้ำราวกับกรรไกร ตัดแบ่งเงาสะท้อนของแสงแดดออกเป็นสองซีก

บนดาดฟ้าเรือ ลูฟี่ซึ่งตอนนี้ฟื้นตัวจนเกือบจะเป็นปกติแล้ว เดินตรงไปที่หัวเรือและเอ่ยถามนารูโตะด้วยความอยากรู้อยากเห็น

“ตาลุงหน้าจิ้งจอก ลุงรู้จักเจ้านั่นด้วยเหรอ... ชื่ออะไรนะ... อาร์เล็ก?”

เมื่อได้ยินคำพูดของลูฟี่ นารูโตะที่เพิ่งจะสงบสติอารมณ์ลงได้บ้าง ก็ต้องถอนหายใจออกมาอย่างหมดหนทาง

“ชั้นบอกให้เรียกชั้นว่านารูโตะไงเล่า… ช่างเถอะ อยากเรียกอะไรก็เรียกไปเถอะ”

นารูโตะส่ายหน้า ก่อนจะเริ่มอธิบาย

“…อารองน่ะเหรอ? ไม่หรอก มันไม่ได้เกี่ยวกับหมอนั่นสักเท่าไหร่ ที่สำคัญคือชั้นเคยรับปากใครบางคนเอาไว้ ว่าจะช่วยดูแลผู้คนของเขาน่ะ”

“ไอ้โง่นั่นคิดว่าตัวเองจะทำอะไรตามอำเภอใจก็ได้ เพียงเพราะว่ามันอยู่ในอีสท์บลูงั้นสิ”

“มันไม่รู้ตัวเลยว่าการกระทำของมันนั้นโง่เขลาขนาดไหน… สิ่งที่มันทำคือการเหยียบย่ำความพยายามทั้งหมดที่เผ่าเงือกและมนุษย์เงือกสั่งสมมาตลอดหลายปีจนป่นปี้ไม่มีชิ้นดี”

“มันกล้าอ้างตัวว่าเป็นพรรคพวกของเจ้านั่น... จินเบ... ได้ยังไงกัน?”

ทั้งจินเบและอารองต่างก็เริ่มต้นจากการเป็นนักเลงในเขตมนุษย์เงือก

ทว่าคนแรก เพื่อแลกกับการนิรโทษกรรมให้กับมนุษย์เงือกคนอื่นๆ ที่ถูกประกาศจับ และเพื่อบรรเทาความตึงเครียดระหว่างเผ่าพันธุ์ของพวกเขากับมนุษย์ เขายอมกลืนศักดิ์ศรีของตัวเอง เข้าร่วมเป็นหนึ่งในเจ็ดเทพโจรสลัด และตกลงที่จะทำงานภายใต้คำสั่งของกองทัพเรือ

ส่วนคนหลัง หลังจากที่ได้รับการละเว้นโทษ กลับยังคงทำตัวไม่รู้จักหลาบจำ และหนีมาที่อีสท์บลูเพื่อข่มเหงรังแกชาวบ้านที่อ่อนแอกว่า

อาจกล่าวได้ว่า หากการกระทำของอารองถูกเปิดโปงและถูกขยายความให้ใหญ่โต ความพยายามอย่างหนักหน่วงตลอดหลายปีที่ผ่านมาของจินเบก็จะสูญเปล่าไปโดยสิ้นเชิง

สมองที่คิดอะไรทางเดียวของลูฟี่ไม่สามารถประมวลผลข้อมูลทั้งหมดนั้นได้ เขาจึงทำเพียงแค่เอียงคอแล้วเอ่ยถามนารูโตะ

“ชั้นไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่หรอก เอาเป็นว่า เราแค่ต้องไปอัดหมอนั่นก็พอใช่มั้ยล่ะ?”

“…อืม แกพูดแบบนั้นมันก็ไม่ผิดหรอก”

“ชิชิชิ! ถ้างั้นก็ง่ายนิดเดียว!”

เมื่อมองดูรอยยิ้มซื่อบื้อของลูฟี่ ความโกรธของนารูโตะก็มลายหายไป เขาจ้องมองเด็กหนุ่มอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

‘ให้ตายสิ ในมุมนี้ หมอนี่ถอดแบบกัปตันโรเจอร์มาไม่มีผิดเลยแฮะ’

ในตอนนั้นเอง เสียงหนึ่งก็ตะโกนเรียกมาจากด้านหลัง

“เฮ้ย! พวกนาย อาหารเสร็จแล้วนะ”

ซันจิเดินถือถาดอาหารออกมาบนดาดฟ้าเรือลำเล็ก อาหารจานหรูหรามากมายถูกจัดวางเตรียมไว้บนโต๊ะตรงหน้าพวกเขาก่อนแล้ว

ในท้ายที่สุด ซันจิก็ยอมตอบรับคำเชิญของลูฟี่… บางทีอาจเป็นเพราะเขาประทับใจในความกล้าหาญอันแน่วแน่ของลูฟี่และโซโลยามเผชิญกับความยากลำบาก หรือบางที อาจเป็นเพียงเพราะเขาต้องการที่จะเดินตามความฝันของตัวเอง

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม หลังจากฉากการบอกลาอันแสนเจ้าน้ำตากับเซฟและพ่อครัวคนอื่นๆ ที่บาราติเอ้ ซันจิก็ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มโจรสลัดหมวกฟางอย่างเป็นทางการ

ก่อนจะจากมา นารูโตะก็ไม่ลืมที่จะใช้ฮาคิของเขาจัดการปิดบัญชีครีคและลูกเรือที่เหลือรอดอยู่จนสิ้นซาก

เขาบอกให้เซฟเอาตัวพวกมันไปขึ้นเงินรางวัลเพื่อเป็นค่าอาหารมื้อนี้

‘ช่างน่าขำ… พวกมันคิดว่ากำลังต่อกรอยู่กับใครกัน? ตลอดหลายปีที่ใช้ชีวิตอยู่บนท้องทะเลมา อุซึมากิ นารูโตะ เคยชักดาบเบี้ยวค่าอาหารตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?’

‘…เอาเถอะ เหตุการณ์ที่ร้านเนื้อย่าง Q นั่นไม่นับก็แล้วกัน ยังไงซะร้านนั้นก็ไม่ได้ตั้งอยู่บนทะเลเสียหน่อย’

‘อีกอย่าง อาจารย์อิรุกะก็เป็นคนจ่ายบิลให้ชั้นแล้วไม่ใช่รึไง?’

เมื่อนึกถึงเรื่องนั้น นารูโตะก็ย้ำเตือนตัวเอง ‘คราวหน้าถ้ากลับไป ชั้นต้องไม่ลืมที่จะชดใช้เงินคืนให้อาจารย์อิรุกะที่เลี้ยงข้าวชั้นด้วย’

การกินข้าวโดยไม่มีเงินจ่ายเป็นเพียงแค่ทางเลือกสุดท้ายเท่านั้น แต่หลังจากทำภารกิจนี้สำเร็จ เขาจะได้รับค่าตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้ออย่างแน่นอน

ยังไม่รวมถึงของมีค่าและเงินสดที่ถูก ‘ทอดทิ้ง’ จำนวนไม่น้อยที่เขาเก็บกวาดมาจากคลังสมบัติของกาโต้ แม้ว่าเขาจะกินจุขนาดไหน แต่มันก็มากพอที่จะใช้ชีวิตไปได้อย่างน้อยสามถึงห้าปีล่ะนะ

การปล่อยให้ครูแสนดีอย่างอิรุกะต้องควักเงินเดือนอันน้อยนิดมาคอยตามเช็ดตามล้างให้เขา มันเป็นสิ่งที่นารูโตะรู้สึกตะขิดตะขวงใจอยู่ไม่น้อย

ขณะที่กำลังครุ่นคิดถึงเรื่องนี้ นารูโตะก็กดตัวลูฟี่ที่กำลังแย่งชิงอาหารอย่างบ้าคลั่งเอาไว้แบบสบายๆ ก่อนจะยัดหางกุ้งล็อบสเตอร์ทั้งชิ้นที่มีขนาดหนาเท่าท่อนแขนเข้าปากไปอย่างสง่างาม

“เฮ้ย! ตาลุงหน้าจิ้งจอก ขี้โกงนี่นา! นั่นมันเนื้อของชั้นนะ”

ท่ามกลางความวุ่นวายและเสียงโวยวายอึกทึก เรือลำเล็กก็ยังคงแล่นมุ่งหน้าต่อไปสู่หมู่บ้านโคโคยาชิ

...

มารีนฟอร์ด ภายในห้องทำงานแห่งหนึ่ง ณ ศูนย์บัญชาการใหญ่กองทัพเรือ

จอมพลเรือเซนโงคุ นวดขมับตัวเองขณะที่อ่านเอกสารในมือจนจบ ก่อนจะวางมันลงที่ขอบโต๊ะทำงาน

แพะตัวหนึ่งที่หน้าตาดูไม่ค่อยจะฉลาดนัก ค่อยๆ เดินต้วมเตี้ยมเข้ามา และเริ่มเคี้ยวเอกสารที่ถูกประทับตราว่าเป็นเอกสารลับสุดยอดของกองทัพเรือ

ทุกคนในห้องล้วนชินชากับภาพนี้แล้ว จึงไม่มีใครเอ่ยปากพูดอะไรออกมา

กร้วม... กร้วม...

เมื่อได้ยินเสียงเคี้ยวอันน่ารำคาญ เซนโงคุที่เหนื่อยล้าเต็มทนจากปัญหามากมายที่รัฐบาลโลกก่อขึ้น ก็อดไม่ได้ที่จะทุบโต๊ะดังปัง

“การ์ป! ชั้นบอกนายไปกี่ครั้งแล้วว่าอย่ามากินเซมเบ้ในนี้?”

บนโซฟาตรงหน้าเขา พลเรือโทการ์ป ผู้เป็นที่รู้จักในนาม ‘วีรบุรุษแห่งกองทัพเรือ’ กำลังนั่งเอนหลังเหยียดแข้งเหยียดขาอย่างเกียจคร้าน

ราวกับว่าเขาไม่ได้ยินเสียงคำรามของเซนโงคุเลยแม้แต่น้อย เขายังคงเคี้ยวเซมเบ้กร้วมๆ ต่อไป พลางพลิกอ่านหนังสือพิมพ์บนโต๊ะไปพลางๆ

หลังจากเคี้ยวดังกรุบๆ ไปสองสามคำ เศษเซมเบ้ก็ร่วงหล่นกระจัดกระจายไปทั่วโซฟา ทำให้เซนโงคุยิ่งหงุดหงิดงุ่นง่านมากขึ้นไปอีก

แต่นอกจากการตะคอกใส่สองสามครั้ง เขาก็ไม่สามารถทำอะไรกับตาเฒ่าบัดซบนี่ได้มากนัก

“เฮ้อ...”

เขาบังคับตัวเองให้สงบสติอารมณ์ และเรียกคืนความเยือกเย็นในฐานะ ‘ขุนพลผู้เปี่ยมปัญญา’ กลับมา

ในตอนนั้นเอง พลเรือโทซึรุ ซึ่งนั่งอยู่บนโซฟาอีกตัว ก็เอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมา

“เซนโงคุ ลองดูรายงานสองฉบับนี้สิ”

พูดจบ เธอก็วางกระดาษสองแผ่นลงตรงหน้าของเซนโงคุ

เนื้อหาในกระดาษนั้นไม่ได้มีอะไรมากมาย ทว่ามันกลับทำให้เซนโงคุต้องขมวดคิ้วแน่น

“ดราก้อน ผู้นำกองทัพปฏิวัติ ได้ปรากฏตัวขึ้นที่อีสท์บลู และต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อกบฏของอาณาจักรแห่งหนึ่ง”

“อุซึมากิ นารูโตะ อดีตลูกเรือของโกลด์ โรเจอร์ ได้ปรากฏตัวขึ้นที่อีสท์บลู และเอาชนะกลุ่มโจรสลัดครีคได้”

เป็นเพียงข้อความสั้นๆ สองบรรทัด แต่มันกลับแฝงไปด้วยข้อมูลที่ระเบิดแรงพอจะทำให้ทั่วทั้งทะเลอีสท์บลูต้องปั่นป่วนจนกลายเป็นความโกลาหล

ไม่ว่าจะเป็นดราก้อนหรือนารูโตะ ต่างก็ไม่ใช่พวกที่จะนั่งอยู่เฉยๆ

ทั้งคู่ล้วนเป็นตัวป่วน และแต่ละคนก็ร้ายกาจยิ่งกว่ากันเสียอีก

ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ การ์ปได้หยุดกินขนม และมายืนอยู่ข้างๆ เซนโงคุ ชะโงกหน้ามองรายงานข้ามไหล่ของเพื่อนรัก

เซนโงคุเมินเฉยต่อพฤติกรรมที่ค่อนข้างจะเสียมารยาทนี้โดยสิ้นเชิง… อันที่จริง เขาอยากจะได้ยินด้วยซ้ำว่าตาเฒ่าจอมบื้อนี่จะมีอะไรจะพูด

เพราะท้ายที่สุดแล้ว ระเบิดเวลาเดินได้หนึ่งในสองลูกนี้ก็คือลูกชายแท้ๆ ของเขาเอง ส่วนอีกลูกก็มีความเกี่ยวพันบางอย่างกับเขาอยู่ด้วย

“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า นี่ทั้งคู่พากันมาที่อีสท์บลูเลยงั้นเรอะ? จะว่าไปแล้ว ชั้นก็ไม่ได้เจอพวกเขาสองคนมาหลายปีแล้วเหมือนกันนะเนี่ย”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เซนโงคุก็ครุ่นคิดอย่างจริงจังว่าจะเอาประดาษปึกนี้ฟาดอัดหน้าการ์ปดีหรือไม่

เขารู้ดีว่าตาเฒ่าบัดซบนี่กำลังพยายามหลีกเลี่ยงที่จะเข้าไปมีเอี่ยวอย่างเห็นได้ชัด เขาจึงเบนสายตากลับไปหาซึรุ

และซึรุก็ดูเหมือนจะคาดการณ์เรื่องนี้ไว้ก่อนแล้ว

“ถ้าจำไม่ผิด อุซึมากิ นารูโตะเคยติดต่อกับกองทัพปฏิวัติเมื่อหลายปีก่อน อันที่จริงแล้ว ตอนที่แมรี่จัวส์...”

เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ ราวกับเพิ่งตระหนักได้ว่าไม่ควรรื้อฟื้นเหตุการณ์นั้นขึ้นมา ซึรุก็ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ

“การที่บุคคลอันตรายและหาตัวจับยากทั้งสองคนนี้มาปรากฏตัวที่อีสท์บลูในเวลาเดียวกัน… มันมีความเป็นไปได้สูงมากที่พวกเขากำลังวางแผนการใหญ่อะไรบางอย่างอยู่”

“เราต้องเข้าจับกุมพวกมันทันที!”

จุดยืนของเซนโงคุนั้นหนักแน่น

แน่นอนว่าเขารู้ดี โอกาสที่จะจับกุมใครสักคนในสองคนนี้ได้นั้นริบหรี่เพียงใด แต่อย่างน้อยที่สุด เขาก็ต้องขัดขวางไม่ให้แผนการที่พวกมันกำลังซุ่มทำอยู่สำเร็จลุล่วงไปได้

ในความคิดของเขา การที่นารูโตะและดราก้อนมาปรากฏตัวพร้อมกัน ไม่มีทางที่จะเป็นแค่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน

“ถ้าอย่างนั้น เราก็ควรจะส่งพลเรือเอกไปจัดการโดยตรง”

ข้อเสนอแนะของซึรุนั้นสมเหตุสมผล เพราะท้ายที่สุดแล้ว การส่งพลเรือโทไปรับมือกับสองคนนี้ ก็ไม่ต่างอะไรกับการส่งลูกแกะไปเข้าโรงเชือด

“ส่งซากาซุกิไป”

เธอพูดแบบนั้นทั้งที่รู้ดีว่า แม้วิธีการของอาคาอินุ ซากาซุกิ จะค่อนข้างรุนแรงเกินกว่าเหตุอยู่บ่อยครั้ง แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นเชื่อถือได้เสมอ

นี่เป็นการเหน็บแนมพลเรือเอกบางคนที่ล้มเหลวในการกำจัดเป้าหมายทั้งหมดในระหว่างการใช้บัสเตอร์คอลอย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม เซนโงคุก็ปฏิเสธข้อเสนอของซึรุ

“ตอนนี้เขาติดพันภารกิจอยู่ที่โลกใหม่ เขาคงกลับมาไม่ทันเวลาแน่”

“งั้นก็โบรซาลิโน่...”

“เขาอยู่ที่หมู่เกาะซาบอนดี้…”

‘ตอนนี้ เราคงเลือกได้แค่ระหว่างการ์ปกับคุซันสินะ?’

ซึรุส่ายหน้าแล้วเงียบไป ‘ดูเหมือนว่าเซนโงคุจะตัดสินใจได้แล้ว’

“แจ้งคุซัน ให้เขาไปตามล่าอุซึมากิ นารูโตะซะ”

หลังจากออกคำสั่ง เซนโงคุก็ทรุดตัวลงนั่งและนวดขมับของตัวเองอีกครั้ง

ในขณะเดียวกัน การ์ปที่ไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าตัวเองกำลังถูกมองแรง ก็หยิบเซมเบ้ออกมาอีกแผ่นแล้วเริ่มเคี้ยวกร้วมๆ ต่อไป

โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล

จบตอน

จบบทที่ บทที่ 30 ทหารเรือ กองทัพปฏิวัติ และโจรสลัด

คัดลอกลิงก์แล้ว