- หน้าแรก
- สิ้นเนื้อประดาตัวสู่ชนบท กลับถูกนายทหารมาดขรึมหมายหัว
- บทที่ 13: ขับพิษ
บทที่ 13: ขับพิษ
บทที่ 13: ขับพิษ
บทที่ 13: ขับพิษ
"คุณยายคะ ฉันไม่ได้โกรธหรอกค่ะ ขอบคุณนะคะที่ให้ยืมของ"
ขณะที่พูด เธอก็ล้วงเอาลูกอมรสผลไม้กำใหญ่จากกระเป๋าเสื้อมายัดใส่มือของคุณยาย "นี่ค่ะ เอาไว้กินหวานๆ นะคะ"
คุณยายพยายามจะปฏิเสธ แต่ซูหลีก็หอบข้าวของวิ่งหนีไปเสียแล้ว
"เด็กคนนี้นี่ จริงใจซะเหลือเกิน"
คุณยายปิดประตูรั้วลานบ้านและเก็บลูกอมเอาไว้ กะจะเก็บไว้ให้ยาหยาและหู่จื่อกินตอนพวกเขากลับมา
เมื่อซูหลีกลับมาถึงบ้าน เธอก็เห็นว่าหญิงสาวคนนั้นยังคงยืนอยู่ที่เดิม ไม่ขยับเขยื้อนไปไหนเลย
เธอรู้สึกนับถือใจเลยจริงๆ
ซูหลีหยิบผ้าขี้ริ้วออกมาส่งให้หญิงสาว "ฉันจะปัดหยากไย่แล้วก็กวาดพื้นห้อง ส่วนเธอคอยตามเช็ดเตียงเตากับหน้าต่างทั่วทั้งบ้านก็แล้วกัน"
"อ้อ ตกลง"
ทั้งสองคนลงแรงทำงานกันอยู่เป็นชั่วโมงกว่าห้องจะดูสะอาดตาน่านอน โจวอวี่ถิงเหนื่อยจนแทบขยับตัวไม่ไหว ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงเตาและหลับสนิทไปในทันที
ตอนนั้นเอง ก็มีเด็กวัยกำลังโตหลายคนมาถึงที่หน้าลานบ้าน
"ยุวปัญญาชนซู หัวหน้าหมู่บ้านส่งพวกเรามาช่วยคุณทำความสะอาดลานบ้านครับ"
"งั้นก็ต้องรบกวนพวกเธอแล้วล่ะ ถอนวัชพืชเสร็จเมื่อไหร่ เดี๋ยวฉันจะเลี้ยงลูกอมนะ"
พอได้ยินแบบนั้น เด็กๆ ทั้งกลุ่มก็ฮึกเหิมเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง
ในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง พวกเขาก็ถอนวัชพืชในลานบ้านออกจนหมดเกลี้ยง แถมยังช่วยขนเศษหญ้าพวกนั้นไปทิ้งให้อีกด้วย
ซูหลีล้วงเอาลูกอมรสนมตรากระต่ายขาวออกมาหนึ่งกำมือ และแจกให้พวกเขาคนละสองเม็ด
เด็กๆ ดีใจกันยกใหญ่ "ยุวปัญญาชนซู ขอบคุณสำหรับลูกอมนะครับ คราวหน้าถ้ามีงานอะไรก็เรียกพวกเราได้อีกนะ ผมชื่อโก่วเซิง ส่วนพวกนี้ก็เพื่อนซี้ผมเอง"
"ตกลง วันนี้ขอบใจพวกเธอมากนะที่เหนื่อยมาช่วยงาน"
งานแค่นี้ไม่ระคายผิวเด็กชนบทเลยสักนิด อันที่จริงโก่วเซิงหวังอยากให้มีงานแบบนี้อีก ยุวปัญญาชนซูจะได้เรียกพวกเขามาบ่อยๆ
หลังจากพวกเขาจากไป ซูหลีก็กลับเข้ามาในห้อง ทั้งเดินไปเดินมาและทำความสะอาดบ้านมาตลอดช่วงเช้า เธอรู้สึกเหนื่อยล้ามากจริงๆ
หลังจากปูที่นอนบนเตียงเตาเสร็จ เธอก็เอาซาลาเปาไส้เนื้อที่ซื้อมาจากเมืองหนานซื่อคราวก่อนออกจากมิติมาประทังความหิว
"อร่อยจังเลย!"
กินซาลาเปาหมด เธอก็เข้าไปในมิติ ผักที่ปลูกไว้คราวก่อนเริ่มแตกยอดอ่อนออกมาบ้างแล้ว ขืนเติบโตด้วยความเร็วระดับนี้ อีกไม่นานเธอคงมีผักสดๆ ให้กินแน่นอน
น้ำพุวิญญาณหยดลงมาได้ประมาณครึ่งถ้วย เธอไม่รอช้า รีบหยิบถ้วยขึ้นมาดื่มเข้าไปสองอึก
ไม่นานนัก เธอก็รู้สึกเหมือนมีบางอย่างซึมออกมาจากร่างกาย เธอเลิกแขนเสื้อขึ้นมองดูแขนตัวเอง... พระเจ้าช่วย! มันคือคราบเหนียวหนืดสีดำปี๋
ของเสียที่ถูกขับออกมานี่มันน่าขยะแขยงเกินไปแล้ว ในนิยายไม่ได้บอกไว้หรอกหรือว่าเวลาที่นางเอกดื่มน้ำพุวิญญาณเข้าไป เธอแค่ต้องนอนหลับไปสักพัก แล้วพอตื่นขึ้นมาก็จะรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า เปล่งปลั่งมีออร่า?
แล้วทำไมพอเป็นเธอ ถึงได้มีสภาพเหมือนมีอุจจาระซึมออกมาตามตัวแบบนี้ล่ะ แถมเธอยังแทบจะสำลักกลิ่นเหม็นของตัวเองตายอยู่แล้ว มันเหม็นสุดๆ ไปเลย
เธอรีบพรวดพราดออกจากมิติ อาศัยจังหวะที่โจวอวี่ถิงยังไม่ตื่น หิ้วถังน้ำที่ใช้เหลืออยู่ครึ่งถังก่อนหน้านี้เข้ามาในห้อง
เธอรีบถอดเสื้อผ้าแล้วเริ่มขัดตัว ทว่ายังไม่ทันจะล้างคราบสกปรกออกหมด ร่างกายของเธอก็เริ่มขับของเสียออกมาอีก
เพียงพริบตาเดียว น้ำในถังก็กลายเป็นสีดำสนิท
ซูหลีถึงกับพูดไม่ออก
เธอไม่เคยเห็นใครในนิยายดื่มน้ำพุวิญญาณแล้วมีสภาพสกปรกมอมแมมขนาดนี้มาก่อนเลย ใครจะไปรู้ว่าร่างกายนี้สะสมสารพิษเอาไว้มากแค่ไหนกัน
เธอนึกขึ้นได้ว่าในนิยายเคยกล่าวถึงแม่น้ำสายหนึ่งในหมู่บ้าน ตอนนี้เธอต้องฉวยโอกาสตอนที่ชาวบ้านออกไปทำงานกันหมด แอบไปแช่น้ำในแม่น้ำเสียหน่อยแล้ว
ไม่อย่างนั้น ก่อนที่ร่างกายจะวิวัฒนาการเสร็จ เธอคงได้ขาดใจตายเพราะกลิ่นเหม็นเน่าของตัวเองก่อนแน่ๆ
เมื่อคิดได้ดังนั้น เธอก็หยิบเสื้อผ้าสกปรกมาสวมทับอีกครั้ง ค้นหาผ้าคลุมหน้าจากในมิติมาปิดบังใบหน้าครึ่งล่างเอาไว้ จากนั้นก็หยิบชุดที่สะอาดเอี่ยมมุ่งหน้าไปยังแม่น้ำ
โชคดีที่เธอไม่บังเอิญเจอใครระหว่างทาง ไม่อย่างนั้นคงกระอักกระอ่วนใจน่าดู
แม่น้ำสายเล็กอยู่ห่างจากบ้านของเธอไม่ไกลนัก ซูหลีหามุมลับตาคนแล้วเดินลงไปในน้ำทั้งที่ยังสวมเสื้อผ้าอยู่
เมื่อลงไปอยู่ในน้ำ เธอก็ปลดเปลื้องเสื้อผ้าออกจนหมด ซักเสื้อผ้าที่สกปรกก่อนเป็นอันดับแรก แล้วจึงเริ่มขัดถูร่างกายของตัวเอง
ค่อยรู้สึกสบายตัวขึ้นมาหน่อย พอร่างกายหยุดขับสิ่งสกปรกออกมา เธอก็จัดการอาบน้ำชำระล้างร่างกายจนสะอาดหมดจด
ทว่าจังหวะที่เธออาบน้ำเสร็จและกำลังจะเดินขึ้นฝั่ง จู่ๆ ก็มีมือของใครบางคนคว้าหมับเข้าที่เอวของเธอจากด้านหลัง
เธอตกใจกลัวจนอ้าปากเตรียมจะกรีดร้อง แต่กลับถูกมือของใครคนนั้นตะครุบปิดปากเอาไว้เสียก่อน
ในเวลานี้ กู้ฮว่าเหนียนเองก็รู้สึกกระอักกระอ่วนใจอย่างหนัก เขาไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าเด็กสาวตรงหน้าจะไม่ได้สวมเสื้อผ้าเลยแม้แต่ชิ้นเดียว
ด้วยความร้อนรนเมื่อครู่นี้ มือของเขาจึงเผลอโอบรัดเอวคอดของหญิงสาวเข้าอย่างจัง
สัมผัสนุ่มละมุนและเรียบเนียนนั้นทำเอาฝ่ามือของเขาร้อนผ่าว
เมื่อเห็นว่าหญิงสาวกำลังจะส่งเสียงร้อง ด้วยความกลัวว่าเธอจะกรีดร้องออกมา เขาจึงรีบตวัดแขนข้างหนึ่งโอบรัดเอวบางของเธอไว้ ส่วนมืออีกข้างก็รีบปิดปากเธอแน่น
หญิงสาวดิ้นรนขัดขืนอย่างรุนแรง เขาจึงกระซิบที่ข้างหูเธอว่า "อย่าส่งเสียง อย่าขยับ ฉันไม่ใช่คนร้าย"
ซูหลี: "..."
คนเลวที่ไหนมันจะยอมรับว่าตัวเองเป็นคนเลวกันล่ะ?
แล้วคนดีๆ ที่ไหนเขาจะมาฉวยโอกาสลวนลามคนอื่นแบบนี้?
ซูหลีฟันธงในใจเลยว่าหมอนี่ต้องไม่ใช่คนดีแน่ๆ ถึงแม้จะมองไม่เห็นหน้าอีกฝ่าย แต่เธอก็สัมผัสได้ถึงเรือนร่างอันกำยำล่ำสันของผู้ชายคนนี้
เธอไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาแน่นอน แถมตอนนี้ยังอยู่ในน้ำอีกต่างหาก เธอจึงไม่สามารถผลีผลามทำอะไรได้
ท่าทางอันล่อแหลมนั้นดำเนินไปนานกว่าสิบวินาที ก่อนที่ชายหนุ่มจะเป็นฝ่ายปล่อยมือ
"ขอโทษด้วย เมื่อกี้ฉันล่วงเกินเธอไป พอดีมีงูพิษอยู่ไม่ไกลจากตัวเธอ ฉันร้อนใจก็เลยเสียมารยาทไปหน่อย ถ้าเธอเต็มใจ ฉันแต่งงานกับเธอเพื่อรับผิดชอบก็ได้นะ"
เดิมทีเขาขึ้นไปบนภูเขาเพื่อสืบดูว่ามีคนลักลอบขุดเหมืองแร่ของชาติอยู่กี่คน คาดไม่ถึงว่าพวกที่อยู่ข้างในจะระแวดระวังตัวแจ หลังจากถูกจับได้ เขาก็รีบหนีลงจากเขา เมื่อเห็นว่าพวกมันกำลังตามมาติดๆ เขาจึงลอบเร้นกายลงไปซ่อนในน้ำ
ก่อนหน้านี้เขาเห็นงูพิษตัวหนึ่งอยู่ไม่ไกลจากหญิงสาว เมื่อเห็นว่าเธอกำลังจะขึ้นฝั่ง เขาก็กลัวว่าเธอจะไปทำให้งูตื่นตกใจจนโดนฉกเอาได้
นั่นก็เป็นเหตุผลว่าทำไม...
แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร เขาก็ได้เอาเปรียบเธอไปแล้ว ถึงแม้จะเป็นสถานการณ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เขาจะแสร้งทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยก็คงไม่ได้
ตอนนั้นเองที่ซูหลีหันขวับกลับมา เธออยากจะเห็นหน้าไอ้คนตาบอดที่กล้ามาลวนลามเธอให้ชัดๆ
แต่เธอดันลืมไปสนิทเลยว่าตัวเองไม่ได้ใส่อะไรเลยสักชิ้น วินาทีที่เธอหันกลับมา กู้ฮว่าเหนียนก็ปะทะเข้ากับปทุมถันสีขาวสว่างวาบสองเต้าเต็มๆ ตา
ใบหน้าของเขาแดงซ่านขึ้นมาทันที "เธอ... เธอหันกลับไปก่อนเถอะ"
ซูหลีเห็นใบหน้าของชายหนุ่มชัดเจนก็คราวนี้ "นายเองเหรอ?"
นี่มันเจ้าหน้าที่ที่จับโจรที่สถานีรถไฟตอนนั้นนี่นา?
กู้ฮว่าเหนียนเองก็เห็นใบหน้าของหญิงสาวอย่างชัดเจนเช่นกัน หญิงสาวกำลังช้อนดวงตากลมโตที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยหยาดน้ำขึ้นมองเขา เผยให้เห็นใบหน้าเล็กๆ ที่ดูมีชีวิตชีวาและเย้ายวนใจ
ผิวพรรณของเธอขาวผ่องดุจหิมะ คิ้วเรียวดำขลับดั่งน้ำหมึก ดวงตากลมโตคู่สวยที่หางตาเชิดขึ้นเล็กน้อย บวกกับแพขนตาที่เปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำยิ่งดูงดงามจับตา ส่วนริมฝีปากสีแดงระเรื่อนั้นก็ดูอวบอิ่มชุ่มชื้น
ถึงแม้เธอจะผอมบางมาก แต่เขาก็ต้องยอมรับว่าเธอสวยมากจริงๆ
เมื่อได้ยินคำทักท้วงของหญิงสาว เขาก็ประหลาดใจเล็กน้อย "เธอรู้จักฉันด้วยเหรอ?"
"ใช่สิ เราเคยเจอกันที่สถานีรถไฟไง ตอนนั้นฉันยังวิ่งตามจับโจรกับนายอยู่เลย"
กู้ฮว่าเหนียนแทบไม่อยากจะเชื่อ เวลาผ่านไปแค่ไม่กี่วัน ผู้หญิงคนนี้กลับเปลี่ยนไปราวกับคนละคน เขาแทบจะเชื่อมโยงภาพของเธอในตอนนี้เข้ากับผู้หญิงที่แต่งตัวซอมซ่อ ผิวคล้ำ และผอมแห้งคนนั้นไม่ได้เลย
"ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลามาคุยเรื่องนี้ ฉันจะหันหลังไปก่อน เธอรีบขึ้นฝั่งแล้วแต่งตัวเถอะ!"