- หน้าแรก
- ภารกิจหย่าร้างฉบับวัยรุ่น
- บทที่ 15 ฉู่เมิ่งเหยา: ลั่วเฉิน ฝากไว้ก่อนเถอะ!
บทที่ 15 ฉู่เมิ่งเหยา: ลั่วเฉิน ฝากไว้ก่อนเถอะ!
บทที่ 15 ฉู่เมิ่งเหยา: ลั่วเฉิน ฝากไว้ก่อนเถอะ!
บรรยากาศระหว่างทางไปห้องพยาบาลนั้นอึดอัดเสียจนแทบจะใช้มือเปล่าขุดพื้นสร้างบ้านสามห้องนอนได้เลย
ลั่วเฉินสูดปากด้วยความเจ็บปวด ทุกย่างก้าวรั้งให้บาดแผลที่ข้อศอกและหัวเข่าปวดแสบปวดร้อน
ฉู่เมิ่งเหยาเดินอยู่ข้างเขาเงียบๆ สายตาจับจ้องไปข้างหน้า ราวกับรูปปั้นน้ำแข็งที่เคลื่อนที่ได้
ทว่าริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันเล็กน้อยกลับเผยให้เห็นว่า ภายในใจของเธอไม่ได้สงบนิ่งเหมือนอย่างที่แสดงออก
แพทย์ประจำโรงเรียนทำความสะอาดบาดแผลให้เขาอย่างชำนาญ และเมื่อสำลีชุบเบตาดีนสัมผัสกับรอยถลอก ลั่วเฉินก็สูดลมหายใจเฮือกด้วยความเจ็บปวดจนเหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดพรายขึ้นเต็มหน้าผาก
แต่เขาก็กัดฟันกรอด ไม่ยอมส่งเสียงร้องออกมาแม้แต่แอะเดียว โดยเฉพาะภายใต้สายตาอันเย็นชาของฉู่เมิ่งเหยา ศักดิ์ศรีลูกผู้ชายที่ก่อตัวขึ้นผิดเวลาก็ผุดขึ้นมาช่วยพยุงการควบคุมสีหน้าที่กำลังจะพังทลายของเขาเอาไว้
ฉู่เมิ่งเหยายืนเงียบๆ อยู่ด้านข้างตลอดเวลา สายตาของเธอทอดมองบาดแผลที่เลือดซิบ ก่อนจะเบือนหน้าหนีอย่างรวดเร็ว ทำให้ไม่อาจคาดเดาอารมณ์ของเธอได้
จนกระทั่งแพทย์ประจำโรงเรียนแปะผ้าก๊อซชิ้นสุดท้ายเสร็จอย่างคล่องแคล่ว เธอก็เอ่ยปากขึ้น
น้ำเสียงของเธอยังคงราบเรียบ ทว่าดูเหมือนจะลดความเย็นชาที่ทิ่มแทงลงไปบ้าง "คราวหน้าเวลาเล่นกีฬา ก็ระวังตัวหน่อย"
"รับทราบครับ หัวหน้าห้อง" ลั่วเฉินพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ราวกับเด็กดีที่ถูกครูฝ่ายปกครองจับได้
เมื่อออกมาจากห้องพยาบาล ดวงอาทิตย์ยามเย็นก็ย้อมท้องฟ้าให้เป็นสีส้มอบอุ่น และแสงสว่างก็เริ่มริบหรี่ลง
"ฉัน... ฉันกลับเองได้นะ หัวหน้าห้องก็รีบกลับบ้านเถอะ"
ลั่วเฉินรู้สึกว่าการให้หัวหน้าห้องสุดเย็นชาคนนี้เดินไปส่งที่บ้านมันน่ากลัวเกินไป เขาจึงรีบเอ่ยปากบอก
ฉู่เมิ่งเหยาปรายตามองเขา แต่ก็ไม่ได้ดึงดันอะไร เพียงแค่พยักหน้าเบาๆ "อืม ระวังตัวด้วยล่ะ"
พูดจบเธอก็หันหลังเตรียมตัวจะเดินจากไป
ทว่าเดินไปได้เพียงสองก้าว เธอกลับหยุดชะงักอย่างกะทันหัน ไม่ได้หันหน้ากลับมา มีเพียงน้ำเสียงใสกระจ่างที่ดังขึ้น "วันนี้... ขอบใจนะ"
คำพูดของเธอเร็วปรื๋อ ราวกับกลัวว่าจะถูกขัดจังหวะ
ทันใดนั้น ก่อนที่ลั่วเฉินจะทันได้ตั้งตัว เธอก็เร่งฝีเท้าขึ้น ร่างของเธอหายลับไปตรงหัวมุมทางเดินของโรงเรียนอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงเงาหลังที่ดูเร่งรีบเล็กน้อย
ลั่วเฉินยืนอึ้งอยู่กับที่ ใช้เวลาประมวลผลอยู่ครึ่งนาทีเต็มๆ
เมื่อกี้... ภูเขาน้ำแข็งพันปีนั่น... พูดคำว่า 'ขอบใจ' กับเขาจริงๆ งั้นเหรอ?
วันนี้พระอาทิตย์พากันลางานแล้วขึ้นทางทิศตะวันตกหรือไง? หรือว่าเขาโดนลูกบาสอัดจนสมองกระทบกระเทือนแล้วเกิดภาพหลอนไปเองเนี่ย?
ติ๊ง! คะแนนความประทับใจของฉู่เมิ่งเหยา +1
คะแนนความประทับใจปัจจุบัน: -9.5
เหตุผล: แสดงความขอบคุณที่โฮสต์เข้าช่วยเหลือได้ทันท่วงที และรู้สึกผิดเล็กน้อยที่ทำให้โฮสต์ต้องได้รับบาดเจ็บเพราะเธอ
คะแนนขึ้นจริงๆ ด้วย!
ถึงมันจะยังติดลบอยู่ แต่มันก็ขยับเข้าใกล้หลัก -10 แล้ว!
นี่มันก้าวกระโดดครั้งประวัติศาสตร์! เป็นก้าวสำคัญที่ยิ่งใหญ่มาก!
ลั่วเฉินรู้สึกราวกับว่าความเจ็บแสบที่ข้อศอกและหัวเข่ามลายหายไปในพริบตา!
คุ้ม! โคตรคุ้ม! เจ็บตัวครั้งนี้กำไรเห็นๆ!
อารมณ์ของเขาแจ่มใสขึ้นมาทันที ถึงกับอดไม่ได้ที่จะฮัมเพลงผิดคีย์ออกมาเบาๆ ฝีเท้าที่เดินกะเผลกกลับบ้านนั้นแฝงไปด้วยความรู้สึกเบาหวิวแปลกๆ
เขายังแอบจินตนาการโลกสวยไปไกลว่า ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป อีกไม่นานเขาก็อาจจะพลิกคะแนนความประทับใจของหัวหน้าห้องให้กลายเป็นบวกได้แน่ๆ!
ทว่าเห็นได้ชัดว่าเขาฉลองเร็วเกินไป และมองความเร็วในการละลายของภูเขาน้ำแข็งโลกสวยเกินไปหน่อย
ทันทีที่มาถึงโรงเรียนในวันรุ่งขึ้น ลั่วเฉินก็สัมผัสได้อย่างรวดเร็วว่าบรรยากาศมันทะแม่งๆ
สายตาที่ฉู่เมิ่งเหยามองมาที่เขา ไม่เพียงแต่จะกลับไปติดลบศูนย์องศาสัมบูรณ์เหมือนเดิมชั่วข้ามคืน แต่... มันยังหนาวเหน็บขึ้นกว่าเดิมอีกงั้นเหรอ?
แววตาของเธอราวกับมีเศษน้ำแข็งเจือปนอยู่ แฝงไปด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกขัดใจ และรังสีอำมหิตเงียบๆ ที่บอกว่า 'นายตายแน่'
หัวใจของลั่วเฉินหล่นวูบทันที
เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?
เมื่อวานยังอารมณ์ดี แถมยังพูดขอบใจเขาอยู่ดีๆ เลย!
ทำไมชั่วข้ามคืนถึงได้พลิกผันไปขนาดนี้ แล้วเข้าสู่ยุคน้ำแข็งไปดื้อๆ เลยล่ะ?
จิตใจผู้หญิง ช่างเป็นโจทย์นอกหลักสูตรที่ยากที่สุดในโลกจริงๆ!
เขาย่นคออย่างระแวดระวังแล้วนั่งลง พยายามพรางตัวเป็นก้อนอากาศที่ไร้พิษสง เพื่อลดทอนการมีตัวตนของตัวเองลง
ทว่าทันทีที่เสียงออดหมดคาบเรียนคณิตศาสตร์คาบแรกดังขึ้น ฉู่เมิ่งเหยาก็เดินตรงดิ่งมาที่โต๊ะของเขาทันที เสียงรองเท้าที่กระทบพื้นดังระรัวราวกับเสียงกลองพิพากษา
สายตาของเพื่อนร่วมชั้นทุกคนถูกดึงดูดและพุ่งเป้ามาที่เขาโดยพร้อมเพรียง มวลอากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดของคนที่รอชมงิ้วโรงใหญ่
ลั่วเฉินขนลุกซู่ไปทั้งหัว เขาฝืนยิ้มที่ดูน่าเกลียดยิ่งกว่าร้องไห้ออกมา "หัว... หัวหน้าห้อง... มี... มีคำสั่งอะไรหรือเปล่า?"
ใบหน้าของฉู่เมิ่งเหยาเย็นชาดุจน้ำค้างแข็ง เธอกระแทกสมุดแบบฝึกหัดเล่มใหม่เอี่ยมที่หนาปึกพอจะเอาไปเป็นอาวุธได้ลงบนโต๊ะเขาสียงดัง 'ปัง' ทำเอาปากกาในกระบอกใส่ปากกาถึงกับกระดอนขึ้นมา
"เมื่อดูจากที่นายยังมีเรี่ยวแรงเหลือเฟือไปทำกิจกรรมกีฬาเสี่ยงอันตรายเมื่อวานนี้ มันพิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนเลยว่า ความเข้มข้นในการติวของฉันก่อนหน้านี้ยังน้อยเกินไป"
น้ำเสียงของฉู่เมิ่งเหยาเย็นเยียบพอที่จะแช่แข็งมวลอากาศได้ "นี่คือรวมโจทย์พื้นฐานสำหรับการแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิก ทำเพิ่มวันละหนึ่งบท หลังเลิกเรียนให้มาหาฉันเพื่อตรวจตามเวลาเป๊ะๆ"
ลั่วเฉินมองสมุดแบบฝึกหัดที่หนาพอๆ กับพจนานุกรม แล้วภาพก็ตัดมืดไปชั่วขณะ แทบจะหัวใจวายตายอยู่ตรงนั้น "หัว... หัวหน้าห้อง... นี่มันจะไม่... จะไม่เกินไปหน่อยเหรอ..."
"มีข้อโต้แย้งเหรอ?" ฉู่เมิ่งเหยาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย สายตาคมกริบดุจใบมีด แผ่แรงกดดันออกมาเงียบๆ
"ไม่... ไม่มีแน่นอน! ผมรับรองว่าจะทำภารกิจให้สำเร็จลุล่วง!" ลั่วเฉินยอมจำนนในทันที ท่าทางแข็งขันราวกับรับคำสั่งทางทหาร
"ดีมาก" ฉู่เมิ่งเหยาพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
ก่อนจะหันหลังกลับ ฝีเท้าของเธอชะงักไปเล็กน้อย แล้วหันหน้ามาทิ้งท้ายประโยคหนึ่ง
เสียงของเธอไม่ได้ดังมากนัก แต่มันกลับเจาะทะลุเข้าไปในโสตประสาทของลั่วเฉินอย่างชัดเจน แฝงมาด้วยคำขู่ที่เย็นเยียบ "ลั่วเฉิน ฝากไว้ก่อนเถอะ ถ้าระแนนสอบรายเดือนวิชาคณิตศาสตร์ครั้งหน้านายได้ต่ำกว่า 130 ล่ะก็ นายเจอดีแน่"
คำว่า 'นายเจอดีแน่' ราวกับก้อนน้ำแข็งแหลมคมที่กระหน่ำฟาดลงกลางใจลั่วเฉินอย่างจัง ทำเอาเขาหนาวสะท้านไปถึงกระดูกและสั่นสะท้านไปยันวิญญาณ
เพื่อนร่วมชั้นทุกคนมองเขาด้วยสายตาเห็นอกเห็นใจอย่างสุดซึ้ง
จบเห่แล้ว ลูกพี่เฉินไปแหย่รังแตนเข้าให้แล้วแน่ๆ!
หัวหน้าห้องเปิดโหมดนรกแตก โปรแม็กซ์ อัลติเมต ชัดๆ!
ซูเม่ยเม่ยห่อไหล่แล้วโน้มตัวเข้ามา กระซิบเสียงเบา "ลั่วเฉิน นายไปทำอีท่าไหนถึงได้ไปขัดใจหัวหน้าห้องเข้าเนี่ย? เมื่อวานที่ห้องพยาบาล มันยังดู..."
"ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันแหละ!" ลั่วเฉินแทบจะร้องไห้ ภายในใจเต็มไปด้วยพายุแห่งความอ้างว้าง
เมื่อวานยังดีๆ อยู่เลย แถมจู่ๆ ก็มาขอบใจเขาด้วย!
ทำไมแค่ชั่วข้ามคืนทุกอย่างถึงได้พลิกหน้ามือเป็นหลังมือ แล้วมาหมางเมินกันแบบนี้ล่ะ?
หรือเป็นเพราะเขาเผลอไปโดนมือเธอตอนที่เข้าไปช่วยเมื่อวานนี้?
เธอคงไม่ใจแคบขนาดนั้นหรอกมั้ง?!
การวิเคราะห์จากระบบ: ฉู่เมิ่งเหยาอาจจะรู้สึกสูญเสียการควบคุมและหงุดหงิดจากการถูกเนื้อต้องตัวโดยบังเอิญและความหวั่นไหวทางอารมณ์ชั่วขณะเมื่อวานนี้ ดังนั้นเธอจึงพยายามสร้างความได้เปรียบทางจิตวิทยาและระยะห่างที่ปลอดภัยขึ้นมาใหม่ ด้วยการเพิ่มแรงกดดันด้านการเรียนอย่างหนักหน่วง
นี่คือกลไกการป้องกันตัวตามปกติสำหรับผู้ที่มีบุคลิกเย็นชา
ลั่วเฉิน: "..." กลไกการป้องกันตัวเนี่ยนะ?
ตรรกะความคิดของมนุษย์ต่างดาวสายพันธุ์น้ำแข็งอย่างพวกเธอ มันพิลึกพิลั่นและเข้าใจยากแบบนี้ทุกคนเลยหรือไง?!
แล้วทำไมฉันถึงต้องเป็นคนรับเคราะห์ด้วยล่ะ?!
ในตอนนั้นเอง หลินเชี่ยนเชี่ยนที่อยู่ข้างๆ ก็ปรายตามองสมุดแบบฝึกหัดเล่มหนาอย่างกล้าๆ กลัวๆ แล้วกระซิบว่า "นี่... สมุดแบบฝึกหัดเล่มนี้... ดูเหมือนจะยากมากเลยนะ... มันเป็นคณิตศาสตร์โอลิมปิกระดับมหาวิทยาลัยสำหรับผู้เริ่มต้นล่ะ..."
พอได้ยินแบบนี้ ลั่วเฉินก็รู้สึกหมดอาลัยตายอยากในชีวิตทันที อยากจะทิ้งตัวลงนอนตรงนั้นแล้วเลือกตายไปซะให้พ้นๆ
ฉู่เมิ่งเหยากลับไปที่โต๊ะของตัวเอง ภายนอกดูสงบนิ่งขณะหยิบหนังสือเรียนสำหรับคาบต่อไปออกมา ปลายนิ้วของเธอไม่สั่นไหวแม้แต่น้อย
ทว่าปลายหูที่แดงระเรื่อเล็กน้อยกลับฟ้องอย่างซื่อตรงว่า ภายในใจของเธอไม่ได้สงบนิ่งเหมือนอย่างที่แสดงออกเลยสักนิด
เธอหงุดหงิดกับเรื่องเมื่อวานนี้จริงๆ นั่นแหละ
ไม่ใช่แค่หงุดหงิดที่ลั่วเฉินทำตัวบุ่มบ่าม แต่หงุดหงิดยิ่งกว่าที่ตัวเองดันตื่นตระหนกขึ้นมากะทันหัน และ... ไอ้จังหวะการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติบ้าบอนั่นอีก
ความรู้สึกของการสูญเสียการควบคุมนี้ทำให้เธออึดอัดใจเป็นอย่างมาก
เธอต้องกลับมาควบคุมสถานการณ์ให้ได้ และวิธีที่ถนัดและตรงประเด็นที่สุดก็คือ การบดขยี้เขาอย่างโหดเหี้ยมและราบคาบในพื้นที่ที่เธอเชี่ยวชาญที่สุด ซึ่งก็คือเรื่องเรียน ทำให้เขาหัวหมุนจนไม่มีเรี่ยวแรงเหลือไปคิดถึงเรื่องวุ่นวายพวกนั้นอีก!
ด้วยเหตุนี้ วันคืนอันแสนยากลำบากของลั่วเฉินจึงได้รับการอัปเกรดอย่างเป็นทางการอย่างไร้รอยต่อ จากโหมดนรกธรรมดา กลายเป็นโหมดนรกแตก โปรแม็กซ์ รุ่นอึดถึกทน
หนทางข้างหน้าช่างยาวไกลและมืดมนเสียจริง