- หน้าแรก
- ระบบกระจกเทพแลกสมบัติสะท้านฟ้า
- บทที่ 14 - ข้าจะเป็นผู้ดูแล การหลอมโอสถรวมปราณ
บทที่ 14 - ข้าจะเป็นผู้ดูแล การหลอมโอสถรวมปราณ
บทที่ 14 - ข้าจะเป็นผู้ดูแล การหลอมโอสถรวมปราณ
บทที่ 14 - ข้าจะเป็นผู้ดูแล การหลอมโอสถรวมปราณ
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
"เก็บแร่ให้ดี พวกเรารีบออกไปกันเถอะ"
ตลอดทางที่เดินกลับมา ทั้งสองคนไม่ได้พบเจอกับคนที่มาดักปล้นแร่หินวิญญาณอีกเลย
ในที่สุด ทั้งสองคนก็ลากตะกร้าอันหนักอึ้งมาถึงปากอุโมงค์เหมือง
"โอ้โห เจ้าอ้วนน้อย น้องเซียว วันนี้พวกเจ้าได้ผลงานไม่เลวเลยนี่!"
ผู้ดูแลหลี่มองดูแร่หินวิญญาณที่เต็มตระกร้าแล้วเผยรอยยิ้มอย่างพึงพอใจ
ยิ่งคนงานเหมืองเหล่านี้ขุดแร่หินวิญญาณได้มากเท่าไร เขาก็ยิ่งเบิกบานใจมากเท่านั้น เพราะเขาจะได้ส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
แร่หินวิญญาณสี่สิบสามก้อนที่เซียวเสวียนกับเจ้าอ้วนน้อยเอาออกมานี้ อย่างน้อยเขาก็จะได้ส่วนแบ่งเป็นหินวิญญาณหนึ่งก้อนเต็มๆ
อย่าได้ดูถูกหินวิญญาณแค่ก้อนเดียวเชียว อุโมงค์เหมืองแห่งหนึ่งมีคนงานประมาณห้าหกสิบคน เมื่อนำมาเฉลี่ยกันแล้ว ในแต่ละเดือนเขาก็จะได้รับรายได้เป็นกอบเป็นกำ
เขาไม่ต้องเหนื่อยลงไปขุดเหมืองเอง วันๆ แค่นั่งรอรับส่วนแบ่งแร่หินวิญญาณจากคนอื่น ก็สามารถนับเงินจนมือหงิกได้แล้ว!
เซียวเสวียนลองคำนวณในใจ ไอ้ลูกเต่าเอ๊ย วันๆ ไม่ต้องทำอะไรก็ยังได้หินวิญญาณตั้งสี่ห้าก้อน!
รวมๆ กันเดือนหนึ่งก็ตั้งร้อยกว่าก้อนเลยนะ!
มารดามันเถอะ!
เซียวเสวียนร่ำร้องในใจ ข้าก็อยากจะเป็นผู้ดูแลเหมือนกัน!
อย่างที่ใครๆ ก็รู้กัน
คนงานเหมืองที่ไม่อยากเป็นผู้ดูแล ย่อมไม่ใช่คนงานเหมืองที่ดี!
เอาล่ะ!
เซียวเสวียนจะตั้งเป้าหมายนี้เป็นเป้าหมายแรกก็แล้วกัน!
ผู้ดูแลหลี่มองทั้งสองคนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโลภพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "แร่หินวิญญาณส่วนเกินสี่สิบสามก้อน สามารถแลกหินวิญญาณได้แปดก้อนกับโอสถรวมปราณอีกสี่เม็ด เจ้าอ้วนน้อย น้องเซียว พวกเจ้าอยากได้หินวิญญาณหรือโอสถรวมปราณล่ะ"
ทั้งสองคนตอบเป็นเสียงเดียวกันโดยไม่ลังเล "โอสถรวมปราณ!"
ไม่มีอะไรผิดคาด ผู้ดูแลหลี่พยักหน้าแล้วกล่าวว่า "โอสถรวมปราณสี่เม็ดนี้ข้าจะรายงานไปตามจริงให้ท่านหัวหน้าผู้ดูแลทราบ เดี๋ยวจะมีคนเอาไปส่งให้พวกเจ้าถึงที่พักเอง"
"ขอบคุณผู้ดูแลหลี่!"
ผู้ดูแลหลี่ใช้หนูค้นวิญญาณตรวจสอบร่างกายของทั้งสองคนเพื่อความแน่ใจว่าไม่มีการซ่อนหินวิญญาณไว้เหมือนตอนขาเข้า เมื่อตรวจสอบเสร็จก็ปล่อยทั้งสองคนไป
ตอนที่ทั้งสองกำลังจะเดินจากไป เขาก็ยังไม่ลืมที่จะเอ่ยปากให้กำลังใจ "เจ้าอ้วนน้อย น้องเซียว พรุ่งนี้ก็พยายามเข้าล่ะ สู้ๆ นะ!"
"ถ้าพรุ่งนี้พวกเจ้ายังขุดแร่หินวิญญาณได้เยอะขนาดนี้อีก ข้าจะตกรางวัลให้พวกเจ้าเป็นโอสถปี้กู่คนละสองเม็ดเลย!"
เซียวเสวียนลอบด่าในใจ หินวิญญาณก็โดนแกสูบไปจนหมดแล้วยังจะมาทำเป็นใจดีอีก
ช่างเก่งเรื่องการขายฝันเสียจริง!
แต่พอลองคิดดูดีๆ "โอสถปี้กู่งั้นหรือ"
หากได้โอสถปี้กู่มาสักเม็ด เขาก็สามารถหมกตัวอยู่ในอุโมงค์เหมืองได้ตั้งสิบวันโดยไม่ต้องออกมาเลย แบบนี้เขาก็จะมีโอกาสได้แอบฝึกฝนโดยใช้โอสถรวมปราณขั้นสูงสุดแล้วสิ
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เซียวเสวียนก็อดไม่ได้ที่จะกำหมัดแน่น พรุ่งนี้ต้องลุยให้เต็มที่!
หลังจากที่เซียวเสวียนและเจ้าอ้วนน้อยเดินลับสายตาไป ผู้ดูแลหลี่ก็พึมพำกับตัวเอง สองคนนี้คงไม่ได้ไปปล้นแร่หินวิญญาณดิบของใครมาหรอกนะ
แต่ช่างเถอะ จะปล้นใครมาก็ไม่เกี่ยวอะไรกับข้าอยู่แล้ว สุดท้ายก็ต้องส่งมาให้ข้าอยู่ดี!
ชายหนุ่มหัวเราะลั่นอย่างบ้าคลั่ง!
ระหว่างทางกลับที่พัก เซียวเสวียนสังเกตเห็นว่าเจ้าอ้วนน้อยดูมีสีหน้ากังวลใจ
เขาจึงเอ่ยถาม "พี่หลัว เป็นอะไรไป ดูเหมือนมีเรื่องหนักใจนะ"
เจ้าอ้วนน้อยทำหน้าเศร้าพลางถอนหายใจ "พี่เซียว ข้าเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าไอ้เฝิงซื่อที่พวกเราเพิ่งอัดจนวิ่งหนีป่าราบไปเมื่อกี้ มันยังมีพี่ชายอีกคนชื่อเฝิงซาน"
"ปกติแล้วข้ามักจะเจอพวกมันสองพี่น้องอยู่ด้วยกัน ไม่รู้ทำไมวันนี้ถึงไม่เห็นเฝิงซาน ด้วยนิสัยสันดานของไอ้เฝิงซื่อ พรุ่งนี้มันต้องไปฟ้องพี่ชายให้มาแก้แค้นพวกเราแน่ๆ แล้วพวกเราจะทำอย่างไรดี"
เซียวเสวียนหรี่ตาลงแล้วเอ่ยถาม "แล้วไอ้เฝิงซานนี่มันอยู่ระดับไหน"
"ระดับรวบรวมลมปราณขั้นที่หนึ่งช่วงปลาย!"
เซียวเสวียนแค่นเสียงดูแคลน "แค่นี้จะไปกลัวอะไรเล่า!"
"สองต่อสอง ฝ่ายเราได้เปรียบเห็นๆ!"
"เอาล่ะ ไม่ต้องกังวลไปหรอก ทหารมาใช้ขุนพลต้านรับ น้ำมาใช้ดินกั้น พวกเราไปกินข้าวกันก่อนเถอะ!"
เจ้าอ้วนน้อยพยักหน้ารับ "ตกลง!"
ณ หอโภชนาการวิญญาณ
เจ้าอ้วนน้อยพาเซียวเสวียนไปต่อคิวรับอาหารที่ช่องจ่ายอาหาร เนื่องจากไม่ได้กินข้าวเที่ยง แถมยังต้องใช้แรงขุดเหมืองติดต่อกันหลายชั่วยาม ตอนนี้ทั้งสองคนจึงหิวจนไส้กิ่วแทบจะกินช้างได้ทั้งตัว
ทั้งสองคนหยิบกล่องข้าวมารับอาหาร ศิษย์รับใช้ประจำหอโภชนาการตักกับข้าวสองอย่าง น้ำแกงหนึ่งอย่าง และข้าววิญญาณอีกหนึ่งชามให้ เซียวเสวียนรู้สึกพอใจมาก
กับข้าวสองอย่างนั้นคือเนื้อวัวเหลืองตุ๋นพะโล้และผัดผักใบเขียว
อาหารสองอย่างนี้ล้วนเป็นอาหารวิญญาณ แม้จะมีพลังวิญญาณแฝงอยู่น้อยนิด แต่ก็มีรสชาติอร่อยกว่าอาหารของมนุษย์ทั่วไปมากนัก
ส่วนเนื้อวัวเหลืองนั้นทำมาจากเนื้อน่องของวัวเหลืองซึ่งเป็นสัตว์วิญญาณระดับหนึ่ง อุดมไปด้วยพลังปราณและเลือด
หากรับประทานเป็นประจำจะช่วยบำรุงร่างกายให้แข็งแรงและเสริมสร้างพละกำลังได้
ส่วนน้ำแกงก็ต้มจากน้ำพุวิญญาณผสมกับสมุนไพรระดับหนึ่งบางชนิด ส่งกลิ่นหอมกรุ่นชวนดื่ม
ส่วนข้าววิญญาณนั้นใช้ข้าววิญญาณชิงซึ่งเป็นข้าววิญญาณที่มีราคาถูกที่สุด ตักให้คนละประมาณสองตำลึง
เจ้าอ้วนน้อยน้ำลายสออยากกินอาหารวิญญาณพวกนี้มานานแล้ว แต่ด้วยความที่แร่ของเขามักจะถูกแย่งไปอยู่เสมอ เขาจึงมีโอกาสได้กินแค่ไม่กี่ครั้งเท่านั้น
ทันทีที่ได้รับอาหาร เขาก็ไม่รอช้า รีบสวาปามลงคออย่างรวดเร็ว เพียงไม่กี่อึดใจก็จัดการจนเกลี้ยงจาน!
เซียวเสวียนพยายามรักษามารยาทเล็กน้อย แต่ด้วยความหิวโหย สภาพการกินของเขาก็ไม่ได้ดูดีไปกว่าเจ้าอ้วนน้อยเท่าไหร่นัก
เมื่อกินอิ่ม เซียวเสวียนก็ยังรู้สึกเสียดายที่มันหมดเร็วไปหน่อย
อาหารมื้อนี้อร่อยกว่าที่เขาเคยกินที่หมู่บ้านชิงสือเป็นสิบๆ เท่าเลยทีเดียว!
เมื่ออาหารวิญญาณตกถึงท้อง เซียวเสวียนก็สัมผัสได้ถึงกระแสความอบอุ่นบางเบาที่ไหลเวียนอยู่บริเวณท้องน้อย
เซียวเสวียนเรียกเจ้าอ้วนน้อยให้รีบกลับที่พัก เพื่อที่จะได้รีบดูดซับพลังงาน
หากปล่อยทิ้งไว้จนพลังงานสลายไปหมด ถึงตอนนั้นจะร้องไห้ก็คงไม่มีใครช่วยได้
บนเตียงไม้ เซียวเสวียนโคจรเคล็ดวิชาเพื่อดูดซับพลังวิญญาณที่แผ่ออกมาจากอาหารวิญญาณในท้องน้อย
เขาค่อยๆ ชักนำพลังวิญญาณให้ไหลลงสู่จุดตันเถียน
หนึ่งสาย
สองสาย
สามสาย
"จบแค่นี้หรือ"
เซียวเสวียนรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย อาหารวิญญาณมื้อนี้มีพลังวิญญาณให้ดูดซับแค่สามสายเท่านั้น แทบจะไม่พอยาไส้จุดตันเถียนเลยด้วยซ้ำ
"น้อยหน่อยก็ไม่เป็นไรหรอก สะสมไปเรื่อยๆ นานวันเข้ามันก็เยอะเองนั่นแหละ"
เซียวเสวียนค่อยๆ คลายพลังและพ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมา
"ไม่รู้ว่าท่านหัวหน้าผู้ดูแลจะส่งโอสถรวมปราณมาให้เมื่อไหร่หนอ"
เวลาที่เหลือเขาไม่กล้าเอาโอสถรวมปราณขั้นสูงสุดออกมาใช้ฝึกฝน ทำได้แค่นั่งสมาธิฝึกฝนไปตามปกติ ซึ่งความเร็วนั้นอืดอาดราวกับหอยทากคลาน
การบำเพ็ญเพียรในโลกของผู้ฝึกตนนั้นให้ความสำคัญกับคำว่า "ทรัพย์ สหาย ธรรม สถาน" ซึ่งคำว่า "สถาน" ในที่นี้ก็หมายถึง ดินแดนวิเศษที่มีพลังวิญญาณอุดมสมบูรณ์นั่นเอง
ดินแดนวิเศษที่มีพลังวิญญาณอุดมสมบูรณ์ย่อมหมายถึงสถานที่ที่มีเส้นชีพจรวิญญาณไหลเวียนอยู่ ในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรจะแบ่งระดับขนาดของเส้นชีพจรวิญญาณเป็น ระดับหนึ่ง ระดับสอง...
ประตูสำนักชิงเสวียนตั้งอยู่บนเส้นชีพจรวิญญาณขนาดใหญ่ระดับสามขั้นสูง และบริเวณโดยรอบยังมีเส้นชีพจรวิญญาณระดับหนึ่งและระดับสองอีกหลายสิบสาย
เพราะมีเส้นชีพจรวิญญาณเหล่านี้นี่เอง ที่ทำให้สำนักชิงเสวียนผงาดขึ้นเป็นหนึ่งในสี่สำนักเซียนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของแคว้นเฉียนได้
เพื่อเป็นการคุ้มครองเหมืองหินวิญญาณเขาปี้อวิ๋น ทางสำนักชิงเสวียนจึงได้สร้างเส้นชีพจรวิญญาณระดับสองขึ้นมาที่นี่เพื่อสนับสนุนการฝึกฝนของผู้อาวุโสระดับสร้างรากฐาน
ทว่าที่พักของเซียวเสวียนอยู่ห่างไกลจากศูนย์กลางของเส้นชีพจรวิญญาณมากเกินไป พลังวิญญาณจึงเบาบาง ทำให้การฝึกฝนเป็นไปอย่างเชื่องช้า
"ถ้ามีค่ายกลรวบรวมปราณสักค่ายก็คงจะดีสิ!"
ในขณะที่เซียวเสวียนกำลังถอนหายใจอยู่เงียบๆ ท่านหัวหน้าผู้ดูแลก็เดินทางมาถึงที่พักของเซียวเสวียน
"เซียวเสวียน หลัวลี่ ออกมาเดี๋ยวนี้!"
เสียงของท่านหัวหน้าผู้ดูแลดังมาจากนอกห้อง
เซียวเสวียนดีใจจนเนื้อเต้น ในที่สุดโอสถรวมปราณก็มาถึงเสียที เขากับเจ้าอ้วนน้อยกระโดดลงจากเตียงแล้วรีบวิ่งออกไปต้อนรับ
เจ้าอ้วนน้อยยิ้มแหยๆ ทำท่าผายมือเชิญพลางพูดว่า "ท่านหัวหน้าผู้ดูแล เชิญเข้ามานั่งพักข้างในก่อนสิขอรับ เดี๋ยวข้าจะรินน้ำชาให้ท่านเอง!"
"ไม่ต้อง!"
ท่านหัวหน้าผู้ดูแลกวาดตามองสภาพที่พักแล้วลอบสบถในใจ ศิษย์รับใช้สองคนนี้จะมีชาดีๆ อะไรให้ดื่มกันล่ะ
เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ข้าเอาของรางวัลมาให้พวกเจ้า เป็นโอสถรวมปราณทั้งหมดสี่เม็ด"
ท่ามกลางสายตาที่จับจ้องของเซียวเสวียนและหลัวลี่ โอสถรวมปราณทั้งสี่เม็ดก็แยกออกเป็นสองส่วน ส่วนละสองเม็ด ค่อยๆ ลอยไปตกอยู่ในมือของทั้งสองคนอย่างนุ่มนวล
"ขอบพระคุณท่านหัวหน้าผู้ดูแลขอรับ!"
ทั้งสองคนตาเป็นประกาย รีบเอ่ยปากขอบคุณพร้อมกัน
ท่านหัวหน้าผู้ดูแลพยักหน้าอย่างพึงพอใจแล้วกล่าวว่า
"เซียวเสวียน หลัวลี่ วันนี้พวกเจ้าทำได้ดีมาก โดยเฉพาะเจ้า เซียวเสวียน แค่วันแรกก็ขุดแร่หินวิญญาณดิบให้ข้าได้ตั้งเยอะตั้งแยะ!"
"หวังว่าพวกเจ้าจะพยายามต่อไปนะ ถ้าวันข้างหน้าพวกเจ้ามีระดับการฝึกตนที่สูงขึ้น ข้าอาจจะแต่งตั้งให้พวกเจ้าเป็นผู้ดูแลก็ได้นะ"
ผู้ดูแลหรือ?!
เซียวเสวียนหายใจหอบถี่
เขารู้ดีว่าตำแหน่งนี้มันหอมหวานและทำเงินได้มหาศาลแค่ไหน
หากเขาได้เป็นผู้ดูแล ระดับการฝึกตนของเขาจะต้องพุ่งทะยานอย่างแน่นอน!
เซียวเสวียนและเจ้าอ้วนน้อยลอบกลืนน้ำลาย
ทั้งสองคนสบตากัน ก่อนจะหันไปหาท่านหัวหน้าผู้ดูแลแล้วแสร้งทำเป็นซาบซึ้งน้ำตาไหล "ขอบพระคุณท่านหัวหน้าผู้ดูแลที่เมตตา พวกเราจะขยันทำงานให้หนักขึ้นเป็นสองเท่าเลยขอรับ"
ท่านหัวหน้าผู้ดูแลหัวเราะร่า สั่งเสียอีกสองสามประโยคก่อนจะเหาะจากไปอย่างสง่างาม
[จบแล้ว]