- หน้าแรก
- ข้านี่แหละ พี่ชายที่แข็งแกร่งที่สุดในใต้หล้า!
- บทที่ 50 - ติดค้างหนี้อันใด ตอนนี้รู้แล้วหรือยัง?
บทที่ 50 - ติดค้างหนี้อันใด ตอนนี้รู้แล้วหรือยัง?
บทที่ 50 - ติดค้างหนี้อันใด ตอนนี้รู้แล้วหรือยัง?
บทที่ 50 - ติดค้างหนี้อันใด ตอนนี้รู้แล้วหรือยัง?
หนี้เลือดชดใช้ด้วยเลือด!
ภายในโถงใหญ่ของหอเทียนเซียง ผู้คนมากมายเมื่อเห็นฉากนี้ต่างก็สูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความหนาวเหน็บ
น้ำหนักของตัวอักษรทั้งสี่คำนี้ อย่างน้อยๆ ก็ต้องเทียบเท่ากับความแค้นฆ่าบิดาความเกลียดชังแย่งชิงภรรยาเลยกระมัง?
เจ้านี่มีความแค้นใหญ่หลวงอันใดกับสกุลถังกันแน่? ถึงได้เลือกมาหักหน้าสกุลถังโดยตรงในงานเลี้ยงเช่นนี้?
รอยยิ้มบนใบหน้าอันหล่อเหลาสง่างามขององค์รัชทายาทแข็งค้างไปในที่สุด การที่พระองค์มาประทับอยู่ที่นี่ ก็เท่ากับเป็นการออกหน้าสนับสนุนสกุลถังแล้ว ทว่ากลับคาดไม่ถึงเลยว่าถังอี้จะกล้าเล่นลูกไม้นี้
ถังฮว่าเองก็ตะลึงงัน เขาคิดเหมือนกับถังฮ่าว ว่าถังอี้อย่างมากก็แค่เอาม้วนภาพเก่าๆ ขาดๆ มาทำให้พวกเขารู้สึกขยะแขยงเท่านั้น
ในเมื่อถังอี้กล้าทำ พวกเขาก็ย่อมต้องทำให้ทุกคนได้รู้ว่า น้องชายสายตรงผู้นี้ของพวกเขา เป็นคนที่ไร้ยางอายเพียงใด
ทว่าจะมีผู้ใดคาดคิดเล่า ว่าในม้วนภาพเก่าขาดนี้จะซุกซ่อนความลับเช่นนี้เอาไว้!
ใบหน้าของถังจิ้งเดี๋ยวเขียวเดี๋ยวม่วง เวลานี้เขาแทบอยากจะตบถังอี้ให้ตายคามือ ไอ้ลูกทรพี เจ้าจะก่อเรื่องอันใดอีก? สกุลถังปล่อยให้เจ้าอดอยากหรือไร? เจ้าถึงได้มีความอาฆาตแค้นมากมายถึงเพียงนี้?
เหยียนซวงอวี้และหลินจู๋ต่างก็ลุกขึ้นยืนแล้ว แม้จะพยายามรักษารอยยิ้มเอาไว้ ทว่าสายตาที่มองไปยังถังอี้ในเวลานี้กลับเต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย
วันนี้คือช่วงเวลาอันรุ่งโรจน์ของสกุลถัง เป็นช่วงเวลาที่พวกเขาจะได้โอ้อวดอย่างเบิกบานใจต่อบรรดาขุนนางและตระกูลใหญ่ทั่วเมืองหลวง ตอนนี้จะปล่อยให้ทุกอย่างพังพินาศด้วยน้ำมือของถังอี้ไม่ได้เด็ดขาด
โดยเฉพาะถังฮ่าว เวลานี้เขาถือม้วนภาพนั้นไว้ในมือ รู้สึกราวกับกำลังประคองเผือกร้อนๆ เอาไว้ก็ไม่ปาน
ไอ้สวะบัดซบ บิดาเหยียบย่ำเจ้าก็นับว่าให้เกียรติเจ้าแล้ว เจ้าจะต่อต้านหาอันใด? เจ้ายังกล้าต่อต้านอีกหรือ
ถังฮ่าวคำรามก้องอยู่ในใจ ใบหน้าบิดเบี้ยวถมึงทึง เดิมทีเขาเพียงแค่อยากจะอาศัยบารมีขององค์รัชทายาท เหยียบย่ำถังอี้ให้จมดินอย่างโหดเหี้ยม ให้มันไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดไปชั่วชีวิต
ผู้ใดจะไปคิด ว่าในภาพวาดเก่าขาดของมัน จะกล้าเขียนถ้อยคำโอหังทรยศเช่นนี้!
"หนี้เลือดชดใช้ด้วยเลือด... ถังอี้ เจ้าบังอาจนัก พวกเราไปติดค้างหนี้อันใดเจ้า เจ้าอย่ามาพ่นน้ำลายใส่คน..."
ถังฮ่าวสติแตก พูดจาสับสนวุ่นวาย
ทว่าเวลานี้ ถังอี้ได้มายืนอยู่เบื้องหน้าเขาแล้ว
เขายกมือขึ้นคว้าแขนของถังฮ่าว ก่อนจะบิดออกไปด้านนอกอย่างแรง
กรอบ!
เสียงกระดูกหักดังก้องไปทั่วทั้งบริเวณในพริบตา
ทุกคนต่างประสาทตึงเครียด วินาทีต่อมาก็เห็นถังฮ่าวที่เมื่อครู่ยังทำตัวโอหัง บัดนี้ได้ล้มลงไปกองกับพื้นแล้ว แขนข้างหนึ่งบิดงอไปด้านหลังด้วยองศาที่ผิดรูปอย่างน่าประหลาด
จากนั้น เสียงกรีดร้องโหยหวนดั่งหมูถูกเชือดของถังฮ่าวก็ดังก้องไปทั่ว
ส่วนถังอี้ยังคงยืนนิ่งเงียบอยู่ข้างกายถังฮ่าว เขาก้มลงเก็บม้วนภาพเก่าขาดที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา แล้วโยนแหมะลงบนใบหน้าของถังฮ่าว คลุมศีรษะของเขาเอาไว้มิดชิด
"ติดค้างหนี้อันใด? ตอนนี้รู้แล้วหรือยัง?"
ถังอี้เอ่ยเสียงเรียบ
เสียงของเขาไม่ดังนัก ทว่าเมื่อตกลงมาท่ามกลางความเงียบงัน กลับดังกึกก้องราวกับอสนีบาต
หลายคนลอบกลืนน้ำลายโดยสัญชาตญาณ หวาดกลัวกับการกระทำของถังอี้ วันนี้เป็นวันแห่งความรุ่งโรจน์ของสกุลถัง เป็นที่น่าอิจฉาของผู้คนมากมายในเมืองหลวงแท้ๆ
แต่ตอนนี้กลับเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น
แถมยังเป็นการเข่นฆ่ากันเองภายในสกุลถังอีก? ช่างเป็นงิ้วโรงใหญ่เสียจริงๆ!
"ไอ้ลูกทรพี! ไอ้ลูกทรพี! ไอ้ลูกทรพี..."
ในที่สุดถังจิ้งก็ได้สติกลับมา เมื่อมองดูบุตรชายคนที่สองที่ถูกตีจนพิการ เขาก็โกรธเกรี้ยวจนเต้นผาง
"ไอ้ลูกทรพี ก่อเรื่องไร้สาระก็แล้วไปเถอะ เจ้ายังกล้าลงมือทำร้ายคน ทำร้ายพี่ชายของเจ้า..."
"ชู่ว!"
ถังอี้ยกนิ้วชี้ขึ้นแตะริมฝีปาก ส่งสัญญาณให้ถังจิ้งเงียบ
เขามองถังจิ้งด้วยสีหน้าจริงจัง ทั่วทั้งร่างแผ่กลิ่นอายอันน่าเกรงขามออกมา
"ใต้เท้าถัง ข้าไม่ได้ก่อเรื่องไร้สาระ ข้ากำลังช่วยชีวิตสกุลถังต่างหาก"
"ส่วนเรื่องทำร้ายคน ท่านลองถามบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนกับภรรยาของเขาดูสิ ว่าพวกเขา... ทำสิ่งใดกับน้องสาวของข้า!!!"
เมื่อได้ยินดังนั้น เสียงโหยหวนของถังฮ่าวก็หยุดชะงักลงทันที หลินจู๋ที่อยู่ในกลุ่มสตรีก็มีสีหน้าซีดเผือด
ที่แท้จุดแตกหักก็อยู่ตรงนี้!
ที่แท้การที่ไอ้เศษสวะนี่มาอาละวาดที่หอเทียนเซียงในวันนี้ ก็เพื่อออกหน้าแทนนังเด็กชั้นต่ำนั่นหรอกหรือ?
ก็แค่นังเด็กชั้นต่ำที่เกิดจากนังผู้หญิงชั้นต่ำ ทุบตีให้ตายให้พิการแล้วจะทำไม?! เมื่อเทียบกับความเจริญรุ่งเรืองของสกุลถังแล้ว นางจะนับเป็นตัวอันใดได้
"ท่านพ่อ พวกเราไม่ได้ทำอันใดถังอินเลย ถังอี้กำลังใส่ร้ายพวกเรา"
ถังฮ่าวตะโกนก้อง!
หลินจู๋เองก็ส่ายหน้าพัลวัน
เรื่องพรรค์นี้จะยอมรับไม่ได้เด็ดขาด ผู้คนที่อยู่ที่นี่ล้วนเป็นบุคคลมีหน้ามีตาในเมืองหลวง หากเรื่องนี้ถูกเปิดโปงออกไป พวกเขาจะต้องถูกผู้คนนับไม่ถ้วนรุมประณามหยามเหยียดเป็นแน่
และเมื่อได้ยินคำพูดของพวกเขา ทั่วทั้งโถงใหญ่ก็เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นมาทันที
"น่าสนใจยิ่งนัก ถังอี้มาตบหน้าสกุลถังอย่างแรงในยามที่สกุลถังกำลังรุ่งโรจน์ที่สุด ดูท่าจะมีเบื้องลึกเบื้องหลังนะ!"
"ใต้เท้าถัง บ้านของท่านดูเหมือนจะไม่ค่อยสงบสุขเท่าไรนะ!"
"น้องสาวหรือ? เกือบจะลืมไปเลย ถังอี้ยังมีน้องสาวคนเล็กอยู่อีกคน คนในสกุลถังทารุณกรรมน้องสาวของเขาอย่างนั้นหรือ?"
"..."
เมื่อได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์รอบด้าน ใบหน้าของถังจิ้งก็เปลี่ยนสลับไปมาระหว่างเขียวกับแดง ถังฮว่าเองก็มีไฟโทสะลุกโชนอยู่ในใจ ความเกลียดชังที่มีต่อถังอี้แทบจะพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดในชั่วพริบตา!
วันนี้เขาสอบได้จอหงวน นับเป็นช่วงเวลาอันรุ่งโรจน์ของเขา
ทว่าในวังหลวง เขากลับถูกเซียนกวีน้อยลึกลับผู้นั้นกดขี่ข่มเหง มาตอนนี้ในงานเลี้ยงฉลองก็ยังถูกถังอี้ตามมาตบหน้าถึงที่อีก ช่างอภัยให้ไม่ได้จริงๆ!
"เสี่ยวอี้ ข้ารู้ว่าน้องเล็กหกล้มได้รับบาดเจ็บ แต่เจ้าจะเอาเรื่องที่น้องเล็กหกล้ม มาลงที่น้องฮ่าวกับภรรยาไม่ได้นะ?"
ถังฮว่าก้าวออกมามองถังอี้ ในเวลาเช่นนี้เขาก็ยังไม่ลืมที่จะรักษาภาพลักษณ์พี่ชายแสนดีของตนเองเอาไว้
"ใช่แล้วขอรับท่านพ่อ ถังอินหกล้มเอง ข้ากับหลินจู๋เข้าไปประคองนางขึ้นมา แต่ถังอี้กลับมาโยนความผิดให้พวกเรา"
"ท่านพ่อ ท่านต้องให้ความเป็นธรรมกับพวกเรานะขอรับ!"
ถังฮ่าวเข้าใจความหมายแฝงของถังฮว่าในทันที จึงร้องห่มร้องไห้เสียงดัง
"ท่านแม่ เป็นความผิดของลูกสะใภ้เอง ลูกสะใภ้เพียงแค่เห็นน้องหญิงวิ่งไล่จับผีเสื้อแล้วหกล้ม จึงหวังดีเข้าไปประคองนางขึ้นมา แต่คิดไม่ถึงเลยว่าจะกลายเป็นข้ออ้างให้น้องสี่มาหาเรื่อง..."
หลินจู๋คุกเข่าลงเบื้องหน้าเหยียนซวงอวี้ ร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างน่าเวทนา
"เฮ้อ ลุกขึ้นเถิด เรื่องนี้ไม่โทษพวกเจ้า... เฮ้อ ทำไมถึงได้ลุกลามมาถึงขั้นนี้ได้นะ เรื่องนี้ปล่อยให้ท่านพ่อของเจ้าจัดการเถิด เขาจะต้องคืนความเป็นธรรมให้พวกเจ้าแน่"
เหยียนซวงอวี้มีสีหน้าปวดใจและสงสาร ดึงตัวหลินจู๋ให้ลุกขึ้น
เมื่อนำคำพูดของถังฮว่าและเหยียนซวงอวี้มารวมกัน ผู้คนมากมายก็พยักหน้าและหลงเชื่อพวกเขาในทันที
เมื่อเทียบกับถังอี้แล้ว คำพูดของคนสกุลถังย่อมมีความน่าเชื่อถือมากกว่าอยู่แล้ว
คนที่ไม่รู้จักกฎระเบียบ แม้แต่องค์รัชทายาทยังกล้าล่วงเกิน คำพูดที่พูดออกมาจะมีผู้ใดเชื่อถือได้สักกี่คน?
"ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง ก็แค่ทนเห็นคนอื่นดีกว่าไม่ได้ คนประเภทนี้น่ารังเกียจที่สุด"
"เหอะ เขาก็แซ่ถังแท้ๆ แต่กลับมาพังงานของตระกูลตัวเอง โง่เขลาเสียจริง"
"ยังนึกว่าเป็นพี่ชายแสนดีที่ออกหน้าแทนน้องสาว ที่แท้ก็หลอกใช้น้องสาวมาใส่ร้ายพี่ชายกับพี่สะใภ้ ช่างน่ารังเกียจนัก"
"..."
สถานการณ์พลิกกลับแทบจะในพริบตา
เมื่อได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์รอบด้าน ถังฮว่าก็ปรายตามองถังอี้อย่างเย็นชา คิดจะสู้กับข้าหรือ? เจ้ายังอ่อนหัดเกินไป
ตอนแรกถังจิ้งก็ตกใจมากเช่นกัน หรือว่าถังฮ่าวกับหลินจู๋จะไปหาเรื่องถังอินจริงๆ?
ทว่าเมื่อได้ฟังคำพูดของถังฮว่า เขาก็นึกไปถึงตอนที่ถังอี้หลอกใช้ถังอินมาเล่นละคร เพื่อต้องการจะออกจากสกุลถัง
เขาจึงเชื่อคำพูดของถังฮว่าแทบจะในทันที นี่ก็เป็นแผนเจ็บตัวเพื่อเรียกร้องความสนใจของไอ้ลูกทรพีนี่อีกแล้ว
"ไอ้ลูกทรพี เลิกทำเรื่องขายหน้าได้แล้ว ไสหัวกลับไปเดี๋ยวนี้ คืนนี้ข้าจะกลับไปคิดบัญชีกับเจ้า"
ถังจิ้งโกรธมาก ทว่าเขายังไม่สูญเสียสติไป
หากไปจัดการกับถังอี้ในตอนนี้ ก็มีแต่จะทำให้คนอื่นหัวเราะเยาะเอาได้
วันนี้ก็ขายหน้ามามากพอแล้ว
"ใต้เท้าถัง ข้าขอพูดสักสองประโยคก็แล้วกัน"
เสียงหัวเราะขององค์รัชทายาทดังขึ้น
ความอดทนของพระองค์มาถึงขีดจำกัดแล้ว
เริ่มแรกถังอี้ก็ลบหลู่พระองค์ จากนั้นก็มาพูดจาโอหังต่อหน้าพระองค์ แล้วยังมาทำร้ายถังฮ่าวจนพิการต่อหน้าพระองค์อีก
ทำกันต่อหน้าพระองค์ ห่างกันเพียงแค่เจ็ดฉื่อเท่านั้น
นี่มันไม่เห็นพระองค์ที่เป็นถึงองค์รัชทายาทอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย
"เจ้าหนุ่ม หนทางต้องค่อยๆ ก้าวเดินไปทีละก้าว คนหนุ่มสาวไม่ควรทะเยอทะยานจนเกินตัว"
องค์รัชทายาททอดพระเนตรถังอี้ รอยยิ้มบนพระพักตร์แฝงไปด้วยน้ำเสียงตำหนิติเตียนอย่างผู้ที่อยู่เหนือกว่า
"เจ้ายังเด็ก การยอมรับว่าผู้อื่นเก่งกาจกว่าตนเอง มันไม่ได้ยากเย็นอันใดหรอกนะ"
[จบแล้ว]