เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 38 คลื่นซอมบี้เดินเข้าไปในหมอกประหลาด

ตอนที่ 38 คลื่นซอมบี้เดินเข้าไปในหมอกประหลาด

ตอนที่ 38 คลื่นซอมบี้เดินเข้าไปในหมอกประหลาด


ตอนที่ 38 คลื่นซอมบี้เดินเข้าไปในหมอกประหลาด

ที่ทางด่วนบริเวณทางแยกเมืองตงหูและเมืองซวงหลง ขบวนรถอพยพได้ขับมาถึงที่นี่ และจอดพักรถอยู่ตรงนี้ ภูมิประเทศที่นี่สูงจึงสามารถมองเห็นทางใต้ของเมืองตงหูได้อย่างชัดเจน

หวังกังเจี้ยนได้กระโดดขึ้นไปบนหลังคารถ ก่อนจะหยิบกล้องส่องทางไกลออกมา และมองย้อนกลับไปดูเมืองที่เขาเกิดและโตขึ้นมา เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าวันหนึ่งจะต้องจากที่นี่ไป ความรู้สึกเศร้าในใจพรั่งพรูออกมาอย่างไม่สามารถอธิบายได้  เขาขอมองกลับไปดูมันอีกครั้ง ก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้กลับมาเห็นมันอีก

ในตอนนั้นหวังหยง, ซ่งต้ายี่ และถังจินชวนต่างก็ปีนตามเขาขึ้นมา  สำหรับสมาชิกธรรมดาคนอื่นๆ  พวกเขาก็นั่งอยู่ในรถตามคำสั่งของหวังกังเจี้ยน เพราะถ้าหากมีคนลงจากรถมากเกินไป  ก็จะต้องใช้เวลานานในการขึ้นรถใหม่ ดังนั้นจึงไม่ให้พวกเขาลงจากรถเลยจะดีกว่า

“ฉันเห็นกลุ่มซอมบี้กำลังตรงไปยังเมืองตงหูอย่างรวดเร็ว” หวังหยงชี้ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ด้วยสายตาที่เฉียบคมของเขา และกระซิบ

หวังกังเจี้ยนและคนอื่น ๆ รีบมองตามมือของเขาไปทันที

แน่นอนว่าพวกเขาก็เห็นคลื่นซอมบี้กลุ่มใหญ่ กำลังวิ่งเข้าไปในเมืองตงหูอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ตรงมายังในเมืองเล็กๆแห่งนี้ซึ่งก็ยังมีผู้รอดชีวิตบางส่วนเหลืออยู่ในเมืองตงหู นั่นก็คือคนที่ไม่อยู่ในแก๊งใดๆเลย พวกเขาไม่มีเวลาที่จะหลบหนีด้วยซ้ำ ทำได้เพียงส่งเสียงกรีดร้องออกมา ก่อนที่พวกเขาจะจมลงไปในคลื่นซอมบี้

ในตอนนั้นซ่งต้ายี่ก็เบิกตากว้าง เพราะเขาเห็นซอมบี้บางตัวมีปีกและกำลังบินอยู่บนท้องฟ้า

“ในอีกห้าปี จะต้องมีซอมบี้ระดับสูงทุกชนิดปรากฏตัวขึ้นมาอย่างแน่นอน และถ้าเราไม่พัฒนาไปเร็วกว่าซอมบี้ ไม่ช้าก็เร็วเราก็จะถูกซอมบี้กลืนกินไปจนหมด” หวังกังเจี้ยนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเบาๆ

หวังหยง, ซ่งต้ายี่และถังจินชวนพยักหน้าด้วยความเข้าใจ พลังวิญญาณกำลังแผ่ซ่านไปทั่วโลก ส่งผลให้ตอนนี้สัตว์และพืชเริ่มกลายพันธุ์อย่างบ้าคลั่ง  หากมนุษย์ไม่สามารถวิวัฒนาการขึ้นไปให้อยู่เหนือสัตว์และพืชกลายพันธุ์พวกนั้น  พวกเขาก็จะถูกกำจัดโดยสายพันธุ์ใหม่ไม่ช้าก็เร็ว

“ไปกันเถอะ ไม่อย่างนั้นซอมบี้อาจจะได้กลิ่นลมหายใจของเราได้ ถึงตอนนั้นมันจะสายเกินไป” ซ่งต้ายี่ถอนหายใจออกมาเบา ๆ

หวังหยงและถังจินชวนต่างก็พยักหน้าและเตรียมที่จะกลับเข้าไปในรถ

แต่ทันใดนั้นหวังกังเจี้ยนก็เห็นบางสิ่งบางอย่างและยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นไม่คิดจะขยับไปไหน

“พี่ พี่มัวดูอะไรอยู่?” หวังหยงถามออกมาด้วยความสับสน

หวังกังเจี้ยนชี้ไปยังสถานที่หนึ่ง และกล่าวว่า "นายมีสายตาที่ดี ดูนั่นสิ นายเห็นหมอกหนานั่นหรือเปล่า?"

พรสวรรค์ที่หวังหยงได้มาคือ [สายตายาว] นับตั้งแต่ที่เขากลายมาเป็นผู้อยู่เหนือธรรมชาติ  สายตาของเขาก็ยาวจนสามารถมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ในระยะไกลได้อย่างชัดเจนแต่ข้อเสียคือเมื่อมองใกล้ๆ สายตาของเขาจะเบลอมาก พรสวรรค์นี้ไม่สามารถเปิดหรือปิดได้ตามต้องการ ดังนั้นเมื่อเขาเปิดใช้สายตายาว เขาจึงต้องพยายามหลายครั้งกว่าที่จะปิดมันลงได้

หวังหยงเลิกคิ้ว ก่อนจะเปิดใช้งานพลังวิญญาณทันที และมองไปยังทิศทางที่หวังกังเจี้ยนชี้ออกไป

“จริงด้วย บริเวณนั้นมีหมอกหนามาก แต่ที่อื่นไม่มีหมอกเลย” เขาพูดด้วยความสงสัย

เมื่อถังจินชวนและซ่งต้ายี่เห็นว่าพวกเขาไม่ได้กลับไปที่รถ ทั้งสองก็เดินกลับมาอีกครั้ง ถังจินชวนยิ้มและพูดว่า "พวกคุณกำลังดูอะไรอยู่?"

หวังหยงชี้ไปที่บริเวณนั้น แล้วถามว่า "เหล่าถัง  คุณเคยไปที่บริเวณนั้นไหม ตอนนี้ที่นั่นมีหมอกหนามาก"

ถังจินชวนหรี่ตาลงและมองออกไป เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้า "นั่นมันฐานที่มั่นเดิมของแก๊งหลิงฉวนไม่ใช่เหรอ? ฉันผ่านบริเวณนั้นตอนที่ฉันไปที่บริษัทรถทัวร์ของเมืองตงหูเมื่อสองวันก่อน ตอนนั้นยังไม่มีหมอกเลย แล้วทำไมตอนนี้ถึงมีหมอกหนาเกิดขึ้นได้ มันแปลกมาก”

ซ่งต้ายี่ยิ้มแล้วพูดว่า "ขนาดวิกฤตซอมบี้ยังสามารถเกิดขึ้นได้ คงไม่มีอะไรน่าแปลกใจไปกว่านี้แล้ว"

หวังหยงและถังจินชวนพยักหน้าเมื่อได้ยินเช่นนี้ ถูกต้องแล้ว มีหลายอย่างที่ดูจะไม่สมเหตุสมผลผิดธรรมชาติและผืนหลักการทางวิทยาศาสตร์เกิดขึ้นมามากมาย จนหลักการต่างๆที่รู้มาไม่มีความสำคัญอีกต่อไป

“เฮ้! ซอมบี้จำนวนมากได้เบี่ยงเบนเป้าหมายและกำลังตรงเข้าไปทางกลุ่มหมอก!” ในตอนนั้นหวังหยงกำลังจะหลับตาพยายามปิดการใช้งานสายตายาว แต่จู่ๆ เขาก็เห็นว่ามีบางอย่างผิดปกติ

เขาเห็นซอมบี้หลายสิบตัวเดินออกจากกลุ่ม และมุ่งหน้าตรงเข้าไปในพื้นที่ที่มีหมอกปกคลุม จากนั้นก็มีซอมบี้หลายสิบหลายร้อยตัวเริ่มเดินตามไป!

ในชั่วพริบตา ซอมบี้จำนวนมากก็แยกตัวออกจากกลุ่มเดิมและมุ่งหน้าไปทางเหนือ ตรงเข้าไปยังกลุ่มหมอก

หวังกังเจี้ยน, ถังจินชวนและซ่งต้ายี่ต่างก็ตกตะลึงเมื่อได้ยินเช่นนี้

เกิดอะไรขึ้น? ซอมบี้เปลี่ยนเป้าหมายแล้วเหรอ? แทนที่จะไล่ตามคนเป็น แต่กลับวิ่งเข้าไปในกลุ่มหมอกแทน?

หวังหยงยังคงมองออกไปยังที่ตรงนั้น โดยไม่กระพริบตา

ภายในเวลาไม่ถึงห้านาที คลื่นซอมบี้ก็ได้เปลี่ยนทิศทางและวิ่งไปยังกลุ่มหมอก ในนั้นมีซอมบี้ระดับสูงหลายตัวที่แข็งแกร่ง พวกมันวิ่งและบินนำหน้าคลื่นซอมบี้ไป

ที่นั่นมีอะไรที่สามารถดึงดูดซอมบี้ได้ขนาดนั้นเชียวหรือ?

ห้านาทีต่อมา หวังหยงก็มองไปที่นั่นอีกครั้ง และก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าคลื่นซอมบี้ที่ตอนแรกแยกเป็นสองกลุ่ม ตอนนี้พวกมันทั้งหมดได้เลี้ยวโค้งอย่างสมบูรณ์และมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ที่มีหมอก!

“นายเห็นมันไหม เกิดอะไรขึ้น?” หวังกังเจี้ยนถามขึ้นมา

หวังหยงจึงได้อธิบายสถานการณ์ให้พวกเขาฟังทั้งหมด

หวังกังเจี้ยนและอีกสามก็ได้แต่สงสัย คลื่นซอมบี้เปลี่ยนเส้นทางอย่างนั้นเหรอ?  กลุ่มหมอกนั่นมีพลังเวทย์มนตร์อะไรกันแน่?

“คลื่นซอมบี้ได้เคลื่อนตัวเข้าไปในหมอกนานแล้ว แต่ก็ไม่มีซอมบี้เดินออกมาแม้แต่ตัวเดียว” หวังหยงมองออกไปอีกครั้ง และอธิบายสถานการณ์ออกมาอย่างจริงจัง

หวังกังเจี้ยนและอีกสามคนดูประหลาดใจมากยิ่งขึ้น..เป็นไปได้ไหมว่าบริเวณที่มีหมอกหนานั้น จะเป็นเหมือนหลุมดำที่ไม่มีก้นบึ้ง? เมื่อซอมบี้เดินเข้าไปบริเวณนั้น พวกมันก็จะถูกดูดเข้าไปและออกมาไม่ได้อีก?

หวังกังเจี้ยนคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงสั่งการออกมาว่า "สั่งให้ขบวนรถหยุดอยู่ตรงนี้ และให้ทุกคนอยู่แต่ในรถ"

หลังจากสั่งการออกมาแล้ว เขาก็ได้ตั้งตารอดูสถานการณ์อยู่อย่างนั้น ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ

นับตั้งแต่วิกฤติซอมบี้ปะทุขึ้นมา พวกเขาก็ไม่กล้านิ่งนอนใจอีกต่อไป ซอมบี้อันตราย และสัตว์กลายพันธุ์ก็อาจจะซ่อนตัวอยู่ทุกหนทุกแห่ง

หวังกังเจี้ยนจึงได้สั่งให้ผู้อยู่เหนือธรรมชาติในทีมแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม เพื่อจัดตั้งทีมลาดตระเวนในตอนกลางคืน

ผู้คนหลายร้อยคนกำลังตั้งแคมป์อยู่ข้างนอก ไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าจะมีสัตว์ประหลาดชนิดไหนปรากฏออกมาในเวลานี้บ้าง ทุกคนจึงเลือกที่จะอยู่ในเต็นท์

อย่างไรก็ตาม คืนนี้ก็ผ่านไปโดยดี

นอกจากซอมบี้สองสามตัวและหมาป่ากลายพันธุ์สองสามตัว ก็ไม่มีเรื่องน่าประหลาดใจอะไรเกิดขึ้นอีก

พระอาทิตย์กำลังขึ้น

หวังกังเจี้ยนและอีกสี่คนยืนอยู่บนเนินเขาแล้วมองดูสถานการณ์ในเมือง

“หมอกยังอยู่และยังไม่สลายไป”

“ยังมีซอมบี้และสัตว์พิเศษมากมายจากทุกทิศทุกทางกำลังวิ่งเข้าไปในสายหมอกนั้น”

“พี่  ผมรู้สึกว่าเมื่อคืนที่เราไม่ถูกซอมบี้และสัตว์กลายพันธ์โจมตีก็อาจเป็นเพราะพวกมันถูกกลุ่มหมอกนั้นดึงดูดก็เป็นได้?” หวังหยงพูดพลางมองดูผู้คนรอบตัวเขาด้วยสีหน้าสงสัย

หวังกังเจี้ยนกล่าวว่า "...ฉันอยู่ข้างหลังนาย"

หวังหยงยิ้มออกมาอย่างเชื่องช้าและหันหลังกลับ

ถังจินชวนพูดอย่างจริงจังว่า "ฉันก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน หมอกนั้นมีแรงดึงดูดต่อสิ่งมีชีวิตกลายพันธ์พวกนี้อย่างมาก บางทีมันอาจจะเหมือนกับในนวนิยาย ที่ตรงนั้นอาจมีสมบัติบางอย่างถือกำเนิดขึ้นมา มันถึงได้ดึงดูดสัตว์กลายพันธ์และซอมบี้เหล่านั้น"

"คุณกำลังจะบอกว่าซอมบี้และสัตว์กลายพันธ์เหล่านี้อาจจะเริ่มต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงสมบัติที่อยู่ในนั้นงั้นเหรอ?”

“เป็นไปได้มาก! หากว่าพวกมันสามารถเอาสมบัตินั้นมาครอบครองได้ พวกมันก็จะได้แก่นปราณจำนวนมาก ในตอนนี้แก่นปราณถือว่าเป็นสิ่งที่ล้ำค่าอย่างไม่ต้องสงสัย!  ไม่ว่าจะใช้เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัวเองหรือเพื่อแลกเปลี่ยนวัสดุ ก็เป็นทางเลือกที่ดีทั้งสิ้น”

ซ่งต้าอี้กล่าวอย่างเคร่งขรึมว่า "ถ้าอย่างนั้น เราควรออกไปโดยเร็วที่สุด หากว่าพวกมันสามารถคว้าแก่นปราณมาได้ ความแข็งแกร่งของพวกมันก็จะเพิ่มขึ้นมหาศาล หากพวกมันกลายเป็นสิ่งมีชีวิตพิเศษขั้น 3 หรือ 4 ขึ้นมา เราก็ไม่สามารถเอาชนะพวกมันได้ อย่าลืมว่ามีคนธรรมดาหลายร้อยคนอยู่ที่นี่ และเราต้องปกป้องชีวิตของพวกเขาก่อนให้สมกับที่พวกเขาไว้วางใจในตัวของเรา”

หวังกังเจี้ยนและทั้งสามคนรู้สึกหนักใจ ซ่งต้ายี่พูดถูก ชีวิตของผู้คนจำนวนมากนั้นสำคัญที่สุด พวกเขาทั้งสี่ไม่สามารถล้อเล่นกับชีวิตของผู้คนได้

จบบทที่ ตอนที่ 38 คลื่นซอมบี้เดินเข้าไปในหมอกประหลาด

คัดลอกลิงก์แล้ว