เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 37 ไม่ว่าผู้อยู่เหนือธรรมชาติจะแข็งแกร่งแค่ไหนก็เทียบไม่ได้กับคลื่นซอมบี้

ตอนที่ 37 ไม่ว่าผู้อยู่เหนือธรรมชาติจะแข็งแกร่งแค่ไหนก็เทียบไม่ได้กับคลื่นซอมบี้

ตอนที่ 37 ไม่ว่าผู้อยู่เหนือธรรมชาติจะแข็งแกร่งแค่ไหนก็เทียบไม่ได้กับคลื่นซอมบี้


ตอนที่ 37 ไม่ว่าผู้อยู่เหนือธรรมชาติจะแข็งแกร่งแค่ไหนก็เทียบไม่ได้กับคลื่นซอมบี้

ผ่านไปชั่วโมงกว่าๆ ถังจินชวนและทั้งสองคนก็ตื่นขึ้นมาอย่างช้าๆ เมื่อพวกเขาตื่นขึ้น ศีรษะของพวกเขาก็ปวดร้าวราวกับถูกของแข็งฟาดมาอย่างแรง ชายทั้งสองยังคงดูหวาดกลัวและมองไปรอบๆอย่างระมัดระวังเหมือนคนจิตตก

เห็นอย่างนั้นถังจินชวนก็บังคับตัวเองให้ยืนขึ้น เขาใช้ไขมันที่เหลือสร้างโล่ และเดินไปที่โกดังอย่างระมัดระวัง ทว่ามันกลับไม่มีอะไรเหลืออยู่ในโกดังเลยแม้แต่น้อย ร่างอ้วนของแม่แมงมุมกลายพันธุ์ได้หายไปไม่เหลือแม้แต่ซากของมัน ใยแมงมุมทั่วทั้งโกดังก็ถูกเผาจนมอดไหม้กลายเป็นจุล หากไม่มีเศษผงเหลืออยู่ตรงมุมห้อง ถังจินชวนคงจะคิดว่าสิ่งที่เขาเห็นมาทั้งหมดเป็นเพียงความฝันไปแล้ว

เนื่องจากว่าเขามองไม่เห็นธงค่ายกลที่ฉู่เสวียนได้ทำไว้ เพราะเพื่อความปลอดภัย ฉู่เสวียนได้เพิ่มค่ายกลเล็กๆ ให้กับธงค่ายกลทั้งหมด นั่นคือค่ายกลล่องหน เป็นเรื่องยากมากสำหรับสิ่งมีชีวิตธรรมดาที่แทบจะไม่มีพลังจิตวิญญาณจะมองเห็นค่ายกลเหล่านั้นผ่านตาเนื้อ  ดังนั้นโดยธรรมชาติแล้วพวกเขาจึงไม่สามารถตรวจจับได้

ชายทั้งสองช่วยพยุงกันและกันให้ลุกขึ้น ก่อนจะเดินเข้ามาที่ด้านข้างของถังจินชวนด้วยท่าทางสั่นเทา  แต่เมื่อเห็นโกดังที่ว่างเปล่า พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจด้วยความโล่งอก

“พี่ถัง ดูเหมือนว่าเราจะเป็นหนี้บุญคุณของชายคนนั้น”

“ใช่ ถ้าเขาไม่กำจัดแม่แมงมุมกลายพันธุ์ไป เราคงตายไปนานแล้ว”

“ดูเหมือนว่าแมงมุมที่อยู่ที่นี่จะถูกเขากำจัดไปหมดแล้ว ฉะนั้นสถานที่แห่งนี้ก็น่าจะปลอดภัย ผมว่าเรารีบไปสำรวจรถบัสกันเถอะ”ทั้งสองกระซิบบอก

เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ ถังจินชวนก็กระตือรือร้นขึ้นมาทันที "ใช่แล้ว เร็วเข้า!"

"ฉันจะรายงานทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่นี่ให้เจ้านายทราบเมื่อฉันกลับไป”

พูดจบพวกเขาก็เดินสำรวจรถบัสทุกคันที่จอดอยู่ในโกดัง ซึ่งก็โชคดีมาก เพราะที่นี่มีรถบัสสามคันที่ไม่ได้รับความเสียหายและพร้อมใช้งานได้ทันที  และยังมียานพาหนะอีกสองคันที่ได้รับความเสียหายเล็กน้อย แต่ก็ยังสามารถวิ่งได้หลังจากที่ซ้อมมันไปเล็กๆน้อยๆ

นอกจากนี้ยังพบน้ำมันเบนซินและดีเซลจำนวนมากในโกดัง  ซึ่งสามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงในการอพยพของพวกเขาในครั้งนี้ได้อีกด้วย

“รวมๆแล้วก็มีรถบัสอยู่ห้าคันที่ใช้งานได้ แต่พวกเรามีกันแค่สามคน คงจะขับกลับไปไม่หมด” ถังจินชวนโบกมือ “เรารีบกลับไปที่บริษัทรักษาความปลอดภัยเฮยเฟิงก่อนแล้วพาคนกลับมาอีกทีจะดีกว่า”

จากนั้นพวกเขาก็ได้กลับไปที่บริษัทรักษาความปลอดภัยเฮยเฟิงก่อนค่ำพอดี

ในห้องโถง...หวังกังเจี้ยน , หวังหยงและซ่งต้ายี่ต่างก็มีสีหน้ามืดมนไปตามๆกัน ทำให้ถังจินชวนที่เดินเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มก็ต้องตะลึงเมื่อเห็นสีหน้าของพวกเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาเห็นว่าซ่งต้ายี่แขนขาดไปข้างหนึ่ง ทันใดนั้นสีหน้าของเขาก็จริงจังขึ้นมาทันที

“เกิดอะไรขึ้น? ทำไมถึงอยู่ในสภาพแบบนี้ ?” ถังจินชวนถามออกมาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก

หวังยงยิ้มอย่างขมขื่น "สถานการณ์ในโรงงานที่ฉันไป เป็นไปด้วยดี แต่ก็พบรถบรรทุกขนาดใหญ่เพียงคันเดียวที่ใช้งานได้ ส่วนต้ายี่ ... "

ใบหน้าของซ่งต้ายี่ยังคงซีดเซียว  เขากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาว่า  "ฉันเจอรถแล้ว แต่ซอมบี้ระดับสูงก็ได้เข้ามาโจมตีเราก่อน คนที่ฉันพาไปตายกันหมด  ส่วนฉันก็สูญเสียแขนไปหนึ่งข้าง และเกือบจะเอาตัวไม่รอด”

หวังกังเจี้ยนถอนหายใจออกมา “ส่วนฉันก็เจอรถบรรทุกคันใหญ่เพียงคันเดียวเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอ หากว่าหาที่ไหนไม่ได้อีก งานนี้เราคงต้องจับฉลากขึ้นรถแล้วล่ะ...”

เขาพูดไม่ออกอีกต่อไป การต้องให้ทุกคนมาจับฉลากขึ้นรถ สี่คำนี้ถือว่าเป็นวิธีการที่โหดร้ายเกินไป สมาชิกส่วนใหญ่ของบริษัทรักษาความปลอดภัยเฮยเฟิงต่างก็เป็นสหายเก่าของเขาทั้งนั้น ทุกคนติดตามเขามาตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤติซอมบี้เสียอีก เขาไม่สามารถทำใจทิ้งพวกเขาได้แม้แค่คนเดียว

ถังจินชวนจึงได้หัวเราะออกมาเบา ๆ “อย่าร้องไห้ไปเลย ฉันมีข่าวดี”

พวกเขาทั้งสามตกตะลึง “ข่าวดีอะไร นายเจอรถบัสกี่คันงั้นเหรอ?”

ถังจินชวนหัวเราะออกมาอีกครั้ง “ลองเดาสิ”

หวังหยงคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วชูสองนิ้วขึ้นมา "สองคันงั้นเหรอ?"

ถังจินชวนส่ายหัว

ซ่งต้ายี่ชูขึ้นมาสามนิ้ว “เจอสามคันงั้นเหรอ?”

ถังจินชวนก็ยังคงส่ายหัวอีกครั้ง

หวังกังเจี้ยนขมวดคิ้ว และกล่าวออกมาว่า "เจอรถคันเดียวงั้นเหรอ? แบบนั้นจะเรียกว่าข่าวดีได้ยังไง?"

ถังจินชวนหัวเราะชอบใจออกมา "ผิดทั้งหมด เพราะฉันเจอห้าคัน!"

หวังกังเจี้ยนและคนอื่น ๆ ตกตะลึงไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็มีความปีติยินดีฉายออกมาในแววตาของพวกเขาทันที

เจอรถบัสห้าคัน!

ตราบใดที่สามารถหารถได้อีกสักสองสามคัน มันก็เพียงพอที่จะบรรทุกผู้คนออกไปได้ทั้งหมด แต่หากว่าเจอเพิ่มมาอีกห้าคัน ก็แสดงว่ายังเหลือที่วางเพียงพอให้บรรทุกสิ่งของจำเป็นออกไปได้

“เหล่าถัง! อย่าโกหกพวกเรานะ!” หวังกังเจี้ยนพูดออกมาด้วยความตื่นเต้น

ถังจินชวนจึงพูดอย่างจริงจังว่า "ฉันได้ตรวจสอบแล้วว่ารถบัสทั้งห้าคันใช้งานได้ปกติและยังมีอะไหล่เสริมด้วย ส่วนน้ำมันก็มีเพียงพอที่จะเดินทางไปถึงอาณาเขตที่กองทัพหลินเจียงดูแลอย่างแน่นอน

อาณาเขตที่กองทัพหลินเจียงดูแลคือพื้นที่ทั้งหมดของเมืองหลงเจียง ซึ่งเป็นเมืองหลวงของมณฑลหลินเจียง แม้ว่าเมืองหลงเจียงจะอยู่ห่างจากเมืองตงหู แต่ก็ห่างกันเพียงแค่ 500 กิโลเมตรเท่านั้น เพียงแต่ว่าระหว่างการเดินทางอาจมีอุบัติเหตุต่างๆ ตามมา ซึ่งมันก็จะส่งผลให้ระยะทางเกิดความไม่แน่นอนขึ้นได้ โดยธรรมชาติแล้วยิ่งมีน้ำมันมากเท่าไร ก็ยิ่งดีเท่านั้น

“เอาล่ะ โอเค! พรุ่งนี้เราก็ขับรถไปตั้งแต่รุ่งสางเลยล่ะกัน!” หวังกังเจี้ยนไม่สามารถรีรอได้อีกต่อไป และด้วยข่าวดีนี้ก็ทำให้ใบหน้าที่ซีดเซียวของซ่งต้ายี่ดีขึ้นมาเล็กน้อย

“เหล่าถัง นายไม่เจออะไรเลยเหรอ?” หวังหยงถามขึ้นมา

ทันใดนั้นสีหน้าของถังจินชวนก็เคร่งขรึมขึ้นมาอีกครั้ง “เจอสิ หากโชคไม่ดี ฉันคงไม่สามารถกลับมาที่นี่ได้อีก”

หวังกังเจี้ยนและอีกสองคนใจเต้นรัวขึ้นมาทันที “ไหนนายลองเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในบริษัทรถทัวร์ให้เราฟังอย่างละเอียดสิ”

เวลาผ่านไป...

เมื่อได้ฟังทั้งสามก็ตกตะลึงเป็นอย่างมาก หัวใจของพวกเขาไม่สามารถสงบลงได้เป็นเวลานาน

“ยืนอยู่บนดาบบินได้อย่างนั้นเหรอ?”

“ยังสามารถควบคุมซอมบี้และควบคุมไฟได้อีกด้วย!”

" ใยแมงมุมที่แม้แต่อาวุธพิเศษของนายยังไม่สามารถทำลายได้ด้วยการโจมตีนับสิบครั้ง กลับถูกตัดออกอย่างง่ายดายด้วยฝีมือของเขาคนนั้น? "

ทั้งสามคนมองหน้ากันและเห็นความตกใจในดวงตาของกันและกัน จะต้องเป็นคนแบบไหนกัน? ในเมืองตงหูมีคนที่แข็งแกร่งขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?

"สามารถควบคุมซอมบี้ได้...เรื่องที่เกิดขึ้นบนทางหลวง ดูเหมือนว่าคนที่สามารถทำลายฝูงหมาป่ายักษ์ในครั้งนั้นจะเป็นคนที่สามารถควบคุมซอมบี้ได้ " จู่ๆความคิดนี้ก็แวบขึ้นมาในใจของหวังหยง  และทันใดนั้นเขาก็จำสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตได้ ..เรื่องที่ฝูงหมาป่าถูกกำจัดออกไปเมื่อหลายเดือนก่อน

หวังกังเจี้ยนเองก็ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง และตบต้นขาของตัวเองอย่างแรง "ใช่แล้ว ! ฉันพอจะประติดประต่อเรื่องราวทุกอย่างได้แล้ว!

“คนคนเดียวกันงั้นเหรอ?”  ซ่งต้ายี่กล่าวออกมาด้วยความประหลาดใจ "แบบนี้ก็แสดงว่ามีผู้อยู่เหนือธรรมชาติระดับสูงอยู่ในเมืองตงหูของเรานะสิ "

ทั้งสามคนต่างก็ตกตะลึงในทันที ระดับของผู้อยู่เหนือธรรมชาติคนนี้จะต้องไม่ต่ำกว่าขั้นที่ 2 เป็นแน่

หรือว่าเขาอาจจะเป็นผู้อยู่เหนือธรรมชาติขั้นที่ 3 ในตำนานก็เป็นได้

อย่างไรก็ตาม หลังจากช่วงเวลาแห่งความปีติยินดีผ่านไป ทั้งสามก็เงียบลงอีกครั้ง

“ไม่ว่าเขาจะทรงพลังแค่ไหน แม้แต่สิ่งมีชีวิตที่ไม่ธรรมดาจากกองทัพหลินเจียงก็ไม่สามารถต่อกรกับคลื่นซอมบี้ได้ แล้วเขาเพียงคนเดียวจะไปต่อกรกับฝูงซอมบี้นับหมื่นได้อย่างไร ดังคำกล่าวที่ว่าฝูงมดสามารถฆ่าช้างตัวใหญ่ได้   พลังวิญญาณของผู้เหนือธรรมชาตินั้นมีขีดจำกัด เมื่อพลังวิญญาณหมดลง ก็จะเหลือเพียงร่างกายธรรมดาๆที่ต้องต่อสู้ เมื่อนั้นแม้จะเคยแข็งแกร่งแค่ไหน ก็จะถูกคลื่นซอมบี้กลืนกินไปอย่างง่ายดาย ยิ่งไปกว่านั้น ความสามารถของผู้เหนือธรรมชาติบางคนยังต่อสู้ไม่เก่ง เมื่อถึงเวลาต่อให้เป็นผู้อยู่เหนือธรรมชาติขั้นที่ 3 แล้วจะทำอะไรได้ล่ะ?” หวังกังเจี้ยนพูดออกมาอย่างเคร่งขรึม

“ใช่” ทั้งสามคนตอบด้วยน้ำเสียงทุ้ม

หนึ่งวันต่อมา…

รถบัสห้าคัน รถบรรทุกขนาดใหญ่หนึ่งคัน และรถยนต์อีกสี่คันก็ได้จอดอยู่ด้านนอกบริษัทรักษาความปลอดภัยเฮยเฟิงเพื่อเตรียมพร้อมจะอพยพผู้คนออกไปจากเมือง  สิ่งของจำเป็นทุกอย่าง ทั้งเมล็ดพืช น้ำมัน ข้าวและบะหมี่ ฯลฯ ก็พร้อมขนขึ้นรถแล้ว

ภายใต้การจัดเตรียมของถังจินชวน  สมาชิกทุกคนก็ขึ้นรถอย่างเป็นระเบียบ

จากนั้นหวังกังเจี้ยนก็สั่งการให้ออกเดินทาง ขบวนรถก็ได้มุ่งหน้าไปทางเหนือ  !

จบบทที่ ตอนที่ 37 ไม่ว่าผู้อยู่เหนือธรรมชาติจะแข็งแกร่งแค่ไหนก็เทียบไม่ได้กับคลื่นซอมบี้

คัดลอกลิงก์แล้ว