- หน้าแรก
- อัปเวลทะลุพิกัด ร่างโคลนอสูรสังหารวิวัฒนาการอนันต์
- บทที่ 22: เคล็ดวิชาเสื้อเกราะเหล็ก และเพลงค้อนทองคำกลองสิบแปดทิศ
บทที่ 22: เคล็ดวิชาเสื้อเกราะเหล็ก และเพลงค้อนทองคำกลองสิบแปดทิศ
บทที่ 22: เคล็ดวิชาเสื้อเกราะเหล็ก และเพลงค้อนทองคำกลองสิบแปดทิศ
"นั่นซูเสี่ยวนี่!"
"ไม่เลวเลย ไอ้หมอนี่มันพยายามอย่างหนักจนในที่สุดก็บรรลุเป็นระดับเหนือมนุษย์ได้ด้วยตัวเอง!"
เพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งเอ่ยปากชม
พวกเขารู้ดีว่าซูเสี่ยวขยันฝึกฝนมากแค่ไหน แต่ด้วยฐานะทางบ้านที่ยากจน เขาจึงติดแหง็กอยู่แค่การขัดเกลาร่างกายขั้นที่หกมาตลอด
การที่เขาบรรลุระดับได้ในที่สุด ถือว่าน่ายกย่องจริงๆ
อย่างไรก็ตาม คำพูดเหล่านี้กลับเรียกเสียงหัวเราะเยาะจากเพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆ ทันที
"ความพยายามเหรอ? ตลกละ นายคงไม่รู้สินะ กวนเสี่ยวหานเอาแต้มผลงานไปแลกน้ำยาบำรุงระดับต้นมาให้เขาต่างหาก เขาถึงบรรลุเป็นระดับเหนือมนุษย์ได้"
"ไม่งั้นนายคิดว่าลำพังแค่ความพยายามมันจะบรรลุระดับได้จริงๆ เหรอ?!"
บางคนพูดพร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ย แววตาเต็มไปด้วยความดูถูก "ผู้ชายที่ต้องเกาะผู้หญิงกิน ถุย~"
"ทำไมล่ะ? ทำไมกวนเสี่ยวหานถึงเอาน้ำยาบำรุงให้เขาด้วย?!" มีคนถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"นายไม่รู้เหรอ? เมื่อวานหลังเลิกเรียน ซูเสี่ยวบังคับจูบกวนเสี่ยวหาน ทำเอาหลินฮ่าวโกรธจัดจนมีเรื่องชกต่อยกับกวนเสี่ยวหานเลยนะ"
"จุ๊ๆๆ~ เมื่อวานมันเป็นสมรภูมิรบชัดๆ!"
"อะไรนะ?! ซูเสี่ยวจูบดาวโรงเรียนผู้เป็นอัจฉริยะเนี่ยนะ? พระเจ้าช่วย มันดุเดือดขนาดนั้นเลยเหรอ? แล้วสุดท้ายจบยังไง?"
ทุกคนเริ่มจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างเมามัน และนานๆ ทีก็จะมีคำพูดอย่าง 'ซูเสี่ยวเกาะผู้หญิงกิน', 'แมงดา', 'กวนเสี่ยวหานหน้ามืดตามัว', 'ทำไมเธอถึงไปชอบซูเสี่ยวได้นะ หล่อสู้ฉันก็ไม่ได้' ลอยมาให้ได้ยิน
ทุกคนต่างเบ้ปากใส่ซูเสี่ยวที่ต้องพึ่งพาผู้หญิงเพื่อความก้าวหน้า มองพฤติกรรมเช่นนี้ด้วยสายตาเหยียดหยาม
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขาเห็นกวนเสี่ยวหานเดินตรงไปหาซูเสี่ยว ก็ยิ่งทำให้เกิดเสียงโห่ร้องระงม
"พวกเขาคบกันออกหน้าออกตาขนาดนี้ โชว์สวีทกันโจ่งแจ้งขนาดนี้ ครูยังไม่เห็นทำอะไรเลย!"
ไม่เพียงแต่ครูจะไม่เข้าไปห้ามปรามเท่านั้น
แต่เมื่อโจวหงและเฉิงซ่งเห็นกวนเสี่ยวหานเดินเข้ามา พวกเขากลับส่งยิ้มเป็นมิตรให้เสียด้วยซ้ำ
"เสี่ยวหานมาช่วยเพื่อนร่วมชั้นนี่เอง! ช่างใจดีจริงๆ" โจวหงหัวเราะเบาๆ
"ครูโจว ครูเฉิง หนูมาช่วยซูเสี่ยวเลือกเคล็ดวิชาบ่มเพาะค่ะ" กวนเสี่ยวหานพูดอย่างฉะฉาน ตอนนี้เธอสวมชุดฝึกซ้อมที่หลวมสบาย และเพราะการบ่มเพาะ ร่างกายของเธอจึงชุ่มไปด้วยเหงื่อที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ
พวงแก้มของเธอแดงระเรื่อ ทำให้เธอดูมีเสน่ห์น่าหลงใหลมาก
"เอาล่ะ เธอมีความรู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้ว พาเขาไปเลือกเถอะ" เฉิงซ่งพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม "จำไว้ พยายามเลือกเคล็ดวิชาที่เหมาะกับเขาให้มากที่สุด ความเข้ากันได้จะได้สูงๆ"
"เข้าใจแล้วค่ะคุณครู" กวนเสี่ยวหานตอบรับอย่างสุภาพ จากนั้นก็พาซูเสี่ยวเดินตรงไปยังห้องบ่มเพาะที่ว่างอยู่
การที่พวกเขาสองคนเข้าไปในห้องบ่มเพาะด้วยกัน ทำให้เกิดเสียงฮือฮาในหมู่ฝูงชนทันที
เมื่อเปิดประตูห้องบ่มเพาะเข้าไป
ซูเสี่ยวก็พบว่าพื้นที่ข้างในนั้นค่อนข้างกว้างขวางทีเดียว
น่าจะประมาณยี่สิบถึงสามสิบตารางเมตรได้ และมีคอมพิวเตอร์ตั้งอยู่เครื่องหนึ่งด้วย
หลังจากปิดประตู กวนเสี่ยวหานก็พยักพเยิดให้ซูเสี่ยวป้อนรหัสนักศึกษาของเขาลงไป
หน้าต่างข้อมูลเด้งขึ้นมาทันที
"ขอแสดงความยินดีกับนักศึกษาซูเสี่ยว ที่บรรลุเป็นระดับเหนือมนุษย์ คุณมีสิทธิ์เรียนรู้เคล็ดวิชาบ่มเพาะฟรี 2 เคล็ดวิชา และคุณยังได้รับแต้มผลงานอีก 2 แต้ม"
"เนื่องจากคุณเป็นอัจฉริยะระดับต่ำสุด ที่บรรลุระดับในสัปดาห์สุดท้าย คุณจึงสามารถเลือกเรียนเคล็ดวิชาบ่มเพาะระดับต้นและทักษะยุทธ์ระดับต้นได้อย่างละ 1 เคล็ดวิชาเท่านั้น"
"อย่างไรก็ตาม เคล็ดวิชาบ่มเพาะระดับต้นบางวิชาก็มีความร้ายกาจมาก เทียบเท่ากับทักษะยุทธ์ระดับกลางเลยทีเดียว ยิ่งไปกว่านั้น เคล็ดวิชาเหล่านั้นยังมีเคล็ดวิชาระดับสูงให้เรียนรู้ต่อยอดในอนาคตด้วย จึงคุ้มค่าแก่การฝึกฝนอย่างยิ่ง เดี๋ยวฉันเลือกให้นายเอง"
"โอเค"
กวนเสี่ยวหานยืนอยู่ข้างๆ คอยอธิบายให้ซูเสี่ยวฟัง "ส่วนแต้มผลงาน 2 แต้มนี้ นายเอาไว้แลกน้ำน้ำยาบำรุงระดับต้นได้นะ"
เมื่อได้กลิ่นหอมอ่อนๆ โชยมาจากกายของกวนเสี่ยวหาน ซูเสี่ยวก็เริ่มอยู่ไม่สุข เขายื่นมือออกไปโอบเอวกวนเสี่ยวหาน ซึ่งเธอก็ไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างใด ซ้ำยังทิ้งตัวลงนั่งบนตักของซูเสี่ยวอย่างเป็นธรรมชาติ
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ "ฉันจะให้รางวัลนายสักหน่อย แต่หลังจากนี้ นายต้องตั้งใจฝึกฝนให้ดีล่ะ เข้าใจไหม?"
"ได้เลยๆๆ หึๆ" นัยน์ตาของซูเสี่ยวเป็นประกายวิบวับ เขากอดเธอไว้แน่น สููดดมกลิ่นหอมจากตัวเธออย่างตะกละตะกลาม
รอยยิ้มในดวงตาของกวนเสี่ยวหานกว้างขึ้น 'ปล่อยให้นายได้ใจไปก่อนเถอะ เดี๋ยวคอยดูว่าฉันจะจัดการนายยังไง หึๆ~' เธอรับหน้าที่จัดการกับคอมพิวเตอร์แทนซูเสี่ยวทั้งหมด
เพียงไม่นาน ทุกอย่างก็เรียบร้อย
"เอาล่ะ เซ็นสัญญาซะ" กวนเสี่ยวหานตีมือซนๆ ของซูเสี่ยวที่เริ่มเลื้อยไปทั่ว เธอลุกขึ้นยืนและพยักหน้าให้ซูเสี่ยวเซ็นสัญญาในคอมพิวเตอร์
"หึๆ" ซูเสี่ยวไม่ได้รู้สึกหงุดหงิดเลยแม้แต่น้อย เขายังคงดื่มด่ำกับช่วงเวลาเมื่อครู่นี้ เขาทำตามคำบอกของกวนเสี่ยวหานอย่างว่าง่าย
เขาทำตามเสียงแนะนำของคอมพิวเตอร์ โดยยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ กล้อง
แสงสีแดงสแกนใบหน้าของเขา
ใบหน้าของซูเสี่ยวปรากฏขึ้นบนหน้าจอขนาดใหญ่ และข้างๆ กันก็มีอุปกรณ์ที่มีลักษณะคล้ายที่แสกนลายนิ้วมือ ซูเสี่ยวทำตามคำแนะนำโดยวางนิ้วชี้ลงไป ทันใดนั้นลายนิ้วมือของเขาก็ปรากฏขึ้น
ระหว่างที่รอระบบอัปโหลดข้อมูล ซูเสี่ยวก็ถามขึ้นด้วยความงุนงง "สัญญานี้มันคืออะไรเหรอ?"
"มันเป็นการยืนยันว่านายเป็นคนเรียนวิชานี้ด้วยตัวเอง และนายไม่สามารถนำไปสอนคนอื่นต่อได้ รวมถึงห้ามใช้กำลังวิทยายุทธ์กับคนธรรมดาด้วย" กวนเสี่ยวหานอธิบายอย่างสบายๆ
ในตอนนั้นเอง การอัปโหลดก็เสร็จสมบูรณ์
เสียงจากคอมพิวเตอร์ดังขึ้น
"นักศึกษาซูเสี่ยว คุณได้เลือกเคล็ดวิชาบ่มเพาะระดับต้น 'วิชาเสื้อเกราะเหล็ก' ซึ่งเน้นที่การป้องกันและพละกำลัง และทักษะยุทธ์ระดับต้นอันดุดันและทรงพลัง 'เพลงค้อนทองคำกลองสิบแปดทิศ'"
"กรุณามองตรงไปที่กล้อง ระบบจะทำการถ่ายโอนข้อมูลผ่านม่านตา หลังจากข้อมูลถูกถ่ายโอนเข้าสู่สมองของคุณแล้ว มันจะถูกบันทึกไว้เป็นเวลาสามเดือน กรุณาเรียนรู้และจดจำให้ได้ภายในระยะเวลาสามเดือนนี้"
"วิชาเสื้อเกราะเหล็ก เพลงค้อนทองคำกลองสิบแปดทิศ งั้นเหรอ?" ซูเสี่ยวพึมพำ
เขารู้จักวิชาเสื้อเกราะเหล็ก ฟังดูเหมือนจะเป็นเคล็ดวิชาสายป้องกัน
ส่วนเพลงค้อนทองคำกลองสิบแปดทิศนี่ฟังดูยิ่งใหญ่อลังการมาก!
เสี่ยวหานนี่เป็นผู้ช่วยที่ยอดเยี่ยมจริงๆ ซูเสี่ยวกล่าวชื่นชมเธอในใจ เขาไม่ได้ทำอะไรเลย แค่ได้สูดกลิ่นหอมๆ ของเธอไปหลายฟอด แล้วกวนเสี่ยวหานก็จัดการเตรียมทุกอย่างให้เขาเสร็จสรรพ
สะดวกสบายอะไรขนาดนี้
ซูเสี่ยวลอบถอนหายใจอย่างมีความสุข โดยไม่ทันสังเกตเห็นว่ากวนเสี่ยวหานแทบจะกลั้นขัดเอาไว้ไม่อยู่แล้ว
เขาจ้องมองเข้าไปในกล้อง ทันใดนั้น ภาพของชายร่างกำยำที่มีกล้ามเนื้อปูดโปนดุจเหล็กกล้าก็ปรากฏขึ้นในหัวของเขาโดยตรง
มีลูกศรแสดงเส้นทางการไหลเวียนของลมปราณและโลหิตบนร่างกายของชายคนนั้น
ลูกศรค่อยๆ ปรากฏขึ้นทีละเส้นเพื่อช่วยให้ผู้เริ่มต้นจดจำได้ง่ายขึ้น
ไม่นาน เส้นทางการไหลเวียนของลมปราณและโลหิตก็ประทับแน่นอยู่ในความทรงจำของเขา ตามคำแนะนำ ความทรงจำนี้จะคงอยู่ในสมองของเขาเป็นเวลาสามเดือน หากเขาสามารถฝึกฝนเคล็ดวิชานี้จนเชี่ยวชาญได้ภายในสามเดือน มันจะกลายเป็นความทรงจำถาวร
หลังจากนั้น ข้อควรระวังต่างๆ ก็ปรากฏขึ้นมา
ตัวอย่างเช่น เมื่อเริ่มฝึกฝน เมื่อเข้าสู่ขั้นตอนการเริ่มต้น ควรมีการประสานงานด้วยการถูกทุบตี ทุบตีทั่วร่างกายจนเกิดรอยแดง จากนั้นจึงชโลมด้วยน้ำยาสมุนไพร วิธีนี้จะช่วยให้การบ่มเพาะรวดเร็วยิ่งขึ้น
"ทุบตีทั่วร่างกายจนแดงช้ำ!"
ซูเสี่ยวสะดุ้งเฮือก "นี่มันเคล็ดวิชาบ่มเพาะที่ต้องโดนซ้อมนี่นา!"
"ใช่ เดิมทีวิชานี้เป็นเคล็ดวิชาระดับกลาง แต่เพราะขั้นตอนการบ่มเพาะมันค่อนข้างโหด ต้องทนรับความเจ็บปวด เลยไม่ค่อยมีคนยอมฝึก มันก็เลยถูกลดระดับลงมาเป็นเคล็ดวิชาระดับต้น แต่ถ้าฝึกสำเร็จเมื่อไหร่ ร่างกายของนายจะแข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้า ทรงพลังสุดๆ ไปเลยล่ะ รู้อ๊ะป่าว~"
"ฉันดีกับนายไหมล่ะ? อุตส่าห์ตั้งใจเลือกเคล็ดวิชาระดับกลางมาให้นายเลยนะ!"
กวนเสี่ยวหานหัวเราะร่วน ในหัวของเธอเริ่มจินตนาการไปถึงวิธีที่จะใช้ซ้อมซูเสี่ยวในภายหลังแล้ว
"โอเคๆๆ~ เสี่ยวหานของฉันสุดยอดที่สุดเลย หึๆ ได้เรียนทักษะยุทธ์ระดับกลางทั้งที่มีสิทธิ์แค่ระดับต้น เจ๋งไปเลย! แต่เคล็ดวิชานี้ต้องโดนอัดด้วยนี่สิ!"
ซูเสี่ยวรู้สึกกังวลเล็กน้อย
การบ่มเพาะจะได้ผลดีที่สุดก็ต่อเมื่อถูกคนอื่นทุบตี ใครมันจะไปอยากฝึกวิชาแบบนี้กันล่ะ?!
"อะไรนะ?! ลูกผู้ชายทนเจ็บแค่นี้จะเป็นไรไป? ทนเจ็บแล้วแข็งแกร่งขึ้นมันไม่ดีหรือไง?" กวนเสี่ยวหานกลั้นหัวเราะพร้อมกับชูหมัดขาวๆ ขึ้นมาขู่
ท่าทางของเธอบ่งบอกชัดเจนว่าถ้าเขากล้าปฏิเสธ เขาได้โดนอัดจริงๆ แน่
"ใช่ๆๆ ถูกต้องที่สุดเลย เสี่ยวหานของฉันดีที่สุดในโลก เคล็ดวิชาที่เธอเลือกให้ก็ยอดเยี่ยมที่สุดในโลกเหมือนกัน! สุดยอดไปเลย~" ซูเสี่ยวรีบยอมแพ้ทันที เขาไม่อยากโดนอัดฟรีๆ หรอกนะ
"แน่นอนอยู่แล้ว เดี๋ยวฉันจะเป็นคนช่วยนายฝึกให้เอง รับรองว่านายจะก้าวหน้าได้เร็วปรื๊ดเลยล่ะ" กวนเสี่ยวหานพูด ริมฝีปากของเธอยกยิ้มอย่างภาคภูมิใจ
"โอเค งั้นฉันขอเรียนเพลงค้อนทองคำกลองสิบแปดทิศก่อนก็แล้วกัน"
จากนั้น ซูเสี่ยวก็เริ่มรับการถ่ายทอดเพลงค้อนทองคำกลองสิบแปดทิศต่อ
เขาเห็นร่างยักษ์อันดุดันกำลังแกว่งค้อนยักษ์ขนาดเท่าหินโม่สองเต้า ทุกครั้งที่เหวี่ยงค้อนจะเกิดเสียงดังแหวกอากาศ ฟังดูเกรี้ยวกราดรุนแรงอย่างยิ่ง
"โคตรดุดัน!!" นัยน์ตาของซูเสี่ยวเป็นประกาย
เขาลองจินตนาการภาพตัวเองถือค้อนเหล็กยักษ์ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางหนึ่งเมตรอยู่ในมือ มันจะมีพลังทำลายล้างมหาศาลขนาดไหนกันนะ? พวกสัตว์อสูรกลายพันธุ์ หรือพวกเผ่าพันธุ์ต่างดาว แค่ฟาดค้อนลงไปทีเดียวก็คงแบนแต๊ดแต๋แล้ว
รุนแรง เกรี้ยวกราด ทรงพลัง ยิ่งใหญ่
นี่คือความประทับใจที่ซูเสี่ยวมีต่อเพลงค้อนทองคำกลองสิบแปดทิศ
นี่แหละคือทักษะยุทธ์ที่ลูกผู้ชายตัวจริงควรจะเรียนรู้ ซูเสี่ยวเริ่มรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาแล้ว
รสนิยมของกวนเสี่ยวหานนี่ดีจริงๆ สมแล้วที่มองเห็นความหล่อในตัวฉัน ซูเสี่ยวคิดอย่างภาคภูมิใจ