เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 33 หลอมพลังวิญญาณเพื่อเข้าสู่ช่วงสร้างรากฐาน!

ตอนที่ 33 หลอมพลังวิญญาณเพื่อเข้าสู่ช่วงสร้างรากฐาน!

ตอนที่ 33 หลอมพลังวิญญาณเพื่อเข้าสู่ช่วงสร้างรากฐาน!


ตอนที่ 33 หลอมพลังวิญญาณเพื่อเข้าสู่ช่วงสร้างรากฐาน!

อีกหนึ่งชั่วโมงต่อมา....เตาที่สามก็ประสบความสำเร็จเช่นกัน

ด้วยวิธีนี้ จึงทำให้ฉู่เสวียนสามารถกลั่นน้ำอัมฤทธิ์โลหิตสร้างรากฐานได้สองเม็ด บวกกับยาเม็ดพื้นฐานที่ได้รับจากถุงเก็บของของโอวหยางห่าว โดยรวมแล้ว เขามีโอกาสสามครั้งในการเลือนระดับเข้าสู่ช่วงสร้างรากฐาน!

“ยาสร้างรากฐานหนึ่งเม็ดอาจเพิ่มอัตราความสำเร็จในการทะลวงเขตแดนได้ประมาณ 30 %  ในเมื่อมีโอกาสถึงสามครั้ง ข้าจะต้องประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน!”  ฉู่เสวียนกล่าวออกมาอย่างเคร่งขรึม

นี้คือเขตแดนแรกที่ผู้บำเพ็ญทุกคนที่อยู่ในช่วงกลั่นลมปราณต้องข้ามไปตั้งแต่พวกเขาเริ่มเข้าสู่เส้นทางของผู้ฝึกฝนอมตะ

แต่อย่างน้อย 80% ผู้บำเพ็ญที่อยู่ในขั้นช่วงกลั่นลมปราณนั้น จะไม่สามารถทะลวงผ่านไปได้

แต่หากมียาสร้างรากฐานที่เพียงพอ ฉู่เสวียนก็เชื่อว่าจะต้องมีผู้บ่มเพาะ 70 ถึง 80 % ที่สามารถทะลวงขอบเขตไปสู่ช่วงสร้างรากฐานได้

แต่การฝึกฝนนั้นก็โหดร้ายมาก

เนื่องจากทรัพยากรมีน้อย แต่กลับมีผู้บ่มเพาะที่แสวงหาความเป็นอมตะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

บางคนก็สามารถทะลวงผ่านไปได้ แต่บางคนก็ไม่สามารถทะลวงผ่านได้

ด้วยเหตุนี้ จึงเกิดผู้บ่มเพาะทั่วไปขึ้นเป็นจำนวนมาก

ฉู่เสวียนส่ายหัวและโยนความคิดไร้สาระเหล่านั้นออกจากหัวไป

จากนั้นเขาก็เอาร่างของโอวหยางห่าวให้กับเสี่ยวหลง เสี่ยวหู่ เสี่ยวเป้าและศพหยินตัวอื่น ๆ แบ่งกันกินไป ก่อนจะบอกให้พวกเขาเฝ้าโรงแรมห่าวไท่แห่งนี้ไว้

เลือดเนื้อของผู้บำเพ็ญช่วงกลั่นลมปราณขั้นที่ 8 นั้นถือว่าเป็นอาหารเสริมที่ดีสำหรับพวกเขา หลังจากรับประทานอาหารแล้ว ศพหยินแต่ละตัวก็ได้เพิ่มระดับขึ้นมาอีกหนึ่งระดับ

ส่วนฉู่เสวียนก็ไปพักเอาแรงและสงบจิตสงบใจก่อน  เนื่องจากว่าเขาฝึกฝนการเล่นแร่แปรธาตุมาหลายวันติดต่อกัน จึงรู้สึกเหนื่อยล้าเป็นอย่างมากมาก

เห็นได้ชัดว่าการทะลวงเขตแดนไปสู่ช่วงสร้างฐานรากในครั้งนี้ไม่ใช่ขั้นตอนที่ง่ายๆเลย เพราะเขาต้องการปรับทุกอย่างให้อยู่ในสภาพที่ดีที่สุดก่อนจะบุกทะลวงฝ่าไป

สามวันต่อมา…

ฉู่เสวียนได้ลืมตาขึ้นมา ตอนนี้ร่ายกายของเขานั้นพร้อมแล้ว เขาหยิบน้ำอัมฤทธิ์โลหิตสร้างรากฐานออกมาและกลืนมันลงไปภายในอึกเดียว

พรึบ!

เนื่องจากว่ามีการเตรียมร่างกายและจิตใจมาอย่างดีแล้ว  เมื่อกลืนน้ำอัมฤทธิ์โลหิตสร้างรากฐานลงไป ฤทธิ์ของยาก็ซึมเข้าสู่เส้นเลือดอย่างรวดเร็วราวกับแม่น้ำสายใหญ่ มันได้ไหลผ่านแขนขาและกระดูกของเขาไป

เมื่อผ่านไปสัปดาห์แล้วสัปดาห์เล่า จากมีฤทธิ์ในการรักษาก็เปลี่ยนไปเป็นฟื้นฟูพลังทางจิตวิญญาณอย่างรวดเร็ว

ฤทธิ์ของยาที่มีอยู่ในน้ำอัมฤทธิ์โลหิตสร้างรากฐานนั้นมีพลังมากกว่ายาอายุวัฒนะขั้นกลั่นลมปราณเป็นอย่างมาก

ทันทีที่มันซึมซับเข้าสู่ร่างกาย  ฉู่เสวียนถึงกับรู้สึกว่าร่างกายของเขากำลังถูกกระตุ้น

หลังจากที่ฤทธิ์ของยาได้ซึมซับเข้ามาในร่างกายนานกว่าสิบวันติดต่อกัน พลังวิญญาณใหม่ก็มุ่งหน้าตรงไปยังทะเลปราณภายใต้การนำทางของเขา

บัซ!

ทะเลปราณของเขาได้ขยายใหญ่ขึ้น จนไปถึงขีดจำกัดแล้ว

ขณะได้นี้มีพลังวิญญาณอันยิ่งใหญ่หลั่งไหลเข้ามา

ทำให้เขารู้สึกว่าทะเลปราณเริ่มบวมและรู้สึกเจ็บปวดอย่างรุนแรงขึ้นมาฉับพลัน

นี่คือการทำงานของน้ำอัมฤทธิ์โลหิตสร้างรากฐาน มันจะเข้าไปช่วยฉีดพลังวิญญาณจำนวนมากในร่างกายลงสู่ทะเลปราณในคราวเดียวจนเต็ม

บังคับให้พลังวิญญาณที่เป็นเหมือนอากาศให้กลายเป็นของเหลว

แต่ใครก็ตามที่เคยศึกษาฟิสิกส์มาจะรู้ดีว่าการทำให้อากาศเฉื่อยกลายเป็นของเหลวได้นั้นจะต้องใช้อุณหภูมิที่เหมาะสมและแรงดันมหาศาลอย่างมาก

หากครั้งแรกล้มเหลว ก็ต้องทำต่อไปจนกว่าฤทธิ์ของน้ำอัมฤทธิ์โลหิตสร้างรากฐานจะหมดลงอย่างสมบูรณ์ แต่หากยังไม่สามารถทำให้พลังวิญญาณกลายเป็นของเหลวได้ ก็จำเป็นจะต้องใช้พลังภายนอกเข้าไปกระตุ้นมันอีก

นั่นก็หมายความว่าจำเป็นจะต้องใช้ยาเม็ดที่สองกระตุ้นเข้าไป

ดังนั้นกระบวนการนี้จึงเต็มไปด้วยความยากลำบาก

ด้วยเหตุนี้ผู้บ่มเพาะจำนวนมากจึงไม่สามารถทะลวงผ่านเขตแดนนี้ไปได้

ฉู่เสวียนนั่งอยู่ตรงจุดเดิม ครั้งแล้วครั้งเล่าที่พลังวิญญาณของเขาถูกฉีดให้ไหลลงสู่ทะเลปราณ

ล้มเหลว ล้มเหลว และก็ล้มเหลว...

เขายังคงรู้สึกเจ็บปวดอย่างรุนแรงในตอนแรก  แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความเจ็บปวดนั้นก็ค่อยๆทุเลาเบาบางลง ดูเหมือนว่าเขาจะกดพลังวิญญาณของเขาลงไป ส่งผลให้ห้าวันต่อมา จู่ๆ เขาก็รู้สึกผ่อนคลายไปทั้งตัว เนื่องจากว่าแรงดันจากภายนอกได้หายไปแล้ว

ฉู่เสวียนจึงมองเข้าไปเพื่อสำรวจภายในร่างกายของเขา...พลังวิญญาณยังไม่ได้ถูกบีบอัดจนกลายเป็นเหลวนี่น่า หรือว่าตอนนี้ฤทธิ์ของยาได้หมดลงไปแล้ว

ฉู่เสวียนดูไม่แปลกใจแม้แต่น้อย เมื่อรู้เช่นนั้นเขาก็ได้หยิบน้ำอัมฤทธิ์โลหิตสร้างรากฐานขึ้นมาอีกขวด แล้วเทมันเข้าไปในปาก จากนั้นก็เริ่มบีบอัดพลังวิญญาณของเขาต่อไป

อีกห้าวันต่อมา…

ครั้งนี้ก็เหมือนกับครั้งที่แล้ว ฤทธิ์ของยาหมดลงไปอีกครั้ง ฉู่เสวียนไม่ลังเลแม้แต่น้อย  เขาได้หยิบน้ำอัมฤทธิ์โลหิตสร้างรากฐานขึ้นมาแล้วเทมันลงไปในปากอย่างไม่รีรอ

ท่าทางของเขาในตอนนี้ไม่มีความผิดหวังหรือท้อแท้แม้แต่น้อย แต่เขากลับดูกระตือรือร้นที่จะได้ลอง

เขาไม่รู้ว่าบางทีอาจเป็นเพราะโชคช่วย หรืออาจเป็นเพียงลางสังหรณ์ที่ทำให้เขารู้สึกอยู่เสมอว่าครั้งนี้เขาจะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน

หลังจากที่ดื่มน้ำอัมฤทธิ์โลหิตสร้างรากฐานเข้าไปอีกครั้ง เขาก็รู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างแปลก ๆ ที่เกิดขึ้นในทะเลปราณของเขา

พลังวิญญาณอันทรงพลังได้มีการบีบอัดครั้งแล้วครั้งเล่า ที่ด้านล่างของทะเลปราณ พลังวิญญาณที่ถูกบีบอัดนับครั้งไม่ถ้วน ในที่สุดก็แสดงสัญญาณของการหลอมเหลว  ในช่วงเวลาหนึ่ง หยดน้ำเล็กๆ ขนาดเท่าเมล็ดข้าวก็หยดลงมา

ติ๋ง!

หยดน้ำได้ตกลงสู่ก้นทะเลปราณ การปรากฏตัวของมันก็ไม่ต่างจากโอกาสในการทะลวงผ่านของเขาได้มาอยู่ตรงหน้าแล้ว

ทันใดนั้นพลังวิญญาณจำนวนมากก็เริ่มกลายเป็นของเหลว และหยดลงมา

ติ่งๆๆ!

ส่งผลให้ก้นทะเลปราณมีน้ำหยดลงมารวมตัวกันจนเป็นแอ่งน้ำเล็กๆ มีพลังวิญญาณมากกว่าสิบหยดนอนเงียบ ๆ อยู่ในนั้น! ฉู่เสวียนรู้สึกว่าร่างกายของเขาผ่อนคลายและเบาลงเป็นอย่างมาก

บูม!

ออร่ารอบตัวของเขาพุ่งสูงขึ้น ระเบิดพลังออกมาจนกวาดไปทั่วดาดฟ้าและกระจายออกไปทุกทิศทางจนฝุ่นปลิวฟุ้ง ภายในรัศมีหนึ่งกิโลเมตรรอบโรงแรมห่าวไท่ในขณะนี้ได้มีลมแรงพัดแรงขึ้นมา

เสี่ยวหลง เสี่ยวหู่ และเสี่ยวเป้าที่กลับมาจากการล่าก็สะดุ้งตกใจและอดไม่ได้ที่จะมองขึ้นไปบนดาดฟ้าด้วยความเคารพ

ในขณะนี้ ฉู่เสวียนก็ลืมตาขึ้นมา มีแสงวาบผ่านในดวงตาของเขา ซึ่งเต็มไปด้วยพลังที่น่าทึ่ง

“ข้าได้ก้าวเข้าสู่ระดับการสร้างรากฐานแล้ว!” เขากำหมัดแน่นด้วยความตื่นเต้น

ผู้บำเพ็ญที่อยู่ในช่วงสร้างฐานสามารถบินได้โดยไม่ต้องใช้อาวุธเวทมนต์บินได้ใดๆ มาช่วย เพราะพวกเขาจะมีความสามารถในการบินด้วยทักษะการบินหลบหนีแสง

แต่แน่นอนว่าผู้บำเพ็ญช่วงสร้างรากฐานส่วนใหญ่จะยังคงใช้อาวุธเวทมนตร์บินได้เข้ามาช่วยทุ่นแรง เนื่องจากว่าจะได้ไม่สูญเสียพลังวิญญาณของตนเองไป

นอกจากนี้ หากว่าผู้บ่มเพาะสามารถทะลวงเข้าสู่ช่วงสร้างรากฐานได้ อายุของพวกเขาก็จะยืนยาวมากกว่าเดิม อายุขัยของผู้บำเพ็ญในช่วงกลั่นลมปราณจะใกล้เคียงกับอายุของมนุษย์ คือประมาณ 100 ปี

แต่อายุขัยของผู้บำเพ็ญในช่วงสร้างรากฐานนั้นจะเพิ่มสูงขึ้นเป็น 200 ปี

แน่นอนว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ผู้บำเพ็ญในช่วงสร้างรากฐานนั้นยังสามารถฝึกเคล็ดลับวิชาที่อยู่ในขั้นสร้างรากฐานได้ และยังสามารถปรับแต่งอาวุธเวทย์มนตร์ของตนเองได้อีกด้วย!

เมื่อเขตแดนของผู้บำเพ็ญสูงขึ้น เกรดของอาวุธเวทย์มนตร์ของพวกเขาก็จะเพิ่มขึ้นเช่นกัน ซึ่งก็ไม่ต่างไปจากอาวุธที่สามารถอัพเกรดได้

ปัจจัยเหล่านี้จึงเป็นเหตุผลพื้นฐานว่าทำไมผู้บำเพ็ญในช่วงสร้างรากฐานจึงมีพลังมากกว่าผู้บำเพ็ญที่อยู่ในช่วงกลั่นลมปราณเป็นอย่างมาก

“อาวุธเวทย์มนตร์มีความสำคัญมาก ข้าจะต้องเลือกมันอย่างระมัดระวังและปรับแต่งมันด้วยตัวเอง” ฉู่เสวียนไม่ได้ตั้งใจที่จะใช้อาวุธเวทย์มนตร์สำเร็จรูป เพราะเขาต้องการที่จะปรับแต่งมันด้วยตัวเอง

แม้ว่ามันจะยุ่งยากขึ้นเล็กน้อย แต่ก็สามารถรับประกันได้ว่าเจ้าของจะเข้าใจอาวุธเวทย์มนตร์ของตนเองดียิ่งขึ้น

ซึ่งมันจะง่ายในการควบคุมเวลาใช้งาน

คิดได้เช่นนั้น ฉู่เสวียนก็ได้หยิบสำเนา "พระสูตรกลั่นโลหิตปีศาจ" ขึ้นมา และเริ่มอ่านมันอย่างตั้งใจ  เพราะบทแรกของ "พระสูตรกลั่นโลหิตปีศาจ" พูดถึงวิธีสร้างอาวุธเวทย์มนตร์ต่างๆ

"หอกช่วงชิงวิญญาณ มีดทำลายวิญญาณ ดาบพิฆาต ใบมีดไร้เงา..."อาวุธเวทย์มนตร์ต่างๆ ผุดขึ้นมาในความคิดของเขา

อีกทั้งอาวุธเวทย์มนตร์บางชนิดยังสามารถโจมตีวิญญาณได้ดี บ้างก็มีผลในการช่วงชิงพลังวิญญาณ บ้างก็โจมตีหัวใจ ปอด และอวัยวะภายในทั้งห้าโดยตรง บ้างก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยเหมือนผี แต่ละประเภทล้วนมีประโยชน์ในตัวของมันเอง

ฉู่เสวียนเลือกประเภทของอาวุธเป็นเวลานาน ก่อนที่สุดท้ายเขาจะเลือกอาวุธเวทย์มนตร์ที่มีชื่อว่า “เชือกยึดวิญญาณ”

เชือกยึดวิญญาณจะต้องทำจากเหล็กปีศาจหยิน ซึ่งวัสดุหลักที่ใช้ทำมีหกชนิด รวมถึงไม้ไผ่กระดูกสีขาวและเถาวัลย์ที่ทำให้มึนเมาเป็นวัสดุเสริม และสุดท้ายก็ใส่วิญญาณชั่วร้ายเข้าไปในนั้น

หลังจากที่เขาได้ทำการขัดเกลาอย่างต่อเนื่องติดต่อกันสามสิบหกวัน ก็สามารถสร้างอาวุธเวทมนตร์อย่างเชือกยึดวิญญาณออกมาได้สำเร็จ

หลังจากเปิดใช้งานแล้ว ไม่เพียงแต่สามารถดึงพลังยึดวิญญาณออกมาได้เท่านั้น แต่ยังสามารถขับเคลื่อนวิญญาณชั่วร้ายให้ออกมาต่อสู้แทนได้อีกด้วย

อาวุธเวทย์มนตร์หนึ่งอย่าง แต่สามารถใช้งานได้สองอย่าง

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อความแข็งแกร่งของเจ้าของเพิ่มขึ้นในอนาคต วิญญาณชั่วร้ายที่อยู่ในเชือกก็จะมีพลังมากยิ่งขึ้น

ด้วยวิธีนี้ ก็เท่ากับว่าเขาสามารถอัพเกรดความแข็งแกร่งของเชือกยึดวิญญาณได้

"เชือกยึดวิญญาณ... หากเปิดใช้งานอาวุธประเภทนี้ในทวีปชางเสวียน  นิกายสายธรรมทั้งห้าคงไม่สามารถคุกคามข้าได้ แต่ที่นี่คงไม่เหมาะสมที่จะเอามันออกมาใช้" ฉู่เสวียนหัวเราะออกมาเบาๆ

จบบทที่ ตอนที่ 33 หลอมพลังวิญญาณเพื่อเข้าสู่ช่วงสร้างรากฐาน!

คัดลอกลิงก์แล้ว