เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 54 จะจัดการพรรคตงหลินเช่นไร

บทที่ 54 จะจัดการพรรคตงหลินเช่นไร

บทที่ 54 จะจัดการพรรคตงหลินเช่นไร


“นอกจากจางฮองเฮาแล้ว การที่ฉงเจินจะกุมอำนาจวังหลังให้เบ็ดเสร็จ สิ่งที่ต้องจัดการอีกอย่างก็คือพวกขันที” ฉูหยวนเอ่ยปากต่อ

“ในยุคฉงเจิน จำนวนขันทีในวังหลังมีอยู่ประมาณหนึ่งหมื่นคน”

“คุณต้องควบคุมขันทีพวกนี้ให้ได้ วังหลังถึงจะสงบมั่นคง”

“ขันทีหรือ” ฉินสื่อหวงขมวดคิ้วเข้าหากัน

“ขันทีมิใช่เป็นเพียงบ่าวรับใช้หรอกหรือ ควบคุมพวกมันแล้วจะมีประโยชน์อันใดเล่า”

“ขันทีของราชวงศ์หมิงไม่เหมือนกันนะ พวกเขามีอำนาจล้นฟ้าเชียวล่ะ” ฉูหยวนส่ายหน้าปฏิเสธ

ขันทีของราชวงศ์หมิงมีบทบาทสำคัญอย่างมาก ราชวงศ์หมิงคือจักรวรรดิแห่งสายลับอย่างแท้จริง

จูหยวนจางก่อตั้งองครักษ์เสื้อแพรขึ้นมารับผิดชอบคุ้มครองจักรพรรดิ ตรวจสอบขุนนาง และสืบข่าวกรองทางทหาร

แต่เพราะองครักษ์เสื้อแพรเป็นขุนนางฝ่ายหน้า ดังนั้นเมื่อถึงยุคของจูตี้ เขาจึงใช้งานได้ไม่ค่อยสะดวกนัก

จึงได้ก่อตั้งตงฉ่าง (สำนักบูรพา) ขึ้นมาโดยมีผู้บัญชาการเป็นขันที ซึ่งสามารถเข้าออกพระราชวังได้อย่างอิสระ ดังนั้นจึงสะดวกกว่ามาก

ตงฉ่างเองก็เป็นหน่วยสืบราชการลับเช่นกัน สามารถตรวจสอบขุนนางและสืบข่าวกรองทางทหารได้

ภายหลังยังมีซีฉ่าง (สำนักประจิม) และเน่ยหางฉ่างเพิ่มเข้ามาอีก

หากแต่สองหน่วยงานนี้ล้วนดำรงอยู่ได้ไม่นานนัก สิ่งที่อยู่คู่ประวัติศาสตร์ต้าหมิงอย่างแท้จริงก็คือองครักษ์เสื้อแพรและตงฉ่างต่างหาก

“ที่พิเศษก็คือตงฉ่างมีผู้บัญชาการเป็นขันที เพราะฉะนั้นคุณจะบอกว่าขันทีไม่มีประโยชน์ได้ยังไง”

ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง!

ฉินสื่อหวงตื่นตะลึงยิ่ง เขาคิดไม่ถึงเลยว่าขันทีจะมีประโยชน์ถึงเพียงนี้

ขันทีนั้นแตกต่างจากขุนนาง ด้วยพวกเขาคือข้ารับใช้ในเรือนเบี้ย

การให้ขันทีไปเป็นผู้นำคนกลุ่มหนึ่งเพื่อรวบรวมข่าวกรอง วิธีการเช่นนี้ช่างแปลกใหม่เหลือเกิน

อย่างต้าฉินนั้นเต็มที่ก็ใช้ขันทีทำอาหาร ทำงานแบกหาม หรือไม่ก็แบกเกี้ยวพระสนม ช่างใช้งานได้สิ้นเปลืองเกินไปแล้วจริงๆ

“ถึงกระนั้น...” ฉงเจินส่ายหน้าเช่นกัน

“ขันทีก้าวก่ายราชกิจก็ยุ่งยากมากเช่นกัน อย่างหลิวจิ่นในกาลก่อนและเว่ยจงเสียนในรัชสมัยฉงเจิน ล้วนแทบจะปีนขึ้นไปนั่งบนหัวจักรพรรดิอยู่รอมร่อ”

“แต่พวกเขาก็ล้มสลายได้ง่ายเหมือนกันนะ” ฉูหยวนแย้ง

“ตอนฉงเจินฆ่าเว่ยจงเสียน มันยากมากไหมล่ะ”

จริงด้วย! ฉงเจินกระจ่างแจ้งขึ้นมาในทันที ขันทีนั้นแตกต่างจากขุนนาง

ยามที่ขุนนางเรืองอำนาจจนสามารถกุมอำนาจในราชสำนักและกองทัพ จักรพรรดิคิดจะสังหารพวกเขาย่อมยุ่งยากยิ่งนัก

ในขณะที่ขันทีเป็นเพียงข้ารับใช้ในเรือน พวกเขาจำต้องได้รับความโปรดปรานจากจักรพรรดิเสียก่อนจึงจะสามารถสร้างคลื่นลมได้

หากจักรพรรดิมิโปรดปรานแล้ว เพียงเอ่ยปากก็สามารถสังหารพวกมันได้โดยตรง

ยามที่สังหารเว่ยจงเสียน ฉงเจินก็มิได้ยากลำบากอันใดจริงๆ เพียงใช้พระราชโองการฉบับเดียวก็กำจัดขุมกำลังไปได้กว่าครึ่งแล้ว

“ดังนั้น ขอเพียงหาขันทีผู้ภักดีสักคนมาทำงานให้ฉงเจิน เช่นนั้นก็ไม่มีปัญหาอันใดแล้ว ใช่หรือไม่” ฉงเจินเอ่ยถาม

“ถูกต้อง” ฉูหยวนพยักหน้า

“ในที่สุดคุณก็คิดได้สักทีนะ”

เขารู้สึกยินดีขึ้นมา คนผู้นี้หากเป็นนักเรียนของเขาก็คงดี จะได้เข้าใจเรื่องราวมากมายถึงเพียงนี้ได้ในพริบตา

อีกทั้งความรู้ของเขาคล้ายจะเรียนรู้ไปถึงรัชสมัยฉงเจินแห่งต้าหมิงแล้วด้วย

เก่งกว่าพวกผู้ใหญ่บ้านฉินตั้งเยอะ วันๆ รู้จักแต่ขงจื่อ

น่าเสียดายที่คนผู้นี้เป็นเพียงผู้ร่วมฟังเท่านั้น

“แต่ว่า...ใต้บังคับบัญชาของฉงเจินมีขันทีผู้ภักดีด้วยหรือ” ฉงเจินขมวดคิ้ว

หวังเฉิงเอินที่อยู่เป็นเพื่อนเขาผูกคอตายบนเขาเหมยซาน เป็นถึงขันทีผู้คุมตราประทับแห่งสำนักซือหลี่ นับเป็นขุนนางผู้ภักดีอย่างแท้จริง

ทุกคนล้วนตีจากไปหมดสิ้น มีเพียงเขาที่รั้งอยู่เป็นเพื่อนเจิ้นเผชิญความตาย! ช่างเป็นขุนนางผู้จงรักภักดี! หากเจิ้นกลับไปจะต้องปฏิบัติต่อเขาเป็นอย่างดีแน่

ทว่าเมื่อนึกถึงขันทีคนอื่นๆ ฉงเจินกลับสับสนยิ่งนัก กระทั่งพรรคตงหลินที่มักอ้างตนว่าเป็นผู้ใสสะอาดยังมีขุนนางกังฉินซุกซ่อนอยู่มากมายถึงเพียงนี้

แล้วในหมู่ขันทีจะสามารถหาคนที่ใช้งานได้จริงๆ หรือ

“แน่นอนว่ามี” ฉูหยวนหัวเราะ

“ขันทีสำนักซือหลี่ เฉาฮว่าฉุน เป็นคนซื่อสัตย์ภักดี สามารถใช้งานได้”

“ขันทีสำนักซือหลี่ ฟางเจิ้งฮว่า เป็นคนซื่อสัตย์ภักดี แถมยังมีวรยุทธ์สูงส่ง ตอนที่ศัตรูบุกประชิดเมือง เขายังขึ้นไปบนกำแพงเมืองเพื่อป้องกันเมือง สังหารศัตรูไปตั้งหลายสิบคน! น่าเสียดายที่สุดท้ายก็หมดแรงจนสิ้นใจตาย”

สังหารศัตรูไปหลายสิบคนเชียว!

ฉินสื่อหวงถึงกับตื่นตะลึง ขันทีผู้หนึ่งถึงกับกล้าไปป้องกันเมือง ทั้งยังสังหารศัตรูไปได้ถึงหลายสิบคน

แม้ขันทีผู้นี้จะสละชีพไปแล้ว หากแต่กลับยิ่งใหญ่กว่าผู้ที่ยังมีลมหายใจอยู่เสียอีก!

ฉงเจินจดจำนามของเฉาฮว่าฉุนและฟางเจิ้งฮว่าเอาไว้ในใจอย่างเงียบงัน

โดยเฉพาะฟางเจิ้งฮว่า แม้จะไร้ซึ่งเรือนร่างบุรุษชาตรี ทว่ากลับประเสริฐยิ่งกว่าวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่! ประเสริฐกว่าพรรคตงหลินอันใดนั่นมากมายนัก!

เฉียนเชียนอี้ผู้นั้นกล่าวอ้างอันใดว่าน้ำเย็นเกินไปจึงมิกล้ากระโดด จากนั้นก็สวามิภักดิ์ต่อศัตรู เจิ้นจะต้องสับร่างมันให้แหลกเป็นหมื่นชิ้นให้จงได้!

“แต่ก็มีขันทีที่ทรยศชาติยอมจำนนเหมือนกัน ฉงเจินดันไปเรียกใช้คนพวกนี้ ก็เลยทำให้ราชสำนักยิ่งไม่มั่นคงเข้าไปใหญ่” ฉูหยวนเอ่ยปากอธิบาย

“อย่างเช่นเกาฉี่เฉียน”

“แล้วก็หวังเต๋อฮว่า”

อันใดนะ!

ฉงเจินโกรธเกรี้ยวจนแทบจะระเบิดเป็นเสี่ยง! เกาฉี่เฉียน หวังเต๋อฮว่า! สองคนสมควรตายนี้! เมื่อวานเขายังเอ่ยปากชื่นชมพวกมันอยู่เลย!

ฉูหยวนกล่าวสืบไป

“เกาฉี่เฉียนมีชื่อเสียงเรื่องความรู้ทางทหาร แต่ก็เป็นแค่เรื่องไร้สาระทั้งนั้น เขาสู้ทหารชิงไม่ได้ ก็เลยไปตัดหัวคนตายมาสวมรอยเป็นผลงานทางทหารของตัวเอง”

“แม่ทัพหลูเซี่ยงเซิงทำสงครามกับพวกเจี้ยนหนู เดิมทีเขาน่าจะรบชนะ แต่เกาฉี่เฉียนที่เป็นผู้ตรวจทัพกลับหวาดกลัวพวกเจี้ยนหนูจนไม่กล้าสู้รบ สุดท้ายหลูเซี่ยงเซิงเลยต้องตายในสนามรบ”

“หลังจากนั้นไม่นาน เกาฉี่เฉียนก็ยอมจำนนต่อพวกเจี้ยนหนู แล้วก็หันไปใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย”

เกาฉี่เฉียน!

ฉงเจินขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความแค้น

เกาฉี่เฉียนผู้นี้ ทันทีที่เขาขึ้นครองราชย์ก็เรียกใช้งานทันที ถึงขั้นส่งให้ไปตรวจทัพที่แนวหน้า ทว่าคิดไม่ถึงเลยว่าจะไร้ประโยชน์ถึงเพียงนี้!

เขามองคนผิดไปแล้วจริงๆ! หนำซ้ำยังทำให้ตนต้องสูญเสียขุนพลยอดฝีมือไปอีก!

รู้เรื่องการทหารงั้นหรือ เจ้ามันจะไปรู้เรื่องอันใดกัน!

สุดท้ายถึงกับสวามิภักดิ์ต่อพวกเจี้ยนหนูเพื่อใช้ชีวิตอย่างสุขสบายกระนั้นหรือ

เจิ้นตายไปแล้ว แต่เจ้ากลับกล้ายอมจำนนต่อพวกเจี้ยนหนู! หากกลับไปเจิ้นจะสังหารเจ้าทิ้งเสีย!

“แล้วหวังเต๋อฮว่าเล่า” ฉงเจินข่มเพลิงโทสะ เอ่ยถามสืบไป

“หวังเต๋อฮว่าเหรอ” ฉูหยวนหัวเราะ

“ตอนที่เมืองหลวงถูกล้อม ก็เขานี่แหละที่เป็นคนเปิดประตูเมือง ปล่อยให้หลี่จื้อเฉิงเข้ามา”

อันใดนะ!

ฉงเจินยิ่งเดือดดาลหนักกว่าเดิม หวังเต๋อฮว่าผู้นั้นเขาก็กำลังเรียกใช้งานอยู่เช่นกัน!

นอกกำแพงเมืองคือกองทัพศัตรู แต่ในเมืองหลวงคือนายเหนือหัวที่เลี้ยงดูมันมา!

มันถึงกับกล้าทรยศนายเพื่อแสวงหาความเจริญ ถึงขั้นเป็นฝ่ายเปิดประตูเมืองหลวง ปล่อยให้กองทัพศัตรูเข้ามาทำร้ายนายเหนือหัวของตนเอง!

หวังเต๋อฮว่า ก็สมควรตายเช่นกัน!

ฉินสื่อหวงเห็นดังนั้นจึงเอื้อมมือไปตบไหล่ของฉงเจินเบาๆ

“มิต้องเสียใจไปหรอก เรื่องเช่นนี้ราชวงศ์ใดยุคสมัยใดบ้างจะไม่มี เจิ้นเองก็มีจ้าวเกากับสวีฝูมิใช่หรือ”

ฉูหยวนเริ่มสรุป “เพราะฉะนั้น ถ้าฉงเจินอยากจะพลิกกระดาน ก็ต้องควบคุมวังหลังให้มั่นคงก่อน”

“หนึ่งคือทำให้ฮองเฮาในวังหลังหุบปากซะ”

“สองคือเรียกใช้ขันทีที่มีความสามารถและซื่อสัตย์ เพื่อควบคุมตงฉ่างที่เป็นหน่วยสืบราชการลับเอาไว้ในมือให้ได้”

“ตงฉ่างที่เป็นหน่วยสืบราชการลับน่ะ เอาไว้ใช้รับมือกับพรรคตงหลินได้เหมาะสมที่สุดแล้ว” ฉูหยวนยิ้มบาง ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับยิ่งดูร้ายกาจขึ้นเรื่อยๆ

ฉงเจินและฉินสื่อหวง รวมไปถึงนักเรียนที่อยู่ในเหตุการณ์ล้วนมีสีหน้าแปรเปลี่ยนไป

อาจารย์ฉูคิดจะทำสิ่งใดกันแน่ รู้สึกว่าอาจารย์ฉูจะกลายเป็นอาจารย์ผู้ร้ายกาจไปเสียแล้ว...

“ตงฉ่างเป็นยอดฝีมือด้านการแฝงตัวและสืบข่าวกรอง การจะส่งสายลับเข้าไปแฝงตัวในพรรคตงหลินน่าจะง่ายมากเลยล่ะ”

รอยยิ้มของฉูหยวนยิ่งทวีความเจ้าเล่ห์เพทุบายขึ้นเรื่อยๆ

“ฉงเจินไม่สามารถฆ่าคนของพรรคตงหลินอย่างเปิดเผยได้ เพราะกลัวว่าจะทำให้พรรคตงหลินแตกตื่น”

“แต่ว่าถ้าแอบให้คนของตงฉ่างไปฆ่าล้างตระกูล แล้วก็ใส่ร้ายโยนความผิดว่าเป็นฝีมือของกองทัพชาวนา แบบนี้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรใช่ไหมล่ะ”

ล้ำลึก! ช่างล้ำลึกยิ่งนัก! ฉงเจินตื่นเต้นยินดีจนแทบจะกระโดดตัวลอย

จริงด้วย! เขาไม่สะดวกที่จะสังหารคนของพรรคตงหลินอย่างเปิดเผย ด้วยหวาดกลัวว่าจะก่อให้เกิดคลื่นลมลูกใหญ่!

ทว่าการลอบให้คนของตงฉ่างปลอมตัวเป็นผู้อื่นเพื่อสังหารคนของพรรคตงหลินอย่างเหี้ยมโหด ย่อมมิมีปัญหาอันใดตามมานี่นา!

ยามค่ำคืนส่งตงฉ่างไปลอบสังหารคนของพรรคตงหลิน พอรุ่งสางก็ส่งคนของตงฉ่างไปสืบสวนคดี

จากนั้นเงินทองของคนพรรคตงหลินที่อันตรธานหายไป ก็กลายเป็นเรื่องที่หมดหนทางตามหาแล้วนี่นา

อีกอย่าง พวกเจ้าพรรคตงหลินมักอ้างตนว่าเป็นขุนนางตงฉินผู้ใสสะอาด แล้วจะมีเงินทองมากมายมาจากที่ใดกันเล่า

ริบทรัพย์หรือ ข้ามิได้ริบมาแม้แต่แดงเดียวเลยนะ

เจิ้นเบิกบานใจยิ่งนัก!

ฉงเจินราวกับมองเห็นภาพเงินทองของคนพรรคตงหลินถูกนำมากองพะเนินอยู่เบื้องหน้าตนเองก็มิปาน

พวกเจ้ากลุ่มนี้ทุจริตใช่หรือไม่ ชอบเล่นสกปรกนักใช่หรือไม่

เช่นนั้นเจิ้นก็จะลองเล่นสกปรกกับพวกเจ้าดูบ้าง!

จบบทที่ บทที่ 54 จะจัดการพรรคตงหลินเช่นไร

คัดลอกลิงก์แล้ว