เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 30 พระสูตรกลั่นโลหิตปีศาจ

ตอนที่ 30 พระสูตรกลั่นโลหิตปีศาจ

ตอนที่ 30 พระสูตรกลั่นโลหิตปีศาจ


ตอนที่ 30 พระสูตรกลั่นโลหิตปีศาจ

หลิวเจิ้งสงมองฉู่เสวียนตั้งแต่หัวจรดเท้าราวกับว่านี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นศิษย์คนนี้

“ตอนนี้เจ้าอยู่ในระดับไหนแล้ว แต่เท่าที่ข้าคิด อย่างน้อยเจ้าก็น่าจะอยู่ในช่วงกลั่นลมปราณขั้นที่ 8 ใช่หรือไม่ ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะสามารถบ่มเพาะได้เร็วขนาดนี้” หลิวเจิ้งสงกล่าวด้วยรอยยิ้มที่จริงใจ

ฉู่เสวียนพยักหน้า เขาไม่อยากจะบอกว่าเขาอยู่ในช่วงกลั่นลมปราณขั้นที่ 9 แล้ว เนื่องจากหลิวเจิ้งสงคิดว่าเขาอยู่ในขั้นที่ 8 ดังนั้นก็ควรให้เขาเข้าใจแบบนั้นจะดีกว่า เพราะไม่มีประโยชน์อันใดที่จะป่าวประกาศความแข็งแกร่งออกมา

"เอาล่ะ! ในบรรดาศิษย์ที่อยู่ในช่วงกลั่นลมปราณ เจ้าคือคนที่อยู่ในระดับสูงสุด!" หลิวเจิ้งสงยิ้มออกมาอย่างมีความสุข

" ตามข้าไปที่คฤหาสน์ตระกูลอู๋ก่อนเถิด ข้าจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อช่วยให้เจ้าเลื่อนระดับต่อไปได้อีก!"

แต่เมื่อได้ยิน ฉู่เสวียนก็รีบส่ายหัวปฏิเสธทันที  เพราะมันเป็นไปไม่ได้  ถึงอย่างไรเขาก็ต้องไปที่ดาวเคราะโลกาวินาศเป็นระยะ ๆ เขาจะมารวมตัวอยู่กับสาวกนิกายอู๋จี๋ทั้งกลางวันและกลางคืนได้อย่างไร

เมื่อพบปะผู้คนเป็นประจำ ความลับของเขาก็จะต้องถูกเปิดเผย

การที่เขาสามารถเดินทางข้ามมิติจากทวีปชางเสวียนไปยังดาวเคราะห์โลกาวินาศได้อย่างอิสระนั้น ถือเป็นไพ่ตายที่สุดสำหรับเขา จะให้ใครรู้ไม่ได้เป็นอันขาด

หลิวเจิ้งสงตกตะลึงเล็กน้อย ฉู่เสวียนกล้าปฏิเสธเขาจริงหรือ?  ใบหน้าของเขาดูน่าเกลียดขึ้นมาทันที

ฉู่เสวียนจึงรีบพูดว่า "อาจารย์อาหลิว ข้ามั่นใจว่าข้ามีความสามารถในการกลั่นน้ำอัมฤทธิ์โลหิตเพื่อเข้าสู่ช่วงสร้างรากฐานได้  แต่ถ้าท่านใช้ทรัพยากรทั้งหมดที่ท่านมีมาช่วยข้าให้เข้าสู่ช่วงสร้างรากฐาน ข้าเกรงว่ามันจะทำให้ศิษย์พี่ ศิษย์น้องคนอื่นๆไม่พอใจเอาได้ขอรับ เพราะถึงอย่างไรนิกายอู๋จี๋ก็ถูกทำลายแล้ว ศิษย์ที่เหลือของเราควรร่วมมือกันอย่างจริงใจ  ข้าไม่อยากไปกวนน้ำให้ขุ่น"

หลิวเจิ้งสงเบิกตากว้าง  จริงๆแล้วเขาก็รู้สึกประทับใจฉู่เสวียนเล็กน้อย เพราะชายผู้นี้ถือว่าเป็นต้นกล้าที่ยอดเยี่ยม!

แต่ตอนนี้เขารู้ว่าฉู่เสวียนมีจิตใจที่แข็งแกร่ง รักอิสระ มีความแน่วแน่ และยังห่วงใยผู้อื่น เหตุใดเขาถึงไม่ให้ความสนใจศิษย์คนนี้มาตั้งนานแล้ว ?

หากว่าย้อนเวลากลับไปได้  ตอนที่นิกายอู๋จี๋ยังอยู่ในจุดสูงสุด เขาคงจะขอให้อาจารย์ของเขาฝึกฝนฉู่เสวียนคนนี้อย่างจริงจัง ทุ่มเททรัพยากรที่มีเพื่อช่วยให้เขาเข้าสู่ช่วงสร้างรากฐานให้ได้โดยเร็วที่สุด

เพื่อให้นิกายอู๋จี๋มีเสาหลักที่อยู่ในช่วงสร้างรากฐานอีกต้นหนึ่ง แต่ตอนนี้มันยากที่จะแก้ไขอะไรได้แล้ว ดังที่ฉู่เสวียนได้บอกว่าตอนนี้ผู้บำเพ็ญสายมารอย่างพวกเขากำลังอยู่ในช่วงที่อ่อนแอ และมีทรัพยากรที่จำกัด หากเขามอบทรัพยากรทั้งหมดให้กับฉู่เสวียน ทรัพยากรการบ่มเพาะของศิษย์คนอื่น ๆ ก็จะลดลงตามธรรมชาติ  แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้กังวลเรื่องความขาดแคลน แต่พวกเขาก็กังวลเรื่องความไม่เท่าเทียมเหมือนกัน

การทุ่มเททรัพยากรไปให้กับคน ๆ เดียว  ย่อมนำไปสู่การแตกแยกของเหล่าศิษย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  นี่ถือว่าไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย

“เจ้า...” หลิวเจิ้งสงพูดไม่ออก

ฉู่เสวียนได้พูดออกมาอีกครั้ง “ข้าเต็มใจที่จะดูแลตัวเอง ขอให้อาจารย์อาอย่าได้โทษตัวเองเลยขอรับ”

“อนิจจา…” หลิวเจิ้งสงได้แต่ถอนหายใจ “ถ้าตอนนี้นิกายของเรายังอยู่ พวกเขาคงไม่ยอมอยู่นิ่งเฉยมองดูคนมีพรสวรรค์เช่นเจ้าเดินออกไปอย่างนี้แน่นอน”

ฉู่เสวียนรู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันที  เมื่อหลิวเจิ้งสงพูดเช่นนี้ ก็แสดงว่าเขาไม่ได้บังคับตนให้อยู่กับศิษย์คนอื่นๆของนิกายอู๋จี๋อีกต่อไป

ฉู่เสวียนจึงกล่าวออกมาอีกครั้งว่า "อย่างไรก็ตาม ข้ายังจำเป็นที่จะต้องศึกษาพระสูตรกลั่นโลหิตปีศาจอยู่ดี จึงอยากรู้ว่าพระสูตรกลั่นโลหิตปีศาจที่อยู่ในมือของอาจารย์อานั้นมีราคาเท่าไหร่หรือขอรับ?"

หลิวเจิ้งสงยิ้มและพูดว่า "ไม่จำเป็นต้องจ่ายให้ข้าหรอก ข้าซื้อพระสูตรกลั่นโลหิตปีศาจ และเอามาคัดลอกได้หลายเล่มแล้ว ข้าสามารถมอบให้เจ้าได้ทันที แต่ข้ายังต้องคิดถึงลูกศิษย์คนอื่นๆในนิกายด้วย... เจ้าพอจะมีลูกปัดโลหิตอยู่บ้างไหม?”

“เจ้าเอาลูกปัดโลหิตหนึ่งร้อยเม็ดมาแลกกับพระสูตรกลั่นโลหิตปีศาจนี้ก็ได้ ข้าจะให้สำเนานี้แก่เจ้าไป”

ฉู่เสวียนรู้สึกสะเทือนใจเป็นอย่างมาก “พระสูตรกลั่นโลหิตปีศาจ” เป็นเทคนิคที่สำคัญของผู้บำเพ็ญช่วงสร้างรากฐาน แม้ว่าจะถูกคัดลอก แต่ก็จะต้องใช้เงินเป็นจำนวนมากในการซื้อ เมื่อแปลงเป็นหินจิตวิญญาณระดับเล็ก จะมีราคาอย่างน้อย 2,500 ก้อน แต่ลูกปัดโลหิตหนึ่งร้อยเม็ดนั้น หากตีเป็นราคา ก็จะมีราคาประมาณ 200-300 ก้อนหินวิญญาณ

หลิวเจิ้งสงขายให้เขาในราคานี้ ก็ไม่ต่างจากมอบให้เขาเปล่าๆเลย

อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะมีลูกปัดโลหิตเป็นจำนวนมาก  แต่ฉู่เสวียนก็ไม่ได้นำพวกมันออกมาทันที  เขามี..แต่ก็ต้องเล่นตัวกันบ้าง ไม่เช่นนั้นหลิวเจิ้งสงจะรู้ว่าเขามีลูกปัดโลหิตอยู่ในมือเป็นจำนวนมาก ท้ายที่สุดแล้วหัวใจของผู้คนก็ยากแท้หยั่งถึง เป็นเรื่องดีที่ต้องระวังตัวไว้ก่อน

ฉู่เสวียนยิ้มออกมาด้วยสีหน้าเขินอาย "อาจารย์อา ข้ามีลูกปัดโลหิตแค่ห้าสิบเม็ดเท่านั้น ที่เหลือสามารถแบ่งเป็นหินวิญญาณได้หรือไม่"

หลิวเจิ้งสงโบกมือ "ห้าสิบเม็ดก็พอ ข้าไม่ได้ใช้มันแล้ว ส่วนใหญ่ข้าจะเอาให้ศิษย์ที่อยู่ในช่วงกลั่นลมปราณ”

ฉู่เสวียนพยักหน้าและยื่นลูกปัดโลหิตให้โดยไม่ลังเล จากนั้นหลิวเจิ้งสงก็นำสำเนาของ "พระสูตรกลั่นโลหิตปีศาจ" ออกมามอบให้ฉู่เสวียน

“เอาล่ะ รีบออกไปเถิด” หลิวเจิ้งสงกล่าวอย่างเคร่งขรึม

“โอวหยางห่าวหลบหนีไปด้วยอาการบาดเจ็บสาหัส ข้าเกรงว่าอีกไม่นานนิกายเสินกังจะต้องออกมาตามหาคนของเรารอบๆ ตรอกไท่ผิงอย่างแน่นอน อย่าลืมดูแลตัวเองด้วย หากเจ้าทนไม่ไหวจริงๆ ก็มาหาข้าที่คฤหาสน์ตระกูลอู๋ได้เสมอ”

ฉู่เสวียนตกตะลึง โอวหยางห่าวได้รับบาดเจ็บสาหัสและหลบหนีไปอย่างนั้นหรือ?

ร่างของชายคนนั้นนอนแน่นิ่งอยู่ในถุงเก็บของของเขาต่างหาก

ทว่าฉู่เสวียนก็ไม่ได้บอกความจริง แต่กลับพยักหน้าแทน

จากนั้นทั้งสองก็แยกย้ายกันไป

...

คฤหาสน์ตระกูลอู๋

หลิวเจิ้งสงถอดหน้ากากออด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย

ช่างเป็นต้นกล้าที่ดีจริงๆ..เสียดายที่ไม่สามารถเอากลับมาบ่มเพาะได้

เมื่อเห็นว่าหลิวเจิ้งสงกลับมาแล้ว  เฉินเกอ, เว่ยหัว, สวีหมิง, ไป่เฟิงและศิษย์คนอื่น ๆ ก็รีบเดินมาหาอาจารย์ของพวกเขาทันที

“อาจารย์อา ท่านพบศิษย์คนนั้นแล้วหรือยังขอรับ?” สวีหมิงรีบถามขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

หลิวเจิ้งสงยิ้มแล้วพูดว่า "เจอแล้ว"

"แล้วเขาเป็นใครหรือขอรับ" ทุกคนดูอยากรู้อยากเห็นเป็นอย่างมาก

หลิวเจิ้งสงเหลือบมองสวีหมิงด้วยสีหน้าแปลก ๆ "เจ้าน่าจะจำเขาได้ดีเลยล่ะ"

สวีหมิงตกตะลึง และถามออกมาว่า "ข้าจำเขาได้อย่างนั้นหรือ?"

เฉินเกอ,เว่ยหัว, ไป่เฟิงและศิษย์คนอื่น ๆ ต่างก็เกาหัวด้วยความงุนงง

หลิวเจิ้งสงหัวเราะออกมา และพูดว่า "เอาล่ะ  ข้าจะไม่ปิดบังพวกเจ้าก็แล้วกัน เขาคือฉู่เสวียน ตอนนี้เขาอยู่ในช่วงกลั่นลมปราณขั้นที่ 8 แล้ว"

หลังจากพูดเช่นนี้ สวีหมิงก็เบิกตากว้างและพูดไม่ออกเป็นเวลานาน

ตอนนี้เขากำลังฝึกฝนอย่างหนัก หนักกว่าเดิมมาก ทว่าเขากลับเพิ่งเข้าสู่ช่วงกลั่นลมปราณขั้นที่ 5 เท่านั้น และยังห่างไกลจากการขั้นที่ 6 เป็นอย่างมาก

แต่ไอ้สารเลวฉู่….ฉู่เสวียน ผู้ที่มีคุณสมบัติปานกลางกลับทะลวงไปถึงช่วงกลั่นลมปราณชั้นที่ 8 แล้วอย่างนั้นหรือ?

เป็นไปไม่ได้!

เฉินเกอ, เว่ยหัว, ไป่เฟิงและศิษย์คนอื่น ๆ ที่ได้ยินต่างก็ตกตะลึงเช่นกัน

ซึ่งความคิดของพวกเขาก็ไม่ต่างไปจากสวีหมิงเลย

ไม่ว่าพวกเขาจะคิดอย่างไร ก็นึกไม่ออกว่าเหตุใดเขตแดนของฉู่เสวียนถึงพัฒนาได้อย่างรวดเร็วขนาดนี้

นับตั้งแต่ที่นิกายอู๋จี๋ถูกทำลายลงไป  เขาใช้เวลาไม่ถึงสองปีด้วยซ้ำ แต่กลับกระโดดจากขั้นที่ 4 ขึ้นไปถึงขั้นที่ 8 ของช่วงกลั่นลมปราณได้แล้ว?

ในเวลานี้ จู่ๆ เฉินเกอก็จำบางอย่างขึ้นมาได้ และพูดออกมาด้วยความตื่นเต้นว่า "เป็นไปได้ไหมว่าร่างของศิษย์นิกายเสินกังทั้งสามร่างที่เราเจอตอนหลบหนีไปนั้นจะเป็นฝีมือของศิษย์พี่ฉู่"

หลิวเจิ้งสงเลิกคิ้ว "ก็อาจจะเป็นไปได้"

"หากว่าผู้บำเพ็ญช่วงกลั่นลมปราณขั้นที่ 8 ทำการโจมตีอย่างรุนแรง ก็จะสามารถฆ่าผู้บ่มเพาะทั้งสามคนที่ไม่ทันได้ตั้งตัวได้อย่างแน่นอน"

เฉินเกอกล่าวอย่างมีความสุข "สวีหมิง เจ้าเห็นหรือไม่ ข้าบอกเจ้าแล้วว่าเป็นฝีมือของศิษย์พี่ฉู่!”

สวีหมิงมีสีหน้าที่ไม่พอใจเป็นอย่างมาก

เขารู้สึกมาโดยตลอดว่าตราบใดที่เขาฝึกฝนอย่างหนัก เขาก็จะสามารถเอาชนะฉู่เสวียนได้ เพราะสำหรับเขาแล้ว ฉู่เสวียนไม่ถือว่าแข็งแกร่งมากนัก

แต่ตอนนี้ความจริงได้ตบหน้าของเขาอย่างแรง

ฉู่เสวียนไม่เพียงแต่ทรงพลังเท่านั้น แต่ยังเหนือกว่าเขาอีกด้วย!

เว่ยหัว, ไป่เฟิง และศิษย์คนอื่น ๆ ได้แต่ถอนหายใจออกมา "ศิษย์พี่ฉู่ออกผจญภัยเพียงลำพัง คงจะเจอสมบัติบางอย่างเข้าโดยบังเอิญ เขตแดนของเขาถึงได้พัฒนาอย่างก้าวกระโดดเช่นนี้ ข้าล่ะอิจฉาเขาจริงๆ"

หลิวเจิ้งสงเอื้อมมือเอาของบางอย่าง ออกมาจากแหวนเก็บของ " นี่คือลูกปัดโลหิตห้าสิบเม็ด พวกเจ้าล่ะ มีลูกปัดโลหิตกี่เม็ด นี่คือทรัพยากรที่ฉู่เสวียนนำมาแลกเปลี่ยนกับข้า”

“สวีหมิง เจ้าไม่ต้องการมันหรือ?” เว่ยหัวถาม

"ข้า..." สวีหมิงมองดูลูกปัดโลหิตเหล่านั้น และรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างติดอยู่ในลำคอ

“ถ้าเจ้าไม่ต้องการมัน เช่นนั้นเราจะแบ่งมันเท่าๆ กัน” เฉินเกอหัวเราะเบา ๆ

“ข้าต้องการมัน!” สวีหมิงกัดฟันและรีบคว้าลูกปัดโลหิตออกไปทันที

จบบทที่ ตอนที่ 30 พระสูตรกลั่นโลหิตปีศาจ

คัดลอกลิงก์แล้ว