เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 22 น้ำอัมฤทธิ์โลหิตสร้างรากฐาน ดอกไม้กำเนิดวิญญาณ

ตอนที่ 22 น้ำอัมฤทธิ์โลหิตสร้างรากฐาน ดอกไม้กำเนิดวิญญาณ

ตอนที่ 22 น้ำอัมฤทธิ์โลหิตสร้างรากฐาน ดอกไม้กำเนิดวิญญาณ


ตอนที่ 22 น้ำอัมฤทธิ์โลหิตสร้างรากฐาน ดอกไม้กำเนิดวิญญาณ

ผู้บำเพ็ญสายธรรมเกือบทุกคนจำเป็นจะต้องเพิ่งน้ำอัมฤทธิ์ที่เป็นน้ำยาช่วยเร่งให้เข้าสู่ช่วงสร้างรากฐาน ดังนั้นจึงมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะสามารถหลอมพลังปราณได้ด้วยตัวเอง และเข้าสู่ขั้นสร้างรากฐานได้

ทว่าน้ำอัมฤทธิ์สร้างรากฐานนั้นก็หายากมาก

สาเหตุหลักก็มาจากน้ำอัมฤทธิ์สร้างรากฐานจะต้องใช้วัสดุที่หายากในการกลั่น น้ำอัมฤทธิ์นี้เป็นยาอายุวัฒนะที่ช่วยให้ผู้บำเพ็ญเข้าสู่ช่วงสร้างรากฐานได้ง่ายขึ้น มันมีชื่อว่า "เต้าหลิงฮัว"

หากต้องการใช้หินวิญญาณเพื่อซื้อน้ำอมฤตประเภทนี้ ก็จะต้องใช้หินวิญญาณประมาณสิบก้อน

นอกจากเต้าหลิงฮัวแล้ว บางนิกายก็ใช้วัตถุดิบในการกลั่นไม่เหมือนกัน และจำเป็นจะต้องใช้ยาอายุวัฒนะเจ็ดถึงสิบสองชนิดในการช่วยหลอมพลังลมปราณอีกด้วย

ไม่เช่นนั้นอาจจะไม่สามารถปรับแต่งได้สำเร็จ

โดยทั่วไปแล้ว ใครก็ตามที่สามารถกลั่นน้ำอัมฤทธิ์ชนิดนี้ออกมาได้สำเร็จสี่เตาจากทั้งหมดสิบเตา ก็ถือว่าเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุที่ประสบความสำเร็จแล้ว

ผู้บำเพ็ญสายมารก็มีวิธีในการกลั่นที่ไม่เหมือนใครเช่นกัน พวกเขาได้เอาดอกไม้กำเนิดวิญญาณ ซึ่งเป็นดอกไม้แปลก ๆ ซึ่งเติบโตจากจิตวิญญาณของสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังมาใช้แทนดอกเต้าหลิง

ด้วยวิธีนี้ แม้แต่น้ำอัมฤทธิ์ช่วงกลั่นลมปราณที่บอกว่าหายากนักยากหนาก็ยังถูกแทนที่ด้วยน้ำอมฤตอื่นๆ ที่หาง่ายกว่า

ดังนั้นต้นทุนในการกลั่นน้ำอัมฤทธิ์สร้างรากฐานจึงลดลงอย่างมาก

น้ำอัมฤทธิ์ชนิดนี้ เรียกว่าน้ำอัมฤทธิ์โลหิตที่ช่วยให้ผู้บำเพ็ญมารเข้าสู่ช่วงสร้างรากฐาน

ทว่าในตอนนี้ฉู่เสวียนยังไม่สามารถรวบรวมวัตถุดิบในการทำน้ำอมฤตที่จำเป็นสำหรับทะลวงเขตแดนช่วงสร้างรากฐานได้

ดังนั้นเขาจึงเตรียมตัวที่จะดูดซับลูกปัดโลหิตต่อเพื่อทำการบ่มเพาะอีกครั้งตั้งแต่เช้าตรู่

"ฝึกฝนต่อไป!"

ฉู่เสวียนหายใจเข้าลึก ๆ พลางหลับตาลงแล้วกลั่นลูกปัดโลหิตเม็ดใหญ่ต่อไป

...

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว

และแล้วเดือนมกราคมก็ผ่านไปในพริบตา

บนดาดฟ้าของโรงแรมหรู ฉู่เสวียนกำลังนั่งอยู่ที่นี่

เขายังไม่สามารถอยู่ได้โดยปราศจากอาหาร ดังนั้นเขาจึงต้องหยุดดูดซับลูกปัดโลหิตขนาดใหญ่นั้นเพื่อหาข้าวกินทุกครั้งที่เขาหิว

เขากินอาหารแห้งเกือบทั้งหมดที่แก๊งหลิงฉวนเก็บไว้ในโกดัง

หลังจากผ่านไปหนึ่งเดือน ด้วยการดูดซับลูกปัดโลหิตขนาดใหญ่และฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง เขตแดนของฉู่เสวียนก็พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว ตอนนี้เขามาถึงช่วงกลั่นลมปราณขั้นที่ 8 แล้ว ซึ่งก็เป็นระดับสูงสุดของการกลั่นลมปราณ

มีเพียงหมอกบางๆมาขั้นไว้เท่านั้น และไม่นานเขาก็จะเข้าสู่การกลั่นลมปราณขั้นที่ 9

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ฉู่เสวียนได้ดูดซับลูกปัดโลหิตก้อนใหญ่ไปจนจะหมดแล้ว ตอนนี้เหลือลูกปัดโลหิตขนาดใหญ่เพียงก้อนเดียวที่อยู่ในมือของเขา หากดูดซับจนหมดแล้ว  เขาหวังว่าจะสามารถทะลวงหมอกบางๆนี่ไปได้

"ทำลายมัน!"

ฉู่เสวียนเริ่มดูดซับลูกปัดโลหิตก้อนสุดท้ายในมือ เลือดในลูกปัดได้กลิ้งไหลเข้าสู่ร่างกายของเขา

เขาคำรามออกมาจนเส้นเลือดบนหน้าผากปูดนูนขึ้น

เจตจำนงของผู้บำเพ็ญนั้นสามารถมีบทบาทสำคัญในการช่วยส่งเสริมพลังลมปราณของผู้บำเพ็ญให้มีความแข็งแกร่งขึ้น

และอาจเป็นเพราะเจตจำนงของฉู่เสวียนแข็งแกร่งเพียงพอ  หรืออาจเป็นเพราะโชคลาภที่เขาได้รับ

จึงทำให้เขาสามารถทะลวงผ่านขั้นที่ 8 ไปสู่ขั้นที่ 9 ของช่วงกลั่นลมปราณได้สำเร็จในขณะนี้

ตู้ม!

ลมหายใจพุ่งออกมา!

ฝุ่นฟุ้งกระจาย!

ส่งผลให้ดาดฟ้าของโรงแรมสะอาดสะอ้านขึ้นมาทันที

เมื่อเห็นเช่นนี้ เสี่ยวเป้าก็ใช้เทคนิคที่มีปกป้องดาดฟ้าพร้อมกับศพหยินอีกหกตัว

เดิมทีเขายืนดูอยู่เงียบๆ

พลังที่พลุ่งพล่านรอบ ๆ ฉู่เสวียนทำให้เสี่ยวเป้าคำรามออกมาด้วยความตกใจ และรู้สึกหวาดกลัวอยู่ข้างใน

ศพหยินอีกหกตัวก็ตกใจมากจนพวกมันได้แต่หมอบลงไปและไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมาแม้แต่น้อย

หลังจากนั้นไม่นาน  พลังของฉู่เสวียนก็ลดลง  พวกเขาจึงลุกขึ้นยืนอย่างไม่เต็มใจและมองดูเขาอย่างสงสัยราวกับเด็กทารกที่อยากรู้อยากเห็น

ฉู่เสวียนหายใจเข้าแล้วลืมตาช้าๆ

"การกลั่นลมปราณขั้นที่ 9!"

"ขั้นตอนต่อไปคือการเติมทะเลปราณ  จากนั้นข้าก็พร้อมที่จะเข้าสู่ช่วงสร้างรากฐานต่อไป"

รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าอันหล่อเหลาของเขา

“โฮ่ โฮ!”

เสียงคำรามของศพหยินดังมาจากระยะไกล

เสียงหลายเสียงดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

ในชั่วพริบตา พลทหารศพทั้งสองอย่างเสี่ยวหลงและเสี่ยวหูก็มาปรากฏตัวบนดาดฟ้าพร้อมกับหมาป่าวิญญาณที่อยู่ในอ้อมแขนพวกเขา

เมื่อเห็นฉู่เสวียน  เสี่ยวหู่ก็ไม่ลังเลและก้มศีรษะลงด้วยความเคารพทันที

เช่นเดียวกับต้าหวงและเอ๋อร์ฮวง

แม้ว่าพวกมันจะไม่รู้จักฉู่เสวียน  แต่พวกมันก็ยอมรับอย่างจริงใจว่าฉู่เสวียนเป็นเจ้านายของพวกมัน

เสี่ยวหลงลังเลอยู่ครู่หนึ่งและไม่ได้ก้มหัวลงทันที

ดวงตาของฉู่เสวียนเปลี่ยนเป็นเย็นชา และจ้องมองไปที่เสี่ยวหลงอย่างดุเดือด

หลังจากที่ดูอย่างละเอียด เขาก็เยาะเย้ยออกมาว่า "ไม่น่าแปลกใจเลยที่เจ้าจะลังเล ตอนนี้เจ้าเป็นถึงพลทหารศพขั้นที่ 8 แล้ว เจ้าคิดที่จะปีกกล้าขาแข็งกับข้าอย่างนั้นหรือ?"

เขาสูดหายใจอย่างเย็นชา และพลังปราณของเขาก็พุ่งออกไปราวกับเนินเขาที่กดลงบนร่างกายของเสี่ยวหลง

เสี่ยวหลงทนแรงกดดันอันหนักหน่วงไม่ได้จึงคุกเข่าลงทันที

แคร็ก

กระดูกที่เข่าของมันแตกจริงๆ จนเกิดเสียงดังลั่น เสี่ยวหลงกรีดร้องออกมา แต่เขาก็ไม่กล้าลุกขึ้นและยังคงคุกเข่าอยู่

เขารู้สึกได้แล้วว่าความแข็งแกร่งของผู้บ่มเพาะคนนี้สูงกว่าเขาจริงๆ

ฉะนั้นการต่อต้านจึงเป็นทางเลือกที่ไม่ฉลาดมากนัก

"ฮึ่ม เจ้ากบฏ"

ดวงตาของฉู่เสวียนเย็นชา

ศพหยินตรงหน้าเขานี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องจักรสังหารที่ไร้อารมณ์อีกต่อไป

โดยทั่วไปแล้วพวกมันจะสืบทอดอารมณ์ของร่างเดิมมาเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น

และเห็นได้ชัดว่าร่างเดิมของเสี่ยวหลง หรือก็คือจ้าวหงนั้นเป็นคนหัวรั้นและมีความทะเยอทะยานโดยธรรมชาติ

“เสี่ยวหู เจ้าเป็นพลทหารศพขั้นที่ 7 แล้ว เยี่ยมไปเลย นี่คือรางวัลของเจ้า”

ฉู่เสวียนสะบัดลูกปัดโลหิตในมือของเขาออกไป

ดวงตาของเสี่ยวหู่เบิกกว้างด้วยความตื่นเต้น เขารีบยัดมันเข้าปากไปในทันที

การที่ศพหยินกินเลือดและเนื้อโดยตรงนั้นไม่มีประสิทธิภาพสักเท่าไหร่

โดยธรรมชาติแล้ว อาหารชั้นเลิศของพวกมันก็ยังคงเป็นลูกปัดโลหิตที่มีแก่นแท้ของโลหิต ซึ่งฉู่เสวียนทำให้มันบริสุทธิ์โดยการใช้เทคนิคการสกัดเลือด

“โฮ่ โฮ!”

เสี่ยวหู่ยื่นมือออกมาดึงมุมเสื้อผ้าของฉู่เสวียนราวกับว่าเขามีอะไรจะพูด ฉู่เสวียนจึงได้สื่อสารผ่านความคิดกับเสี่ยวหู่ทันที

หลังจากนั้นครู่หนึ่ง เขาก็เข้าใจสิ่งที่เสี่ยวหู่ต้องการจะพูด

“เจ้าค้นพบถ้ำหมาป่ายักษ์ ไม่พอพวกมันยังรวมตัวกันเป็นกลุ่มเพื่อซุ่มโจมตีเจ้าอีกอย่างนั้นหรือ?” ทันใดนั้นฉู่เสวียนก็สนใจเรื่องนี้ขึ้นมาทันที

มนุษย์หลายคนได้ดูดซับพลังปราณและได้กลายร่างเป็นสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติ

สัตว์และพืชก็สามารถดูดพลังปราณและกลายร่างเป็นสัตว์และพืชที่เหนือธรรมชาติได้เช่นกัน

หากว่าหมาป่ายักษ์นั้นรู้วิธีซุ่มโจมตี ก็แสดงว่าพวกมันมีความคิดและฉลาดมาก

เป็นไปได้ว่า มีพลังปราณที่ช่วยเร่งการเติบโตของพวกมันขึ้นมา

นี่ไม่ใช่ข่าวดีสำหรับมนุษย์ที่รอดชีวิตในดาวเคราะห์โลกาวินาศแห่งนี้

แต่สำหรับ ฉู่เสวียนแล้ว มันเป็นข่าวดี หมาป่ายักษ์เหล่านั้นค่อนข้างฉลาดและทรงพลัง

บางทีมันอาจจะสามารถใช้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ดอกไม้กำเนิดวิญญาณของเขาได้!

"ก่อนที่จะข้ามมิติกลับไปยังทวีปชางเสวียน ข้าจะต้องหาแหล่งเพาะพันธุ์ดอกไม้กำเนิดวิญญาณให้ได้เสียก่อน"

"เมื่อข้ากลับมาจากทวีปชางเสวียน ดอกไม้กำเนิดวิญญาณก็คงจะเติบโตเต็มที่แล้ว"

“อาณาเขตของถ้ำหมาป่ายักษ์นั้นอยู่ที่ไหน” เขาถามขึ้นมาทันที

เสี่ยวหู่คำรามออกมาสองสามครั้งแล้วชี้ไปที่เนินเขาทางทิศเหนือ

ฉู่เสวียนพยักหน้า "เสี่ยวหลง, เสี่ยวหู่ และพวกเจ้าหก พวกเจ้าทุกคนตามข้ามา ส่วนเสี่ยวเป้าอยู่เฝ้าที่นี่เอาไว้"

"โฮ่ โฮ่ โฮ!"

ซอมบี้ทั้งสามคำรามออกมา

แต่เห็นได้ชัดว่าเสี่ยวเป้ารู้สึกเสียใจเล็กน้อย

“ถ้าอย่างนั้น ต้าหวงและเอ๋อร์ฮวงก็ควรอยู่ดูแลที่นี่กับเสี่ยวเป้าด้วย”ฉู่เสวียนโบกมือ

จู่ๆ เสี่ยวเป่าก็ดีใจขึ้นมาอีกครั้ง  เขาเหมือนกับเด็กที่มีเพื่อนเล่นวัยเดียวกันอย่างไรอย่างนั้น

จากนั้นฉู่เสวียนก็ได้นำเสี่ยวหลง,เสี่ยวหู่และศพหยินทั้งหกอื่น ๆ ออกมาจากโรงแรมห่าวไท่  เขาขี่ดาบบังเหินแล้วมุ่งหน้าไปทางทิศเหนือ

...

บริษัทรักษาความปลอดภัยเฮยเฟิง

วันนี้หวังกังเจี้ยนไม่ได้เล่นเกมอีกต่อไป  แต่นั่งอยู่ในสำนักงานของผู้จัดการด้วยสีหน้าเศร้าหมอง

หวังหยงก็นั่งอยู่บนโซฟาข้างหน้าเขา พร้อมกับขมวดคิ้วเช่นเดียวกัน

“ฉันขอให้นายมาที่นี่เพื่อให้ช่วยคิดหาวิธีแก้ปัญหาร่วมกัน อย่ามัวแต่ขมวดคิ้วอยู่อย่างนั้นสิ!”  หวังกังเจี้ยนกล่าวออกมา

หวังหยงยิ้มอย่างเชื่องช้า "มันยากนิดหน่อย หากคนจากกองทัพหลินเจียงบอกว่าไม่สามารถจัดการกับสัตว์ประหลาดเหล่านี้ได้ พวกเรากลุ่มรักษาความปลอดภัยเฮยเฟิงก็มีผู้อยู่เหนือธรรมชาติเพียงสี่คนเท่านั้น และแต่ละคนก็อยู่ในระดับ 1... "

เมื่อได้ยินเช่นนี้หวังกังเจี้ยนรู้สึกไม่พอใจมากขึ้น "ฉันขอให้นายดูซับพลังปราณแล้ว แต่นายไม่ยอมทำเอง พรสวรรค์ของนายดีมาก หากนายได้เป็นผู้อยู่เหนือธรรมชาติระดับ 2 บริษัทรักษาความปลอดภัยเฮยเฟิงของเรา ก็จะอยู่เหนือคนอื่นๆไม่ใช่เหรอ ?”

หลังจากได้ยินเช่นนี้ หวังหยงหัวเราะออกมา ถ้าเขาดูดซับพลังปราณจากแก่นลมปราณโดยตรง ความน่าจะเป็นที่จะประสบความสำเร็จก็มีแค่ประมาณหนึ่งในสาม ขึ้นอยู่กับร่างกายส่วนบุคคลเป็นหลัก หากร่างกายแข็งแรงเพียงพอ การดูดซับพลังปราณจากแก่นลมปราณโดยตรง ก็จะไม่เป็นอันตรายอะไร..แต่เขาไม่กล้าจริงๆ

จบบทที่ ตอนที่ 22 น้ำอัมฤทธิ์โลหิตสร้างรากฐาน ดอกไม้กำเนิดวิญญาณ

คัดลอกลิงก์แล้ว