- หน้าแรก
- ยอดชาวประมงน้อยกับระบบไลฟ์สดสโลว์ไลฟ์
- บทที่ 16 ผลเก็บเกี่ยวอันล้นหลาม
บทที่ 16 ผลเก็บเกี่ยวอันล้นหลาม
บทที่ 16 ผลเก็บเกี่ยวอันล้นหลาม
บทที่ 16 ผลเก็บเกี่ยวอันล้นหลาม
หวังเทียนฮุยว่ายลึกลงไปในทะเลต่อ โดยมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่ฝูงปูม้าอพยพมา
เขาดำลึกลงไปจนถึงพื้นทะเลที่ระดับความลึกห้าสิบเมตร ซึ่งเป็นระดับความลึกที่แม้แต่นักดำน้ำมืออาชีพก็ต้องสวมอุปกรณ์กันแรงดันและสะพายถังออกซิเจนถึงจะลงมาถึงได้
ที่ระดับความลึกนี้ แสงสว่างใต้ทะเลเริ่มมืดสลัวลงแล้ว แต่นั่นไม่ได้ส่งผลกระทบต่อทัศนวิสัยของเขาเลย ต่อให้เป็นใต้ก้นทะเลที่มืดมิดสนิท เขาก็ยังสามารถมองเห็นทุกอย่างได้อย่างชัดเจน
เนื่องจากหมู่บ้านชาวประมงไม่มีเรือประมงขนาดใหญ่ จึงไม่มีใครสามารถจับปลาในระดับความลึกขนาดนี้ได้ ทำให้จำนวนและสายพันธุ์ของปลาที่นี่มีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก
เหล่าแพลงก์ตอนมีจำนวนมหาศาลจนถึงขั้นว่ายชนตัวเขาได้ ฝูงปลาตัวเล็กๆ ขนาดเท่านิ้วมือนับร้อยตัวรวมกลุ่มกันว่ายไปมาในน้ำ ดูเหมือนกับกลุ่มเมฆสีดำที่ทอประกายเกล็ดระยิบระยับ
ลูกนากทะเลดูจะชอบปลาเล็กๆ เหล่านี้มาก มันพุ่งเข้าใส่ฝูงปลาอย่างร่าเริง ไล่ต้อนจนฝูงปลาแตกกระจายและรวมตัวกันใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ในขณะที่มันกำลังกินอย่างเพลิดเพลิน ทันใดนั้นมันก็ม้วนตัวในน้ำอย่างรวดเร็ว แล้วรีบว่ายหนีกลับมาหาหวังเทียนฮุย แถมยังมุดเข้าไปหลบใต้แขนของเขาเพื่อหาที่พึ่งด้วยความตื่นตระหนก
จากนั้น เหนือหัวของหวังเทียนฮุยก็มืดลง เงาดำขนาดใหญ่กลุ่มหนึ่งลอยผ่านไป
ที่แท้มันคือปลากระเบนราหูที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางกว้างกว่าหกเมตร มันกำลังขยับครีบอกที่เหมือนปีก "บิน" เข้ามาล่าเหยื่อ
ฝูงปลาเล็กๆ ที่เพิ่งถูกลูกนากทะเลรบกวนไปเมื่อครู่แทบจะถูกกวาดล้างจนหมดสิ้น พวกมันถูกกลืนกินเข้าไปในปากที่กว้างราวกับเหวของปลากระเบนราหูในคำเดียว เหลือเพียงปลาที่รอดตายไม่กี่ตัวที่พากันว่ายหนีอย่างรนรานไปซ่อนตัวตามซอกปะการัง
ให้ตายเถอะ เจ้าตัวนี้ถ้าจับได้ คงเลี้ยงคนได้ทั้งหมู่บ้านเลยทีเดียว
ถึงแม้จะรู้สึกคันไม้คันมือ แต่หวังเทียนฮุยก็ไม่ได้คิดจะเสี่ยงกับมัน เจ้าตัวนี้แม้โดยธรรมชาติจะนิสัยอ่อนโยนและกินเพียงปลาเล็กปลาน้อยเป็นอาหาร แต่มันก็ไม่ใช่สัตว์ที่จะรังแกได้ง่ายๆ ปลายหางที่ยาวหลายเมตรของมันมักจะมีเงี่ยงพิษอยู่ หากถูกมันแทงเข้าไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แน่นอน
เขาไม่ได้สนใจปลากระเบนราหูที่ "บิน" ไปมาตัวนั้นต่อ หวังเทียนฮุยว่ายลงไปที่ก้นทะเล และต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าที่นี่แทบจะมองไม่เห็นทรายเลย พื้นที่เท่าที่สายตามองไปถึงนั้นเต็มไปด้วยเปลือกหอยและหอยนานาชนิดเกลื่อนกราดไปหมด
เขาเห็นว่าในบรรดาหอยเหล่านี้มีเศษเปลือกหอยแตกอยู่มากมาย และเป็นรอยแตกที่ยังใหม่ๆ อยู่ คาดว่าคงเป็นเพราะเพิ่งถูกฝูงปูม้าอพยพถล่มมาเมื่อครู่นั่นเอง
ในขณะที่หวังเทียนฮุยกําลังเลือกหอยตัวขนาดใหญ่ๆ อยู่ ลูกนากทะเลก็ว่ายกลับมาอีกครั้ง มันว่ายวนรอบตัวเขาพลางส่งเสียงร้อง "อิงๆ" ไม่หยุด
เจ้าตัวเล็กนี่เป็นพวกเห็นแก่กินจริงๆ
หวังเทียนฮุยเลือกหอยเชลล์ตัวใหญ่ขึ้นมาเตรียมจะงัดออกให้มัน แต่มันกลับม้วนตัวว่ายนำไปข้างหน้า
เมื่อเห็นหวังเทียนฮุยไม่ตามไป มันก็ว่ายกลับมาแล้วส่งเสียงร้องอีกครั้ง
ทำซ้ำไปซ้ำมาอยู่หลายรอบ จนหวังเทียนฮุยเริ่มเข้าใจว่ามันกำลังเรียกให้เขาตามมันไป
ลูกนากทะเลว่ายนำทางไปพลางทำฟองคลื่นกระเซ็น มันพาเขาอ้อมแนวปะการังที่สูงตระหง่านไป แล้วเริ่มว่ายวนเวียนอยู่กับที่ บางครั้งก็พุ่งตัวลงไปข้างล่างแล้วรีบม้วนตัวกลับขึ้นมา ดูตื่นเต้นเหมือนเด็กน้อยที่ได้เจอของเล่นถูกใจ
หวังเทียนฮุยตามไปดูแล้วก็ต้องอุทานออกมา
หลังแนวปะการัง บนกองเปลือกหอยนั้น มีกุ้งมังกรยักษ์ตัวหนึ่งกับปูม้ายักษ์ตัวหนึ่งกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดจนแยกกันไม่ออก
กุ้งมังกรตัวนี้ต้องมีน้ำหนักไม่ต่ำกว่าสิบจินแน่ๆ ก้ามขนาดใหญ่ของมันมีขนาดพอๆ กับแขนของผู้ใหญ่ ลำตัวสีน้ำตาลอมแดงที่ปกคลุมไปด้วยสาหร่ายและหอยปรสิต ดูแล้วน่าจะเป็นกุ้งรุ่นปู่โสมเฝ้าทรัพย์เลยทีเดียว
ส่วนคู่ต่อสู้ของมันก็ไม่ธรรมดา ปูม้าตัวนี้มีขนาดใหญ่เท่ากับกะละมังใบเล็กๆ ร่างกายดูผ่านร้อนผ่านหนาวมามากไม่แพ้กัน คาดว่ามันคงจะเป็นราชาปูม้าของฝูงปูที่เพิ่งผ่านไปเมื่อครู่นี้แน่ๆ
หนึ่งกุ้งหนึ่งปูต่างกวัดแกว่งก้ามที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กกล้าเข้าใส่กันไม่หยุด ตัวหนึ่งพุ่งเข้าใส่ อีกตัวหนึ่งกระแทกเข้าหา เกิดเสียงดัง "ปึก ปึก" ทึบๆ ใต้น้ำ
สาหร่าย ดอกไม้ทะเล และปะการังรอบๆ พลอยถูกลูกหลงจนราบพนาสูรไปหมด สนามรบดูย่อยยับไม่มีชิ้นดี แม้แต่ปลาเล็กๆ ที่ว่ายผ่านมาอย่างโชคร้ายก็ถูกหนีบจนขาดเป็นสองท่อน กลายเป็นศพจมอยู่ใต้ก้นทะเล
นิสัยของลูกนากทะเลก็ไม่ต่างจากเด็กน้อย เมื่อเห็นยักษ์ใหญ่สองตัวสู้กัน มันก็อยากจะเข้าไปร่วมสนุกด้วย บางครั้งก็ไปดึงหางกุ้งมังกร บางครั้งก็ไปชนกระดองปู ทำเอาเจ้าสองตัวนั้นยิ่งโมโหหนักขึ้นไปอีก
สวิงที่หวังเทียนฮุยพกมานั้นใส่ยักษ์ใหญ่ทั้งสองตัวไม่พอ และเขาก็ไม่ได้พกเครื่องมืออื่นมาด้วย ในขณะที่เขากำลังกังวลว่าจะจัดการยังไงดี ราชาเจ้าสำราญก็สะบัดหางพุ่งเข้าใส่ราชาปูม้าแล้วหนีบเข้าที่ก้ามซ้ายของมันทันที
ฝ่ายราชาปูม้าก็ไม่ยอมแพ้ มันตวัดก้ามหนีบเข้าที่ก้ามขวาของราชาเจ้าสำราญเป็นการตอบโต้
ด้วยเหตุนี้ ยักษ์ใหญ่ทั้งสองจึงต่างหนีบกันและกันไว้แน่น ไม่มีใครยอมปล่อย ติดล็อกกันแน่นหนาจนขยับไปไหนไม่ได้
"ฮ่าๆ เจ้าบื้อสองตัวเอ๊ย!"
นี่คือสถานการณ์ที่เรียกว่า 'นกกระยางกับหอยติดล็อกกัน คนหาปลาจึงได้ลาภ'
คราวนี้ไม่ต้องใช้เครื่องมือเลย เขาใช้มือเปล่าจับที่ส่วนหลังของราชาเจ้าสำราญยกขึ้นมา แล้วราชาปูม้าก็ติดขึ้นมาด้วยกันทันที
จะมัวชักช้าไม่ได้ ถ้าเจ้าสองตัวนี้เกิดคิดได้ขึ้นมาแล้วหายโมโหยอมปล่อยมือกันล่ะก็ เขาคงจะเสียของล้ำค่าสองชิ้นนี้ไปแน่
เขาสำรวจน่านน้ำรอบๆ จนทั่วแล้ว และผลเก็บเกี่ยวที่ได้ก็มากพอแล้ว เขาจึงไม่เถลไถลต่อ ถีบเท้าพุ่งตัวทะยานขึ้นสู่ผิวน้ำ มุ่งหน้าไปยังทิศทางของเรือทันที
ซ่า!
แสงสีขาวที่แสบตาปรากฏขึ้นเบื้องหน้า หวังเทียนฮุยโผล่พ้นน้ำขึ้นมาแล้ว
"พี่เทียนฮุย ทำไมลงไปนานจังคะ ทำเอาฉันตกใจแทบแย่"
หลิ่วเสี่ยวจูอยู่บนทะเลคนเดียว แม้จะมีชาวเน็ตช่วยคุยเป็นเพื่อน แต่เธอก็ยังรู้สึกกลัวอยู่ดี
เธอกลัวว่าหวังเทียนฮุยจะเกิดอันตรายใต้น้ำ เธอที่เป็นเพียงหญิงสาวบอบบางคนหนึ่งคงจะช่วยอะไรเขาไม่ได้เลย
"เหล่าหวังเป็นนักดำน้ำมืออาชีพหรือเปล่าเนี่ย? ดำนานขนาดนี้ สุดยอดไปเลย!"
"ผมดำน้ำอั้นหายใจได้มากสุดแค่สองสามนาทีเอง เหล่าหวังเก่งจริงๆ!"
"เหล่าหวัง ได้อะไรติดมือมาบ้างไหม? พวกเรารอดูอยู่นะ!"
ชาวเน็ตในห้องไลฟ์เห็นหวังเทียนฮุยขึ้นมาเสียที บรรยากาศก็เริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง
"เสี่ยวจู ของดีมาแล้วจ้ะ ถอยออกไปหน่อยนะ ระวังจะโดนตัวเธอเอา"
หลิ่วเสี่ยวจูก้มมองในท้องเรือที่ว่างเปล่าแล้วทำสีหน้าประหลาดใจ แต่เธอก็ไม่ได้ถามอะไรมาก และยอมถอยไปทางหัวเรือตามคำสั่งอย่างว่างง่าย
"มาแล้วนะ!"
หวังเทียนฮุยออกแรงยก ยักษ์ใหญ่สองตัวที่ยังหนีบกันไม่ปล่อยอย่างราชาเจ้าสำราญและราชาปูม้าถูกโยนขึ้นมาบนเรือ
"โอ้โห คุณพระช่วย!"
นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่หลิ่วเสี่ยวจูเห็นกุ้งมังกรและปูม้าตัวใหญ่ขนาดนี้ เธออุทานออกมาด้วยความตกใจ มือที่ถือโทรศัพท์สั่นจนเกือบจะร่วงลงทะเล
จากนั้นสวิงอีกสองใบที่เต็มไปด้วยสัตว์ทะเลก็ถูกโยนตามขึ้นมา มีทั้งหอยเป๋าฮื้อขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือ ปูม้าเกรดเอ หอยตัวใหญ่ขนาดเท่ากำปั้น และปลาเก๋าแดงที่แดงสดราวกับอัญมณี
ผ่านหน้าจอที่สั่นไหวเล็กน้อย เหล่าผู้ชมได้เห็นสัตว์ทะเลเกรดพรีเมียมที่ยังดิ้นเร้าๆ เหล่านี้ จนในชั่วขณะหนึ่งพวกเขาก็อึ้งจนพูดไม่ออกไปตามๆ กัน
"โอ้แม่เจ้า เหล่าหวัง นายแอบลงไปเที่ยววังมังกรมาหรือเปล่าเนี่ย?" ต้าหลางรีบดื่มยาซะ เป็นคนแรกที่ได้สติกลับมา
"กุ้งมังกรกับปูม้าตัวใหญ่ขนาดนี้มีอยู่จริงบนโลกเหรอ?" คันเหย่ไม่เคยคุยโม้ส่งอิโมจิหน้าตกใจมาเป็นชุด
"เหล่าหวังไม่มีเครื่องมืออะไรเลย เขาทำได้ยังไงกันนะ?"
"เหล่าหวัง บอกความจริงมาเถอะ นายนี่ยังมีความลับอะไรที่พวกเราไม่รู้อีกไหม?"
"เหล่าหวังเทพขิงๆ โชว์เหนือสยบมืออาชีพทุกวงการไปเลย"
แม้จะขึ้นมาบนบกแล้ว ราชาเจ้าสำราญกับราชาปูม้าก็ยังไม่ยอมปล่อยกัน ไม่ว่าหวังเทียนฮุยจะรบกวนยังไง เจ้าสองตัวนี้ก็ไม่สนใจใครทั้งนั้น ในสายตาของพวกมันมีเพียงศัตรูที่ต้องการจะฆ่าให้ตายไปข้างหนึ่งเท่านั้น
"พี่ปูกับพี่กุ้งนิสัยดื้อดึงแบบนี้ เนื้อต้องแน่นและหอมแน่ๆ เลย ฮิๆ" ต้าหลางรีบดื่มยาซะ ส่งอิโมจิน้ำลายไหลมาให้
"เหล่าหวัง ตัวใหญ่ขนาดนี้ พวกมันต้องอายุกี่ปีแล้วนะ?" คันเหย่ไม่เคยคุยโม้ถามขึ้น
"น่าจะเกินร้อยปีแล้วล่ะครับ" หวังเทียนฮุยคาดเดา
"ให้ตายเถอะ ก้ามใหญ่นั่นคงหนีบแขนผมหักได้แน่ๆ แหที่ไหนก็คงลากไม่ขึ้น ต้องใช้คนจับเท่านั้นแหละ"
"เหล่าหวัง นายจับพวกนี้มาจากเขตนน้ำตื้นเหรอ?" มีคนถามขึ้น
หวังเทียนฮุยตอบพลางตรวจเช็คสัตว์ทะเลที่ได้มาอย่างใจเย็น "เขตนน้ำตื้นไม่มีทางโตได้ขนาดนี้หรอกครับ ผมดำลงไปจับมาจากร่องลึกใต้ทะเลที่ความลึกกว่าห้าสิบเมตรแน่ะ แถมยังนั่งดูพวกมันสู้กันอยู่พักหนึ่งด้วยนะ"
ห้องคอมเมนต์เงียบกริบลงทันที ทุกคนต่างอึ้งจนพูดอะไรไม่ออก
(จบบทที่ 16)