เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 4 เจ้าแข็งแกร่งและเหมาะสมสำหรับกลั่นศพหยิน

ตอนที่ 4 เจ้าแข็งแกร่งและเหมาะสมสำหรับกลั่นศพหยิน

ตอนที่ 4 เจ้าแข็งแกร่งและเหมาะสมสำหรับกลั่นศพหยิน


ตอนที่ 4 เจ้าแข็งแกร่งและเหมาะสมสำหรับกลั่นศพหยิน

ฉู่เสวียนสนใจมากยิ่งขึ้นเมื่อได้ยินเช่นนี้  “ลูกพี่จ้าวอย่างนั้นหรือ เขาเป็นใคร?”

ถังหู่ตกตะลึง จากนั้นเขาก็กล่าวขึ้นมาทันที "ลูกพี่จ้าว จ้าวหง เขาเป็นหัวหน้าของแก๊งหลิงฉวน  ซึ่งเป็นองค์กรที่ใหญ่ที่สุดในเมืองตงหู !"

ฉู่เสวียนพยักหน้า “ถ้าอย่างงั้นเจ้าลองเล่าให้ข้าฟังเกี่ยวกับองค์กรที่เจ้าว่ามาสิ”

ถังหู่ไม่กล้าปฏิเสธ ดังนั้นเขาจึงต้องบอกข้อมูลที่เขารู้ออกมา...

ฉู่เสวียนก้มศีรษะลงเล็กน้อย “ไม่เลว”

ถังหู่ยิ้มและกล่าวว่า “พี่ใหญ่ เพื่อเห็นแก่หน้าพี่เขยของผม ได้โปรดปล่อยผมไปเถอะ”

ฉู่เสวียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ข้าหมายความว่า รูปร่างของเจ้านั้นไม่เลว  เหมาะสมที่จะเป็นวัตถุดิบในการกลั่นศพหยินของข้าได้เลย”

ถังหู่ถึงกับตกตะลึง

กลั่นศพงั้นเหรอ?

เขาไม่รอให้อีกฝ่ายได้ไหวตัวทัน

เส้นลวดโลหิตในฝ่ามือของฉู่เสวียนได้พุ่งเข้ามามัดมือและเท้าของถังหู่ไว้ทันที

ถังหู่ต้องการที่จะหลบหนีอย่างสุดชีวิต แต่เขาก็พบว่าหนอนเลือดตัวยาวนี้แข็งกว่ายิ่งกว่าลวดเหล็กเสียอีก  เขาจึงไม่สามารถหลบหนีไปไหนได้

“พี่ใหญ่ คุณ… คุณกำลังจะทำอะไร!” เขาดูหวาดกลัวเป็นอย่างมาก

“การฆ่าคนเช่นเจ้า ไม่ได้ทำให้ข้าเสียบุญไปแม้แต่น้อย  ดังนั้นเจ้าจึงเหมาะสมในการกลั่นศพของข้าอย่างยิ่ง”

ฉู่เสวียนหันไปเตรียมน้ำยาสมุนไพร “จากนั้นข้าจะใช้วิชาลับ ปลุกเร้าความอาฆาตของเจ้าออกมา เจ้าจะกลายเป็นพลทหารศพที่แข็งแกร่งที่สุด”

สิ่งที่เขาใช้คือวิธีการลับในการกลั่นศพที่เรียกว่าวิชากลั่นศพวัชระ ซึ่งมาจากนิกายหุ่นเชิดศพ

แต่น่าเสียดายที่นิกายหุ่นเชิดศพนั้นไม่ได้เก่งเรื่องการต่อสู้มากนัก จึงถูกนิกายที่ใหญ่กว่าล้มล้างไปตั้งแต่เนิ่นๆ

มรดกของนิกายส่วนใหญ่จึงตกไปอยู่ในมือของฝ่ายธรรมะ และอีกครึ่งหนึ่งก็ถูกนิกายอู๋จี๋ดูดซับไป

ศพหยินที่ได้มาจะมีพลังตรงกับเจ้าของในช่วงการกลั่น

พลทหารศพ-กลั่นลมราณ

นายพลศพ-สร้างรากฐาน

จอมพลศพ-สร้างแก่นลมปราณ

ราชาศพ-ปราณก่อนกำเนิด

นี้คือความสอดคล้องกันระหว่างศพหยินและเขตแดนของผู้บำเพ็ญเพียร

และด้วยวิธีการที่แตกต่างกันนี้  จึงส่งผลให้แต่ละศพหยินมีลักษณะพิเศษของตัวเอง

ศพหยินที่กลั่นด้วยวิชานี้ จะคงกระพันและทรงพลังอย่างไร้ที่สิ้นสุด  แค่เขากลั่น ศพหยินของเขาก็จะเทียบกับผู้บำเพ็ญเพียรช่วงกลั่นลมปราณได้ทันที

ในอดีตการกลั่นศพหยินสำหรับฉู่เสวียนนั้นถือเป็นเรื่องยาก เนื่องจากใช้เวลานานเกินไปในการกลั่น และมักเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย และเนื่องจากเขาไม่สามารถทำพิธีที่ใช้เวลานานแบบนี้ได้  ดังนั้นเขาจึงต้องละทิ้งความคิดในการกลั่นศพไป

ในตอนนี้ฉู่เสวียนก็ได้หยิบถังขนาดใหญ่ออกมาจากถุงเก็บของแล้วเทของโอสถเหลวต่างๆ ลงไป

จากนั้นเขาก็สั่งการให้เส้นลวดโลหิตโยนถังหู่ลงไปในนั้น

แม้แต่หัวก็จมอยู่ใต้น้ำหมด

เสียงตะโกนขัดขืนของถังหู่ค่อย ๆ เบาลงเรื่อยๆ

จากนั้น ฉู่เสวียนก็ใช้มีดกรีดฝ่ามือของเขาด้วยท่าทางเคร่งขรึม บีบเลือดออกมาสองหยด แล้วหยดลงในถังขนาดใหญ่นั้น

ใบหน้าของเขาซีดเซียวเล็กน้อย

แก่นของโลหิตนั้นไม่ใช่เลือดธรรมดา

แม้ว่าเขาจะฝึกฝนทักษะพลังวิญญาณแปลงโลหิตช่วงชิงและเร่งความเร็วในการสกัดโลหิต แต่สิ่งนี้ก็ไม่สามารถสกัดได้ภายในหนึ่งหรือสองวัน

“ตอนนี้ก็ต้องรอต่อไป”

“ตามบันทึกของวิชากลั่นศพวัชระ จะสามารถเห็นผลลัพธ์ได้ภายในสามวันเป็นอย่างต่ำ”

ฉู่เสวียนนอนอยู่บนเก้าอี้เอ็นกายอยู่ข้างๆอย่างสบายใจ  พลางกินปลาทูน่ากระป๋องอย่างบ้าคลั่ง

นี่คือสิ่งที่เขาพบขณะที่เขากำลังตามหาซอมบี้ในตอนนี้ และมันยังไม่หมดอายุเสียด้วยซ้ำ

“บ้าเอ้ย อาหารจากอุตสาหกรรมสมัยใหม่มันช่างอร่อยอะไรอย่างนี้”

“อาหารที่ข้ากินตอนอยู่ในนิกายอู๋จี๋นั้นไม่ต่างไปจากอาหารนกเลย”

ฉู่เสวียนมองขึ้นไปบนท้องฟ้าพรางถอนหายใจออกมา

หลังจากผ่านไปหลายปี เขาก็ได้กลับมากินของที่คนทั่วไปควรกินอีกครั้ง

สามวันต่อมา

ฉู่เสวียนยืนอยู่หน้าถังด้วยสายตาที่คาดหวัง

ดูชายร่างใหญ่คนนี้สิ เขามีผิวคล้ำและดูแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก

เมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้  ร่างนี้ดูใหญ่และบึกบึนขึ้นกว่าเดิมเป็นอย่างมาก

บริเวณหน้าอก ข้อต่อ หลัง ฯลฯ มีเกราะกระดูกเพิ่มขึ้นมา

ประสิทธิภาพการป้องกันก็น่าทึ่งมาก

ฉู่เสวียนจึงหยิบมีดพกออกมาแล้วลองฟันลงไปที่ผิวหนังของศพ ทว่ามันกลับทิ้งร่องรอยไว้เพียงผิวเผินเท่านั้น

เขาดีใจมาก

ไม่คิดเลยว่าการกลั่นศพครั้งแรกของเขา จะสำเร็จไปได้ด้วยดีขนาดนี้

ศพหยินที่ตรงหน้าเขานั้นถือว่าเป็นพลทหาศพแน่นอน ซึ่งเทียบเท่ากับผู้บำเพ็ญช่วงกลั่นลมปราณ

“เพียงแต่ข้ายังไม่รู้ว่าคุณสมบัติของพลทหารศพนี้ มีอะไรบ้าง”

ฉู่เสวียนคิดอย่างรอบคอบ

คุณสมบัติของศพหยิน แบ่งออกเป็นสี่ระดับ นั่นก็คือ ระดับสูงสุด ระดับสูง ระดับกลาง และระดับล่าง

ยิ่งน้ำยาสมุนไพรดีเท่าไหร่ คุณสมบัติของศพหยินก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น

ศพหยินระดับสูงสุด เมื่อได้รับการขัดเกลาแล้ว จะสามารถเชี่ยวชาญวิชาได้ทั้งหมดสี่วิชา

ศพหยินระดับสูง เชี่ยวชาญได้เพียงสามวิชาเท่านั้น

ศพหยินระดับกลางและศพหยินระดับต่ำจะเชี่ยวชาญได้เพียงหนึ่งถึงสองวิชาตามลำดับ

เมื่อฉู่เสวียนยังอยู่ในนิกายอู๋จี๋ เขาได้ยินมาว่าเมื่อบรรพบุรุษผู้บำเพ็ญช่วงสร้างแก่นลมปราณยังอยู่ในช่วงการกลั่นลมปราณนั้น เขาโชคดีอย่างยิ่งที่สามารถกลั่นศพหยินระดับสูงสุดออกมาได้ และยังเป็นศพหยินที่มี 4 วิชา

บรรพบุรุษผู้บำเพ็ญช่วงสร้างแก่นลมปราณก็ยังคงอาศัยศพหยินระดับสูงสุดของเขาเพื่อก้าวเลือนระดับเขตแดน และในที่สุดก็กลายมาเป็นผู้บำเพ็ญช่วงสร้างแก่นลมปราณได้สำเร็จ

ฉู่เสวียนรีบหยิบหอคอยสีดำเล็กๆ ออกมาทันที

หอคอยนี้เรียกว่า ‘หอเลี้ยงศพ’

หอเลี้ยงศพเป็นอาวุธวิเศษระดับต่ำที่ใช้สำหรับจัดเก็บ  บ่มเพาะและประเมินศพหยินโดยเฉพาะ

หอเลี้ยงศพยังมาพร้อมกับเทคนิคพิเศษ ที่สามารถระบุคุณสมบัติและเขตแดนของศพหยินได้

ฉู่เสวียนได้ซื้อหอเลี้ยงศพมาจากศิษย์วัยกลางคนคนหนึ่งในราคาถูก เพราะมันเป็นเพียงอาวุธระดับต่ำเท่านั้น

ซึ่งมันก็ไม่ได้มีความสามารถในการโจมตีหรือป้องกัน แต่ใช้เพื่อเก็บศพเท่านั้น

เขาพกมันติดตัวไปด้วยเสมอ เผื่อในกรณีที่จำเป็น

และก็ถึงเวลาที่จะต้องใช้มันแล้ว

เมื่อคิดได้เช่นนี้ เขาก็นำศพหยินใส่เข้าไปในหอเลี้ยงศพทันทีเพื่อประเมิน

ปราณหยินในหอเลี้ยงศพนั้นแข็งแกร่งมาก

ศพหยินรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก เมื่อมันเข้าไปในหอเลี้ยงศพแล้ว มันก็ได้กลืนกินพลังปราณหยินเข้าไปอย่างรวดเร็ว

ฉู่เสวียนจึงได้ฉีดพลังวิญญาณลงไปเพื่อกระตุ้นเทคนิคการประเมินของหอเลี้ยงศพ

มีลำแสงสีดำส่องลงไปบนตัวของศพหยินทันที

แต่ทันใดนั้นก็มีแสงสีทองส่องออกมาจากร่างของศพหยิน

ฉู่เสวียนรู้สึกประหลาดใจ “ศพหยินระดับกลาง ? พลทหารระดับสองอย่างนั้นหรือ? ไม่เลวเลย!”

นี้เป็นครั้งแรกที่เขาลองกลั่นศพและกลั่นน้ำยาสมุนไพรที่ค่อนข้างธรรมดา แต่กลับสามารถกลั่นศพหยินระดับกลางออกมาได้

เขาช่างโชคดีจริงๆ

ฉู่เสวียนยังคงใช้เทคนิคประเมินต่อไป

ไม่นานหลังจากนั้นเขาก็สามารถระบุได้ว่าศพหยินของเขานั้นมีสองวิชา

นั่นก็คือเทคนิคกระหายเลือด และคำสาปแสงสีทอง

เทคนิคที่เรียกว่ากระหายเลือดก็คือการทำให้ตัวเองอยู่ในสถานะกระหายเลือดทันที และประสิทธิภาพการต่อสู้ก็จะเพิ่มขึ้นทวีคุณ

แต่ข้อเสียของมันคือใช้งานได้แค่ประมาณ 15 นาทีเท่านั้น

หลังจากที่ใช้เทคนิคนี้ออกมาแล้ว  มันจะอยู่ในสถานะอ่อนแอเป็นเวลาสิบชั่วโมง

ส่วนคาถาแสงสีทองนั้น ตามชื่อก็บ่งบอกอยู่แล้วว่ามันใช้แสงสีทองปกป้องตัวเอง ซึ่งก็เป็นคาถาเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับการป้องกัน

เมื่อวิชาทั้งสองนี้รวมกัน ทหารศพหยินของเขาก็มีความแข็งแกร่งไม่ต่างจากรถถัง

แม้ว่าตอนนี้เขาจะเป็นเพียงพลทหารศพระดับสอง แต่เขาก็เทียบเท่ากับผู้บำเพ็ญช่วงกลั่นลมปราณในระดับที่สอง

ยิ่งรวมกับวิชาอาคมพรสวรรค์ทั้งสองที่เขามี เกรงว่าคงสามารถเทียบกับพลทหารศพระดับสี่ และสู้กับผู้บำเพ็ญเพียรขั้นที่สองได้สักพักหนึ่งเลย

มันเยี่ยมมาก..ไม่ว่าจะใช้เป็นเหยื่อล่อเพื่อดึงดูดศัตรูหรือเพื่อช่วยชีวิตในช่วงเวลาที่วิกฤตก็พึ่งพาได้ทั้งนั้น

หัวใจของฉู่เสวียนมีความสุข

ดาวเคราะห์โลกาวินาศแห่งนี้เป็นสถานที่ที่ดีจริงๆ

แค่สามวัน เขาก็มีศพหยินไว้เป็นไพ่ลับในมือแล้ว

และความแข็งแกร่งโดยรวมของเขาในตอนนี้ก็ยังเพิ่มขึ้นอย่างน้อยสองเท่าเมื่อเทียบกับสามวันก่อน

“น่าเสียดายที่วัตถุดิบในการกลั่นศพหยินนั้นหายากไปหน่อย ไม่เช่นนั้น ข้าคงจะกลั่นศพหยินไว้ใช้งานเพิ่มอีกตัวแน่นอน”

ฉู่เสวียนเม้มริมฝีปากของเขา

เขาโบกมือเรียกอย่างไม่ใส่ใจ

ศพหยินรีบเดินมาหาเขาด้วยท่าทีเคารพและรอคำสั่งจากเขาอย่างว่าง่าย

สาเหตุหลักก็มาจากแก้นของโลหิตที่เขาหยดลงไปในน้ำยาสมุนไพรสองหยดนั้น

ตราบใดที่มันได้กินศพของซอมบี้อย่างเพียงพอ  มันก็จะเชื่อฟังคำสั่งของเขาเสมอและไม่มีทางคิดกบฏอย่างแน่นอน

“พลทหารศพระดับสอง เขาคงไม่มีปัญหาในการกวาดล้างซอมบี้ในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้หรอกใช่ไหม”

“เช่นนั้นข้าจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้า”

ฉู่เสวียนโบกมือสั่งการ จากนั้นเขาก็เอนกายลงบนเก้าอี้ราวกับคุณชายเจ้าสำราญ

พลทหารศพส่งเสียงคำรามออกมา และพุ่งออกไปทันที

ในเวลาต่อมา ก็มีเสียงคำรามอันน่าสะพรึงกลัวและเสียงของเนื้อที่ฉีกขาดดังขึ้นมาในห้างสรรพสินค้า

ตามมาด้วยเสียง คอกๆแคร็กๆๆ

ฉู่เสวียนเห็นว่ามันไม่ใช่เรื่องแปลก เขาจึงนั่งกินอาหารกระป๋องพรางพลิกอ่านหนังสือคลาสสิกอย่างสบายอารมณ์

ความอิสระและความสบายใจคือสิ่งที่ผู้ฝึกฝนวิชามารใฝ่ฝันไม่ใช่หรือ?

จบบทที่ ตอนที่ 4 เจ้าแข็งแกร่งและเหมาะสมสำหรับกลั่นศพหยิน

คัดลอกลิงก์แล้ว